เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,041 2 ล้านไข่มุกวิญญาณ

ตอนที่ 1,041 2 ล้านไข่มุกวิญญาณ

ตอนที่ 1,041 2 ล้านไข่มุกวิญญาณ


ตอนที่ 1,041 2 ล้านไข่มุกวิญญาณ

ดาวแคระแดงมีประชากรอาศัยอยู่หลายหมื่นล้านคน แต่มันก็มีเมืองใหญ่ที่มีประชากรเกินกว่า 20 ล้านคนอยู่เพียงแค่ 31 เมืองเท่านั้น ชายชราผู้มีชื่อว่าถังหว่านเหนียนคือผู้ที่มีอำนาจครอบครองเมืองใหญ่ถึงสองเมือง และเขาก็เป็นนักธุรกิจชั้นนำที่ทำธุรกิจมากมายหลากหลายประเภท

เมื่อได้ฟังว่าชายชราคนนี้คือใคร มันก็ทำให้เซียงเป่ยหยางตกตะลึงในทันที เพราะโดยปกติผู้ที่มีอำนาจแบบนี้มักไม่ค่อยปรากฏตัวขึ้นมาในสถานที่สาธารณะง่าย ๆ และมันก็ทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะได้พูดคุยกับมหาเศรษฐีไปด้วยเช่นเดียวกัน

“คนที่อยู่ข้าง ๆ คุณถังก็ไม่ธรรมดาด้วยเหมือนกัน ชื่อของเขาคือซงจินฮู ฉันได้ยินมาว่าเขาเป็นโซลฮันเตอร์ที่ถูกว่าจ้างมาในราคาที่สูงมาก แมลงปอหิมะทั้ง 10 ตัวที่คุณล่ามาก็เป็นภารกิจของเขาด้วยเหมือนกัน” ไท่หนิงกล่าวอย่างภาคภูมิใจที่เขาสามารถจดจำตัวตนในระดับสูงเช่นนี้ได้ ขณะที่เซียงเป่ยหยางเป็นเพียงเศรษฐีหน้าใหม่ เขาจึงยังไม่ค่อยรู้จักใครในแวดวงเดียวกัน

คำอธิบายนี้ทำให้เซียงเป่ยหยางรู้สึกโกรธมาก เพราะเขาเพิ่งรู้ตัวว่าภารกิจที่เขาได้รับมาเป็นภารกิจซ้อนภารกิจอีกทีหนึ่ง เมื่อไหร่ก็ตามที่ไท่หนิงนำแมลงปอหิมะทั้ง 10 ไปมอบให้กับถังหว่านเหนียน ในเวลานั้นชายชราก็จะจดจำเพียงแค่ไท่หนิงเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ผู้ออกไปเผชิญหน้ากับอันตรายคือเขาที่ไม่ได้รับเครดิตอะไรเลย

“ถึงแม้ฉันจะไม่รู้จักคุณถัง แต่คนที่เข้าไปในห้องพร้อมกับเขาก็คือเซี่ยเฟย น้องชายที่ฉันพามาเอง” เซียงเป่ยหยางตอบกลับไปอย่างไม่น้อยหน้า

ความจริงข้อนี้ทำให้ไท่หนิงเริ่มแสดงความสนใจออกมาในทันที ก่อนที่เขาจะมองเซียงเป่ยหยางด้วยแววตาที่แตกต่างออกไปจากเดิม ภาพที่ปรากฏคือถังหว่านเหนียนและซงจินฮูแสดงความเคารพต่อเซี่ยเฟยมาก แล้วใครจะรู้ว่าภายใต้คำว่าน้องชาย เซียงเป่ยหยางกับเซี่ยเฟยมีความสัมพันธ์แบบไหนซ่อนอยู่กันแน่

“พี่เซียงฉันเพิ่งนึกออกว่าคืนนี้เป็นงานเลี้ยงลูกสาวของฉันเอง คุณสนใจจะไปเข้าร่วมงานเลี้ยงกับพวกเราไหม?” ไท่หนิงกล่าว

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำธุรกิจด้วยกันอยู่เสมอ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าไท่หนิงจะให้ความเคารพต่อเซียงเป่ยหยาง เพราะท้ายที่สุดชายอ้วนคนนี้ก็เป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ที่เพิ่งร่ำรวยขึ้นมาได้เพียงแค่ไม่นาน และอีกฝ่ายก็ยังไม่มีเบื้องหลังที่ทำให้ใครรู้สึกหวั่นเกรงเลย

