เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,040 ถังว่านเหนียน

ตอนที่ 1,040 ถังว่านเหนียน

ตอนที่ 1,040 ถังว่านเหนียน


ตอนที่ 1,040 ถังว่านเหนียน

มีดสั้นที่เซี่ยเฟยนำออกมาก็ไม่ใช่อาวุธอื่นใดเลยนอกเสียจากหิมะโปรยที่เขาเพิ่งทำการเปลี่ยนมันเป็นอาวุธวิญญาณเมื่อไม่นานนี้นี่เอง

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาหิมะโปรยกลายเป็นอาวุธที่ไม่มีประโยชน์สำหรับเซี่ยเฟยอีกต่อไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีอาวุธชั้นยอดอยู่ในครอบครองมากกว่าหนึ่งชิ้น หิมะโปรยจึงถูกทิ้งให้นอนนิ่ง ๆ ในแหวนมิติมานานมากแล้ว

ถึงแม้ว่าปัจจุบันหิมะโปรยจะถูกเซี่ยเฟยเปลี่ยนให้กลายเป็นอาวุธวิญญาณ แต่เนื่องมาจากการขาดความเชี่ยวชาญมันจึงเป็นเพียงแค่อาวุธวิญญาณระดับต่ำเท่านั้น มันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงอาวุธวิญญาณชั้นยอดอย่างเนอร์วาน่าหรือดราก้อนสไปน์ เพราะแม้แต่สเตลล่าก็ยังมีประโยชน์กว่าหิมะโปรยมาก ซึ่งโดยสรุปมันก็ยังคงเป็นอาวุธที่ไร้ประโยชน์สำหรับเซี่ยเฟยอยู่ดี

อย่างไรก็ตามหลังจากเดินสำรวจนิทรรศการแสดงอาวุธในวันนี้ ชายหนุ่มก็พบว่าทั่วทั้งนิทรรศการไม่มีอาวุธวิญญาณถูกแสดงอยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้ค้นพบว่าเขาสามารถฝากขายสินค้าในงานนี้ได้ เขาจึงคิดที่จะขายหิมะโปรยออกไปและอยากรู้ว่ามันพอจะมีมูลค่าสักเท่าไหร่กันแน่

นักรบเป็นอาชีพที่จำเป็นจะต้องใช้เงินทุนมหาศาล ซึ่งถ้าหากว่านักรบปราศจากเงินทุนที่จำเป็นมันก็จะทำให้พวกเขาพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างเชื่องช้า หากเซี่ยเฟยสามารถขายหิมะโปรยออกไปได้ราคาดี เขาก็จะมีวิธีการสร้างรายได้ให้กับตัวเองในอนาคต

“ขอบคุณมากคุณเซียง” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เรื่องง่าย ๆ แค่นี้เอง ไม่จำเป็นจะต้องขอบคุณอะไรหรอก” เซียงเป่ยหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะหันหน้าไปหาผู้รับผิดชอบนิทรรศการ

“ผู้จัดการช่วยอธิบายกฎให้น้องชายเขาฟังหน่อยได้ไหม มันจะได้ไม่มีเรื่องเข้าใจผิดในอนาคต”

“ไม่ทราบว่าน้องชายได้ตั้งราคาของมันเอาไว้หรือเปล่า?” ผู้จัดการกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

“ฉันยังไม่ได้กำหนดราคาของมันเอาไว้ เรื่องนี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ซื้อจะเสนอราคามาให้กับฉันสักเท่าไหร่กันแน่” เซี่ยเฟยกล่าว

ผู้จัดการและเซียงเป่ยหยางหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ อย่างรู้ทัน เพราะการไม่กำหนดราคาไว้แบบนี้มันก็หมายความว่าราคาขึ้นอยู่กับตัวตนของผู้ซื้อ หากผู้สนใจคือเศรษฐีจากตระกูลใหญ่ราคาของอาวุธย่อมสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

“ถ้าอย่างนั้นเชิญน้องชายมารอทางนี้ได้เลย หากมีใครสนใจคุณก็สามารถพูดคุยราคากับเขาได้ ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมถือซะว่าฉันให้เป็นของขวัญแก่คุณก็แล้วกัน” ผู้จัดการกล่าวด้วยรอยยิ้ม

โดยปกติการฝากขายภายในร้านไท่หนิงจำเป็นจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 10% แต่ผู้จัดการผางคิดว่ามีดเล่มนี้มีมูลค่าไม่สูงมากนัก ถึงแม้มันจะถูกขายออกไปจริง ๆ แต่เขาก็คงได้รับค่าธรรมเนียมไม่เกิน 1,000 ไข่มุกวิญญาณ

ไท่หนิงเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ภายในดาวแคระแดง พวกเขาจึงยินยอมสูญเสียเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เพียงเท่านี้เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเซียงเป่ยหยางเอาไว้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาธุรกิจของเซียงเป่ยหยางมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และทำให้ชายอ้วนแทบจะกลายเป็นนักธุรกิจชั้นนำในดาวแคระแดง แล้วมันก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคนหลาย ๆ คนในดาวแคระแดงถึงค่อนข้างจะเกรงใจเซียงเป่ยหยางมากพอสมควร

หลังจากพูดจบผู้จัดการก็ขอตัวออกไปโดยบอกให้เจ้าหน้าที่ภายในงานคอยจับตาดูเซี่ยเฟยเอาไว้ เพราะท้ายที่สุดชายหนุ่มคนนี้ก็เป็นคนที่เซียงเป่ยหยางให้ความสำคัญ เขาจึงต้องการจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเซี่ยเฟย และต้องการจะทราบมูลค่าที่แท้จริงของอาวุธที่ชายหนุ่มนำออกมาขายด้วยเช่นกัน

ช่วงแรกเซียงเป่ยหยางยังคงยืนรออยู่หลังเคาน์เตอร์พร้อมกันกับเซี่ยเฟย และพยายามพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องตระกูลของชายหนุ่ม น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยยังคงปากแข็ง ไม่ว่าชายอ้วนจะพยายามแค่ไหนมันก็ไม่มีข้อมูลสำคัญหลุดออกมาจากปากของเซี่ยเฟยเลยแม้แต่นิดเดียว

หลังจากรอมาเป็นเวลานานมันก็ยังไม่มีใครแสดงความสนใจต่อหิมะโปรยสักที เซียงเป่ยหยางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องขอตัวออกไป โดยบอกว่าเขาจะต้องขึ้นไปพูดคุยเรื่องธุรกิจบนชั้นสอง

ทันทีที่เซียงเป่ยหยางออกไปชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำก็เดินมายังเคาน์เตอร์ ลักษณะการแต่งกายของชายคนนี้ค่อนข้างที่จะดูดีมากและลูกค้าคนอื่น ๆ ต่างก็เรียกเขาว่าคุณเล้ง

“ฝีมือการผลิตมีดเล่มนี้ค่อนข้างปราณีตมากเลยทีเดียว บนใบมีดแผ่ความเย็นออกตลอดเวลา น่าเสียดายที่ตอนนี้มันสูญเสียความเย็นดั้งเดิมของมันไปแล้ว ทำให้มันไม่ใช่อาวุธที่สมบูรณ์แบบเหมือนในอดีตอีกต่อไป”

“พูดตามตรงว่ามีดเล่มนี้มีราคาไม่เกิน 2,000 ไข่มุกวิญญาณ แต่มันคือมีดที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันท่วมท้น เอาเป็นว่าฉันขอเสนอซื้อมันในราคา 4,000 ไข่มุกวิญญาณก็แล้วกัน” เล้งกล่าวขณะเดินเข้ามาชมหิมะโปรยของเซี่ยเฟย แล้วมันก็เรียกเสียงปรบมือของทุกคนในบริเวณได้ในทันที

“คุณเล้งสมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธจริง ๆ การวิเคราะห์ของเขาทั้งเฉียบคมและให้คำอธิบายเป็นอย่างดี”

“คุณเล้งอุตส่าห์วิเคราะห์อาวุธชิ้นนี้เองแล้วมันจะผิดไปจากคำพูดของเขาได้ยังไง”

“ขอโทษด้วย แต่ราคานี้ฉันไม่ขาย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

ทักษะการวิเคราะห์ของชายคนนี้มีรากฐานที่ดีมากจริง ๆ เพราะเขาได้ใช้หิมะโปรยสังหารผู้คนไปอย่างมากมาย ตัวอาวุธจึงปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง หากเทียบราคาตามปกติหิมะโปรยควรจะมีราคา 2,000-3,000 ไข่มุกวิญญาณอย่างที่อีกฝ่ายได้วิเคราะห์เอาไว้จริง ๆ

แต่สิ่งหนึ่งที่เล้งมองข้ามไปคือหิมะโปรยไม่ได้เป็นอาวุธธรรมดาเหมือนกับในอดีตอีกต่อไปแล้ว แต่มันคืออาวุธวิญญาณที่ไม่มีจัดแสดงอยู่ในอาคารแห่งนี้ด้วยซ้ำ

เล้งตกใจขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเขาไม่คิดว่าเซี่ยเฟยจะปฏิเสธราคาที่เขาได้เสนอไป

“ให้ตายเถอะ! เห็นแก่ที่ฉันชอบอาวุธชิ้นนี้มาก ฉันจะเสนอราคาให้มัน 10,000 ไข่มุกวิญญาณก็แล้วกัน ในอดีตมันจะต้องเป็นอาวุธของนักรบชั้นยอดที่ผ่านการสังหารมาเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วนแน่ ๆ มีดเล่มนี้มันดึงดูดฉันมากจนเกินไป” เล้งกล่าวโดยเพิ่มราคาขึ้นไปถึง 10,000 ไข่มุกวิญญาณ

“10,000 ไข่มุกวิญญาณ? มีดเล่มนี้มีราคาถึง 10,000 ไข่มุกวิญญาณเลยงั้นเหรอ?!”

“มูลค่าจริงของมันน่าจะอยู่แค่ 3,000 ไข่มุกวิญญาณเท่านั้น แต่คุณเล้งน่าจะชอบมันมาก เขาเลยเสนอราคาสูงขึ้นไปถึง 10,000 ไข่มุกวิญญาณ”

เมื่อราคาถูกเพิ่มขึ้นไปสูงถึงขนาดนี้ ทุกคนต่างก็คิดว่าเซี่ยเฟยย่อมจะต้องพอใจกับราคาที่เล้งเสนอไปอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดในสายตาของทุกคนหิมะโปรยก็สมควรจะมีราคาตลาดไม่เกิน 5,000 ไข่มุกวิญญาณ เมื่อเล้งเสนอราคาสูงถึง 10,000 ไข่มุกวิญญาณมันก็ไม่มีเหตุผลที่เซี่ยเฟยจะไม่ขาย

อย่างไรก็ตามคำตอบของเซี่ยเฟยกลับมีเพียงแค่การส่ายหัวอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่ชายหนุ่มมากกว่าเดิม

“นี่นายกำลังล้อฉันเล่นอยู่งั้นเหรอ!?” เล้งอุทานขึ้นมาด้วยความอับอาย เพราะเขาคิดว่าเขาเสนอราคาสูงกว่าราคาตลาดมากแล้ว เหตุผลเดียวที่เซี่ยเฟยยังคงปฏิเสธเขาแบบนี้นั่นก็เพราะอีกฝ่ายจงใจที่จะหักหน้าเขา

ทุกคนต่างก็พูดคุยกันถึงเรื่องนี้อย่างเมามัน พร้อมกับมองไปทางเซี่ยเฟยด้วยสายตาอันแปลกประหลาด

“20,000 ไข่มุกวิญญาณ!” เล้งกัดฟันพูดพร้อมกับชูนิ้วมือขึ้นมา 2 นิ้ว

“ฉันแนะนำให้คุณไปหาอาวุธชิ้นอื่นดีกว่า” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างเฉยเมย

เนื่องมาจากลูกค้าคนนี้ไม่สามารถมองออกว่าหิมะโปรยคืออาวุธวิญญาณ เซี่ยเฟยจึงขี้เกียจเกินกว่าจะต่อรองราคากับเล้ง

“นี่นาย!!” เล้งแทบที่จะระเบิดความโกรธออกมาอย่างรุนแรง ก่อนที่เขาจะเดินจากไปด้วยใบหน้าสีแดงก่ำ

เหล่าบรรดาฝูงชนต่างก็พูดคุยเรื่องเซี่ยเฟยมากกว่าเดิม โดยพวกเขาได้ปล่อยข่าวออกไปว่าเซี่ยเฟยกำลังปฏิบัติต่อขยะเหมือนกับเป็นสมบัติชิ้นหนึ่ง ทำให้ในเวลาเพียงแค่ไม่นานทั่วทั้งอาคารต่างก็ได้รู้เรื่องของเซี่ยเฟย

“ดาวดวงนี้อยู่ห่างไกลจากความเจริญมากเกินไปสินะ พวกเขาถึงแยกความแตกต่างระหว่างอาวุธธรรมดากับอาวุธวิญญาณไม่ได้แบบนี้” ลินนิจกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เซี่ยเฟยยังคงยืนรออย่างเบื่อหน่าย ก่อนที่เขาจะออกไปเดินเล่นด้านนอกสักพัก เมื่อเขาได้กลับมาอีกครั้งเขาก็ได้พบกับคนสองคนยืนรออยู่หน้าเคาน์เตอร์ โดยชายคนหนึ่งคือชายชรา ขณะที่ชายอีกคนคือชายวัยกลางคนอันผอมเพรียว

“ฉันตรวจสอบพลังชายแก่คนนั้นไม่ได้ แต่ชายวัยกลางคนคือโซลฮันเตอร์เหมือนกับฉันแน่ ๆ แต่ระดับของเขายังต่ำเกินไป เขายังไม่ได้มีพลังในการต่อสู้มากนัก” ลินนิจอธิบายถึงผู้มาใหม่ทั้งสองคนเบา ๆ

เซี่ยเฟยเดินกลับไปอยู่หลังเคาน์เตอร์อย่างใจเย็น โดยไม่คิดที่จะทักทายคนทั้งสองก่อนด้วยซ้ำ

“น้องชายมีดเล่มนี้เป็นของนายงั้นเหรอ?” โซลฮันเตอร์ร่างผอมกล่าวถาม

“ใช่ มันชื่อว่าหิมะโปรย”

“หิมะโปรย? ขอเราดูมันหน่อยจะได้ไหม?”

เมื่ออีกฝ่ายคือตัวตนในระดับโซลฮันเตอร์ เซี่ยเฟยจึงยอมให้ทั้งคู่ตรวจสอบหิมะโปรยแต่โดยดี ซึ่งในระหว่างที่มือของชายร่างผอมสัมผัสกับตัวมีด ข้อมือของอีกฝ่ายก็เกิดอาการสั่นขึ้นมาอย่างแผ่วเบา

“เป็นยังไงบ้าง?” ชายชรากระซิบถาม

“ผู้อาวุโสถัง มันคืออาวุธวิญญาณจริง ๆ” ชายร่างผอมกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“มันคืออาวุธวิญญาณจริง ๆ เหรอ?!” ชายชรากล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“ใช่ครับ มันคืออาวุธวิญญาณจริง ๆ แล้วมันยังมีกลิ่นอายแปลก ๆ ที่ผมไม่สามารถอธิบายได้ด้วย”

“คุณซง มันมีอาวุธวิญญาณที่คุณมองไม่ออกด้วยงั้นเหรอ? อย่าบอกนะว่ามันคืออาวุธวิญญาณชั้นยอด” ชายชรากล่าวถามอย่างเร่งรีบ

“มันคืออาวุธที่พิเศษมากจริง ๆ ผมแนะนำให้คุณซื้อมันไปก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน” โซลฮันเตอร์ที่ชื่อว่าซงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

แต่ก่อนที่ใครจะทันได้พูดอะไรมากกว่านั้น จู่ ๆ มันก็เริ่มมีเสียงโวยวายมาจากอีกฟากฝั่งหนึ่งของอาคาร

“สวัสดีครับคุณไท่หนิง”

“นิทรรศการแสดงอาวุธของคุณในวันนี้ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ สมควรแล้วที่ร้านไท่หนิงคือร้านอาวุธที่ยอดเยี่ยมที่สุดในดาวแคระแดง”

เมื่อพิจารณาจากคำพูดของฝูงชน มันก็ดูเหมือนกับว่าชายที่เพิ่งปรากฏตัวคือเจ้าของร้านค้าแห่งนี้ อย่างไรก็ตามไท่หนิงคนนั้นกลับรีบวิ่งเข้ามาหาชายชราที่ชื่อว่าถังอย่างรวดเร็วราวกับว่าเหตุผลที่เขาปรากฏตัวขึ้นมา นั่นก็เพราะว่าเขาต้องการมารับรองชายชราด้วยตัวเอง

“ผู้อาวุโส ทำไมคุณถึงไม่บอกผมก่อนว่าคุณจะมาที่นี่ ผมจะได้เตรียมการรับรองเอาไว้ให้” ไท่หนิงเริ่มทักทายด้วยความเคารพ

“ไท่หนิง นายช่วยเตรียมห้องให้ฉันพูดคุยกับน้องชายคนนี้หน่อยได้ไหม?” ชายชรากล่าวอย่างเฉยเมย

เมื่อได้รับการร้องขอไท่หนิงก็รีบเปิดห้องวีไอพีและเชิญผู้อาวุโสถังกับเซี่ยเฟยเข้าไปอย่างนอบน้อม

ทุกคนรู้เพียงว่าไท่หนิงคือนักธุรกิจชั้นนำของดาวแคระแดง แต่พวกเขาไม่เคยเห็นชายชราคนนี้มาก่อน ท่าทางของไท่หนิงจึงทำให้ทุกคนสับสนมาก เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าชายชราถังกับเซี่ยเฟยคือใครกันแน่

อย่างไรก็ตามภายในห้องก็มีเซียงเป่ยหยางรออยู่ก่อนแล้ว ซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าเขาได้นำแมลงปอหิมะทั้ง 10 ตัวมาส่งภารกิจยังสถานที่แห่งนี้

“คุณไท่หนิง ผู้อาวุโสถังคือใครงั้นเหรอ?” เซียงเป่ยหยางถามขึ้นมาเบา ๆ ขณะเห็นเซี่ยเฟยกับชายชราแยกตัวออกไปพูดคุยในห้องอันเงียบสงบ

“เขาคือคุณถังหว่านเหนียน นักธุรกิจชั้นนำของดาวแคระแดง” ไท่หนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจัง

***************

พี่เฟยเจอเส้นสายและหมูตัวใหม่ อิอิ ต้มเล้งรอช็อกได้เลย!

จบบทที่ ตอนที่ 1,040 ถังว่านเหนียน

คัดลอกลิงก์แล้ว