เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,042 ต้นใบมังกร

ตอนที่ 1,042 ต้นใบมังกร

ตอนที่ 1,042 ต้นใบมังกร


ตอนที่ 1,042 ต้นใบมังกร

ใช้เงินเป็นเรื่องง่ายมากกว่าการหาเงินอยู่เสมอ ซึ่งถ้าหากว่าใครเคยหาเงินด้วยตัวเองคนเหล่านี้ก็จะเข้าใจสัจธรรมข้อนี้เป็นอย่างดี

หลังจากได้เงินมาไม่นานเซี่ยเฟยก็ทำการซื้อวัตถุดิบที่จำเป็นไปจนหมด โดยวัตถุดิบเหล่านี้เป็นวัตถุดิบที่หาได้ยากมากเป็นพิเศษ แล้วมันก็เป็นวัตถุดิบที่ให้ผลดีมากกว่าวัตถุดิบทั่วไปเพียงแค่ 3% เท่านั้น อย่างไรก็ตามราคาของพวกมันกลับแพงขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก

หากใครไม่ได้เรียนเรื่องการปรุงยา พวกเขาก็จะคิดว่าประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 3% ไม่คุ้มค่ากับราคาที่พวกเขาจะต้องจ่ายออกไปเลย แต่เซี่ยเฟยรู้ดีว่าความแตกต่างเพียงแค่ 3% นี้ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันมากแค่ไหน

ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้ใช้วัตถุดิบเพียงแค่ชนิดเดียว เมื่อไหร่ก็ตามที่วัตถุดิบชั้นยอดหลาย ๆ ชนิดถูกนำมาปรุงเข้าด้วยกัน ในเวลานั้นมันก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำยาได้มหาศาล

หลังจากจ่ายเงินไปเกือบ 2 ล้านไข่มุกวิญญาณ ชายหนุ่มก็เหลือเงินติดตัวเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นราคาวัตถุดิบที่เขาได้มายังเป็นราคาที่เจ้าของร้านช่วยลดให้กับเขาแล้ว

ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนราคาของวัตถุดิบปรุงยาระดับสูงก็มีมูลค่ามหาศาลอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในสมัยที่เขาอยู่ในดินแดนกฎหรือจะเป็นในตอนที่เขาได้มาอยู่ภายในจักรวาลอัลฟ่าก็ตาม

แต่หลังจากที่ชายหนุ่มกำลังจะเดินออกจากร้านอยู่นั่นเอง จู่ ๆ เขาก็สังเกตเห็นต้นใบมังกรที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นภายในภาชนะอย่างดี

ต้นใบมังกรเป็นพืชที่เติบโตได้ช้ามาก โดยมันใช้เวลาหลายร้อยปีในการเป็นต้นกล้า, ใช้เวลาผลิใบไปอีกหลายพันปีและต้องใช้เวลาอีกนานนับหมื่นปีถึงจะเติบโตอย่างเต็มที่ โดยมันเป็นใบหญ้าเพียงใบเดียวที่บนใบหญ้ามีลวดลายของมังกรจึงเป็นที่มาที่ทำให้มันได้มีชื่อว่าต้นใบมังกร

ในดินแดนกฎต้นใบมังกรคือพืชในตำนานที่น้อยคนจะเคยเห็นพืชชนิดนี้ด้วยตาของตัวเอง แต่ในจักรวาลอัลฟ่ามันกลับเป็นสินค้าที่ถูกนำมาวางขาย อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงเป็นวัตถุดิบที่หาได้ยากมาก ซึ่งแม้กระทั่งร้านขายยาอันดับ 1 ของดาวแคระแดงก็ยังปฏิบัติต่อมันเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี

เหตุผลที่เซี่ยเฟยไม่สามารถละสายตาไปจากต้นพืชชนิดนี้ได้ นั่นก็เพราะต้นใบมังกรมีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็ว มันจึงเป็นวัตถุดิบที่สำคัญมาก ถ้าหากว่าเขาต้องการจะฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด

“คุณเฟิง ฉันขอดูต้นใบมังกรหน่อยได้ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

เนื่องมาจากก่อนหน้านี้ชายหนุ่มได้ซื้อวัตถุดิบมูลค่ารวม ๆ เกือบ 2 ล้านไข่มุกวิญญาณ เจ้าของร้านจึงรีบเรียกพนักงานมาบริการเซี่ยเฟยอย่างรวดเร็ว

“น้องชายนี่เป็นคนตาดีจริง ๆ ต้นใบมังกรต้นนี้เป็นวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมและหาได้ยากมาก ถ้าหากว่าน้องชายชอบ ฉันจะขอคิดราคามันแค่ 3 ล้านไข่มุกวิญญาณก็แล้วกัน” เจ้าของร้านกล่าว

“ต้นใบมังกรโตเต็มวัยลวดลายมังกรบนใบหญ้าจะมีกรงเล็บทั้งหมด 4 เล็บ แต่ต้นใบมังกรของคุณมีลวดลายมังกรเพียงแค่สามเล็บเท่านั้น มันยังอยู่ห่างไกลจากคำว่าโตเต็มที่ไม่น้อยกว่า 1,500 ปี ยิ่งไปกว่านั้นต้นใบมังกรคุณภาพดียังสมควรจะมีใบหญ้าสีม่วงไม่ใช่ใบหญ้าสีเขียวเข้มเหมือนกับต้นนี้”

“ถ้าฉันเดาไม่ผิดต้นใบมังกรต้นนี้คงจะเติบโตขึ้นมาในสถานที่ที่มีแสงแดดไม่เพียงพอ จนทำให้มันมีตำหนิตั้งแต่แรกเกิด ดังนั้นถึงแม้ว่ามันจะเติบโตไปอีกหมื่นปีแต่อย่างมากที่สุดมันก็คงจะมีคุณภาพระดับกลาง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย

“นี่คุณคือยอดผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรงั้นเหรอ?!” ทั้งเซียงเป่ยหยางและเจ้าของร้านที่ชื่อว่าเฟิงซีต่างก็อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ ก่อนที่พวกเขาจะมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เซียงเป่ยหยางสามารถยืนยันได้อีกครั้งว่าเขาสมควรจะต้องตีสนิทกับเซี่ยเฟยให้ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นฉากที่เกิดขึ้นภายในนิทรรศการอาวุธ หรือการอธิบายลักษณะของสมุนไพรอย่างฉะฉานในตอนนี้ มันก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนได้เป็นอย่างดีว่าเซี่ยเฟยจะต้องเป็นทายาทจากตระกูลใหญ่

แน่นอนว่าการคาดเดาของเซียงเป่ยหยางไม่ได้ผิดไปจากความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเซี่ยเฟยคือทายาทของตระกูลออโรร่าจริง ๆ เพียงแต่ชายหนุ่มยังไม่เคยเดินทางไปยังตระกูลเท่านั้นเอง

“ฉันไม่คิดเลยว่าน้องชายจะฉลาดหลักแหลมถึงขนาดนี้ ความจริงต้นใบมังกรต้นนี้เป็นสิ่งที่ตกทอดมาจากปู่ของฉันเอง ปู่ของฉันทุ่มเงินถึง 1.5 ล้านไข่มุกวิญญาณเพื่อซื้อมันมา ในเมื่อน้องชายรู้ข้อมูลทุกอย่างแล้วฉันก็จะขอขายเท่าทุนให้น้องชายในราคา 1.5 ล้านไข่มุกวิญญาณด้วยเหมือนกัน” เจ้าของร้านกล่าวอย่างไม่ค่อยเต็มใจมากนัก

แม้เฟิงซีจะบอกว่าขายในราคาเท่าทุน แต่ในความเป็นจริงราคาที่เขาขายคือราคาที่ขาดทุนอย่างมหาศาล อย่าลืมว่าในช่วงทุกปีที่ผ่านพ้นไปต้นพืชย่อมมีการเติบโตพัฒนาทำให้คุณสมบัติทางยาของมันเพิ่มขึ้นสูงไปกว่าเดิม

น่าเสียดายที่ตอนนี้เซี่ยเฟยไม่มีเงินเหลือแล้ว เขาจึงทำได้เพียงแต่ตัดใจเอ่ยคำอำลาเท่านั้น

“เฟิงซี ฉันจะซื้อต้นไม้ต้นนี้เป็นของขวัญให้กับน้องชายเซี่ยเฟยเอง” เซียงเป่ยหยางกล่าวขณะก้าวเท้าไปด้านหน้า

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยอดที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ แล้วถึงแม้ว่าเขาจะต้องการต้นใบมังกรจริง ๆ แต่เขาก็ไม่ต้องการจะติดหนี้บุญคุณเซียงเป่ยหยางด้วยเหมือนกัน

“ในเมื่อเขาซื้อให้นายก็รับ ๆ ไปเถอะ เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เมื่อนายมีเงินนายค่อยคืนให้เขาก็ได้ ไม่อย่างนั้นนายก็แค่หาข้ออ้างเพื่อปลีกตัวออกไปอย่างที่นายทำบ่อย ๆ ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรนี่” ลินนิจกล่าวในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังลังเล

คำพูดนี้ถึงกับทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออก เพราะลินนิจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก จนเรียกได้ว่าวิญญาณอมตะตนนี้ไม่ได้มีนิสัยเหมือนกับผู้พิทักษ์จากตระกูลออโรร่าอีกต่อไป

อย่างไรก็ตามการที่นิสัยของลินนิจเปลี่ยนไปก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเซี่ยเฟยด้วยเหมือนกัน เพราะในฐานะของผู้ช่วยแม่เหล็กดูดปัญหาระดับจักรวาล ลินนิจก็ควรจะต้องมีความโหดเหี้ยมไม่น้อยไปกว่าเซี่ยเฟย

"หลี่จวิน! นี่คือห้องที่นายจัดไว้ให้กับน้องชายเซี่ยเฟยงั้นเหรอ?!” เซียงเป่ยหยางอุทานออกมาจนแทบจะเป็นลม หลังจากที่เขาติดตามชายหนุ่มไปจนถึงโรงแรม

ช่วงสองวันแรกเซียงเป่ยหยางไม่ได้สนใจเรื่องราวของเซี่ยเฟยมากนัก แต่ในตอนนี้ชายหนุ่มคือคนที่เขาต้องการจะประจบประแจงมากที่สุด เมื่อเขาได้เห็นว่าผู้จัดการโรงแรมจัดห้องใต้ดินให้กับชายหนุ่ม มันก็ทำให้เขารู้สึกโกรธจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลย

“ออกไป! แล้วไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก!!” เซียงเป่ยหยางร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว

“ท้ายที่สุดเขาก็เป็นคนที่เติบโตขึ้นมาจากชนชั้นล่างจริง ๆ สินะ ถึงตอนนี้สถานะของเขาจะค่อนข้างร่ำรวย แต่ลักษณะนิสัยของเขายังแตกต่างจากชนชั้นสูงจริง ๆ นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ถังหว่านเหนียนกับไท่หนิงไม่ต้องการคบหากับเขามากนัก” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเอง

“โบราณเคยว่าไว้ว่ามันต้องใช้เวลาถึงสามชั่วอายุคนถึงจะสร้างสุภาพชนขึ้นมาได้อย่างแท้จริง เมื่อไหร่ก็ตามที่นายกลับไปจนถึงออโรร่า เมื่อนั้นนายก็จะเข้าใจเองว่าตระกูลของสุภาพชนมันมีหน้าตาเป็นยังไง” ลินนิจกล่าว

เซี่ยเฟยไม่ค่อยให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากนัก เพราะเขาก็ไม่ใช่คนที่เป็นสุภาพชนด้วยเช่นกัน ลูกผู้ชายควรจะตอบแทนบุญคุณและตอบแทนความแค้นกลับไปอย่างสาสม ลักษณะนิสัยที่หยาบคายของเซียงเป่ยหยางจึงดึงดูดความสนใจของเซี่ยเฟยได้มากขึ้น

ตุบตับ ๆ ๆ ๆ

เซียงเป่ยหยางกระทืบผู้จัดการโรงแรมอย่างป่าเถื่อน แสดงให้เห็นถึงลักษณะนิสัยตั้งแต่สมัยที่เขายังคงเป็นอันธพาล

หลังจากจัดการผู้จัดการโรงแรมจนเสร็จ ชายอ้วนก็สั่งให้พนักงานเปิดห้องที่ดีที่สุดให้กับเซี่ยเฟยและเข้ามาประจบประแจงชายหนุ่มอย่างสุภาพต่อไป

“เอาล่ะเดี๋ยวคืนนี้ฉันจะไปงานเลี้ยงพร้อมกับคุณก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

เซียงเป่ยหยางชะงักค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

ในที่สุดของขวัญมูลค่า 1.5 ล้านไข่มุกวิญญาณก็ไม่ใช่สิ่งที่ไร้ประโยชน์อีกต่อไป หากเซี่ยเฟยเริ่มแนะนำเขากับผู้คนในงานเลี้ยงสักนิดหน่อย มันก็จะช่วยยกสถานะทางสังคมของเขาให้ขึ้นไปยืนอยู่สูงกว่าเดิม บางทีเขาอาจจะเข้าสู่สังคมของชนชั้นสูงหลังจากงานเลี้ยงในครั้งนี้เลยก็ได้ ซึ่งมันเป็นสังคมที่ไม่ว่าจะมีเงินเท่าไหร่ก็ไม่สามารถที่จะหาซื้อได้อย่างแท้จริง

“เขาทั้งกล้าและฉลาดที่เลือกมาประจบประแจงนาย ถึงยังไงตอนนี้นายก็สมควรจะมีผู้ช่วยดี ๆ สักคน การผูกมิตรกับเขาเอาไว้มันก็คงจะทำให้นายเคลื่อนไหวได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น” ลินนิจกล่าวด้วยรอยยิ้มหลังจากที่เซียงเป่ยหยางแยกตัวออกไปแล้ว

“ทั้งความกล้าและความฉลาดต่างก็เป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญที่สุดคือความภักดีของคนพวกนี้ต่างหาก”

เซี่ยเฟยให้ความสำคัญกับความภักดีมาโดยตลอด ซึ่งถ้าหากว่าบุคคลนั้นเป็นคนเก่งแต่ปลิ้นปล้อน ชายหนุ่มก็ไม่คิดที่จะผูกมิตรกับคนปลิ้นปล้อนพวกนั้นด้วยเหมือนกัน

ณ ช่องว่างมิติ

ปัจจุบันหนอนด้วงมิติสีทองขนาดใหญ่กำลังจู่โจมเข้าใส่กำแพงพลังงานอย่างรุนแรง ภายในแววตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธและความโศกเศร้า ซึ่งแน่นอนว่าหนอนด้วงมิติตัวนี้ย่อมไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากแท่งทองนั่นเอง

“แท่งทองยังไม่ยอมสงบลงอีกงั้นเหรอ?” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ตั้งแต่วันที่เซี่ยเฟยหายตัวไปหลังประตูจักรวาล แท่งทองก็พยายามจะออกไปหาเซี่ยเฟยให้ได้ไม่เคยหยุดเลยแม้แต่วินาทีเดียว” เซี่ยกวงไห่กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“การที่มันมีพฤติกรรมแบบนี้หมายความว่าเซี่ยเฟยยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม?” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวถามอย่างมีความหวัง

“หนอนด้วงมิติมีประสาทสัมผัสการรับรู้ที่สูงมาก เป็นไปได้ที่มันจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเซี่ยเฟย” ริเวอร์กล่าว

ระหว่างการปิดผนึกประตูจักรวาลร่างกายของริเวอร์ได้สูญสลายไปครั้งหนึ่งแล้วจริง ๆ โชคดีที่ในคราวนี้เขามีอาวุธวิญญาณประจำกายคอยช่วยเหลือ และเมื่อมันประกอบกับความช่วยเหลือจากเซี่ยกู่เฉิง มันจึงทำให้เขาสามารถสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

“แบบนี้มันไม่ใช่เรื่องดีเลย ปัจจุบันดินแดนกฎได้รับความเสียหายอย่างหนัก ถ้าหากว่าแท่งทองเปิดเส้นทางออกไปยังนอกประตูจักรวาลอีกครั้ง มันก็อาจจะนำสงครามกลับมาหาพวกเราเป็นครั้งที่ 2 เซี่ยกวงไห่นายช่วยพยายามปลอบมันหน่อยก็แล้วกัน ทำยังไงก็ได้ให้มันหยุดคลุ้มคลั่งลงสักที” เซี่ยกู่เฉิงกล่าว

“ผมก็อยากจะช่วยปลอบใจมันอยู่หรอก แต่ว่ามันไม่ฟังคำพูดของผมเลย” เซี่ยกวงไห่กล่าว

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังปวดหัวกับสถานการณ์ตรงหน้าอยู่นั่นเอง จู่ ๆ โอโร่ก็กล่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“ลองให้แอวริลมาปลอบมันดูดีไหม? เธอคือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเซี่ยเฟยมากที่สุดที่แม้แต่ขนอุยก็ยังต้องเชื่อฟังคำสั่งของเธอ”

“อือ อย่างน้อยลองดูก็ไม่เสียหาย” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวระหว่างที่ทุกคนต่างก็พยักหน้าขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

ระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังกังวลว่าเซียงเป่ยหยางจะมีความภักดีไม่เพียงพอ แท่งทองก็กำลังแสดงความภักดีออกมามากเกินไป เพราะมันกำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อออกตามหาชายหนุ่มให้ได้ แม้ว่าวิธีการนั้นมันอาจจะหมายถึงการเปิดพื้นที่ไปยังจักรวาลอัลฟ่าที่อยู่ห่างไกลก็ตาม

***************

สงสารแท่งทอง พี่เฟยพกน้องไปไม่ได้ ตัวใหญ่เกิน ><

จบบทที่ ตอนที่ 1,042 ต้นใบมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว