- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,032 โกลเด้นอาย
ตอนที่ 1,032 โกลเด้นอาย
ตอนที่ 1,032 โกลเด้นอาย
ตอนที่ 1,032 โกลเด้นอาย
การระเบิดตัวเองของไททันทำให้ทั่วทั้งกาแล็กซีเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ซึ่งในระหว่างที่เปลวไฟกำลังพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้า ดวงตาสีทองคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน ซึ่งมันก็ทำให้แม้กระทั่งวีรบุรุษของดินแดนกฎอย่างริเวอร์ก็ยังต้องหน้าเปลี่ยนสี
ตัวตนที่ทำให้โซลฮันเตอร์ผู้แข็งแกร่งตกใจได้ถึงขนาดนี้ มันจะต้องเป็นตัวตนที่มีความน่าหวาดกลัวอยู่ในระดับไหนกันแน่?
หากใครที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์จะไม่มีวันเข้าใจเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต แต่หากใครที่อยู่เหตุการณ์ในวันนั้นจะไม่มีวันหลงลืมความหวาดกลัวนี้ไปชั่วชีวิตด้วยเช่นกัน
เจ้าของดวงตาสีทองคู่นั้นให้ความรู้สึกดุร้ายจนนักรบในดินแดนกฎรู้สึกหวาดกลัวไปจนถึงกระดูก
เหล่าบรรดาทหารต่างก็หวาดกลัวจนแทบจะล้มทั้งยืน แม้แต่เหล่าพระเจ้าก็หน้าเปลี่ยนสีเป็นซีดเผือด
“ไม่นะ! นั่นมันโกลเด้นอาย!!” ริเวอร์สะดุ้งขึ้นมาอย่างตกใจ
“โกลเด้นอาย!?” เครนอุทานอย่างสับสน
“พวกมันคือนักรบชั้นยอดของรีเวิร์สที่เคยไล่ล่าฉันในอดีต ถึงแม้ฉันจะฟื้นคืนพลังมาอย่างเต็มที่ แต่ฉันก็มีพลังเสมอกับพวกมันเท่านั้น” ริเวอร์อธิบายในขณะที่ดวงตาของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง
ย้อนกลับไปในอดีตพวกเขาจำเป็นจะต้องหลบหนีโกลเด้นอายอย่างสุดกำลัง และทำให้เซียวกู๋ปู่ของเซี่ยเฟยเสียชีวิตจากพิษร้ายหลังจากถูกตามล่าอย่างเต็มกำลัง เมื่อในวันนี้ริเวอร์ได้เจอกับศัตรูในอดีตอีกครั้ง เขาจึงทำการปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างเต็มกำลังมากกว่าในตอนที่เขาเผชิญหน้ากับเหวินเซียว
“ไม่มีเวลาแล้ว ฉันจะต้องปิดผนึกประตูจักรวาลเดี๋ยวนี้ ทุกคนจะต้องพยายามถ่วงเวลามันเอาไว้อย่าให้มันเข้ามาในจักรวาลนี้ได้เป็นอันขาด!” ริเวอร์ตะโกนเสียงดัง
ไม่ว่าริเวอร์จะอยากแก้แค้นให้นายน้อยของตัวเองมากแค่ไหน แต่เขาก็รู้ดีว่าในตอนนี้เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของโกลเด้นอายอีกต่อไปแล้ว ความหุนหันพลันแล่นมีแต่จะทำให้เรื่องทุกอย่างพังไม่เป็นท่า สิ่งเดียวที่พอจะช่วยกอบกู้สถานการณ์นี้ได้คือเขาจำเป็นจะต้องตัดสินใจอย่างสงบ
เหล่าบรรดาพระเจ้าทั้งหกพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม เพราะพวกเขาก็ต้องการที่จะปิดผนึกประตูจักรวาลอีกครั้งเช่นเดียวกัน น่าเสียดายที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าการผนึกประตูจักรวาลเอาไว้จำเป็นจะต้องให้ริเวอร์เสียสละร่างกายเป็นครั้งที่ 2
ปัจจุบันดินแดนกฎได้กำจัดผู้สร้างรุ่นเก่าที่ทรยศพวกเขาไปจนหมดแล้ว การพัฒนาหลังจากนี้ย่อมไม่มีอะไรมาคอยควบคุมพวกเขาอีกต่อไป อย่างไรก็ตามดินแดนกฎก็ยังจำเป็นจะต้องใช้เวลาสำหรับการพัฒนา หากพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากพวกรีเวิร์ส มันย่อมไม่มีทางที่พวกเขาจะสามารถผลิตพระเจ้าขึ้นมาเป็นจำนวนมากได้อย่างแน่นอน
ริเวอร์ตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าเขาจะทำการปิดผนึกประตูจักรวาลเอาไว้ ก่อนที่โกลเด้นอายจะปรากฏตัวในจักรวาลนี้
การที่มันได้มีดวงตาสีทองปรากฏขึ้นมาก็ไม่ได้หมายความว่าโกลเด้นอายปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว เพียงแต่ว่ามันอยู่ใกล้กับประตูจักรวาลมากและใช้วิชาเฉพาะตัวเพื่อคอยสังเกตเหตุการณ์ในสนามรบ
โกลเด้นอายไม่เพียงแต่จะเป็นอสูรกายที่แข็งแกร่งมาก แต่มันยังมีสติปัญญาที่ชาญฉลาดมากอีกด้วย ตั้งแต่ช่วงต้นของสงครามมันคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลาว่าใครคืออุปสรรคที่ขัดขวางเส้นทางของพวกมันมากที่สุด และมันก็จะเลือกลงมือช่วงเวลาที่กองกำลังของมันกำลังเพลี่ยงพล้ำอยู่เท่านั้น
ดวงตาสีทองจับจ้องมองไปยังริเวอร์อย่างไม่วางตาราวกับว่าดวงตาคู่นี้ละเลยนักรบของดินแดนกฎทั้งหมดไปโดยสิ้นเชิง
ริเวอร์ยกรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย อ้าแขนทั้งสองข้างออกด้านข้างเพื่อพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดเข้าสู่ร่างกาย
ตอนแรกโกลเด้นอายดูเหมือนจะสับสนอยู่เล็กน้อย และทันใดนั้นมันก็ชะงักค้างไปราวกับว่ามันเข้าใจว่าริเวอร์กำลังพยายามจะทำอะไรกันแน่
ในที่สุดดวงตาสีทองก็หายไปจากห้วงอเวจี แรงกดดันอันแข็งแกร่งก็ได้หายไปพร้อมกับตาสีทองคู่นั้นด้วย เหล่าบรรดานักรบจากดินแดนกฎต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เมื่อปราศจากการคุกคามของเหล่าบรรดาอสูรกาย ห้วงอเวจีก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ทุกคนกลับสัมผัสได้ถึงความเงียบสงัดที่ทำให้ขนลุกขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ดูนั่น!” นักรบคนหนึ่งชี้นิ้วไปกลางอากาศพร้อมกับอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อได้เห็นริเวอร์บินไปท่ามกลางท้องฟ้า ก่อนที่จะยืนเหยียดแขนอยู่เหนือห้วงอเวจีเพียงลำพัง
พลังงานปริมาณมหาศาลพุ่งออกมาจากร่างกายของริเวอร์อย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดพายุพลังงานอันรุนแรง แต่กระบวนการนี้ก็ทำให้ร่างกายของโซลฮันเตอร์แก่ตัวลงอย่างกะทันหัน เพราะในเวลาเพียงแค่พริบตาเดียวทั้งผมและหนวดเคราก็ได้เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีขาว
“นั่นเขาจะทำอะไร?”
“ไม่รู้สิ บางทีเขาอาจจะใช้วิชาการโจมตีอะไรออกมาก็ได้”
“เป็นไปได้! เขาคือคนที่แข็งแกร่งมาก การเคลื่อนไหวของเขามันไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะคาดเดาได้เลย”
นักรบในดินแดนกฎต่างก็คิดว่าริเวอร์จะปลดปล่อยวิชาการโจมตีขนาดใหญ่ ทุกคนจึงเฝ้าดูการเคลื่อนไหวครั้งนี้ด้วยท่าทางที่สนอกสนใจอย่างมาก
“หือ ทำไมพวกพระเจ้าถึงไปอยู่ตรงนั้นล่ะ?”
เมื่อมีนักรบคนหนึ่งอุทานขึ้นมา ทุกคนก็ตระหนักได้ว่าพระเจ้าทั้งหกคนกำลังยืนเรียงกันเป็นวงกลมบริเวณปากทางของห้วงอเวจี ซึ่งการตั้งกระบวนรบลักษณะนี้มันก็สามารถคาดเดาได้อย่างง่ายดายว่าพวกเขาทั้งหกคนกำลังพยายามปกป้องริเวอร์อยู่
ทุกคนต่างก็มองภาพตรงหน้าอย่างสับสน เพราะมันเห็นได้ชัดว่าริเวอร์คือนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดจากนักรบทุกคนในดินแดนแห่งนี้แล้ว คำถามก็คือทำไมริเวอร์จะต้องให้คนที่อ่อนแอกว่ามาปกป้องตัวเองด้วย หรือมันเป็นเพราะเขาสูญเสียความสามารถในการป้องกันในระหว่างที่เขาจะทำการปลดปล่อยการโจมตี
เซี่ยกู่เฉิงโบกแขนออกคำสั่งให้จอมเทพทั้งห้าของสกายวิงเคลื่อนที่มารับคำสั่งจากบรรพบุรุษของพวกเขา
“ใช้กระบวนทัพหมาป่าคลั่ง” เซี่ยกู่เฉิงออกคำสั่งอย่างจริงจัง
“กระบวนทัพหมาป่าคลั่ง!?” เซี่ยเหยาสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ
กระบวนทัพหมาป่าคลั่งไม่ใช่รูปแบบการจัดทัพสำหรับการต่อสู้แบบปกติ แต่มันเป็นกระบวนทัพสำหรับการสังหารศัตรูโดยเฉพาะ ซึ่งการสังหารนั้นคือการสังหารอย่างบ้าคลั่งและพร้อมที่จะเสียสละชีวิตเพื่อทำลายศัตรูไปพร้อม ๆ กัน
เมื่อจอมเทพทั้งห้าได้รับคำสั่ง มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกสับสนอยู่เล็กน้อย
“เซี่ยเฟยไปไหน?” เซี่ยเหลียงที่มีพลังระดับสูงสุดกล่าวถาม ท้ายที่สุดชายหนุ่มคนนี้ก็เป็นหมาป่าเดียวดายที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ การขาดเซี่ยเฟยไปจึงทำให้กระบวนทัพหมาป่ามีกำลังน้อยลง
“ไม่ต้องสนใจว่าเขาไปไหน ไม่ว่าเขาจะมาหรือไม่แต่พวกเราก็ต้องปกป้องริเวอร์เอาไว้ให้ได้” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวอย่างจริงจัง
เมื่อได้ฟังคำสั่งจากบรรพบุรุษอีกครั้ง ฝูงหมาป่าสกายวิงก็ได้ตระหนักแล้วว่าบรรพบุรุษเตรียมพร้อมที่จะแลกชีวิตเพื่อปิดผนึกเส้นทางอันตรายแห่งนี้เอาไว้
—
เสียงคำรามจากคนคนเดียวกลับมีพลังน่าเกรงขามมากกว่ากองทัพที่มีทหารหลายพันคน ริเวอร์จึงเหลือบสายตามองไปยังเซี่ยกู่เฉิงอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับหลับตาลงโดยไม่พูดอะไรและทำการปลดปล่อยพลังออกอย่างเต็มที่
ลำแสงพลังงานลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าและรวมตัวกันก่อกำเนิดเป็นเขตอาคม เพียงแต่เขตอาคมนี้ไม่ใช่เขตอาคมสำหรับการโจมตีอย่างที่ริเวอร์ได้ใช้ในตอนแรก แต่มันเป็นเขตอาคมที่มีไว้สำหรับการปิดประตูจักรวาล
ตอนแรกเขตอาคมมีขนาดเล็กมาก แต่เมื่อริเวอร์เติมเต็มพลังงานเข้าไปเรื่อย ๆ ขนาดของเขตอาคมก็ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน
ทันใดนั้นร่าง ๆ หนึ่งก็บินออกมาจากห้วงอเวจี โดยมันส่งแรงกดดันมาที่ริเวอร์ นอกจากนี้ดวงตาสีทองของมันยังทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว แน่นอนว่ามันจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากโกลเด้นอาย
“จัดการมันซะ!” เซี่ยกู่เฉิงตะโกนออกคำสั่ง ก่อนที่ฝูงหมาป่าจะเริ่มเคลื่อนที่ออกไปเพื่อทำการโจมตี
แต่ในทันใดนั่นเองโอเชี่ยนที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดก็ทำการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน และถึงแม้ว่าชายร่างอ้วนจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขากลับกระโจนเข้าใส่โกลเด้นอายเป็นคนแรก
โอเชี่ยนรู้ดีว่าตอนนี้เขาคือผู้ที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาพระเจ้าทั้งหกคน และถ้าหากว่ามันจะต้องต่อสู้กันจริง ๆ ดีไม่ดีเขาก็อาจจะอ่อนแอมากกว่าจอมเทพทั้งห้าจากสกายวิงด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงตัดสินใจเป็นแนวหน้าเพื่อเผชิญหน้ากับโกลเด้นอายจนตายกันไปข้างหนึ่ง
หากเขาทำให้โกลเด้นอายเปิดเผยความสามารถของตัวเองออกมาได้ มันก็จะช่วยลดความสูญเสียของพระเจ้าคนอื่นได้มากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดทุกคนต่างก็เป็นนักรบชั้นยอด การได้เห็นวิธีการโจมตีแล้วครั้งหนึ่งมันย่อมทำให้วิธีการโจมตีนั้นไม่สามารถนำมาใช้กับพวกเขาอย่างง่าย ๆ ได้อีกต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้นโอเชี่ยนยังรู้ดีว่าเซี่ยกู่เฉิงเรียกฝูงหมาป่าทั้งห้าเพื่อเปิดเผยความแข็งแกร่งของศัตรู เขาจึงตัดสินใจรับหน้าที่นี้มาทำแทนนักรบสกายวิง
กลืน!
เมื่อระยะห่างระหว่างโอเชี่ยนกับโกลเด้นอายเข้าใกล้กันมากขึ้น ทันใดนั้นชายอ้วนก็ส่งเสียงคำรามพร้อมกับอ้าปากสูดลมหายใจเข้าไปอย่างกะทันหัน
ความสามารถของโอเชี่ยนคือการกลืนกินพลังงานของศัตรู ยิ่งไปกว่านั้นชายอ้วนคนนี้ยังสามารถขโมยพลังจากศัตรูมาเป็นของตัวเองได้จากระยะไกล ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่พลังที่มีความแข็งแกร่งเหมือนกับการสังหารด้วยเนอร์วาน่า แต่มันก็เป็นความสามารถที่สามารถสร้างความตื่นตระหนกให้กับศัตรูอย่างง่ายดายด้วยเช่นกัน
พลังงานที่มองไม่เห็นเริ่มเคลื่อนไหวเข้าสู่ร่างกายของโอเชี่ยนอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งโกลเด้นอายก็ต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการโจมตีนี้ไปตามสัญชาตญาณของตัวเอง อย่างไรก็ตามในที่สุดอสูรกายดวงตาสีทองก็ตัดสินใจมุ่งหน้าตรงมาโดยไม่หลบหลีกไปไหน ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเร่งความเร็วเข้าหาโอเชี่ยนอย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
การปะทะกันระหว่างยอดนักรบจบลงในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที โดยที่โอเชี่ยนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อศัตรูโดยสิ้นเชิง
โกลเด้นอายขยับมือตัดผ่านจากบนลงล่างแบ่งร่างกายขนาดใหญ่ของโอเชี่ยนออกเป็นสองส่วน
แม้ความสามารถของโอเชี่ยนจะน่ากลัว แต่เขาก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าพลังงานในดินแดนกฎกับพลังวิญญาณคือสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเคลื่อนไหวของเขาจึงสามารถดูดพลังจากโกลเด้นอายไปได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่เพียงพอจะสร้างความตื่นตระหนกอย่างที่เขาได้วางแผนเอาไว้
พระเจ้าทั้งห้าและฝูงหมาป่าสกายวิงต่างก็มองไปยังภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เพราะมันไม่มีใครกล้าคิดว่าโกเด้นอายจะแข็งแกร่งถึงกับสามารถสังหารพระเจ้าภายใต้การโจมตีครั้งเดียวแบบนี้
“ทุกคนโจมตี! ไม่ว่าจะทำยังไงเราก็ต้องหยุดมันเอาไว้ให้ได้!!” เซี่ยกู่เฉิงส่งเสียงตะโกนดึงสติของทุกคนกลับคืนมา
บรรพบุรุษสกายวิงผู้นี้ทำความเข้าใจได้ในทันทีว่ามันไม่มีใครสามารถเอาชนะศัตรูตรงหน้าได้อย่างแน่นอน การพุ่งตัวไปข้างหน้าทีละคนก็ไม่ต่างไปจากการพยายามฆ่าตัวตาย มีเพียงการลงมือพร้อมกันเท่านั้นถึงจะสามารถถ่วงเวลาอีกฝ่ายเอาไว้ได้นานที่สุด
พระเจ้าทั้งห้าและฝูงหมาป่าต่างก็เคลื่อนไหวออกไปพร้อม ๆ กัน แล้วถึงแม้ว่ามันจะเป็นการต่อสู้แบบ 10 ต่อ 1 แต่ 7 วินาทีต่อมาเครนก็คือเหยื่อที่ถูกสังหารคนต่อไป
12 วินาทีต่อมาโอลเดนก็ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้อีกต่อไป เหตุการณ์นี้จึงทำให้นักรบทุกคนต่างก็พูดอะไรออกมาไม่เป็นภาษา
เป็นไปได้ไหมว่าถึงแม้พวกเขาจะรวมกำลังกัน แต่พวกเขาก็คงจะไม่สามารถหยุดอสูรกายดวงตาสีทองตัวนี้เอาไว้ได้!?
ในตอนนี้เหลือเวลาอีก 3 นาที 26 วินาที ก่อนที่เขตอาคมผนึกประตูจักรวาลของริเวอร์จะเสร็จสมบูรณ์
***************
แทบจะตายกันหมดแล้วพี่เฟยก็ยังไม่มา!!