ด้วยเหตุนี้ในวันเกิดของลูกสาวไท่หนิงจึงชวนเฉพาะแขกที่มีสถานะเทียบเท่ากับเขาหรือสูงส่งกว่าเขาขึ้นไปเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเซียงเป่ยหยางถึงไม่ถูกชักชวนให้ไปงานเลี้ยงตั้งแต่แรก

“อ้าว! วันนี้เป็นวันเกิดของหลานสาวหรอกเหรอเนี่ย ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันจะเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไปให้กับหลานสาวคนนี้เอง” เซียงเป่ยหยางกล่าวตอบรับ เพราะมันคือโอกาสที่ดีสำหรับการได้ไปพบกับนักธุรกิจคนอื่น ๆ

“แล้วน้องชายเซี่ยเฟยล่ะ....” ไท่หนิงพยายามชักชวนเซี่ยเฟยไปด้วย

“น้องชายเซี่ยเฟยมาจากแดนไกล เขาต้องอยากรู้จักกับเพื่อนใหม่อย่างแน่นอน เดี๋ยวคืนนี้พวกเราจะเดินทางไปงานเลี้ยงด้วยกัน” เซียงเป่ยหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ชายอ้วนตัดสินใจแทนเซี่ยเฟยไปอย่างฉับพลัน และการที่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายชักชวนเขาเพราะชายหนุ่ม มันก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย

ห้องวีไอพีได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา ซึ่งหลังจากที่พนักงานเดินนำอาหารเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟ พวกเขาก็รีบเดินจากไปเหลือเพียงเซี่ยเฟย, ถังหว่านเหนียนและซงจินฮูที่อยู่ในห้องเพียงแค่สามคน

ชายชรายกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบพร้อมกับเหลือบสายตามองไปยังชายหนุ่มอย่างเงียบ ๆ และเขาก็ได้เห็นว่าเซี่ยเฟยยังคงนั่งภายในห้องอย่างผ่อนคลาย ซึ่งมันเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายก็มีประสบการณ์ในการเจรจาภายในห้องหรูแบบนี้มาแล้วด้วยเช่นกัน

หากเซี่ยเฟยได้ขโมยหิมะโปรยมาจากคนอื่น เขาย่อมไม่สามารถรักษาความสงบเอาไว้แบบนี้ได้อย่างแน่นอน การพิจารณาท่าทางของชายหนุ่มเพียงแค่นิดเดียวก็สามารถขจัดความสงสัยภายในใจของถังหว่านเหนียนได้แล้ว เพียงแต่เขามีข้อสงสัยใหม่ว่าเซี่ยเฟยคือลูกหลานจากตระกูลไหนถึงได้นำอาวุธวิญญาณออกมาขายแบบนี้

หลังจากแลกเปลี่ยนบทสนทนากันสั้น ๆ ชายชราก็ไม่ได้รับข้อมูลอื่นใดเลยนอกเสียจากชื่อของเซี่ยเฟย เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้ถังหว่านเหนียนรู้สึกสับสนว่าทำไมชายหนุ่มถึงต้องปิดบังตัวตนของเขาเอาไว้ด้วย

โดยปกติเขามักจะพบเห็นแต่คนอื่นที่พยายามมาผูกมิตรกับเขา แต่ชายหนุ่มคนนี้ไม่สนใจว่าเขาเป็นใครด้วยซ้ำ นี่ถ้าหากว่าเขาไม่ได้แนะนำตัวเองออกไป บางทีเซี่ยเฟยก็คงไม่สนใจจะถามถึงเบื้องหลังของเขาเลย

“ฉันชอบมีดเล่มนี้มาก เชิญน้องชายเรียกร้องราคาที่ต้องการออกมาได้เลย” ชายชราเริ่มบทสนทนาอย่างระมัดระวัง

“ฉันเพิ่งเดินทางมาดาวแคระแดงเป็นครั้งแรก ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่ามีดเล่มนี้ควรจะมีมูลค่ามากเท่าไหร่ ฉันว่าคุณควรเป็นคนเสนอราคาออกมาก่อนดีกว่า เพราะท้ายที่สุดคุณก็น่าจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ดีกว่าฉัน” เซี่ยเฟยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ในความเป็นจริงมันก็ไม่ใช่ว่าเซี่ยเฟยไม่ต้องการที่จะตั้งราคา เพียงแต่เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าอุปกรณ์วิญญาณควรจะมีมูลค่าเท่าไหร่กันแน่ ลินนิจเคยบอกเขาว่าอุปกรณ์วิญญาณมีราคาเริ่มต้นที่ 500,000 ไข่มุกวิญญาณ แต่เซี่ยเฟยรู้สึกว่าราคานี้เป็นราคาที่ค่อนข้างจะต่ำเกินไปเล็กน้อย ไม่ว่ายังไงมันก็ยังเป็นอาวุธวิญญาณชิ้นแรกที่เขาสร้างขึ้นมา หากเขาไม่จำเป็นจะต้องไปซื้อวัตถุดิบสำหรับการปรุงยา เขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะขายมันไปด้วยเช่นกัน

“ฉันขอเสนอสัก 1 ล้านไข่มุกวิญญาณเป็นยังไง?” ถังหว่านเหนียนกล่าวอย่างเคร่งขรึม ขณะชูนิ้วชี้ขึ้นมา 1 นิ้ว

เงินจำนวน 1 ล้านไข่มุกวิญญาณไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เพราะรายได้เฉลี่ยของหนึ่งครอบครัวในดาวแคระแดงอยู่ที่ประมาณ 10,000 ไข่มุกวิญญาณเท่านั้น เงินจำนวนนี้จึงเพียงพอที่จะทำให้ครอบครัวส่วนใหญ่สามารถอยู่อาศัยโดยไม่ต้องทำงานได้เป็นเวลานับ 100 ปี

“ดูเหมือนว่าเขาจะใจป้ำมากเลยนะเนี่ย” ลินนิจกล่าว

เซี่ยเฟยยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติงถึงแม้เขาจะได้รับการเสนอราคามาจากชายชราแล้วก็ตาม

“1.5 ล้านไข่มุกวิญญาณเป็นยังไง?” ถังหว่านเหนียนกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว แต่เซี่ยเฟยก็ยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติงอยู่เช่นเดิม

แต่เดิมเซี่ยเฟยคิดจะขายหิมะโปรยในราคาที่เพียงพอต่อการซื้อวัตถุดิบปรุงยาของเขาเท่านั้น น่าเสียดายที่ถังหว่านเหนียนแสดงความต้องการมีดเล่มนี้มากเกินไป เขาจึงตกกลายเป็นเหยื่อของจิ้งจอกน้อยเซี่ยเฟยโดยไม่รู้ตัว

“ซงจินฮู มีดเล่มนี้มันดีต่อหลานสาวของฉันจริง ๆ ใช่ไหม?” ชายชราเริ่มหันไปปรึกษาโซลฮันเตอร์ที่อยู่ทางด้านหลัง

“คุณถัง อาวุธชิ้นนี้ไม่ใช่อาวุธวิญญาณธรรมดาอย่างแน่นอน ถึงแม้คุณจะซื้อแมลงปอหิมะมา 10 ตัว แต่พวกมันก็เทียบชั้นกับหิมะโปรยไม่ได้แม้แต่นิดเดียว” ซงจินฮูกล่าวกระซิบ

“ฉันให้มากสุดได้แค่ 2 ล้าน มากกว่านี้พวกเราก็ไม่มีอะไรจำเป็นจะต้องคุยกันแล้ว” ถังหว่านเหนียนกล่าวพร้อมกับชูนิ้วมือขึ้นมา 2 นิ้ว

“ตกลง” เซี่ยเฟยตอบอย่างมีความสุข เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าชายชราให้ราคามาจนถึงขีดจำกัดแล้วจริง ๆ

ในที่สุดข้อตกลงระหว่างทั้งสองฝ่ายก็เสร็จสมบูรณ์ ถึงแม้ถังหว่านเหนียนจะสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก แต่เขาก็มีความสุขที่ได้รับอาวุธวิญญาณที่ไม่ธรรมดา

ขณะเดียวกันเงินก้อนนี้ก็เป็นเงินก้อนใหญ่ที่จะทำให้เซี่ยเฟยตั้งตัวในจักรวาลอัลฟ่าได้โดยไม่มีปัญหา เรียกได้ว่ามันคือธุรกรรมที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้สึกพอใจอย่างแท้จริง

ในที่สุดทั้งสามก็ออกมาจากห้องวีไอพีท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของผู้คนเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

“สวัสดีครับคุณถัง ผมชื่อเซียงเป่ยหยางเป็นคนที่คอยดูแลน้องชายเซี่ยเฟยอยู่ในตอนนี้” เซียงเป่ยหยางเดินเข้ามาหาเซี่ยเฟยพร้อมกับหันไปกล่าวทักทายถังหว่านเหนียนด้วยความเคารพ

‘ฉันกับเขาไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่?’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองภายในใจพร้อมกับขมวดคิ้ว

หลังจากเซียงเป่ยหยางได้สนทนาสั้น ๆ กับถังหว่านเหนียน ใบหน้าของชายอ้วนก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างตื่นเต้น เซี่ยเฟยจึงตระหนักได้ในทันทีว่าเซียงเป่ยหยางคนนี้ต้องการที่จะทำความรู้จักกับชายชรา

“ทุกคน ขอโทษด้วย แต่ฉันยังมีธุระอื่นที่ต้องไปจัดการ ดังนั้นฉันขอตัวก่อน” เซี่ยเฟยกล่าวและเตรียมพร้อมที่จะจากไป

“น้องชายเซี่ยเฟย เขาคือไท่หนิงเจ้าของร้านค้าแห่งนี้เอง วันนี้เป็นวันเกิดลูกสาวของเขาและเขาก็เชิญพวกเราไปร่วมงานเลี้ยง” เซียงเป่ยหยางรีบคว้าแขนเซี่ยเฟยเอาไว้ก่อน

“ใช่ ๆ ๆ น้องชายเซี่ยเฟยเพิ่งจะมาดาวแคระแดงเป็นครั้งแรกใช่ไหม? พวกเรามาพูดคุยกันที่งานเลี้ยงคืนนี้สิ คุณถังก็จะไปงานเลี้ยงนี้ด้วยเหมือนกันนะ” ไท่หนิงที่อยู่ใกล้ ๆ รีบกล่าวเสริม

เมื่อได้เห็นว่าเซี่ยเฟยกับถังหว่านเหนียนเดินออกมาจากห้องด้วยความสุข ไท่หนิงก็ถือว่าชายหนุ่มคนนี้อยู่ในระดับเดียวกันกับชายชราในทันที

“คุณถังเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ? คืนนี้ฉันมีธุระต้องจัดการ เอาไว้เราค่อยคุยกันวันอื่นเถอะ” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างไม่เห็นด้วย ก่อนที่จะหันหลังและเดินจากไป

คำพูดของชายหนุ่มถือว่าเป็นคำพูดที่รุนแรงมาก และมันก็มีสายตาของฝูงชนกำลังจับจ้องมองมายังพวกเขาอยู่ แม้ว่าการเจรจาซื้อขายในก่อนหน้านี้จะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างดี แต่คำพูดของเซี่ยเฟยกลับไม่ต่างไปจากการตบหน้าเซียงเป่ยหยาง, ไท่หนิง, ถังหว่านเหนียนและซงจินฮูพร้อม ๆ กัน

คำพูดนี้ทำให้แม้แต่ถังหว่านเหนียนที่สงบที่สุดก็ยังอดที่จะหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมาไม่ได้ เพราะการกระทำของเซี่ยเฟยเปรียบเสมือนว่าชายหนุ่มไม่เคยเห็นชายชราอยู่ในสายตา

ในที่สุดถังหว่านเหนียนกับซงจินฮูก็เดินจากไปด้วยบรรยากาศอันเยือกเย็น ซึ่งในระหว่างนั้นทั้งคู่ก็จับจ้องมองไปยังไท่หนิงด้วยแววตาอันเย็นชา จนทำให้ชายวัยกลางคนคนนี้ไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดี เซียงเป่ยหยางก็รีบวิ่งไล่ตามเซี่ยเฟยไปอย่างรวดเร็ว โดยในตอนแรกเขาวางแผนที่จะเกาะชายหนุ่มไปยังสังคมระดับสูงของดาวแคระแดง แต่ดูเหมือนว่าเซี่ยเฟยจะไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ กับเขาเลย

“น้องชาย นายขายมีดเล่มนั้นไปเท่าไหร่งั้นเหรอ?” เซียงเป่ยหยางกล่าวถาม

“2 ล้านไข่มุกวิญญาณ” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างเฉยชา

“2 ล้าน! มีดธรรมดา ๆ แบบนั้นถูกขายออกไปในราคา 2 ล้านเนี่ยนะ!!” เซียงเป่ยหยางตะโกนขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจเนื่องมาจากว่าเขาตกใจกับราคาของหิมะโปรย

เสียงของชายอ้วนตะโกนออกไปดังมาก และมันก็ทำให้เล้งที่กล้าเสนอเงินจำนวน 20,000 ไข่มุกวิญญาณในการซื้อหิมะโปรยรู้สึกเหมือนจักรวาลกำลังจะพังทลาย

***************

นึกว่าเล้งจะไม่มีบทโดนตบหน้าซะแล้วววว

จบบทที่ ตอนที่ 1,041 2 ล้านไข่มุกวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว