- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,026 เปิดตัวไททัน
ตอนที่ 1,026 เปิดตัวไททัน
ตอนที่ 1,026 เปิดตัวไททัน
ตอนที่ 1,026 เปิดตัวไททัน
การโจมตีด้วยวิชาวิญญาณของริเวอร์เป็นการโจมตีที่ทรงพลังมาก น่าเสียดายที่การโจมตีในครั้งนี้ยังไม่มากพอที่จะหยุดพวกรีเวิร์สเอาไว้ได้เลย
ที่สำคัญการโจมตีนี้ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถหยุดพวกรีเวิร์สเอาไว้ได้เท่านั้น แต่มันยังไปกระตุ้นความบ้าคลั่งของพวกรีเวิร์สขึ้นมาอีกด้วย อสูรกายเหล่านี้จึงรีบปีนออกมาจากห้วงอเวจีและบุกเข้าทำลายทุกอย่างโดยไม่สนใจแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง!
แม้ว่าวิชาการโจมตีของริเวอร์จะรุนแรงมาก แต่ในปัจจุบันชายคนนี้ยังไม่สามารถปลดปล่อยการโจมตีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง และเพียงแค่การโจมตีในครั้งก่อนมันก็สิ้นเปลืองพลังงานภายในร่างของริเวอร์มากกว่า 80% แล้ว ที่สำคัญคือมันยังไม่มีวิธีการที่เขาจะฟื้นฟูพลังงานกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
ริเวอร์กัดฟันเข้าไปในสนามรบโดยไม่พูดอะไรสักคำ ท้ายที่สุดทั่วทั้งดินแดนกฎก็กำลังรอคอยเขาอยู่ ไม่ว่าสถานการณ์นี้จะยากลำบากสักแค่ไหน แต่เขาก็ต้องอดทนฝ่าฟันอุปสรรคในวันนี้ไปให้ได้ เพราะถ้าหากเขาเลือกที่จะล่าถอยไปขวัญกำลังใจของทางฝั่งดินแดนกฎก็จะลดลงไปด้วยเช่นเดียวกัน
“ลุยเลย! บุกไปฆ่าพวกมันกันเถอะ” เซี่ยกู่เฉิงร้องตะโกนปลุกใจ
บรรพบุรุษสกายวิงคนนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นนักรบชั้นยอดเท่านั้น แต่เขายังมีสายตาอันเฉียบคมที่สามารถบ่งบอกได้ในทันทีว่าริเวอร์กำลังไม่พร้อมที่จะทำการต่อสู้ เขากับพระเจ้าคนอื่น ๆ จึงรีบเข้ามาสมทบกับริเวอร์อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยบดบังไม่ให้นักรบคนอื่นได้เห็นว่าโซลฮันเตอร์คนนี้กำลังอ่อนแอ
“คุณโอเคไหม!?” เซี่ยกู่เฉิงถามในระหว่างการต่อสู้
“พลังงานคือรากฐานของทุกสิ่ง ความจริงข้อนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นความจริงในจักรวาลของคุณแต่เป็นความจริงในจักรวาลของฉันด้วย ตอนนี้สิ่งที่ฉันกำลังขาดแคลนคือพลังงาน บอกตามตรงว่าในตอนนี้ฉันหลงเหลือพลังงานในร่างอีกเพียงแค่ประมาณ 10% เท่านั้นเอง” ริเวอร์กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
เซี่ยกู่เฉิงขมวดคิ้วโดยไม่พูดอะไรต่อ เพราะเพียงได้ฟังแค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังประสบปัญหาหนัก
การโจมตีของริเวอร์ทั้งรุนแรงและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ไม่ว่าใครก็สามารถบอกได้เลยว่าการโจมตีในลักษณะนั้นย่อมต้องใช้พลังงานปริมาณมหาศาลอย่างแน่นอน
ในช่วงแรกการโจมตีของริเวอร์ประกอบกับการลงมือของพระเจ้าทั้งหกทำให้พวกรีเวิร์สได้รับความเสียหายอย่างหนัก อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาค่อย ๆ ผ่านพ้นไป ความต่างชั้นของพลังก็เริ่มแสดงออกให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
การต่อสู้ด้วยกองกำลังขนาดใหญ่ไม่เอื้ออำนวยต่อกันและกันเลยแม้แต่น้อย ท้ายที่สุดห้วงอเวจีก็มีขนาดใหญ่โตมากและพวกรีเวิร์สก็บุกจู่โจมออกไปในทั่วทิศทาง
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อนักรบถูกศัตรูบุกโจมตีพวกเขายิ่งกระจายกองกำลังออกไปมากกว่าเดิม พวกเซี่ยกู่เฉิงและริเวอร์จึงไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือนักรบจากทุกทิศทางได้ พวกเขาจึงเลือกมุ่งหน้าตรงไปยังจุดที่มีความเสียเปรียบมากที่สุดเท่านั้น
ริเวอร์เริ่มอ่อนล้าลงเรื่อย ๆ เพราะด้วยพลังงานที่จำกัด มันจึงทำให้เขาไม่สามารถปลดปล่อยการโจมตีอย่างรุนแรงได้อีกต่อไป
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมยอดนักรบคนนั้นถึงโจมตีเบาลงไปเรื่อย ๆ”
“ตอนแรกที่เขาปรากฏตัวฉันก็คิดว่าแม้แต่พระเจ้าทั้งหกก็ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับเขาได้เลย แต่ตอนนี้พลังของเขากลับเทียบเท่ากับพระเจ้าคนอื่นแล้ว อย่าบอกนะว่าพลังของเขาไม่เหลือมากพอที่จะพลิกกระแสของสงครามได้อีกแล้ว”
นักรบที่เข้าร่วมการต่อสู้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นนักรบชั้นยอดที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชน ทุกคนจึงสามารถมองเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าประสิทธิภาพในการต่อสู้ของริเวอร์ลดน้อยลง เหตุการณ์นี้จึงบั่นทอนกำลังใจของพวกเขาลงไปเรื่อย ๆ ว่าในท้ายที่สุดดินแดนกฎจะไม่สามารถต้านทานพวกรีเวิร์สเอาไว้ได้
เมื่อเกิดภัยพิบัติแม้แต่คู่สามีภรรยาก็ยังสามารถแยกกันหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด นอกจากนี้นักรบของดินแดนกฎยังเป็นการรวมกำลังกันอย่างหลวม ๆ เท่านั้น พวกเขาจึงไม่ได้มีความสามัคคีอย่างที่ควรจะเป็น
สาเหตุที่ทุกคนยังคงยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ นั่นก็เพราะพวกเขายังคงมองเห็นแสงสว่างแห่งความหวัง น่าเสียดายที่ในตอนนี้แม้แต่นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างริเวอร์ก็อ่อนกำลังลงไปมากแล้ว มันจึงทำให้ขวัญกำลังใจของนักรบภายในกองทัพถูกบั่นทอนลงไป
แน่นอนว่าริเวอร์เข้าใจความจริงในเรื่องนี้เป็นอย่างดี มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงยังดิ้นรนต่อสู้ทั้ง ๆ ที่พลังงานภายในร่างกำลังจะหมดลง น่าเสียดายที่ในตอนนี้เขาไม่เหลือพลังงานปลดปล่อยการโจมตีที่อลังการได้อีกต่อไป มันจึงทำให้เขาไม่สามารถปลุกขวัญกำลังใจนักรบได้อีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้จำนวนของนักรบผู้กล้าหาญก็ลดจำนวนลงไปเรื่อย ๆ และจำนวนของนักรบที่เต็มใจจะเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อผู้อื่นมันก็มีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น เมื่อเหล่าบรรดาวีรบุรุษเหล่านี้เสียสละชีวิตของตัวเองไป มันจึงเหลือเพียงแต่นักรบที่มีใจโลเลพร้อมจะหนีทัพเอาชีวิตรอดได้ตลอดเวลา
หากพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ นักรบเหล่านี้ย่อมอยู่ร่วมในกองกำลังเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาเห็นว่าสถานการณ์ในสนามรบกำลังตกอยู่ในช่วงวิกฤต พวกเขาย่อมหลบหนีได้เร็วกว่าใคร ๆ อย่างแน่นอน
ศักดิ์ศรี?
ศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่เอาไว้เชิดหน้าชูตาได้ตอนที่ยังมีชีวิตเท่านั้น หากพวกเขาถูกศัตรูสังหารจนเสียชีวิตลง ศักดิ์ศรีพวกนี้ก็ไม่สามารถเอาไปอวดอ้างต่อหน้าใครได้อีกต่อไป
ในที่สุดพวกรีเวิร์สก็กลับมากุมความได้เปรียบเอาไว้ได้อีกครั้ง และมันก็จำเป็นจะต้องใช้นักรบหลายร้อยคนเพื่อรุมสังหารรีเวิร์สเพียงแค่ตัวเดียว
สภาวะจิตใจของนักรบเริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรงและกองทัพที่คอยป้องกันแนวหน้าของจักรวาลก็ใกล้ที่จะแตกสลายลงไปเต็มที ซึ่งในระหว่างนี้พวกเซี่ยกู่เฉิงและริเวอร์ต่างก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อต่อต้านศัตรูเอาไว้
ทันใดนั่นเองมันก็มีประตูมิติขนาดใหญ่เปิดออกอย่างกะทันหัน ซึ่งมันเป็นประตูมิติขนาดใหญ่มากถึงขนาดเอาดาวเคราะห์ใส่เข้าไปได้ทั้งดวง
วินาทีต่อมาหัวยานขนาดใหญ่ก็ค่อย ๆ ปรากฏอย่างช้า ๆ พร้อมกับปากกระบอกปืนใหญ่ที่มีความขนาดมากกว่าดวงจันทร์
ไททันปรากฏตัวแล้ว!
นี่คือยานรบที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล ยานรบที่เกิดจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่มีมาจนถึงปัจจุบัน
ช็อก!
โคตรช็อก!
ไม่อยากจะมีใครเชื่อสายตากับสิ่งที่ตัวเองกำลังมองเห็น เมื่อจู่ ๆ มันได้มียานรบลำยักษ์ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแบบนี้
ตูม!
ทันทีที่ไททันปรากฏตัวมันก็ปล่อยลำแสงอันเจิดจ้าราวกับการระเบิดของดวงอาทิตย์ โดยการโจมตีนี้มันก็มีพลังมากพอที่จะทำลายดาวเคราะห์ได้ทั้งดวง
แต่เดิมปืนใหญ่ของไททันก็มีพลังทำลายล้างที่น่ากลัวมากแล้ว แต่ในปัจจุบันปืนใหญ่นี้กลับมีพลังที่น่ากลัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะมันถูกเพิ่มประสิทธิภาพจากเหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ชั้นยอดที่รวมกำลังกับเหล่าหุ่นยนต์
ลำแสงทำลายล้างพุ่งเข้ากวาดรีเวิร์สให้หายราบเป็นหน้ากลอง โชคดีที่พวกริเวอร์ถอนกำลังออกไปตามคำแนะนำจากเซี่ยกู่เฉิงแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็อาจจะได้รับบาดเจ็บจากคลื่นกระแทกอันรุนแรงของการระเบิดในครั้งนี้
ตูม!
เมื่อลำแสงพุ่งเข้าไปจนถึงประตูจักรวาลมันก็เริ่มระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง โดยคลื่นกระแทกที่เกิดขึ้นมาจากการระเบิดในครั้งนี้มันก็รุนแรงกว่าการระเบิดในครั้งก่อนหลายสิบเท่า
หากใครไม่เคยเห็นพิมพ์เขียวของไททันมาก่อน พวกเขาย่อมไม่มีวันทำความเข้าใจลำแสงทำลายล้างได้อย่างแน่นอน ว่ามันเป็นการดัดแปลงคลื่นแสงให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงคล้ายกับตอนที่ดาวฤกษ์ใกล้จะดับแสงลงไป
หากไม่มีสิ่งกีดขวางลำแสงทำลายล้างก็จะพุ่งไปสู่ส่วนลึกของจักรวาล แต่ถ้าหากว่ามันได้พบกับสิ่งกีดขวาง ในเวลานั้นคลื่นแสงปริมาณมหาศาลจะเกิดการระเบิดด้วยความแรงสูง
นี่คือสาเหตุที่ทำให้อาวุธชิ้นนี้ถูกตั้งชื่อว่าอะโพคาลิปส์ เพราะเมื่อไหร่ที่มันถูกยิงออกไปมันก็จะก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ต่างจากวันโลกาวินาศ
เซี่ยเฟยแอบพัฒนาอะโพคาลิปส์ขึ้นมาอย่างลับ ๆ และในวันนี้ก็เป็นวันแรกที่มันถูกยิงออกไป โดยผลลัพธ์ที่ได้เกิดคลื่นระเบิดอันรุนแรงที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งกาแล็กซี
ในที่สุดเหล่าบรรดานักรบที่ยึดมั่นในพลังของตัวเองก็ได้พบกับพลังของเทคโนโลยี ซึ่งพลังที่ไททันได้แสดงออกมานี้มันก็เทียบชั้นได้กับพลังทำลายล้างของการโจมตีจากนักรบระดับพระเจ้า
เสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับคลื่นกระแทกอันรุนแรงแทบจะทำให้ทุกคนล้มทั้งยืน แต่ทุกคนก็ยังคงมองดูพลังทำลายล้างอันบ้าคลั่งจากยานไททันด้วยความตกใจ จนมีนักรบบางคนแทบที่จะลืมหายใจไปเลยทีเดียว
เหล่าบรรดารีเวิร์สตาม่วงต่างก็รีบละทิ้งสนามรบวิ่งหนีไปอย่างตื่นตระหนก เพราะนอกเหนือจากการดำรงอยู่อย่างริเวอร์แล้ว ไททันก็ถือว่าเป็นภัยคุกคามชีวิตของพวกมันอีกด้วย
“เฮ้!”
เหล่าบรรดานักรบจากดินแดนกฎส่งเสียงโห่ร้องขึ้นมาอย่างยินดีอีกครั้ง เมื่อได้พบว่านอกเหนือจากริเวอร์ที่ยืนเคียงข้างพวกเขาแล้วดินแดนกฎยังมีอาวุธลับอย่างไททันอยู่อีกด้วย
ยานลำยักษ์ค่อย ๆ เคลื่อนที่ออกจากประตูมิติอย่างช้า ๆ แต่ในทันใดนั่นเองเงาดำหลายร่างก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน และรีบมุ่งหน้าตรงไปยังยานไททันที่นำความหวังมาสู่นักรบทุกคน
“นั่นมันพวกผู้สร้าง!” นักรบที่มีสายตาดีอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อได้รู้ว่าร่างเงาดำที่เพิ่งปรากฏขึ้นมานั้นคือบลันท์, คอนสแตน, ชิลล์และสโตน 4 ผู้สร้างที่หลบหนีออกไปจากการต่อสู้ครั้งก่อน
ทุกคนต่างก็รู้แล้วว่าคนกลุ่มนี้คือผู้ทรยศต่อดินแดนกฎของพวกเขา แต่มันก็ไม่มีใครคิดว่าผู้สร้างกลุ่มนี้จะเลวถึงขั้นปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อทำลายไททันที่สร้างอันตรายให้กับพวกรีเวิร์สอย่างรุนแรง
ริเวอร์และพระเจ้าคนอื่น ๆ รีบมุ่งหน้าตรงไปยังไททันในทันที เพราะถ้าหากยานลำนี้ถูกทำลายลงไปความหวังของดินแดนกฎก็จะถูกดับหายไปด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามการปรากฏตัวของยานไททันลำที่ 2 ก็ทำให้หัวใจของทุกคนกระตุกขึ้นมาอีกครั้ง เพราะความจริงแล้วเซี่ยเฟยไม่ได้สั่งให้สร้างยานไททันขึ้นมาเพียงแค่ลำเดียว
“อะไรกันวะเนี่ย?!” บลันท์ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าหาไททันลำแรกอุทานขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด เพราะในตอนแรกพวกเขากะจะปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อทำลายไพ่ตายของศัตรู แต่ความจริงมันก็กลายเป็นว่าเซี่ยเฟยได้ซ่อนไพ่ตายเอาไว้อีกหลายใบ
—
บริเวณดวงดาวอันเงียบสงบที่อยู่ห่างจากกลุ่มดาวนครหลวงมาไม่มากนัก ดาวดวงนี้คือดาวเคราะห์สีเขียวดวงเล็ก ๆ ซึ่งเป็นสถานที่พำนักของฉินหมางในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
ดอกไม้ภายในดาวยังคงส่งกลิ่นหอม เหล่าบรรดานกน้อยยังคงส่งเสียงร้องก้องกังวานอย่างสนุกสนาน เสียงน้ำไหลยังคงผ่อนคลายสภาวะจิตจิตใจอันตึงเครียดได้เป็นอย่างดี คล้ายกับว่าดาวเคราะห์อันเงียบสงบดวงนี้ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายในจักรวาลโดยสิ้นเชิง
“การที่ผู้อาวุโสได้อยู่ในดาวเคราะห์แบบนี้ท่านน่าจะมีความสุขมากแน่ ๆ หากใครชวนฉันมาอยู่ที่นี่ฉันคงตกลงปลงใจแต่งงานกับเขาเลย” เยว่เกอกล่าวขึ้นมาเบา ๆ
หลังจากพูดจบดวงตาคู่งามก็แอบจับจ้องมองไปทางเซี่ยเฟย ราวกับว่าคำพูดเมื่อสักครู่มีความหมายที่สื่อออกไปถึงใครบางคน
น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยยังคงจริงจังและไม่ได้ฟังคำพูดของเยว่เกอเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนิสัยนี้เป็นนิสัยติดตัวที่อยู่กับชายหนุ่มมานาน ไม่ว่าจะเป็นในอดีต, ปัจจุบันหรือในอนาคตเขาก็ยังคงเป็นเขาอยู่เหมือนเดิม
“พวกเราไปดูที่ห้องใต้ดินกันเถอะ”
***************
น้องก็ยังพยายามหยอดพี่เฟยทุกครั้งที่มีโอกาสและพี่เฟยก็ยังคงตีมึนทุกโอกาสเหมือนกัน แต่ทุกคนควรรีบไปได้แล้วสงครามกำลังดุเดือดดดด