- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,027 จุดเริ่มต้นของการตอบโต้
ตอนที่ 1,027 จุดเริ่มต้นของการตอบโต้
ตอนที่ 1,027 จุดเริ่มต้นของการตอบโต้
ตอนที่ 1,027 จุดเริ่มต้นของการตอบโต้
ภายในบ้านของฉินหมางเต็มไปด้วยหนังสือเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ถึงกระนั้นหนังสือเหล่านี้ก็ถูกจัดหมวดหมู่เอาไว้เป็นอย่างดีแยกออกเป็นชั้น ๆ ให้มองเห็นได้อย่างสบายตา
การได้พบกับหนังสือเป็นจำนวนมากทำให้เซี่ยเฟยนึกถึงวันวานในสมัยที่เขายังคงอยู่ในห้องสมุดทุกวัน ซึ่งมันถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว เพราะเมื่อเขาเริ่มต้นออกเดินทางจากห้องสมุดของฉินหมาง ความสงบสุขก็ค่อย ๆ จางหายไปตามปัญหาที่รุมเร้าเข้ามา
อย่างไรก็ตามบรรยากาศของห้องสมุดก็แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะถึงแม้หนังสือเหล่านี้จะยังคงอยู่แต่ฉินหมางได้จากเขาไปแล้ว มันจึงทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมาก
หลังจากใช้เวลายืนอ่านหนังสือ 2-3 วินาที ชายหนุ่มก็พยายามสงบสติอารมณ์เพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังทางลับที่ถูกซ่อนอยู่ด้านหลังตู้หนังสือ
ทางลับนี้คือทางลับที่เขาสร้างตามคำสั่งของฉินหมางด้วยตัวเอง และตราบใดก็ตามที่เขาต้องการเขาสามารถเข้าไปภายในห้องเก็บสมบัติของชายชราได้ตลอดเวลา ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมเซี่ยเฟยถึงไม่เคยมีความคิดแบบนั้นมาก่อน นั้นก็เพราะว่าเขาให้ความเคารพต่อฉินหมางมาก
แกร็ก
เซี่ยเฟยบิดกุญแจและเปิดประตูโลหะขนาดใหญ่เผยให้เห็นทางเดินทอดยาวอันมืดมิด ก่อนที่จะกดปุ่มบริเวณด้านข้างเพื่อเปิดระบบส่องไฟให้ทางเดินสว่างไสวขึ้นมา
หลังจากเดินผ่านระบบรักษาความปลอดภัย 3 ชั้น ในที่สุดพวกเขาก็เข้าไปภายในห้องเก็บสมบัติที่ฉินหมางให้ความสำคัญมากที่สุด
ห้องเก็บสมบัติสว่างไสวเหมือนกับตอนกลางวัน โดยภายในห้องโถงใหญ่มีกล่องถูกตั้งเอาไว้เพียงแค่กล่องเดียว ซึ่งมันก็เป็นกล่องที่ถูกสร้างขึ้นมาจากศิลาผนึกมังกร
“ศิลาผนึกมังกร? ถ้าฉันจำไม่ผิดมันเป็นโลหะระดับสูงที่หาได้เฉพาะในดินแดนกฎไม่ใช่เหรอ?” เยว่เกอเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย
ศิลาผนึกมังกรมีเอาไว้สำหรับปิดกั้นพลังงานโดยเฉพาะ พวกมันจึงเป็นวัตถุอันยอดเยี่ยมที่เอาไว้สำหรับจัดเก็บสิ่งของที่มีความผันผวนของพลังงานอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามโลหะชนิดนี้ก็หาได้ยากมากแม้กระทั่งในดินแดนกฎก็ตาม ทั้งสามจึงค่อนข้างสับสนเมื่อได้เห็นกล่องศิลาผนึกมังกรในบ้านของฉินหมาง
“เท่าที่ดูมันน่าจะมีอายุเก่าแก่มาก ฉันเดาว่ามันไม่ได้เป็นของของคุณฉินหมางหรอก แต่ว่ามันน่าจะเป็นของที่เขาได้รับมาจากคนอื่น” เฉินตงกล่าว
ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบเซี่ยเฟยก็เปิดฝากล่องออกโดยไม่พูดอะไรสักคำ เพราะในตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก และถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะยังอาลัยอาวรณ์กับการจากไปของฉินหมางมากพอสมควร แต่เขาก็รู้ดีว่าสงครามหน้าประตูจักรวาลกำลังรอคอยเขาอยู่
ก่อนที่เซี่ยเฟยจะทันได้ประหลาดใจกับสิ่งของที่ถูกเก็บไว้ในกล่องสมบัติ ลินนิจก็อุทานขึ้นมาอย่างดังลั่นเสียก่อน
“ไม้เท้าเมฆวายุ! ที่แท้อาวุธวิญญาณของริเวอร์ก็อยู่ที่นี่เองงั้นเหรอ?!”
