เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,030 จอมเทพระดับสูงสุด

ตอนที่ 1,030 จอมเทพระดับสูงสุด

ตอนที่ 1,030 จอมเทพระดับสูงสุด


ตอนที่ 1,030 จอมเทพระดับสูงสุด

หลังจากใช้ความพยายามเกือบ 24 ชั่วโมง การหลอมรวมอาวุธมายาธาตุพืชทั้งเจ็ดชนิดก็ดำเนินมาจนถึงขั้นตอนสุดท้าย

“เยี่ยมไปเลย! ดอกบัวห้วงสมุทรกับใบไม้แห่งขุนเขาทนไม่ไหวต่อไปแล้ว อีกไม่นานนายก็จะหลอมรวมอาวุธมายาจนเสร็จ ฉันว่ามันจะต้องเป็นความสำเร็จในประวัติศาสตร์แน่ ๆ” ลินนิจตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

แม้ว่ากระบวนการนี้จะดำเนินมาจนใกล้แล้วเสร็จ แต่ท่าทางของเซี่ยเฟยก็แสดงความเหนื่อยล้าออกมาอย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน ท้ายที่สุดเขาก็ต้องพยายามพิชิตอาวุธมายาถึงสองชนิดพร้อม ๆ กัน ความยากลำบากในการหลอมรวมอาวุธในคราวนี้จึงอยู่คนละระดับกับการหลอมรวมในครั้งก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง

ยิ่งไปกว่านั้นใบไม้แห่งขุนเขายังบุกรุกเข้าไปในสมองของชายหนุ่มโดยตรง จนก่อให้เกิดแรงสะท้อนกลับออกมาจากสมองอย่างรุนแรง

ตอนนี้พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาถูกเปิดกว้างจนถึง 200% แล้ว แรงสะท้อนกลับจากการที่ใบไม้แห่งขุนเขาบุกรุกเข้าไปจึงมีความรุนแรงมาก ทุกครั้งที่มันมีแรงสะท้อนกลับออกมาเซี่ยเฟยก็จะได้รับความทุกข์ทรมานในทุก ๆ วินาที

โชคดีที่เซี่ยเฟยเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและไม่เคยมีความคิดที่จะยอมแพ้ เขาจึงค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับแรงสะท้อนกลับจากโซลมาร์ค และเขาก็คิดในใจว่าความยากลำบากในครั้งนี้คือการฝึกฝนชนิดหนึ่งที่ช่วงแรก ๆ มักจะมีความยากลำบากอยู่เสมอ แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปความยากลำบากก็จะค่อย ๆ บรรเทาลงไปตามความชำนาญที่เพิ่มขึ้นมา

ในที่สุดแรงสะท้อนกลับจากโซลมาร์คก็ไม่สามารถที่จะเป็นภัยคุกคามต่อเซี่ยเฟยได้อีกต่อไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นชายหนุ่มยังรู้สึกสนุกกับแรงสะท้อนกลับที่ถูกปลดปล่อยออกมาอีกด้วย เพราะเขาคิดว่ามันคือเครื่องนวดที่ช่วยทำให้สมองของเขารู้สึกผ่อนคลาย

“จงยอมซะ!” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำรามขณะทุ่มเทพลังงานปริมาณมหาศาลผ่านทางหงส์คราม

ใบไม้แห่งขุนเขากับดอกบัวห้วงสมุทรตกอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอมากแล้ว เซี่ยเฟยจึงตั้งใจจะกำราบพวกมันในคราวเดียวเพื่อเสร็จสิ้นกระบวนการหลอมรวมในครั้งนี้เสียที

ตูม!

แรงระเบิดเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนทำให้ห้องเก็บสมบัติพังทลายลงในทันที แม้แต่ตัวบ้านที่ฉินหมางใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตก็พังทลายลงไปด้วยเช่นกัน เศษซากปรักหักพังจึงกดทับเซี่ยเฟยเอาไว้ในผืนดิน

ประมาณ 2 นาทีต่อมามันก็มีเสียงดังสนั่นออกมาจากซากปรักหักพัง จากนั้นใบหญ้าสีฟ้า 13 ใบก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อแหวกซากปรักหักพังเหล่านั้นออกไปให้พ้นทาง

ใบหญ้าแต่ละใบมีความยาวถึง 10 กิโลเมตร ตัวหญ้ามีความหนาราวกับแขนของอสูรกาย ตลอดทั้งใบหญ้ามีดอกไม้คริสตัลที่แบ่งบานและมีใบไม้ใบน้อย ๆ ถูกประดับอยู่ตามดอกไม้เหล่านั้น

นี่คือหงส์ครามหลังจากได้หลอมรวมเข้ากับอาวุธมายาธาตุพืชทุกชนิดอย่างสมบูรณ์ ตัวตนของมันจึงคล้ายกับต้นถั่วในเทพนิยายที่สามารถทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งปีนต้นถั่วขึ้นไปขโมยไก่ทองคำที่อยู่บนฟากฟ้า

ต่อมามันก็มีร่าง ๆ หนึ่งค่อย ๆ ผลักเศษซากอาคารออกไปและขึ้นมายืนเหนือซากปรักหักพังอย่างภูมิใจ โดยมีหนังสือที่ทำจากโลหะผสมถือไว้บนมือซ้ายของเขา

ทั่วทั้งร่างของชายหนุ่มเต็มไปด้วยแสงสว่างอันพร่างพราว และด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างการหลอมรวมอาวุธมายาในครั้งนี้กลับทำให้เขาเลื่อนระดับจนกลายเป็นจอมเทพขั้นสูงสุด

แม้แต่ลินนิจที่คอยอวยเซี่ยเฟยมาโดยตลอดก็ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะเพิ่มพลังได้ถึงสามระดับในคราวเดียว จนทำให้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเซี่ยเฟยถูกผลักดันไปจนถึงขีดสูงสุด

จอมเทพขั้นที่ 9!

นี่คือตัวตนที่อยู่ต่ำกว่านักรบระดับพระเจ้าที่มีอยู่เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

กล้ามเนื้อทั่วทุกตารางนิ้วบนร่างกายเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง เซลล์ทุกเซลล์กำลังเปล่งปลั่งอย่างมีพละกำลัง ร่างกายของนักรบธรรมดาเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาครั้งใหญ่ จนทำให้ร่างกายนี้กลายเป็นร่างกายของเทพเจ้าสงครามไปเรียบร้อยแล้ว

แกร็ก

หนังสือโลหะภายในมือถูกบดขยี้อย่างง่ายดายกลายเป็นเศษผงที่ไหลออกไปตามร่องนิ้วของชายหนุ่ม

“นี่สินะคือพลังของร่างกายที่พัฒนามาจนถึงขีดจำกัด ตอนนี้ฉันรู้สึกราวกับว่าเซลล์ทุกเซลล์ภายในร่างกำลังจะระเบิด เซลล์พวกนั้นกำลังแบ่งตัวทดแทนเซลล์เก่าอย่างรวดเร็วแล้วมันก็เป็นการแบ่งตัวที่รวดเร็วกว่าเมื่อก่อนถึงหมื่นเท่า” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตื่นเต้น

“ใช่ นี่คือสัญญาณว่าร่างกายได้พัฒนาไปจนถึงขีดจำกัดแล้วจริง ๆ ในเวลานั้นเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายจะถูกทดแทนโดยเซลล์ใหม่อย่างสมบูรณ์”

“การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีประโยชน์ต่อการใช้พลังวิญญาณในอนาคต เพราะพลังวิญญาณจำเป็นจะต้องขับเคลื่อนไปทั่วทั้งร่างกาย การที่นายมีร่างกายที่พัฒนามาจนถึงขีดจำกัด มันก็จะทำให้พลังวิญญาณสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น”

“โดยสรุปก็คือการพัฒนาครั้งนี้เป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่ถึงแม้ว่าร่างกายของนายจะพัฒนามาจนถึงขีดจำกัดแล้วนายก็จำเป็นจะต้องฝึกฝนเพิ่มพลังกฎต่อไป หลังจากนี้ฉันแนะนำให้นายทำการฝึกฝนกฎแห่งความโกลาหลและกฎแห่งความเร็วไปจนถึงจุดสูงสุด” ลินนิจอธิบายอย่างตื่นเต้นด้วยเช่นกัน เพราะการพัฒนาในครั้งนี้มันทำให้เซี่ยเฟยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

“ลองดูพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของฉันสิ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ตอนนี้อักขระกฎมิติไม่ได้กระจัดกระจายเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่พวกมันถูกหลอมรวมเข้ามาจนกลายเป็นหนึ่งเดียว นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ลินนิจรู้สึกประหลาดใจจริง ๆ นั่นก็คืออักขระของกฎแห่งความโกลาหลและกฎแห่งความเร็ว

เดิมทีเซี่ยเฟยฝึกฝนกฎแห่งความโกลาหลจนถึงขั้นที่ 5 และฝึกฝนกฎแห่งความเร็วจนถึงขั้นที่ 4 แต่หลังจากการพัฒนาในครั้งนี้พลังของกฎทั้งสองกลับเพิ่มขึ้นทันทีถึงกฎละระดับ

“นี่มันคือผลของการหลอมรวมอาวุธมายาเข้าด้วยกันจนสมบูรณ์งั้นเหรอ? มันไม่เพียงแต่จะช่วยผลักดันให้พลังของนายพัฒนาไปจนถึงจุดสูงสุดเท่านั้น แต่มันยังช่วยพัฒนากฎแห่งความโกลาหลกับกฎแห่งความเร็วให้กับนายด้วย” ลินนิจอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ

คำตอบของลินนิจทำให้เซี่ยเฟยผิดหวังอยู่เล็กน้อย เพราะเขาไม่คาดคิดว่าแม้แต่ลินนิจก็ไม่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในตัวเขา

“มันไม่ได้มีแค่นั้นนะ แม้แต่โซลมาร์คของฉันมันก็เปลี่ยนไปด้วย” เซี่ยเฟยกล่าว ซึ่งในคราวนี้มันก็ทำให้ลินนิจสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

แต่ก่อนที่ลินนิจจะส่งเสียงใด ๆ ออกมา มันก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบนท้องฟ้าอย่างกะทันหัน โดยอุกกาบาตหลายสิบดวงเคลื่อนที่มาบรรจบกันก่อให้เกิดแสงสว่างอันพร่างพราว

เมื่อการโจมตีระลอกที่ 4 ของรีเวิร์สได้เริ่มต้นขึ้น มันก็ทำให้กองกำลังทางฝั่งดินแดนกฎตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล

หลังจากการทดลอง 3 ครั้งในก่อนหน้านี้ ในที่สุดพวกรีเวิร์สก็เริ่มทำการปลดปล่อยนักรบที่แท้จริงของตัวเองออกมา โดยพวกมันเป็นรีเวิร์สดวงตาสีดำ และถึงแม้ว่าพวกมันจะปรากฏตัวขึ้นมาไม่ถึง 20,000 ตัวเท่านั้น แต่อัตราการสังหารของพวกมันกลับสูงกว่ารีเวิร์สทั้งสามระลอกในก่อนหน้านี้เสียอีก

รีเวิร์สดวงตาดำสามารถใช้พลังได้โดยการสะบัดฝ่ามือ การเคลื่อนไหวนี้จะก่อให้เกิดเงาดำพาดผ่านไปในจักรวาล และถ้าหากนักรบคนไหนเผลอสัมผัสกับเงาดำเข้าไป ร่างกายของพวกเขาก็จะแตกสลายไปในทันที

“รีเวิร์สพวกนี้มันจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว! พลังที่พวกมันใช้มันคือพลังอะไรกันแน่?” ซีนอุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เพราะพลังที่พวกรีเวิร์สใช้ออกมามันอยู่เหนือเกินกว่าพลังกฎที่พวกเขารู้จัก

“นั่นคือพลังวิญญาณ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาคอนสแตนได้สังเวยวิญญาณให้กับพวกรีเวิร์สเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ตอนนี้พวกมันได้ใช้พลังวิญญาณนั้นเพื่อมาทำลายดินแดนกฎ เมื่อเทียบจากพลังที่พวกมันใช้ออกมา พวกรีเวิร์สตาดำก็มีพลังเทียบเท่ากับโซลอีทเตอร์ขั้นต้นแล้ว ตัวตนของพวกมันได้กลายเป็นนักรบที่แม้แต่ด้านหลังประตูจักรวาลก็ไม่สามารถที่จะมองข้ามได้อีกต่อไป” ริเวอร์อธิบายด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

“โซลอีทเตอร์ขั้นต้น?”

ถึงแม้เหล่าบรรดานักรบในดินแดนกฎจะไม่รู้ว่าโซลอีทเตอร์คืออะไร แต่พวกเขาก็เข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้คือนักรบที่อยู่ในระดับเดียวกับริเวอร์

พลังวิญญาณมีความน่ากลัวกว่าพลังกายมาก การต่อสู้กับพวกรีเวิร์สตาดำจึงไม่ใช่การต่อสู้ในระดับเดียวกันอีกต่อไป

ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ไททันทั้ง 10 ลำระดมยิงออกมาพร้อม ๆ กันสร้างลำแสงอันน่าหวาดกลัวพุ่งตรงเข้าไปยังห้วงอเวจี

การโจมตีจากไททันเพียงแค่ลำเดียวก็ก่อให้เกิดแรงระเบิดมหาศาลอยู่แล้ว เมื่อไททันทั้งสิบได้ถูกยิงออกไปพร้อมกัน แรงระเบิดที่เกิดขึ้นมานั้นมันก็ให้ความรู้สึกราวกับว่าทั่วทั้งกาแล็กซีกำลังถูกฉีกกระชากออกจากกัน

“เยี่ยม!” เครนยกมือขึ้นตะโกนออกมาอย่างดีใจ เพราะเขาคิดว่าการโจมตีของไททันในครั้งนี้คงจะสามารถทำลายศัตรูให้ราบเป็นหน้ากลองได้ดังเดิม

น่าเสียดายที่ชายชราต้องขมวดคิ้วทันทีที่เขาพูดจบ เพราะดวงตาสีดำสนิทยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่ห่างไปไหน

“ไม่มีทาง! พวกมันต้อนรับการโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้ได้ยังไง?”

“จบแล้วมันจบแล้ว ถ้าหากว่าแม้แต่ไททันก็ไม่สามารถต้านทานพวกมันได้ แล้วพวกเราจะเอาอะไรไปหยุดยั้งพวกมันได้อีก”

นักรบทุกคนต่างก็อ้าปากค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อว่าการโจมตีเต็มกำลังของไททันไม่สามารถที่จะทำการสังหารรีเวิร์สตาสีดำพวกนี้ได้

การยิงของไททันแต่ละครั้งจำเป็นจะต้องใช้พลังมหาศาล และพลังงานในปัจจุบันก็เพียงพอสำหรับการระดมยิงอีกเพียงแค่ 11 ครั้งเท่านั้นเอง เมื่อไททันสูญเสียพลังงานไปจนหมด เหล่าบรรดานักรบก็คงจะไม่สามารถหยุดยั้งรีเวิร์สได้อีกต่อไป และถึงแม้ว่าริเวอร์จะเป็นนักรบที่แข็งแกร่งมาก แต่ท้ายที่สุดพลังงานของโซลฮันเตอร์คนนี้มันก็ยังคงมีอยู่อย่างจำกัดอยู่ดี

ในเวลาเดียวกันบนศูนย์บัญชาการของยานไททันก็มีเซี่ยกวงไห่ยืนเคียงข้างอยู่กับวอร์สตาร์

“ไอ้ตัวพวกนั้นมันทำขึ้นมาจากอะไรกันแน่? มันถึงเอาชีวิตรอดมาจากขุมนรกได้แบบนี้” เซี่ยกวงไห่อุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

ในระหว่างที่เซี่ยกวงไห่กำลังตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่นั่นเอง คำสั่งต่อไปของวอร์สตาร์มันก็ถึงกับทำให้เขามีเหงื่อไหลออกมาทั่วทั้งใบหน้า

“เตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบทำลายตัวเอง” วอร์สตาร์ออกคำสั่งที่โหดร้ายออกมาโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

“ทำลายตัวเอง!? นี่พวกนายไม่เสียดายไททันเลยงั้นเหรอ?” เซี่ยกวงไห่ถามด้วยความประหลาดใจ

คนอื่นอาจจะไม่เข้าใจสถานการณ์นี้มากนัก แต่เซี่ยกวงไห่เข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเซี่ยเฟยได้ทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดไปกับการผลิตไททัน แต่คำสั่งของวอร์สตาร์กลับกลายเป็นว่าให้ยานไททันทั้งหมดเริ่มเข้าสู่ระบบทำลายตัวเอง

“ฉันได้รับคำสั่งให้ปกป้องประตูจักรวาลทุกวิถีทาง ในฐานะของผู้บัญชาการกองยานไททัน ฉันจำเป็นจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายเอาไว้” วอร์สตาร์กล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงอันเคร่งเครียด ซึ่งในระหว่างนั้นดวงตาของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

“จูปิเตอร์เริ่มระเบิดเป็นลำแรก, เนปจูนระเบิดเป็นลำที่ 2, ยูเรนัสทำการระเบิดเป็นลำที่ 3 ส่วนยานลำที่เหลือเตรียมพร้อมระดมยิงในอีก 15 วินาที”

คำสั่งของวอร์สตาร์เพิ่มความร้อนแรงในสนามรบขึ้นอย่างฉับพลัน เพราะแม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่างยานไททันก็จำเป็นจะต้องเริ่มเสียสละชีวิตของตัวเอง

***************

มีคนเดาว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ด้วยนะ เก่งสุด ๆ ใครเดาถูกบ้างรายงานตัวหน่อยยย

จบบทที่ ตอนที่ 1,030 จอมเทพระดับสูงสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว