เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,038 ดาวแคระแดง

ตอนที่ 1,038 ดาวแคระแดง

ตอนที่ 1,038 ดาวแคระแดง


ตอนที่ 1,038 ดาวแคระแดง

เซี่ยเฟยปล่อยข่าวว่าในพื้นที่บริเวณนี้มีสายลับของรีเวิร์สคอยซุ่มดูอยู่ จนทำให้เซียงเป่ยหยางรู้สึกหวาดกลัว เพราะท้ายที่สุดมันก็ไม่มีใครอยากปะทะกับศัตรูที่น่ากลัวอย่างรีเวิร์ส

ชายอ้วนคิดว่าการที่เซี่ยเฟยรู้ว่ามีสายลับของรีเวิร์สคอยซุ่มอยู่ในบริเวณนี้ มันก็หมายความว่าชายหนุ่มรู้ตำแหน่งของสายลับด้วยเช่นกัน หากเขาได้พาเซี่ยเฟยกลับไปด้วยมันก็จะช่วยให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้

ด้วยเหตุนี้เขาจึงเริ่มชักชวนให้เซี่ยเฟยเดินทางกลับไปด้วยกัน แต่ในระหว่างนั้นเองเขาก็บังเอิญสังเกตเห็นอสูรศักดิ์สิทธิ์มารขาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเซี่ยเฟย

ในฐานะที่เขาทำธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์อสูรมาโดยตลอด เขาจึงรู้ดีว่าขนอุยคือตัวอะไร แล้วเขาก็รู้ด้วยว่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ตัวตนที่จะติดตามใครง่าย ๆ ชายผู้ที่สามารถเลี้ยงดูอสูรที่ดุร้ายแบบนี้ได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นการที่เซี่ยเฟยกล้าเดินทางมาในพื้นที่บริเวณนี้เพียงคนเดียว มันก็หมายความว่าอีกฝ่ายเป็นสมาชิกของตระกูลใดตระกูลหนึ่งแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นชายหนุ่มก็คงจะไม่แสดงท่าทีเมินเฉย แม้ว่าบริเวณโดยรอบจะถูกปิดล้อมไปด้วยฝูงรีเวิร์สอันแข็งแกร่งก็ตาม

“น้องชาย นายต้องการไปดาวแคระแดงที่อยู่ใกล้กับที่นี่มากที่สุดไหม? พูดตามตรงเลยนะว่าระบบเรดาร์ของยานเรามีปัญหา เพื่อหลีกเลี่ยงจากพวกรีเวิร์สเราก็อยากจะพึ่งพาให้น้องชายช่วยชี้ทางให้พวกเราหน่อย” เซียงเป่ยหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการเอาใจ

ฮันเตอร์ที่เหลืออีกสี่คนแสดงอาการสับสนออกมาในทันที เพื่อทำภารกิจสำคัญในครั้งนี้พวกเขาถึงกับลงทุนเช่ายานเทียนเหอ ซึ่งเป็นยานประจัญบานความเร็วสูงอันโด่งดังของคนแคระแดงมาด้วยราคามหาศาล แล้วทำไมจู่ ๆ ยานรบลำนั้นถึงพังลงไปอย่างกะทันหันแบบนี้

แต่ก่อนที่มันจะมีใครพูดอะไรออกไปอยู่นั่นเอง ฮันเตอร์ผู้ไว้หนวดก็ใช้สายตาหยุดคำพูดของทุกคนเอาไว้ก่อน เพราะเขาก็สังเกตเห็นขนอุยด้วยเช่นกันและเขาก็รู้ดีว่าเจ้าของอสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสมควรจะเข้าไปยั่วยุ

เซี่ยเฟยแสดงท่าทีอิดออดเล็กน้อย แต่เขาก็ยอมขึ้นยานไปด้วยในที่สุด

แน่นอนว่าระบบเรดาร์ของเทียนเหอไม่ได้พังอย่างที่เซียงเป่ยหยางกล่าวอ้างเอาไว้ แต่ชายหนุ่มก็เข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี เขาจึงแกล้งทำเป็นชี้ตำแหน่ง 2-3 ตำแหน่งบนแผนที่ดาว แล้วบอกให้ชายอ้วนหลีกเลี่ยงพื้นที่บริเวณนี้เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่อันตราย

บนตัวยานมีแมลงปอหิมะบรรทุกอยู่ด้วยถึงสามตัว และเซียงเป่ยหยางก็ไม่อยากจะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับอันตราย ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะมีความสงสัยในคำพูดของเซี่ยเฟยอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดเขาก็สั่งให้กัปตันยานหลีกเลี่ยงตำแหน่งที่เซี่ยเฟยกำชับเอาไว้

เมื่อตัวยานเคลื่อนที่ออกมาจากอาณาเขตของรีเวิร์สได้สำเร็จ ทุกคนต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ระหว่างนั้นเซี่ยเฟยก็มุ่งหน้าไปยังห้องพักที่ชายอ้วนจัดเอาไว้ให้เพื่อวางแผนว่าเขาจะเอายังไงกับชีวิตหลังจากนี้

“ไหน ๆ พวกเราก็กลับไปที่ดินแดนกฎไม่ได้อยู่แล้ว ทำไมพวกเราไม่ลองไปที่ออโรร่าดูล่ะ? นายเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าการมีร่มไม้ใหญ่ให้พักพิงมันก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป บางทีพวกเราอาจจะเจอเส้นทางที่ปกป้องดินแดนกฎในระยะยาวก็ได้ เพราะถึงแม้ว่าริเวอร์จะปิดผนึกประตูจักรวาลเอาไว้ แต่ในอีกไม่กี่ร้อยปีต่อมาพวกรีเวิร์สก็จะเข้าไปรุกรานดินแดนกฎอยู่ดี” ลินนิจกล่าว

เซี่ยเฟยยังไม่ได้บอกกับลินนิจว่าสิ่งที่เขารู้สึกกังวลมากที่สุดคือความปลอดภัยของพวกแอวริล อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้ยินว่าผนึกของริเวอร์จะคงอยู่ไปอีกหลายร้อยปี ประกอบกับหญิงสาวย่อมถูกคุ้มครองโดยสกายวิง หลังจากนี้แอวริลก็คงจะไม่มีปัญหาในเรื่องความปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว

อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาได้ผจญภัยมานานหลายปี เขาก็ได้เรียนรู้ว่าการพึ่งพาความแข็งแกร่งของตัวเองเป็นสิ่งที่ยั่งยืนมากที่สุด ถึงแม้เขาจะสบายใจกับสถานการณ์ของแอวริลในเวลานี้ แต่เขาก็ไม่ควรไว้วางใจความปลอดภัยของดินแดนกฎมากเกินไป ถึงยังไงเขาก็ควรจะกลับไปจัดการกับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงตัดสินใจที่จะออกผจญภัยทั่วทั้งจักรวาลอัลฟ่า เพื่อพยายามเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และการเดินทางไปยังตระกูลออโรร่าย่อมเป็นหนึ่งในเส้นทางที่จะทำให้เขาสามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว

ในระหว่างที่เขากำลังคิดถึงเรื่องราวในอนาคต มันก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาจากด้านนอก ก่อนที่เซียงเป่ยหยางจะเปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้อง

ในเวลานี้เซี่ยเฟยได้ถอดชุดเกราะต่อสู้ออกไปแล้ว เหลือเพียงชุดกีฬาง่าย ๆ ที่เขามักจะสวมใส่อยู่เป็นประจำ เมื่อมันประกอบกับพลังในสมองที่ถูกปกปิดอย่างมิดชิด รูปลักษณ์ภายนอกของชายหนุ่มจึงดูไม่เป็นอันตรายต่อใครเลยแม้แต่นิดเดียว

“ไม่ทราบว่าคุณเซียงเป่ยหยางมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ไม่มีเรื่องจริงจังอะไรหรอก ฉันแค่จะมาถามว่าน้องชายเซี่ยเฟยเคยไปที่ดาวแคระแดงมาก่อนไหม ที่นั่นเป็นสถานที่รวมตัวของฮันเตอร์ มันจึงมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป ฉันเลยจะมาเตือนให้น้องชายระมัดระวังตัวเอาไว้หน่อย” เซียงเป่ยหยางกล่าวอย่างสบาย ๆ หลังจากเดินทางกลับมาได้อย่างไม่มีปัญหา

“ฉันเพิ่งเคยเดินทางไปดาวแคระแดงเป็นครั้งแรกและฉันก็ไม่มีใครรู้จักอยู่บนดาวนั้นเลย” เซี่ยเฟยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

เซียงเป่ยหยางขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เพราะมันไม่มีทางที่เซี่ยเฟยจะเดินทางไปยังเขตแดนของพวกรีเวิร์สได้โดยไม่ผ่านดาวแคระแดงมาก่อน ยิ่งได้สังเกตเสื้อผ้าอันเรียบง่ายและรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นอันตราย มันก็ยิ่งทำให้ชายอ้วนรู้สึกหวาดกลัวมากกว่าเดิม

“พูดตามตรงนะน้องชายว่าฉันพอจะมีชื่อเสียงในดาวแคระแดงอยู่เล็กน้อย ถ้านายไม่รังเกียจเดี๋ยวฉันจะเป็นคนคอยดูแลนายเอง อย่างน้อยนายก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายมากกว่าเดิม”

“พวกเราเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัยเพราะคำแนะนำของน้องชายเลย ดังนั้นนายไม่จำเป็นจะต้องกังวล เดี๋ยวฉันจะเป็นคนคอยจัดการเรื่องทุกอย่างบนดาวแคระแดงให้กับนายเอง” เซียงเป่ยหยางกล่าวขณะเหลือบสายตามองไปยังขนอุยที่หลับใหลอยู่บนเตียง

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยย่อมไม่ปฏิเสธของฟรี เขาจึงตอบตกลงกลับไปในทันทีโดยไม่ได้รู้สึกเกรงใจเลยแม้แต่นิดเดียว

“อสูรตัวนั้นให้ความรู้สึกที่เย่อหยิ่งมาก มันคืออสูรศักดิ์สิทธิ์ในตำนานใช่ไหม?” เซียงเป่ยหยางถามขณะพยักหน้าไปทางขนอุย

เซี่ยเฟยแอบรู้สึกตลกอยู่ในใจเล็กน้อย เพราะแทนที่จะเรียกว่าเย่อหยิ่ง คำแทนตัวของขนอุยควรจะใช้คำว่าตัวขี้เกียจมากกว่า วัน ๆ เจ้าตัวน้อยเอาแต่กินกับนอน แต่อย่างน้อยมันก็พอจะมีประโยชน์ในระหว่างการต่อสู้อยู่บ้าง

“ถ้าเขารู้ว่าขนอุยคืออสูรศักดิ์สิทธิ์แสดงว่าเขาจะต้องเป็นคนที่มีความรู้กว้างขวางมากแน่ ๆ การไปอยู่ในความดูแลของเขามันไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ?” ลินนิจกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“คุณควรคิดใหม่นะว่าใครกำลังตกอยู่ในอันตรายกันแน่” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างเฉยเมย

ลินนิจสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าถึงแม้เซี่ยเฟยจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็ไม่มีใครสามารถสร้างอันตรายให้กับชายหนุ่มคนนี้ได้ง่าย ๆ

“น้องชาย อสูรศักดิ์สิทธิ์ของนายดูดีมากเลย ถ้าหากนายสนใจอยากจะขายฉันยินดีเสนอราคาให้ไม่อั้น” เซียงเป่ยหยางถามเข้าประเด็นอย่างตรงไปตรงมา

“เดี๋ยวนี้มันมีการซื้อขายอสูรศักดิ์สิทธิ์กันได้ด้วยเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

“เอ่อ…” ชายอ้วนถึงกับหน้าแดงขึ้นมาอย่างกะทันหัน เพราะอสูรศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ซ้ำใครในจักรวาล ตัวตนของพวกมันจึงเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่เคยมีใครเอาพวกมันมาซื้อขายแลกเปลี่ยนมาก่อนเลย

ยิ่งไปกว่านั้นอสูรศักดิ์สิทธิ์ยังมีสติปัญญาไม่ต่างไปจากพวกเขา และพวกมันก็สามารถจดจำเจ้านายของตัวเองได้เป็นอย่างดี ถึงแม้เซี่ยเฟยจะขายขนอุยให้กับเซียงเป่ยหยางจริง ๆ แต่ชายอ้วนย่อมไม่สามารถฝึกฝนอสูรตัวนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย การถามราคาซื้อขายอสูรศักดิ์สิทธิ์จึงถือว่าเป็นเรื่องไร้สาระอย่างแท้จริง

“อ่า ขอโทษด้วย ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อน” เซียงเป่ยหยางกล่าวก่อนจะรีบออกจากห้องไปด้วยความอับอาย

‘นี่ฉันบ้าไปแล้วหรือไง อสูรศักดิ์สิทธิ์จะยอมรับเจ้านายเพียงแค่คนเดียว อีกอย่างในเมื่อเซี่ยเฟยเป็นเจ้าของอสูรศักดิ์สิทธิ์แล้วคนแบบนี้จะขาดแคลนเงินตราที่ไหนกัน ดูเหมือนว่าฉันจะแก่จนเริ่มเลอะเลือนไปแล้วสินะ’ เซียงเป่ยหยางคิดกับตัวเองภายในใจ

ดาวแคระแดง

ถึงแม้ดาวดวงนี้จะมีชื่อว่าดาวแคระแดง แต่ขนาดของมันกลับใหญ่โตกว่าดาวโลกหลายสิบเท่า ประชากรบนดวงดาวก็มีจำนวนอยู่มากกว่า 10,000 ล้านคน โดยผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่คือฮันเตอร์และมีโซลฮันเตอร์กับโซลอีทเตอร์ปะปนอยู่บ้างอีกเล็กน้อย

เซียงเป่ยหยางเขียนจดหมายแนะนำให้เซี่ยเฟยนำไปมอบให้กับโรงแรม จากนั้นเขาก็แยกตัวออกไปส่งภารกิจเพื่อรับรางวัลเป็นเงินก้อนใหญ่

โรงแรมนี้มีชื่อว่าเป่ยหยางโดยตั้งชื่อตามเซียงเป่ยหยาง ตัวอาคารมีห้องพักทั้งหมดถึง 360 ห้องซึ่งมันถือว่าเป็นโรงแรมขนาดกลางภายในดาวเคราะห์ดวงนี้

ผู้จัดการโรงแรมมองเซี่ยเฟยอย่างดูถูกเล็กน้อย เพราะชายหนุ่มแต่งตัวมอซอมากเกินไปดูไม่เหมือนคนสำคัญเลยแม้แต่นิดเดียว เขาจึงทำการจัดห้องเล็ก ๆ ใต้ดินที่มีหน้าต่างบานเดียวให้กับเซี่ยเฟย เพื่อต้องการเก็บห้องอันหรูหราเอาไว้ขายให้กับลูกค้ารายอื่น

แต่ไหนแต่ไรชายหนุ่มก็ไม่เคยเรื่องมากเรื่องอาหารและที่พักของตัวเองอยู่แล้ว เขาจึงเข้าไปในห้องเล็ก ๆ โดยไม่พูดอะไร ก่อนที่จะนั่งขัดสมาธิบนเตียงเพื่อพักฟื้นร่างกายอย่างสงบ

เช้าวันรุ่งขึ้นชายหนุ่มก็ขึ้นไปบนชั้น 2 เพื่อกินอาหาร โดยในระหว่างนี้เขาก็พยายามเรียนรู้วัฒนธรรมของจักรวาลอัลฟ่าไปด้วย เพราะเขายังจำเป็นจะต้องอยู่ในจักรวาลนี้ไปอีกนาน และถึงแม้ว่าลินนิจจะคอยแนะนำสิ่งต่าง ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยังชอบที่จะเห็นสิ่งต่าง ๆ ด้วยตาของตัวเอง

เมืองนี้สมควรแล้วที่จะถูกเรียกว่าเมืองของฮันเตอร์ เพราะบนถนนมีนักรบที่มีพลังระดับราชันย์กฎเดินไปมาอย่างมากมาย ฮันเตอร์หลาย ๆ คนมีพลังอยู่ในระดับจอมกฎแล้วด้วยซ้ำ การพบเจอกับสังคมแบบนี้จึงถือว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาชายหนุ่มมากพอสมควร

“ที่นี่มีคนเก่งเยอะมากจริง ๆ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าหากพวกเขาย้ายไปอยู่อาศัยภายในดินแดนกฎ” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

“นายเพ้อเจ้ออะไร ดาวแคระแดงอยู่ห่างจากศูนย์กลางของจักรวาลมาก เมื่อไหร่ก็ตามที่นายเข้าใกล้จุดศูนย์กลางของจักรวาลอัลฟ่าจริง ๆ เมื่อนั้นนายก็จะรู้เองว่าคนพวกนี้เป็นแค่นักรบระดับต่ำ ดาวบางดวงมีแต่จอมกฎกับพระเจ้าอาศัยอยู่เท่านั้น และมันก็มีเพียงแต่ผู้ที่สามารถเปิดโซลมาร์คขึ้นมาได้ถึงจะถูกยอมรับว่าเป็นนักรบที่แท้จริง” ลินนิจอธิบาย

“นักรบระดับพระเจ้ากับระดับจอมกฎอยู่ในระดับที่สูงกว่าราชันย์มากเลยไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมมันถึงมีนักรบระดับสูงขนาดนั้นอาศัยอยู่เต็มทั้งดาว?” เซี่ยเฟยถามอย่างสับสน

“นายนี่ไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ ตัวตนในระดับจอมกฎขึ้นไปคือตัวตนที่มีชีวิตเป็นอมตะ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจอมกฎจะสามารถเปิดโซลมาร์คขึ้นมาได้ หลังจากเวลาผ่านพ้นไปอย่างเนิ่นนานตัวตนในระดับจอมกฎกับพระเจ้าก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ตัวตนในระดับราชันย์ทยอยตายกันไปตามวันเวลา”

“อีกอย่างถึงแม้นักรบบางคนจะสามารถเปิดโซลมาร์คขึ้นมาได้สำเร็จ แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้ถูกยอมรับว่าเป็นนักรบวิญญาณอยู่ดี ยกตัวอย่างเช่น เซี่ยกู่เฉิงกับเครนที่เปิดโซลมาร์คออกมาได้แล้ว แต่พวกเขายังไม่เคยครอบครองอาวุธวิญญาณ พวกเขาจึงไม่สามารถใช้วิชาเกี่ยวกับวิญญาณได้ ตัวตนของพวกเขาจึงยังไม่ถูกยอมรับว่าเป็นนักรบวิญญาณที่แท้จริง” ลินนิจอธิบาย

ในขณะที่เซี่ยเฟยกำลังพูดคุยถามเรื่องราวต่าง ๆ จากลินนิจอย่างมากมาย ทันใดนั่นเองชายหนุ่มก็ตระหนักได้ว่าตัวตนของเขาที่เคยเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในดินแดนกฎกลับไม่มีเงินของจักรวาลอัลฟ่าติดตัวอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

***************

ยากจนทันที ถึงเวลาหาเงินใหม่แล้วจ้า

จบบทที่ ตอนที่ 1,038 ดาวแคระแดง

คัดลอกลิงก์แล้ว