- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,031 องค์ประกอบของจักรวาล
ตอนที่ 1,031 องค์ประกอบของจักรวาล
ตอนที่ 1,031 องค์ประกอบของจักรวาล
ตอนที่ 1,031 องค์ประกอบของจักรวาล
ณ พื้นที่ดาวอันห่างไกล เปลวไฟจากยานไททันก็ยังคงนำพาพวกแอวริลเดินทางหนีออกห่างไปจากประตูจักรวาลให้ไกลที่สุด
เซียวรั่วหยูรู้ดีว่าแอวริลกำลังคิดอะไรอยู่ และถึงแม้เธอจะไม่สบายใจกับสถานการณ์นี้ด้วยเหมือนกัน แต่เธอก็ยังคงเลือกที่จะปลอบใจพี่สาวของเธอคนนี้ก่อน
“พี่แอวริลพักผ่อนเถอะ พี่เซี่ยเฟยไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว เมื่อก่อนพี่เขาก็เคยเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องดีได้ตั้งหลายครั้ง เรื่องคราวนี้ทำอะไรพี่เขาไม่ได้หรอก” เซียวรั่วหยูกล่าวเบา ๆ
แอวริลหันมามองเซียวรั่วหยู เงียบ ๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งหลังจากที่หญิงสาวคนนี้ได้รับคำสั่งมาจากเซี่ยเฟย เซียวรั่วหยูก็ไม่เคยปล่อยเธอให้อยู่โดดเดี่ยวเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“โอเค พวกเรากลับกันเถอะ ส่วนเธอก็ไปอยู่กับครอบครัวได้แล้ว ไหน ๆ ก็อยู่บนยานลำเดียวกันทั้งทีจะแยกกันอยู่แบบนี้ไปทำไม” แอวริลกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันค่อยกลับไปหาครอบครัวหลังจากที่พี่นอนแล้วก็ได้” เซียวรั่วหยูตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
หลังจากพูดจบหญิงสาวทั้งสองก็เดินจับมือเพื่อกลับไปยังห้องนอน แต่จู่ ๆ แอวริลก็ชะงักค้างไปอย่างฉับพลัน
ศิลาหางฟินิกซ์พุ่งออกมาบินวนรอบร่างของแอวริลอย่างเงียบ ๆ ราวกับว่ามันกำลังจะบอกลาหญิงสาวที่อยู่กับมันมาเป็นเวลานาน แล้วมันก็ทำให้แอวริลเต็มไปด้วยอารมณ์โศกเศร้าในทันที เพราะในตอนนี้ไม่เพียงแต่เซี่ยเฟยจะจากลาไปเท่านั้น แม้แต่ศิลาหางฟินิกซ์ก็กำลังบอกลาเธออยู่ด้วย
หินก้อนนี้เป็นหนึ่งในของขวัญเพียงแค่ไม่กี่อย่างที่เซี่ยเฟยได้มอบเอาไว้ให้ และแอวริลก็ชื่นชอบก้อนหินที่ซุกซนก้อนนี้มาก แต่เหตุผลอะไรที่ไม่อาจทราบมันกลับทำให้ศิลาหางฟินิกซ์ต้องจากลากับเธอไปอย่างกะทันหัน
ฟิ้ว!
ในที่สุดศิลาหางฟินิกซ์ก็พุ่งตัวออกไปอย่างมีความสุขราวกับว่ามันได้รอคอยช่วงเวลานี้มาโดยตลอด
“ศิลาหางฟินิกซ์หนีไปงั้นเหรอ?!” เซียวรั่วหยูอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะเธอไม่เคยได้ยินเรื่องที่อาวุธมายาละทิ้งเจ้านายของพวกมันมาก่อนเลย
ทันใดนั่นเองหญิงสาวก็ได้พบว่าดวงตาของแอวริลเต็มไปด้วยน้ำตา เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่น้ำตาแห่งความโศกเศร้าแต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ
“เซี่ยเฟยเคยบอกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสามารถหลอมรวมอาวุธมายาธาตุพืชได้ครบทั้งเจ็ดชนิด มันย่อมก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ไปยังอาวุธมายาชนิดอื่น ๆ ในเวลานั้นอาวุธมายาที่เหลืออีกสี่ธาตุจะไม่สามารถอยู่แยกกันเหมือนในอดีตได้อีกต่อไป แต่พวกมันจะพยายามกลับมาหลอมรวมกันเพื่อรักษาสมดุลย์ของจักรวาล”
“การที่จู่ ๆ ศิลาหางฟินิกซ์หนีไปแบบนั้น มันก็หมายความว่าเซี่ยเฟยหลอมรวมอาวุธมายาธาตุพืชได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว” แอวริลกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ขณะที่ใบหน้าของเซียวรั่วหยู่เปลี่ยนจากความสงสัยกลายเป็นความประหลาดใจ
ท้ายที่สุดความสำเร็จในการหลอมรวมอาวุธมายาก็เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่อง ที่สำคัญอาวุธมายาธาตุพืชที่เสร็จสมบูรณ์นี้ยังเป็นสิ่งที่อยู่ในการครอบครองของเซี่ยเฟย หลังเสร็จสิ้นกระบวนการหลอมร่วมพลัง การสู้รบของชายหนุ่มย่อมเพิ่มมากกว่าเดิมไม่น้อยกว่าสองเท่าอย่างแน่นอน และในสภาวะสงครามอย่างในปัจจุบัน มันก็ไม่มีอะไรดีกว่าการที่เซี่ยเฟยมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น
หญิงสาวทั้งสองกระโดดกอดกันอย่างมีความสุข และถึงแม้พวกเธอจะเสียดายกับการจากไปของศิลาหางฟินิกซ์อยู่บ้าง แต่พวกเธอก็รู้สึกโล่งใจมากกว่าเมื่อการจากไปของศิลาหางฟินิกซ์คือสัญญาณว่าเซี่ยเฟยมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
—
เซี่ยเฟยสังเกตเห็นอุกกาบาตหลากสีลอยมารวมตัวกันบนท้องฟ้า และถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าพวกมันเดินทางมาจากไหน แต่เขาก็รู้ดีว่าพวกมันคืออาวุธมายาแต่ละชนิดอย่างแน่นอน
“ฮ่า ๆ ๆ นี่น่ะเหรอปฏิกิริยาของอาวุธมายาชิ้นอื่นหลังจากที่อาวุธมายาธาตุพืชถูกหลอมรวมจนเสร็จ ดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกปลุกสัญชาตญาณให้มารวมตัวกันที่นี่นะ” ลินนิจกล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
ต่อมาลำแสงหลากสีเหล่านี้ก็เริ่มหมุนวนเข้าด้วยกันก่อเกิดเป็นพายุอันสวยงาม
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวและเมื่ออาวุธมายาแยกจากกันอีกครั้ง แสงอุกกาบาตก็หลงเหลืออยู่เพียงแค่ 4 ดวง ก่อนที่พวกมันจะกระจายหายไปในจักรวาลอย่างไร้ร่องรอย
“ดูเหมือนว่าการกระทำของนายจะไปกระตุ้นให้อาวุธมายาธาตุอื่นหลอมรวมตัวเองเข้ากับเพื่อน ๆ ของพวกมันด้วย นับจากนี้จะไม่มี 30 อาวุธมายาอีกต่อไป แต่จะมีเพียงแค่อาวุธมายา 5 ธาตุที่ต่างก็ล้วนแล้วแต่ถูกหลอมรวมโดยสมบูรณ์” ลินนิจกล่าว
“หลอมรวมกันหมดเลยงั้นเหรอ?!” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าการที่อาวุธมายาธาตุอื่น ๆ ถูกกระตุ้นให้มาหลอมรวมกันแบบนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องร้ายหรือเรื่องดีสำหรับเขากันแน่
จักรวาลประกอบไปด้วยสมดุลย์ 5 ธาตุได้แก่ธาตุดิน, น้ำ, ไฟ, พืช, โลหะ และถูกส่งเสริมด้วยแสงสว่างกับความมืด นี่คือองค์ประกอบหลักทั้งเจ็ดของจักรวาล และสิ่งที่นายมีอยู่ในมือตอนนี้ก็คือ 1 ใน 7 องค์ประกอบหลักของจักรวาลอันยิ่งใหญ่
“นายน้อยเคยบอกว่าอาวุธมายาไม่ได้เป็นเพียงแต่อาวุธ แต่พวกมันยังมีประโยชน์ที่สำคัญอื่น ๆ อีกด้วย เพียงแต่ฉันไม่รู้ว่าคำพูดนั้นมันหมายถึงอะไรกันแน่” ลินนิจกล่าว
เซี่ยเฟยไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับอาวุธชิ้นอื่นมากนัก และไม่ว่าใครที่จะได้รับอาวุธเหล่านั้นไปย่อมกลายเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งในอนาคตอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาจำเป็นจะต้องทำคือการมุ่งหน้าตรงไปยังประตูจักรวาลให้เร็วที่สุด
—
เมื่อวอร์สตาร์พบว่าปืนใหญ่อะโพคาลิปส์ไม่สามารถทำลายรีเวิร์สดวงตาสีดำที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นได้ เขาก็ออกคำสั่งให้ไททันเคลื่อนที่ออกไปทำลายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
ยานลำยักษ์พุ่งเข้าสู่ห้วงอเวจีอย่างรวดเร็วและเริ่มทำการเปิดระบบทำลายตัวเองโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เมื่อไม่มีพลังงานไททันก็ไม่สามารถที่จะยิงปืนใหญ่ทำลายล้างได้อีกต่อไป ในเวลานั้นมันก็จะกลายเป็นเพียงแค่เป้านิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ ต่อสงครามนี้ได้อีกแล้ว
วอร์สตาร์เข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างดี เขาจึงตัดสินใจว่าทางออกเดียวของสถานการณ์ในตอนนี้คือการระเบิดไททันให้พังทลายไปพร้อมกับศัตรู
ระบบภายในของไททันถูกออกแบบมาอย่างซับซ้อน และระบบพลังงานภายในตัวยานก็มีอยู่ถึง 12 หน่วยด้วยเช่นกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ระบบพลังงานทั้ง 12 หน่วยถูกจุดชนวนขึ้นมาอย่างกะทันหัน การทำลายที่เกิดจากแรงระเบิดของมันย่อมรุนแรงไม่ต่างไปจากเหตุการณ์บิกแบง
หากการโจมตีครั้งสุดท้ายของนักรบคือการระเบิดพลังชีวิต การโจมตีครั้งสุดท้ายของไททันก็คือการระเบิดระบบพลังงานให้ตกตายไปพร้อมกับศัตรู
วอร์สตาร์ปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมาจากเซี่ยเฟยอย่างเคร่งครัด ซึ่งถ้าหากว่าไททันไม่หลงเหลือพลังงานสำหรับการยิงอีกต่อไปแล้ว เขาก็พร้อมที่จะสละไททันทั้ง 10 ลำให้ระเบิดทำลายศัตรูโดยไม่ลังเล
ในสมองกลของหุ่นยนต์ไม่มีคำว่ายืดหยุ่น เมื่อคำสั่งของเซี่ยเฟยคือการปกป้องประตูจักรวาลไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการใดก็ตาม มันก็อย่าว่าแต่การทำลายไททันทั้ง 10 ลำนี้เลย แม้ว่าวันนี้เผ่าพันธุ์จักรกลทั้งหมดจะต้องถูกทำลายแต่วอร์สตาร์ก็จะไม่มีคำว่าลังเล
ความบ้าคลั่งของเซี่ยเฟยพลิกความคิดของหุ่นยนต์เหล่านี้ไปทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นหุ่นยนต์ทุกตัวในปัจจุบันต่างก็เข้าใจความจริงในข้อนี้เป็นอย่างดี
ถ้าหากพวกเขาไม่บ้าในวันนี้พวกเขาคงจะไม่รอด!
“รายงาน ตอนนี้ได้ทำการส่งคริสตัลส่วนเกินไปยังสตาร์ล็อกแล้ว!” เสียงรายงานดังมาจากยานจูปิเตอร์ ท้ายที่สุดยานลำนี้ก็กำลังเข้าสู่กระบวนการทำลายตัวเอง พวกเขาจึงไม่จำเป็นจะต้องใช้คริสตัลต้นกำเนิดเหล่านั้นอีกต่อไป
“รายงานสถานการณ์ของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 ถึงหมายเลข 12 มาเดี๋ยวนี้”
“เตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 มีพลังงาน 100% จะเข้าสู่กระบวนการโอเวอร์โหลดภายใน 5 วินาที”
“เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 มีพลังงาน 5% จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการโอเวอร์โหลดในอีก 96 วินาที”
…
แม้ว่าภารกิจนี้จะทำให้หุ่นยนต์ทั้งหมดที่อยู่บนจูปิเตอร์ถูกทำลาย แต่พวกมันก็ยังคงปฏิบัติงานเป็นปกติไม่มีความหวั่นไหวเหมือนมนุษย์ แม้แต่ในช่วงสุดท้ายของชีวิตพวกมันก็ยังคงยึดมั่นกับงานที่ได้รับมอบหมาย กระทั่งหุ่นยนต์ทำความสะอาดก็ยังคงทำความสะอาดตัวยานต่อไป ถึงแม้ยานลำนี้จะถูกลิขิตให้โดนทำลายไปแล้วก็ตาม
กุญแจสำคัญของการจุดระเบิดคือการทำให้เตาปฏิกรณ์ทำงานเกินขีดจำกัด และเมื่อมันได้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ในตัวยาน เมื่อนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ระเบิดได้ก็จะเกิดการระเบิดออกมาพร้อม ๆ กัน
เหล่าบรรดานักรบจากดินแดนกฎมองไปยังไททันที่มุ่งหน้าเข้าสู่ห้วงอเวจีด้วยดวงตาอันเบิกกว้าง ซึ่งพวกเขาก็เข้าใจเจตนาเป็นอย่างดีว่ายานลำนี้กำลังคิดจะเสียสละชีวิตให้พังพินาศไปพร้อมกับศัตรู
แรงกดดันอันหนักหน่วงกดทับลงบนจิตใจของนักรบทุกคนอย่างกะทันหัน ซึ่งภาพอันหน้าเศร้าที่เกิดขึ้นตรงหน้าย่อมส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจของทุกคนโดยไม่ต้องสงสัย
แม้แต่ไททันก็ยังถูกบังคับให้ต้องทำลายตัวเองแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ของดินแดนกฎในปัจจุบันกำลังเข้าขั้นวิกฤตมากขึ้นเรื่อย ๆ
เหล่าบรรดารีเวิร์สภายในห้วงอเวจียังคงโจมตีศัตรูโดยไม่เลือกหน้า และพวกมันก็ไม่สนใจเลยว่าศัตรูตรงหน้าจะเป็นนักรบหรือยานรบที่ทรงพลัง
น่าเสียดายที่เกราะของยานไททันมีความหนามากเกินไป และถึงแม้ว่ามันจะถูกขัดขวางด้วยรีเวิร์สเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน แต่มันก็ยังคงตรงไปยังตำแหน่งเป้าหมายที่ถูกตั้งค่าไว้อย่างไม่มีปัญหา
ตูม!!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งท้องฟ้า เปลวไฟโหมกระหน่ำออกไปทั่วทั้งบริเวณ ทั่วทั้งกาแล็กซีถูกย้อมไปด้วยสีแดงเพลิง ซึ่งมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงพวกรีเวิร์สในห้วงอเวจี เพราะแม้แต่นักรบที่อยู่ไกลออกไปก็ยังถูกแรงระเบิดผลักดันให้กลืนถอยหลังไปหลายกิโลเมตร
นี่คือพลังการทำลายล้างของยานรบอันดับ 1 ในจักรวาล ซึ่งฉากการทำลายตัวเองของมันก็เป็นสิ่งที่ใครไม่สามารถจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างแท้จริง
“จูปิเตอร์ปฎิบัติภารกิจสำเร็จ ต่อไปเนปจูนเข้าประจำตำแหน่งของตัวเองให้พร้อม” วอร์สตาร์ยังคงออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดจนทำให้แม้กระทั่งเซี่ยกวงไห่ที่อยู่ใกล้ ๆ ยังรู้สึกละอายใจที่เขามีความเด็ดขาดน้อยกว่าหุ่นยนต์
ทุกคนในจักรวาลต่างก็บอกว่าสกายวิงคือตัวตนอันโหดเหี้ยม แต่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าเผ่าพันธุ์ที่โหดเหี้ยมจริง ๆ คือเผ่าพันธุ์จักรกลที่คอยควบคุมยานไททันเหล่านี้อยู่ต่างหาก
ตูม!!!!
หลังจากการระเบิดของจูปิเตอร์ไททันอีกสองลำก็เริ่มระเบิดติดตามกันไป แต่ในทันใดนั่นเองมันก็มีดวงตาสองดวงปรากฏขึ้นท่ามกลางเปลวไฟขนาดใหญ่ โดยมันเป็นดวงตาสีเหลืองทองที่กำลังมองไปยังพื้นที่โดยรอบอย่างเย็นชา
“ไม่นะ! นั่นมันโกลเด้นอาย!!” ริเวอร์สะดุ้งขึ้นมาอย่างตกใจ
***************
ลาสบอส? แล้วพี่เฟยช้าจังเล่า!!!