เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,025 ประทับสวรรค์สังหารวิญญาณร้าย

ตอนที่ 1,025 ประทับสวรรค์สังหารวิญญาณร้าย

ตอนที่ 1,025 ประทับสวรรค์สังหารวิญญาณร้าย


ตอนที่ 1,025 ประทับสวรรค์สังหารวิญญาณร้าย

สงครามได้แสดงให้เห็นด้านที่โหดร้ายตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เพราะมันได้มีจอมเทพคนหนึ่งเสียสละชีวิตของตัวเองระเบิดพลังให้ศัตรูพังพินาศไปพร้อมกับเขา

ตูม!

เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งกาแล็กซี เพราะท้ายที่สุดผู้ที่ระเบิดพลังออกมาก็มีพลังสูงถึงระดับจอมเทพ ปริมาณพลังงานที่กักเก็บเอาไว้ภายในร่างกายจึงเรียกได้ว่าเป็นปริมาณมหาศาล แรงระเบิดจากการระเบิดพลังของนักรบคนนี้จึงมากพอที่จะทำลายดาวเคราะห์ได้หลายดวง

เปลวไฟสีแดงโหมกระหน่ำออกมาจากห้วงอเวจี พร้อมกับคลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวที่สาดซัดไปทั่วในรัศมีหลายร้อยกิโลเมตร การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ทำให้เหล่าบรรดารีเวิร์สตกใจเป็นอย่างมาก แม้แต่นักรบในกองทัพจากดินแดนกฎก็กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจด้วยเช่นกัน

แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าจอมเทพเป็นตัวตนที่มีความเป็นอมตะ และสามารถไปเกิดในเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตได้ทุกเมื่อ แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าเส้นทางหลังจากการเกิดใหม่จำเป็นจะต้องอดทนต่อการฝึกฝนอย่างยาวนาน และมันก็คงจะต้องใช้เวลานานนับหมื่นปีกว่าที่พวกเขาจะกลับมายืนยังจุดเดิมได้สำเร็จ

การบุกจู่โจมของพวกรีเวิร์สชะงักค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่พวกมันจะเริ่มบุกโจมตีอีกครั้ง ท้ายที่สุดสงครามครั้งนี้มันก็เป็นสงครามในระดับจักรวาล และมันก็ไม่มีทางหยุดยั้งเพียงเพราะการเสียสละชีวิตของนักรบเพียงคนเดียว

ต่อมารีเวิร์สก็เริ่มทะลักออกมาจากห้วงอเวจีมากขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายกับฝูงมดที่กำลังคลานออกมาจากรัง โดยรีเวิร์สแต่ละตัวต่างก็มีพลังการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา

บรรดานักรบจากดินแดนกฎที่ล้อมรอบห้วงอเวจีไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคของพวกมันเลย และเมื่อพวกรีเวิร์สบุกเข้าโจมตีในระยะประชิดวงล้อมก็เริ่มขยายออกอย่างฉับพลัน ยิ่งไปกว่านั้นมันก็ดูเหมือนกับว่าเหล่าบรรดาอสูรกายจะมีความเชี่ยวชาญในการจู่โจมระยะประชิดมากกว่าการจู่โจมในระยะไกลเสียอีก

“ลงนรกไปซะ!”

เสียงนักรบคนหนึ่งร้องดังสนั่นก่อนที่เขาจะเคลื่อนร่างเข้าไปภายในห้วงอเวจีอีกคน จากนั้นมันก็มีการระเบิดครั้งใหญ่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ซึ่งมันเป็นสัญญาณว่านักรบคนนี้เพิ่งจะสละชีวิตเพื่อระเบิดตัวเอง

ชั่วพริบตาจอมเทพถึงสองคนก็เลือกจะเสียสละชีวิตเพื่อต่อต้านการบุกโจมตีของศัตรูไว้ ซึ่งมันถือว่าเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีว่าสงครามในครั้งนี้เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากมากแค่ไหน

แต่ในคราวนี้ดูเหมือนว่าพวกรีเวิร์สจะเริ่มคุ้นเคยกับความบ้าคลั่งของนักรบในดินแดนกฎแล้ว พวกมันจึงไม่ได้หยุดชะงักเหมือนกับการระเบิดพลังในตอนแรก ยิ่งไปกว่านั้นการระเบิดในครั้งนี้ยังกระตุ้นให้พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วกว่าเดิม

บรรดานักรบจากดินแดนกฎต้องตกตะลึงกับการโจมตีอย่างไม่กลัวตายของพวกอสูรกาย และทันใดนั้นพวกเขาก็ตระหนักว่าศัตรูที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าในคราวนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทรงปัญญาเหมือนกับตัวเอง แต่เป็นพวกปีศาจร้ายที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างโดยไม่สนว่าใครจะเป็นอะไร

การโจมตีธรรมดาสร้างความเสียหายให้กับพวกรีเวิร์สได้เพียงแค่เล็กน้อย ซึ่งในเวลาเพียงแค่ไม่นานกองกำลังขนาดใหญ่ก็เริ่มหลุดรอดออกมาจากห้วงอเวจีได้สำเร็จ และการต่อสู้ในระยะประชิดก็เริ่มแพร่กระจายออกไปในวงกว้างแล้ว

จอมเทพ 2 คนหันมามองหน้ากันด้วยแววตาอันมุ่งมั่น ซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขากำลังวางแผนระเบิดตัวเองเพื่อต่อต้านการโจมตีของศัตรูเหมือนกับสหายร่วมรบของตัวเองในก่อนหน้านี้

“ไปกันเถอะ”

“อย่าเลย พวกคุณคือกระดูกสันหลังของสงครามในครั้งนี้ ถ้าหากพวกคุณเสียชีวิตลงไปพวกเราคงจะไม่สามารถต้านทานศัตรูเอาไว้ได้”

“ไม่ว่ายังไงพวกเราก็จะตายอยู่แล้ว ขอพวกเราได้ทำหน้าที่ของนักรบให้พวกคุณเถอะ”

นักรบหลาย ๆ คนเริ่มตกลงกัน ก่อนที่พวกเขาจะกระโจนเข้าไปในห้วงอเวจีเพื่อเริ่มต้นกระบวนการระเบิดร่างตัวเอง

ข้อแตกต่างคือนักรบเหล่านี้ยังมีพลังไม่ถึงจอมกฎทำให้พวกเขาไม่สามารถกลับไปเกิดใหม่ได้ การระเบิดร่างกายคือการเสียสละชีวิตของตัวเองลงไปจริง ๆ

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เห็นเหตุการณ์ทุกคนรู้สึกสะเทือนใจ เพราะเพื่อให้เหล่าบรรดาจอมเทพสามารถยืนหยัดต่อสู้ได้ต่อไป นักรบเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนจึงเริ่มระเบิดร่างกายของตัวเองออกมา

แม้ว่านักรบระดับต่ำจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับพวกรีเวิร์สมากนัก แต่การระเบิดพลังโดยการเสียสละชีวิตก็เป็นสิ่งที่แตกต่างออกไป ท้ายที่สุดนี่ก็คือการโจมตีที่จ่ายด้วยชีวิตของตัวเอง การระเบิดแต่ละครั้งจึงสร้างความเสียหายให้กับรีเวิร์สทั่วทั้งบริเวณอย่างหนัก และนี่ก็คือบทบาทที่พวกเขาสามารถทำได้ดีที่สุดภายใต้สนามรบอันโหดร้ายในวันนี้

อย่างไรก็ตามนักรบหลาย ๆ คนก็เริ่มขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความเคร่งเครียด เพราะพวกเขารู้ดีว่ากลยุทธ์เสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อทำลายศัตรูไม่สามารถนำมาซึ่งชัยชนะได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามศัตรูในคราวนี้ก็แข็งแกร่งมากเกินไป และพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะหากลยุทธ์ที่ดีไปกว่าวิธีนี้ได้อีกแล้ว

การต่อสู้อันดุเดือดยังคงดำเนินต่อไปและถ้าหากจะให้นิยามสิ่งที่เกิดขึ้นภายในสงครามครั้งนี้ มันก็คงจะต้องบอกว่านี่คือการต่อสู้ที่มีผู้ยอมเสียสละระเบิดพลังชีวิตของตัวเองออกมามากที่สุด

เมื่อเวลาผ่านไปจอมกฎก็เริ่มร่วมมือกันต้านทานการรุกรานจากรีเวิร์ส ส่วนนักรบระดับต่ำก็ทำได้เพียงแต่เสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อหยุดการบุกโจมตีของเหล่าบรรดาอสูรกายเอาไว้ได้เท่านั้น

น่าเสียดายที่การรุกรานของรีเวิร์สยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครรู้ว่าศัตรูที่บุกโจมตีเข้ามาในครั้งนี้มีจำนวนทั้งหมดเท่าไหร่กันแน่ อย่างไรก็ตามจำนวนของนักรบในดินแดนกฎก็มีอยู่อย่างจำกัด และยิ่งพวกเขาระเบิดพลังของตัวเองเพื่อต่อต้านศัตรูเอาไว้ จำนวนของนักรบในดินแดนกฎก็ค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงร้องคำรามมาจากส่วนลึกของห้วงอเวจี ก่อนที่นักรบรีเวิร์สหลาย ๆ คนจะเริ่มปรากฏตัว นักรบเหล่านี้แตกต่างจากรีเวิร์สที่บุกโจมตีมาในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่เพียงแต่พวกมันจะสวมใส่อุปกรณ์อย่างครบครันแต่พวกมันยังรู้จักใช้ยุทธวิธีในการสู้รบอีกด้วย

นอกจากนี้ดวงตาของพวกมันยังไม่ใช่ดวงตาสีฟ้าอีกต่อไป แต่เป็นดวงตาสีม่วงที่ให้ความรู้สึกอันลึกลับ และพวกมันยังมีพลังการต่อสู้เหนือกว่าเหล่าบรรดารีเวิร์สตาสีฟ้าอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปมากขึ้นกว่าเดิม

“ทุกคนหลบไป!” โอเชี่ยนร้องคำรามก่อนที่จะกระโดดเข้าไปในห้วงอเวจี

การต่อสู้กับผู้สร้างในก่อนหน้านี้ทำให้โอเชี่ยนได้รับบาดเจ็บสาหัส ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไม่ค่อยมีบทบาทสำคัญในสงครามครั้งนี้เลย เขาจึงตัดสินใจที่จะใช้พลังชีวิตเพื่อทำลายศัตรู เพราะถึงแม้ความสามารถในการต่อสู้จะหายไปจากการบาดเจ็บ แต่พลังงานปริมาณมหาศาลยังคงถูกกักเก็บไว้ภายในร่างกายของเขา

ท้ายที่สุดเขาก็คือตัวตนในระดับพระเจ้า ถ้าหากเขาเริ่มระเบิดตัวเอง เขาย่อมทำลายพวกรีเวิร์สตาสีม่วงได้อย่างแน่นอน

“ไม่!” เครนร้องคำรามอย่างเจ็บใจ เพราะมันไม่มีใครคาดคิดว่าหลังจากเริ่มต้นการต่อสู้ได้เพียงแค่ไม่นาน แม้แต่ตัวตนในระดับพระเจ้าก็เริ่มมีความคิดที่จะทำลายตัวเอง

ระหว่างที่ผู้สร้างรุ่นเก่ากำลังหมดหวังและนักรบหลาย ๆ คนกำลังกรีดร้องออกมาอย่างหดหู่ใจ ทันใดนั้นมันก็มีเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นอย่างกะทันหัน

“อย่าพึ่งรีบตาย การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นมาเอง”

เมื่อทุกคนหันหน้าไปมองทางต้นเสียง พวกเขาก็ได้พบกับริเวอร์ที่สวมชุดต่อสู้ยืนอย่างสง่าผ่าเผยอยู่บนท้องฟ้า และมันก็ไม่มีใครรู้ว่าชายคนนี้แอบไปคว้าตัวโอเชี่ยนออกมาจากห้วงอเวจีในตอนไหนกันแน่

“ดูนั่น เขาคือยอดนักรบ!”

“ถ้าหากจำไม่ผิดเขาคือสหายของสกายวิงใช่ไหม?”

“พวกเรารอดแล้ว! ถ้าหากเขาคนนั้นเข้าร่วมสงคราม บางทีพวกเราก็อาจจะขับไล่รีเวิร์สพวกนี้ออกไปได้”

เหล่าบรรดานักรบคล้ายกับคนกำลังจมน้ำแล้วเห็นฟางลอยตามแม่น้ำมา พวกเขาจึงคิดว่าริเวอร์คือผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อกอบกู้สถานการณ์อันสิ้นหวังแห่งนี้

ท้ายที่สุดริเวอร์ก็เป็นโซลฮันเตอร์เพียงคนเดียวในจักรวาล เขาจึงกลายเป็นเทพสงครามในสายตาของนักรบคนอื่น ๆ โดยไม่รู้ตัว

ประทับสวรรค์สังหารวิญญาณร้าย!

ริเวอร์ก็ยังคงเป็นริเวอร์ ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนไหวทำอะไรแต่มันย่อมไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังอย่างแน่นอน

ผู้พิทักษ์จากตระกูลออโรร่าส่งเสียงร้องคำรามพร้อมกับกางเขตอาคมออกไปด้วยมือทั้งสองข้างของตัวเอง

ประทับสวรรค์สังหารวิญญาณร้ายเป็นวิชาจู่โจมแบบวงกว้างของโซลฮันเตอร์ และถึงแม้ว่าริเวอร์จะอ่อนแอลงไปมาก แต่ในสายตาของนักรบภายในดินแดนกฎการเคลื่อนไหวของเขาก็ยังคงเป็นปาฏิหาริย์สำหรับทุกคนอยู่ดี

อาคมสีแดงเข้มแพร่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งห้วงอเวจี และถึงแม้จะไม่มีใครรู้ว่าการเคลื่อนไหวนี้จะก่อให้เกิดผลอะไร แต่มันย่อมไม่ใช่การเคลื่อนไหวธรรมดาอย่างแน่นอน

วินาทีต่อมามันก็มีลำแสงเป็นจำนวนมากพุ่งเข้าใส่ห้วงอเวจีอย่างต่อเนื่อง

เหล่าบรรดารีเวิร์สรู้ดีว่าการโจมตีของริเวอร์เป็นอันตราย พวกมันจึงส่งเสียงร้องคำรามออกมาดังลั่น น่าเสียดายที่เสียงร้องคำรามนี้ไม่ใช่อาวุธ ท้ายที่สุดพวกมันก็ยังคงถูกทำลายด้วยการโจมตีอันทรงพลังอยู่ดี

รีเวิร์สเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนถูกสังหารอย่างว่องไว ก่อให้เกิดหมอกสีขาวที่คนธรรมดามองไม่เห็นล่องลอยออกมาจากซากศพ

นี่คือการโจมตีของโซลฮันเตอร์ การโจมตีที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายของศัตรูเท่านั้น แต่มันยังส่งผลกระทบไปจนถึงวิญญาณของพวกมันด้วย

เฮ้!!

เหล่าบรรดานักรบต่างก็ส่งเสียงตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะการจู่โจมของริเวอร์ในครั้งนี้ได้ปลุกขวัญกำลังใจของทุกคนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

น่าเสียดายที่ทั่วทั้งใบหน้าของริเวอร์บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่เปียกโชก ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็รีบใช้ข้อมือดูดซับพลังงานจากคริสตัลต้นกำเนิดเพื่อเติมเต็มพลังงานของตัวเองอย่างเงียบ ๆ

เหตุผลที่เขาปรากฏตัวช้ามากนั่นก็เพราะว่าเขาพยายามเติมเต็มพลังงานเพื่อใช้ในการโจมตีครั้งนี้ แต่การโจมตีออกไปเพียงแค่ครั้งเดียวกลับทำให้พลังงานภายในร่างของเขาใกล้ที่จะหมดลงอีกครั้งหนึ่ง

แม้ว่าในปัจจุบันเขาจะใช้คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 8 เพื่อเติมเต็มพลังงาน แต่การโจมตีโดยใช้พลังวิญญาณก็แทบที่จะไม่สามารถถูกทดแทนด้วยพลังงานเหล่านี้ได้เลย

ริเวอร์กัดฟันดูดซับพลังงานจากรีเวิร์สนับไม่ถ้วนที่ถูกสังหารลงไป ซึ่งเรื่องนี้ก็คือจุดแข็งของโซลฮันเตอร์ที่ยิ่งพวกเขาสามารถสังหารได้มากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นไปเท่านั้น

น่าเสียดายที่เขาไม่มีอาวุธวิญญาณอยู่ในมือ เขาจึงทำได้เพียงแต่เฝ้าดูวิญญาณนับไม่ถ้วนล่องลอยหายไปต่อหน้าต่อตา เพราะพลังงานจากร่างกายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาสามารถดูดซับวิญญาณทั้งหมดนี้ได้

“บางทีการโจมตีนี้อาจจะหยุดพวกมันได้สักพัก” ริเวอร์พึมพำขณะจับจ้องมองไปยังห้วงอเวจี แต่ทันทีที่คำพูดนี้ได้จบลงพวกรีเวิร์สก็เริ่มคืบคลานออกมาเหมือนฝูงมดที่แตกรัง

“ชิบหายละ!!”

***************

คนที่สู้ได้มีแต่ริเวอร์ แต่ริเวอร์ก็แทบหมดแรงแล้วววว

จบบทที่ ตอนที่ 1,025 ประทับสวรรค์สังหารวิญญาณร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว