- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,033 เซี่ยเฟย VS โกลเด้นอาย
ตอนที่ 1,033 เซี่ยเฟย VS โกลเด้นอาย
ตอนที่ 1,033 เซี่ยเฟย VS โกลเด้นอาย
ตอนที่ 1,033 เซี่ยเฟย VS โกลเด้นอาย
ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีหลังจากที่โกลเด้นอายปรากฏตัว มันก็สามารถสังหารพระเจ้าลงไปได้ถึงสองคน และทำให้โอลเดนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้อีกต่อไป
นี่คือราคาที่ดินแดนกฎจะต้องจ่ายเมื่อพวกเขาพยายามขัดขวางไม่ให้โกลเด้นอายเคลื่อนที่ไปหาริเวอร์
แม้ว่านักรบเหล่านี้จะสามารถถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ผ่านทางเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต แต่การเกิดใหม่ก็หมายถึงการที่พวกเขาสูญเสียพลังในปัจจุบันไปด้วยเช่นเดียวกัน และมันก็จะจำเป็นจะต้องใช้เวลาอีกหลายหมื่นหลายแสนปีกว่าที่พวกเขาจะกลับขึ้นมายืนบนจุดเดิมได้อีกครั้ง
“ถ่วงเวลามันเอาไว้!” เซี่ยกู่เฉิงส่งเสียงตะโกนพร้อมกับกางดีม่อนวิงทั้งสองข้างของตัวเองออกมา ขณะที่ฝูงหมาป่าได้ใช้ความเร็วสูงเพื่อพยายามควบคุมโกลเด้นอายเอาไว้
น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าทุกคนจะลงมือจู่โจมพร้อม ๆ กัน แต่ทางฝั่งดินแดนกฎก็ยังได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าโกลเด้นอายอยู่ในระดับที่ห่างไกลกว่าที่ดินแดนกฎจะไปเทียบชั้นได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้
อ๊าก!
ซีนกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนที่พวกเขาจะสูญเสียพระเจ้าไปอีกคนหนึ่ง
วิธีการต่อสู้ของซีนคือการเรียกร่างแยกออกมาในอากาศเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างความสับสนให้กับศัตรู น่าเสียดายที่ในที่สุดโกลเด้นอายก็สามารถมองทะลุผ่านร่างแยกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แขนของซีนข้างหนึ่งจึงถูกตัดขาดไปและไม่เหลือกำลังมากพอที่จะต่อสู้ได้อีกต่อไปแล้ว
ระหว่างนั้นริเวอร์ที่พยายามรวบรวมพลังก็กำลังขมวดคิ้วด้วยสีหน้าอันเคร่งเครียด
ระหว่างที่อาคมยังไม่เสร็จสมบูรณ์ริเวอร์ไม่สามารถจะขยับไปจากตรงนี้ได้เลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เขาทำได้ในปัจจุบันจึงมีเพียงการยืนให้กำลังใจโดยไม่สามารถหยิบยื่นความช่วยเหลือออกไปให้กับใครได้เลย
อย่างไรก็ตามถึงแม้โกลเด้นอายจะทรงพลัง แต่เซี่ยกู่เฉิงผู้ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสกายวิงก็ไม่ใช่นักรบที่สามารถดูถูกได้เช่นกัน ถึงแม้เขาจะเป็นพระเจ้าคนล่าสุดของจักรวาลนี้ แต่เขาก็คือนักรบที่มีความเร็วสูงสุดในจักรวาลด้วยเหมือนกัน
การเคลื่อนไหวของบรรพบุรุษทั้งเฉียบคมและยืดหยุ่นในเวลาเดียวกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ศัตรูรุกเข้าใส่เขาก็จะล่าถอยอย่างมีชั้นเชิง และเมื่อไหร่ก็ตามที่ศัตรูก้าวถอยออกไปเมื่อนั้นเขาก็จะเริ่มคุกคามศัตรูอย่างรุนแรง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าความเร็วสูง โกลเด้นอายก็เริ่มทำอะไรไม่ถูกและไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวไปข้างหน้าได้อีกต่อไป
เวลาทุกวินาทีมีความสำคัญสำหรับริเวอร์เป็นอย่างมาก และเมื่อโกลเด้นอายได้เห็นว่าเขตอาคมถูกสร้างขึ้นมาแล้วมากกว่าครึ่ง อสูรกายดวงตาสีทองก็เริ่มเผยสีออกมาอย่างกังวล
ถึงแม้ว่าเขตอาคมนี้จะเป็นเขตอาคมที่ถูกสร้างในระหว่างที่ริเวอร์มีพลังงานไม่เพียงพอ แต่มันก็คือเขตอาคมที่แข็งแกร่งมากพอ เพราะริเวอร์เต็มใจที่จะเสียสละพลังชีวิตของตัวเอง
เมื่อไหร่ก็ตามที่เขตอาคมนี้ถูกสร้างจนเสร็จ ฝูงรีเวิร์สจะไม่สามารถบุกรุกก็มาในดินแดนกฎอย่างน้อยก็เป็นเวลาหลายร้อยปี ซึ่งในช่วงเวลานั้นดินแดนกฎย่อมเติบโตไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดดแน่นอน และเมื่อประตูจักรวาลถูกเปิดออกอีกครั้งในตอนนั้นมันก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าพวกมันจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ
โฮก!
โกลเด้นอายส่งเสียงร้องคำรามก่อนที่ร่างกายของมันจะหดตัวลงจนเหลือขนาดเพียงแค่ลูกบอล จากนั้นมันก็ขยายร่างกายของตัวเองอีกครั้งพร้อมกับลำแสงสีทองหลายพันเส้นที่พุ่งออกไปรอบ ๆ ทิศทาง
แม้ว่าลำแสงเหล่านี้อาจจะดูไม่ค่อยชัดเจน แต่พวกมันเต็มไปด้วยพลังวิญญาณอันแข็งแกร่ง ทันทีที่แสงสีทองถูกปล่อยออกไปบรรยากาศในบริเวณนั้นก็เหมือนถูกแช่แข็งไปโดยเฉียบพลัน
“ถอยก่อน!” เซี่ยกู่เฉิงร้องคำราม น่าเสียดายที่การโจมตีของโกลเด้นอายรวดเร็วมากจนเกินไป จนทำให้แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความเร็วอย่างพวกเขาก็ยังหลบหนีการโจมตีได้อย่างยากลำบาก
เมื่อแสงสีทองเริ่มตกกระทบนักรบเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วมันก็มีนักรบที่เสียชีวิตจากการโจมตีนี้เป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน
“พวกแกจะโอหังมากเกินไปแล้ว! กล้าดียังไงมาหยุดฉันคนนี้เอาไว้!! คอยดูเถอะเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันจัดการกับโซลฮันเตอร์คนนั้นได้ เหยื่อรายต่อไปก็จะเป็นพวกแกที่จะต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน” โกลเด้นอายเริ่มเปิดปากพูดเป็นครั้งแรก ซึ่งมันก็ทำให้หัวใจของนักรบทั่วทั้งดินแดนกฎสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ช่องว่างระหว่างสองฝ่ายมีมากจนเกินไป และถึงแม้ว่าพวกเขาจะพยายามยื้อเวลามากที่สุดแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะคอยช่วยเหลือริเวอร์อีกต่อไป
ตอนนี้แม้แต่เซี่ยกู่เฉิงก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสจนทำให้ไม่มีใครสามารถยืนหยัดถ่วงเวลาโกลเด้นอายต่อไปได้
ทุกคนต่างก็เผยสีหน้าออกมาอย่างสิ้นหวังและคิดว่าในที่สุดจักรวาลมันก็เดินทางมาจนถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าฉันจะได้มาเจอโซลฮันเตอร์ระดับสูงในวันนี้” โกลเด้นอายกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเยาะเย้ย ก่อนที่มันจะสะบัดมือจากบนลงล่างเพื่อสังหารริเวอร์ในการโจมตีเดียว
แต่ในระหว่างที่ผู้พิทักษ์ออโรร่ากำลังจะถูกสังหารอยู่นั่นเอง ในที่สุดหมาป่าเดียวดายจากสกายวิงก็ปรากฏตัว
“นี่คือเรื่องของสกายวิง ใครไม่เกี่ยวไสหัวออกไปซะ!” เซี่ยเฟยร้องคำรามประโยคติดปากอันเป็นเอกลักษณ์ของสกายวิง
พริบตาต่อมาใบหญ้าทั้ง 13 ก็รัดพันเกี่ยวกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่นจนคล้ายกับกำปั้นที่กำลังเคลื่อนที่ออกมาอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันเซี่ยเฟยมีพลังในระดับจอมเทพขั้นสูงสุดแล้ว ประกอบกับหงส์ครามที่หลอมรวมเข้ากับอาวุธมายาธาตุพืชชนิดอื่น ๆ อย่างสมบูรณ์ กำปั้นนี้จึงมีพลังมากพอที่จะทำลายได้แม้กระทั่งดวงดาว
ตูม!
โกลเด้นอายถูกหงส์ครามชกเข้าใส่อย่างจังและทำให้ร่างของมันกระเด็นออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่พุ่งกลับเข้าไปภายในห้วงอเวจีอีกครั้งหนึ่ง
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เพียงแต่จะอยู่นอกเหนือการคำนวณของโกลเด้นอายเท่านั้น แต่มันยังอยู่เหนือความคาดหมายของนักรบทั่วทั้งดินแดนกฎอีกด้วย ใครจะไปคิดว่าทันทีที่เซี่ยเฟยปรากฏตัวเขาจะตอบโต้อีกฝ่ายกลับไปแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีของเขายังได้ผลมากกว่าเหล่าบรรดาพระเจ้าที่พยายามถ่วงเวลาโกลเด้นอายเอาไว้เป็นเวลานาน
ในเวลาเดียวกันริเวอร์ที่กำลังหลับตารอรับความตายก็สัมผัสได้ถึงเหตุการณ์อันแปลกประหลาด เขาจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแล้วได้เห็นเหตุการณ์อันน่าประหลาดใจ
โกลเด้นอายคือตัวตนที่แม้แต่นักรบชั้นยอดทั้ง 10 คนของดินแดนกฎก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งมันเอาไว้ได้ แต่อสูรกายดวงตาสีทองกลับถูกเซี่ยเฟยต่อยกระเด็นกลับไปภายใต้การโจมตีในครั้งเดียว
“เซี่ยเฟย!” ริเวอร์อุทานขึ้นมาเสียงดังและเขาก็สามารถสัมผัสได้ในทันทีว่าร่างกายของชายหนุ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมครั้งใหญ่
“ทำหน้าที่ของคุณต่อไป เดี๋ยวฉันจะพยายามหยุดมันเอาไว้เอง” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจังในระหว่างที่ริเวอร์จะถามอะไรไปมากกว่านี้
ทันใดนั้นผู้พิทักษ์ออโรร่าก็มองเห็นเงาของเซียวกู๋ซ้อนทับกับเซี่ยเฟย เพียงแต่ว่าทายาทคนนี้มีความบ้าคลั่งอย่างที่นายน้อยของเขาไม่เคยมีมาก่อน
ฟุบ!
เซี่ยเฟยเร่งความเร็วติดตามโกลเด้นอายเข้าไปภายในห้วงอเวจีอย่างใกล้ชิด และความเร็วของเขาในตอนนี้มันก็สูงทะลุเกินกว่า 8 ล้านเมตรต่อวินาทีไปเรียบร้อยแล้ว
“ไปลงนรกซะ!”
เมื่อได้รับคำสั่งลินนิจก็เริ่มบังคับเนอร์วาน่าให้เคลื่อนไหวในทันที แล้วเมื่อเขาได้เห็นสภาพของสหายในปัจจุบัน ลินนิจก็เข้าใจได้ในทันทีว่าริเวอร์กำลังพยายามจะทำอะไร
ขวับ!
เนอร์วาน่าเคลื่อนที่ออกไปจนก่อให้เกิดลำแสงอันน่ากลัว ซึ่งในระหว่างนั้นขนอุยก็เตรียมใช้พลังงานของตัวเองในการโจมตีระยะไกล
ถึงแม้รีเวิร์สจะถูกกระแทกออกไปด้วยการโจมตีอันไม่คาดคิดของเซี่ยเฟย แต่มันก็ยังคงมีสติและไม่ได้สูญเสียความสามารถของตัวเองไปทั้งหมด เพียงแต่ความเจ็บปวดอันรุนแรงภายในร่างกายได้ย้ำเตือนมันว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่ศัตรูที่มันจะสามารถรับมือได้ง่าย ๆ
“แต่กล้าดียังไงถึงได้มาโจมตีใส่ฉันแบบนี้!!” โกลเด้นอายร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว
“ฉันจะชกหน้าแกแล้วทำไม?!” เซี่ยเฟยร้องคำรามกลับพร้อมกับใช้หงส์ครามปล่อยกำปั้นออกไปจู่โจมอสูรกายตรงหน้าอีกครั้ง
การใช้วิธีการเดิม ๆ กับนักรบชั้นยอดเป็นวิธีการที่โง่เขลามาก ในระหว่างที่ถูกโจมตีเมื่อสักครู่โกลเด้นอายก็เตรียมพร้อมรับมือการโจมตีของสงส์ครามเอาไว้แล้ว เมื่อเซี่ยเฟยยังคงใช้การโจมตีแบบเดิม มันจึงเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้กลับไปอย่างสุดกำลัง
ในระหว่างที่กำปั้นจากหงส์ครามกำลังปะทะเข้าใส่หน้าของโกลเด้นอายอยู่นั่นเอง อสูรกายตาทองก็สะบัดพัดที่อยู่ในมือออกไปด้านหน้าอย่างมั่นใจว่ามันจะสามารถสร้างความเสียหายให้กับหงส์ครามอย่างร้ายแรงได้
แต่ในระหว่างที่การโจมตีของทั้งสองฝ่ายกำลังปะทะกันอยู่นั่น จู่ ๆ หงส์ครามก็แยกตัวออกจากกันอย่างกะทันหันแล้วเคลื่อนที่ผ่านฝ่ามือของอีกฝ่ายไปโดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว
ในเวลาเดียวกันนั่นเองเนอร์วาน่าก็ฟาดฟันจากด้านบนลงสู่ด้านล่างอย่างรุนแรง โดยไม่พลาดที่จะผ่าร่างของศัตรูออกจากกัน
น่าเสียดายที่ถึงยังไงโกลเด้นอายก็ยังคงเป็นนักรบชั้นยอด มันจึงสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและทรงพลัง ด้วยเหตุนี้มันจึงเข้าไปปะทะกับเนอร์วาน่าก่อนที่ดาบกลืนวิญญาณจะเคลื่อนที่ผ่านร่างกายของมันไป
เป้ง!
เนอร์วาน่ากระเด้งออกไปอย่างไม่เต็มใจ แต่การจู่โจมเมื่อสักครู่ก็ทำให้โกลเด้นอายรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน
“นี่แกมีอาวุธวิญญาณ 2 ชิ้นงั้นเหรอ?!” โกลเด้นอายอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ
ในสายตาของผู้ที่มาจากนอกประตูจักรวาลอย่างโกลเด้นอายแล้ว อาวุธชั้นยอดของดินแดนกฎไม่ได้อยู่ในสายตาของมันเลย แต่ทั้งหงส์ครามและเนอร์วาน่าต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นอาวุธวิญญาณ โดยเฉพาะเนอร์วาน่าที่ถือว่ามันคืออาวุธวิญญาณกลายพันธุ์
แม้แต่พื้นที่นอกประตูจักรวาลการหาอาวุธวิญญาณก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ การที่เซี่ยเฟยมีอาวุธวิญญาณถึงสองชิ้นมันจึงทำให้โกลเด้นอายรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“ใครบอกแกว่าฉันมีอาวุธวิญญาณแค่สองชิ้น!” เซี่ยเฟยร้องคำรามพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ระหว่างนั้นมือของเขาก็ทำการสะบัดขว้างสเตล่าออกไป ก่อนที่โกลเด้นอายจะทันได้ระวังตัว
โกลเด้นอายเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะไม่เพียงแต่เซี่ยเฟยจะมีอาวุธวิญญาณในครอบครองถึงสามชิ้นเท่านั้น แต่อีกฝ่ายยังทำการขว้างสเตลล่าออกมาราวกับว่ามันเป็นมีดบินอีกด้วย
อาวุธวิญญาณทุกชิ้นต่างก็เป็นสิ่งที่ล้ำค่ามาก แม้กระทั่งตัวตนในระดับริเวอร์ก็มีอาวุธวิญญาณในครอบครองเพียงแค่ชิ้นเดียว แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเฟยก็ยังขว้างปาสเตลล่าออกมาราวกับว่ามันเป็นดาบที่ไม่มีค่าอะไรเลย
อย่างไรก็ตามการขว้างสเตล่าออกมาในคราวนี้ก็ไม่ได้รวดเร็วมากนัก และมุมการโจมตีมันก็ผิดเพี้ยนไปจากการจู่โจมเข้าใส่จุดตาย
โกลเด้นอายเผยรอยยิ้มอย่างยินดี ก่อนที่มันจะรีบคว้ามือออกไปเพื่อยึดดาบเล่มนี้มาเป็นของตัวเอง
น่าเสียดายที่มันดูถูกความคิดของเซี่ยเฟยเกินไปหน่อย และข้อเท็จจริงในอดีตก็ได้พิสูจน์ว่าคนที่ดูถูกเซี่ยเฟยไม่เคยมีคนไหนมีตอนจบที่ดีเลยแม้แต่คนเดียว
ทันใดนั้นแสงสว่างสีรุ้งก็พุ่งออกมาจากสเตล่าอย่างฉับพลัน ก่อนที่มันจะยืดออกมุ่งเป้าโจมตีไปที่ดวงตาของโกลเด้นอาย
การปาดาบออกไปเป็นเพียงแค่การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ เพราะในความเป็นจริงเซี่ยเฟยต้องการใช้ลักษณะเด่นของอาวุธชิ้นนี้เพื่อทำการสังหารศัตรูในตอนที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ระวังตัว
“กับดัก!?” โกลเด้นอายร้องคำรามพร้อมกับพยายามหักหลบการโจมตีอย่างรวดเร็ว น่าเสียดายที่สเตลล่าเคลื่อนไหวรวดเร็วมากจนเกินไป ถึงแม้มันจะไม่ฟาดฟันเข้าใส่ดวงตา แต่การโจมตีนี้ก็ฟาดฟันเข้าสู่พื้นที่บริเวณกระดูกไหปลาร้าของอีกฝ่ายโดยตรง
เพียงแค่การที่เซี่ยเฟยโจมตีโกลเด้นอายได้อีกครั้งมันก็สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งสนามรบแล้ว แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจมากกว่านั้นคือเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นมาอย่างโหยหวน
***************
พระเอกที่แท้จริง!! อลังการ, ตกตะลึงและเชื่องช้า 5555