เซี่ยเฟยชะงักค้างอย่างตกใจพร้อมกับมองดูไม้เท้าภายในกล่องด้วยความระมัดระวัง
ไม้เท้าชิ้นนี้ปลดปล่อยแรงกดดันที่มองไม่เห็นออกมาตลอดเวลา ซึ่งเซี่ยเฟยที่มีพลังในระดับจอมเทพไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันนี้มากนัก แต่เยว่เกอกับเฉินตงถึงกับก้าวเท้าถอยหลังกลับไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
เซี่ยเฟยหยิบแหวนมิติขนาดเล็กพร้อมกับเก็บอาวุธวิญญาณชิ้นนี้เข้าไปในแหวนอย่างรวดเร็ว โดยมันเป็นแหวนมิติที่เขาได้รับมาจากศพสักศพที่เขาเคยสังหาร และในแหวนมิติของเขามันก็ยังมีแหวนมิติขนาดต่าง ๆ ถูกเก็บไว้อีกเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน
“อาวุธนั่นมันแปลกมากเลย แค่ฉันเข้าไปใกล้ฉันก็รู้สึกเหมือนกับวิญญาณกำลังถูกดูดออกจากร่าง” เยว่เกอกล่าวพร้อมกับปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก แม้แต่เฉินตงก็ยังมีใบหน้าที่ซีดเผือดไม่แพ้กัน
“นี่แหละคือพลังของอาวุธวิญญาณ อีกอย่างริเวอร์ก็เป็นโซลฮันเตอร์ชั้นสูง อาวุธของเขาจึงเคยสังหารและดูดซับวิญญาณมาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน เยว่เกอกับเฉินตงไม่เคยเจออาวุธที่มีพลังวิญญาณมาก่อน มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่สามารถต้านทานแม้กระทั่งกลิ่นอายของอาวุธวิญญาณได้” ลินนิจกล่าว
เซี่ยเฟยชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้พบกับความแข็งแกร่งของอาวุธชิ้นนี้ เพราะแม้แต่นักรบที่ทรงพลังอย่างเฉินตงก็ยังได้รับผลกระทบโดยตรงทั้ง ๆ ที่ไม้เท้าเมฆวายุยังคงนอนอยู่เฉย ๆ
“ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมริเวอร์ถึงพร่ำเพ้อถึงแต่อาวุธของตัวเอง ที่แท้ไม้เท้าของเขามันก็ทรงพลังขนาดนี้นี่เอง” เซี่ยเฟยพึมพำเบา ๆ
“พวกนายรีบเอาอาวุธชิ้นนี้ไปมอบให้กับริเวอร์เร็ว ๆ เข้า” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง ขณะยื่นแหวนมิติที่บรรจุไม้เท้าเมฆวายุออกไปให้กับเฉินตง
“ริเวอร์? เขาคือยอดนักรบที่อยู่กับนายใช่หรือเปล่า?” เฉินตงถามขณะที่ยังคงตัวสั่นไม่หยุด
“ใช่ ของชิ้นนี้เป็นของสำคัญของเขา นายจะต้องรีบเอามันไปส่งมอบให้กับเขาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง
“แล้วนายล่ะ? ไม่ไปพร้อมพวกเราเหรอ” เยว่เกอถามอย่างกังวล
“ฉันยังมีเรื่องสำคัญกว่าจะต้องจัดการ” เซี่ยเฟยกล่าวขณะหันหน้าไปมองยังสิ่งของอีกสองอย่างที่นอนอยู่ในกล่อง โดยหนึ่งในนั้นคือใบไม้ชิ้นเล็ก ๆ ที่นอนอยู่ก้นกล่องอย่างเงียบ ๆ
—
ทั้งไททันและอดีตผู้สร้างอีกสี่คนต่างก็ปรากฏตัวขึ้นมาในสนามรบพร้อม ๆ กัน และในระหว่างที่พวกบลันท์กำลังมุ่งหน้าไปทำลายไททันอยู่นั่นเอง จู่ ๆ มันก็มีไททันลำที่ 2 ปรากฏออกมาจากประตูมิติที่อยู่ตรงข้ามกับพวกเขา
อย่าลืมว่าไททันคืออาวุธสังหารที่มีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าดาวเคราะห์ แต่ถึงกระนั้นมันกลับมีไททันปรากฏตัวมากกว่าหนึ่งลำและมันก็ไม่มีใครรู้ว่ากว่าที่เจ้าของยานจะสร้างพวกมันขึ้นมาสำเร็จ มันจำเป็นจะต้องใช้ทรัพยากรและแรงงานไปมากแค่ไหน
“ทำลายยานลำนี้ก่อน แล้วเราค่อยไปทำลายยานลำนั้นทีหลัง” บลันท์ตะโกนออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด ก่อนที่อดีตผู้สร้างทั้งสี่จะมุ่งหน้าตรงไปยังไททันลำแรกอย่างรวดเร็ว
จิ้ว ๆ ๆ
ลำแสงหลากหลายสีสันเริ่มถูกจู่โจมออกไปยังไททันพร้อม ๆ กัน โดยมันเป็นการโจมตีระยะไกลจากอดีตผู้สร้างทั้งสี่คน
เหล่าบรรดานักรบกฎทำได้แต่มองภาพเหตุการณ์นี้อย่างเกลียดชังเท่านั้น เพราะพวกเขายังคงอยู่ในสนามรบและไม่สามารถที่จะปลีกตัวออกไปเพื่อช่วยเหลือไททันในตอนนี้ได้
ดินแดนกฎอุตส่าห์มีความหวังหลังจากที่ไททันได้ปรากฏตัว แต่บรรดาอดีตผู้สร้างกลับต้องการที่จะทำลายไม้ตายของดินแดนกฎลงไปจริง ๆ
เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีตทุกคนต่างก็รู้สึกเจ็บปวดใจที่พวกเขาเคยมองอดีตผู้สร้างเป็นต้นแบบของพวกเขามาก่อน เพราะแท้ที่จริงคนเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่คนทรยศที่ในปัจจุบันพวกเขาคือคนที่ผู้คนทั่วทั้งดินแดนกฎรู้สึกโกรธและเกลียดมากที่สุด
ถึงแม้ว่าคนเหล่านี้จะเป็นผู้ทรยศ แต่ทุกคนก็ยังต้องยอมรับว่าเหล่าบรรดาอดีตผู้สร้างคือตัวตนที่แข็งแกร่งมาก และมันก็ไม่มีใครคาดคิดว่าไททันจะสามารถต้านทานพลังทำลายจากคนเหล่านี้ได้
ตูม ๆ ๆ ๆ
เสียงระเบิดจากการปะทะดังขึ้นมาอย่างรุนแรง แต่แทนที่ไททันจะถูกทำลายมันกลับกลายเป็นการโจมตีของอดีตผู้สร้างได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากที่ทุกคนสังเกตภาพเหตุการณ์ดูดี ๆ พวกเขาก็ได้พบกับม่านพลังหนาที่ล้อมรอบไททันเอาไว้ ซึ่งโล่พลังงานเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะไม่แตกสลายหลังถูกโจมตีเท่านั้น แต่พวกมันยังสามารถดูดซับพลังของเหล่าบรรดาอดีตผู้สร้างเข้าไปได้อีกด้วย
เหตุผลที่ดินแดนกฎเลือกทำลายไททันตั้งแต่สมัยโบราณ นั้นก็เพราะยานลำนี้มีระบบป้องกันที่น่ากลัว โดยระบบป้องกันของไททันสามารถที่จะเปลี่ยนพลังกฎให้กลายเป็นพลังงาน และมันก็สามารถกระจายพลังงานออกไปจนทำให้พลังกฎไม่สามารถที่จะทำลายมันได้อย่างง่ายดาย
นี่คือพลังของเทคโนโลยีที่สามารถต่อกรกับพลังกฎได้อย่างแท้จริง และมันก็เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่เคยจินตนาการถึงมันมาก่อน
อดีตผู้สร้างทั้งสี่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง และถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดในการโจมตี แต่การป้องกันของยานลำนี้ก็แข็งแกร่งมากเกินไป จนถึงสามารถป้องกันการโจมตีของพวกเขาทั้งสี่คนได้โดยไม่เกิดร่องรอยความเสียหายขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว
อย่างไรก็ตามคนเหล่านี้ก็ไม่ได้รู้เลยว่าหากพวกเขาไม่ได้เลือกโจมตีไปยังไททันลำแรก แต่โจมตีไปยังไททันลำที่ 2 ผลลัพธ์ของการโจมตีมันก็จะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ไททันทั้งสองลำไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาในเวลาเดียวกัน และในบรรดาไททันทั้งหมดมันก็มีเพียงแค่ไททันลำแรกเท่านั้นที่มีส่วนประกอบครบสมบูรณ์ ส่วนไททันลำอื่น ๆ ยังคงอยู่ในกระบวนการสร้างที่ยังไม่เสร็จสิ้น ยานขนาดยักษ์บางลำจึงยังขาดระบบโจมตี ขณะที่บางลำก็ยังไม่ได้ติดตั้งระบบป้องกัน
โดยสรุปก็คืออดีตผู้สร้างเหล่านี้ก็แค่โชคร้ายเลือกโจมตีไปยังไททันที่มีระบบป้องกันอยู่อย่างครบครัน
นอกจากนี้พวกเขายังประเมินศัตรูต่ำเกินไปจึงไม่ได้ใช้การโจมตีอย่างสุดกำลัง แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้เลยว่าการป้องกันเมื่อสักครู่ทำให้ระบบป้องกันของไททันเกือบจะถึงขีดจำกัดแล้ว หากการโจมตีรุนแรงกว่านี้อีกเพียงซัก 1% ระบบป้องกันของไททันคงจะไม่สามารถต้านทานการโจมตีเอาไว้ได้อีกต่อไป
การโจมตีล้มเหลวในครั้งนี้ทำให้ความมั่นใจของอดีตผู้สร้างทั้งสี่ได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง ยิ่งไปกว่านั้นพวกเซี่ยกู่เฉิงและริเวอร์ยังเคลื่อนที่มาจะถึงอดีตผู้สร้างแล้ว พวกเขาจึงไม่ได้มีเวลาในการโจมตีไททันเหมือนเดิมอีกเป็นครั้งที่ 2
ในเวลาเดียวกันเยว่เกอกับเฉินตงก็เคลื่อนที่มาถึงสนามรบ ก่อนที่ชายหนุ่มพลังน้ำแข็งจะเร่งความเร็วตรงไปยังสนามรบของเหล่าบรรดาพระเจ้า
“ริเวอร์! เซี่ยเฟยขอให้ผมเอาของสิ่งนี้มามอบให้กับคุณ” เฉินตงส่งเสียงตะโกน
ระหว่างนั้นริเวอร์ก็กำลังจับจ้องมองไปยังแหวนมิติอย่างไม่วางตา เพราะเซี่ยเฟยจงใจไม่ปิดการเชื่อมต่อระหว่างแหวนมิติเอาไว้ ผู้พิทักษ์จากตระกูลออโรร่าจึงสามารถสัมผัสถึงพลังอันคุ้นเคยได้ในทันที
“อาวุธของฉัน!!” ริเวอร์อุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะรีบเคลื่อนที่ฉับไวและหยิบไม้เท้าเมฆวายุขึ้นมาถือภายในมือ
ก่อนหน้านี้ทั้งเซี่ยเฟยและเฉินตงต่างก็เคยได้สัมผัสกับอาวุธชิ้นนี้มาก่อน แต่ไม้เท้าเมฆวายุยังไม่เคยแสดงผลที่น่าประหลาดใจใด ๆ ออกมา มีเพียงแต่แรงกดดันอันรุนแรงที่ถูกปลดปล่อยออกมาส่งผลกระทบกับพวกเขาเท่านั้น
อย่างไรก็ตามเมื่อไม้เท้าเมฆวายุมาอยู่ในมือของริเวอร์ มันกลับส่งผลแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทันทีที่ผู้พิทักษ์จากตระกูลออโรร่าได้ชูไม้เท้าขึ้นไปบนฟ้า สายลมและเมฆหมอกอันน่ากลัวก็ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณอย่างฉับพลัน
วินาทีต่อมาหมอกสีขาวเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนที่คนธรรมดามองไม่เห็นก็ถูกดูดไปยังริเวอร์ในทิศทางเดียว จนก่อให้เกิดเป็นกระแสพายุวิญญาณที่ถูกโซลฮันเตอร์คนนี้ดูดซับเอาไว้อย่างสมบูรณ์
นี่คือพลังของอาวุธวิญญาณ โดยมันเป็นทั้งอาวุธสังหารและเป็นตัวช่วยที่จะทำให้เจ้านายสามารถสะสมพลังงานได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้นอาวุธชนิดนี้ยังเป็นอาวุธที่มีเพียงแต่ริเวอร์ที่สามารถสำแดงพลังของมันออกมาได้ เพราะมันเป็นอาวุธที่มีวิญญาณของเขาถูกหลอมรวมเอาไว้ภายในนั้น
ในระหว่างที่แรงกดดันของริเวอร์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ในเวลาเดียวกันไททันลำที่ 3 ก็เริ่มปรากฏตัวเข้าสู่สนามรบ
***************
เปิดไพ่ตายรัว ๆ พี่เฟยคือเดอะแบกของจริง!!