เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,024 ศักดิ์ศรีของนักรบ

ตอนที่ 1,024 ศักดิ์ศรีของนักรบ

ตอนที่ 1,024 ศักดิ์ศรีของนักรบ


ตอนที่ 1,024 ศักดิ์ศรีของนักรบ

ฉินหมางคงจะไม่เคยคิดมาก่อนว่างานศพของตัวเองจะกลายเป็นทะเลเลือดที่สาดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณแบบนี้

เซี่ยเฟยทำการสังหารทุกคนที่ขวางทางแล้วเดินตรงไปยังหลุมศพของฉินหมาง จากนั้นเขาก็เริ่มทำในสิ่งที่เขามักจะให้บริการชายชราอยู่เป็นประจำ โดยการชงน้ำชาแล้วนำไปเสิร์ฟบนแผ่นศิลาของหลุมศพ

ระหว่างนั้นชายหนุ่มก็หยิบบุหรี่ขึ้นมา 2 ม้วน โดยม้วนหนึ่งจุดเพื่อสูบด้วยตัวเอง ขณะที่อีกม้วนนำไปวางไว้ตรงบริเวณด้านหน้าป้ายหลุมศพ เสมือนหนึ่งว่าฉินหมางยังคงอยู่ตรงนั้นไม่ได้ตายจากไปไหน

การลงมือสังหารของชายหนุ่มทำให้คนส่วนใหญ่ถอยออกไปด้วยความหวาดกลัว แต่มันก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่กล้ายืนเคารพหลุมศพอยู่ใกล้ ๆ ต่อ อย่างเช่น เย่จิ่งชานผู้อำนวยการค่ายฝึกจัสทิสลีก, เย่เสี่ยวหานผู้ฝึกสอนจากค่ายฝึกจัสทิสลีก, เป๋ยไฮ่กับหมานจุนสหายที่เคยร่วมทีมเดียวกับเซี่ยเฟยในตอนที่เขายังอยู่ที่ค่าย และทูรามผู้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของฉินหมาง

ครั้งหนึ่งคนเหล่านี้เคยอยู่ในระดับเดียวกันและในระดับที่สูงกว่าเซี่ยเฟยมาก แต่ในตอนนี้เซี่ยเฟยกลับกลายเป็นตัวตนที่พวกเขาไม่อาจจะเอื้อมถึงไปแล้ว

นอกจากนี้เซี่ยเฟยยังอารมณ์ไม่ดีเนื่องจากสงครามที่กำลังใกล้เข้ามา ในสายตาของทุกคนชายหนุ่มคนนี้จึงไม่ได้มีตัวตนในระดับเทพเจ้าเท่านั้น แต่เขายังเป็นเทพเจ้าแห่งการสังหารอีกด้วย

“ในฐานะลูกศิษย์และคนสนิทของคุณตา ผมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานศพของเขา ตามกฎจากบ้านเกิดของผม ผมก็ควรที่จะต้องไว้อาลัยให้กับเขาด้วย แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดีมากนัก ดังนั้นผมขออนุญาตขอตัวก่อน” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เพราะในตอนนี้เขายังมีเรื่องสำคัญจะต้องทำ เขาจึงไม่ได้สนใจเรื่องพิธีกรรมมากนักขอแค่มาทำความเคารพหลุมศพของฉินหมางแค่นั้นเขาก็รู้สึกพอใจแล้ว

เย่เสี่ยวหานชะงักไปเล็กน้อย โดยในตอนนี้เธอผอมลงกว่าเดิมมากและลักษณะนิสัยของเธอก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องราวใด ๆ เหล่านั้นเลย เพราะเขารู้ด้วยซ้ำว่าในบริเวณใกล้ ๆ มีนิโคลเดินทางมาร่วมไว้อาลัยในงานศพวันนี้ด้วย

“พวกเราจะกลับไปพร้อมกับนายด้วย ฉันได้ยินเรื่องที่เกิดกับประตูจักรวาลแล้ว” เยว่เกอกล่าวขณะดึงมือเฉินตงให้ไล่ตามเซี่ยเฟยไป

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับเบา ๆ โดยไม่คิดที่จะปฏิเสธ

“สถานการณ์ตอนนี้มันแย่มากเลยเหรอ? ฉันได้ยินมาว่าพนักงานในบริษัทควอนตัมถูกอพยพออกไปหมดแล้ว” ทูรามถามอย่างกังวล

“ลุงฟังผมให้ดี ๆ นะ ผมแนะนำให้ลุงเดินทางไปพร้อมกับแอวริลดีกว่า ตอนนี้ยังพอมีเวลาเดี๋ยวผมจะส่งคนมารับลุงเอง” เซี่ยเฟยหันไปกล่าวกับทูรามอย่างจริงจัง หลังจากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปยังแขกบริเวณโดยรอบ ก่อนที่จะกล่าวอธิบายเพิ่มเติมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งว่า

“พวกคุณทั้งสามคนจะมาด้วยก็ได้นะ”

ชายหนุ่มยังไม่ได้อธิบายสถานการณ์อะไรออกมา แต่ทุกคนสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยว่าอันตรายในครั้งนี้ร้ายแรงกว่าสงครามระหว่างพันธมิตรกับเซิร์กหลายร้อยเท่า

“ไม่ล่ะ ฉันขออยู่ที่นี่ดีกว่า” ไทสันพูดขึ้นมาเป็นคนแรก

“ฉันก็เหมือนกัน พันธมิตรยังต้องการฉันอยู่ ครั้งสุดท้ายที่พวกเราถูกเซิร์กโจมตีฉันก็คือคนวางแผนให้กองกำลังพันธมิตรต้องล่าถอยไป เหตุการณ์วันนั้นยังคงฝังอยู่ในใจของฉันอย่างชัดเจน และฉันจะไม่มีวันให้มันมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกครั้งเป็นอันขาด” วิลเลียมกล่าว

ไทสัน, วิลเลียมและเลย์ตันผู้ซึ่งเป็นสามจอมพลแห่งกรมทหารต่างก็ตัดสินใจที่จะอยู่ดูแลพันธมิตรแห่งนี้ต่อ แม้แต่ทูรามก็ตัดสินใจที่จะกลับไปดูแลสมาพันธ์จัสทิสในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ด้วยเช่นกัน

ชายหนุ่มทำได้เพียงแต่เคารพการตัดสินใจของทุกคนอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น เพราะเขาเข้าใจดีว่าสาเหตุที่เขาให้ความเคารพคนเหล่านี้ นั้นก็เพราะทุกคนต่างก็มีจิตวิญญาณแห่งนักสู้ไม่ด้อยไปกว่าตัวเขาเลย

“ตาแก่นั่นทิ้งสมบัติทั้งหมดเอาไว้ให้กับนาย พวกมันอยู่ในชั้นใต้ดิน นายลงไปดูเองก็แล้วกัน” ทูรามกระซิบขณะยัดกุญแจใส่ในมือของเซี่ยเฟย

ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเหลือบตามองกุญแจและพยักหน้ารับเบา ๆ

ฉินหมางเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างกับเซี่ยเฟยยกเว้นสิ่งที่อยู่ในห้องใต้ดิน ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชายชราได้ซ่อนสมบัติอะไรเอาไว้ภายในนั้น

เซี่ยเฟยเคยจินตนาการถึงการเปิดห้องใต้ดินอันลึกลับเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน แล้วถึงแม้ว่าในตอนนี้เขาจะได้รับกุญแจเปิดห้องลับห้องนั้นมาแล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่เขาได้รับมาในครั้งนี้มันก็ต้องแลกกับการสูญเสียผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เขาให้ความเคารพรักไป

“ตาแก่นั่นให้ความสำคัญกับนายสูงมาก แม้แต่ฉันก็ยังไม่เคยเห็นสิ่งที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้เลย ความเป็นจริงฉันต้องขอบคุณนายด้วยซ้ำที่ทำให้ฉินหมางใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายได้อย่างสบายใจ ช่วงก่อนหน้านี้เขามักจะพูดให้ฉันฟังอยู่เสมอว่านายคือลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต และก่อนที่เขาจะจากไปเขาก็พยายามบอกย้ำฉันซ้ำ ๆ ว่าให้นายรีบไปที่ห้องใต้ดินโดยเร็วที่สุด” ทูรามกล่าว

เซี่ยเฟยทำได้เพียงแต่กัดริมฝีปากด้วยดวงตาสีแดงก่ำ โดยพยายามจะอดกลั้นหยดน้ำตาของตัวเองเอาไว้

“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม!” เซี่ยกู่เฉิงชูแขนพร้อมกับตะโกนเสียงดัง

ตอนนี้ประตูจักรวาลส่งเสียงดังกึกก้องขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งมันเป็นสัญญาว่าสงครามครั้งใหญ่เข้าใกล้ขึ้นมาทุกทีแล้ว

บนใบหน้าของนักรบทุกคนเต็มไปด้วยความประหม่า เสียงร้องคำรามของพวกรีเวิร์สทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นเร็วขึ้น กลยุทธ์ของสงครามครั้งนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายมาก โดยนักรบทุกคนจะต้องล้อมรอบประตูจักรวาลเอาไว้ แล้วเมื่อไหร่ที่รีเวิร์สปรากฏตัวขึ้นมาพวกเขาก็จะต้องทำการโจมตีอย่างสุดกำลัง

นักรบเป็นจำนวนมากล้อมรอบประตูจักรวาลเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ทุกคนต่างก็ขุดสมบัติประจำตระกูลออกมาใช้โดยไม่เก็บงำอะไรเอาไว้อีกต่อไป เพราะถ้าหากว่าพวกเขาไม่ได้ใช้สมบัติในตอนนี้ บางทีพวกเขาอาจจะไม่ได้มีโอกาสได้ใช้สมบัติอีกแล้วในอนาคต ทั่วทุกมุมของสนามรบจึงเต็มไปด้วยสมบัติหายากอย่างมากมาย

การรวมตัวกันในครั้งนี้ไม่ใช่การรวมตัวกันเพียงแค่กองกำลังทั่ว ๆ ไปเท่านั้น เพราะแม้แต่กลุ่มนักโทษที่เป็นอาชญากรจากทั้งสองเผ่าพันธุ์ต่างก็ถูกปล่อยตัวออกมาให้เข้าร่วมรบในสงครามครั้งนี้ด้วย

เพล้ง!

ในที่สุดมันก็มีเสียงแหลมบาดแก้วหูดังขึ้นมาจากประตูจักรวาลเป็นสัญญาณว่าม่านพลังที่คอยปกป้องจักรวาลนี้มานานหลายล้านปีได้ถูกทำลายลงไปแล้ว

เหล่าบรรดานักรบกระชับอาวุธภายในมืออย่างประหม่า เพื่อรอคอยศัตรูที่กำลังจะปรากฏตัวขึ้นมาในไม่กี่วินาทีหลังจากนี้

ในที่สุดดวงตาสีฟ้าคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคน

“ฆ่ามัน!”

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งเสียงตะโกนขึ้นมา แต่ทันทีที่เสียงนี้สิ้นสุดลงมันก็ก่อให้เกิดการโจมตีระยะไกลเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ

แสงหลากสีสันพุ่งผ่านไปยังขุมนรกอันมืดมิด โดยในตอนนี้เหล่าบรรดาทหารต่างก็โจมตีอย่างสุดกำลัง แม้มันจะมีสัญญาณว่าศัตรูได้ปรากฏตัวขึ้นมาเพียงแค่ตัวเดียวก็ตาม

น่าแปลกที่จู่ ๆ เสียงฝีเท้าและเสียงร้องคำรามของพวกรีเวิร์สก็หยุดลงอย่างกะทันหัน แม้กระทั่งดวงตาสีฟ้าในความมืดก็หายไปราวกับว่าจู่ ๆ พวกมันก็คิดจะถอนตัวกลับไปซะอย่างนั้น

นักรบเริ่มหยุดการโจมตีทีละคนพร้อมกับมองไปยังประตูจักรวาลอย่างสงสัย ท้ายที่สุดมันก็ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมรีเวิร์สถึงไม่ปรากฏตัวออกมาเพื่อทำสงคราม

“หรือพวกมันจะรู้ว่าพวกเราปิดล้อมประตูจักรวาลเอาไว้ พวกมันเลยไม่กล้าออกมาปะทะกับพวกเราแบบนี้?” นักรบคนหนึ่งถามอย่างสงสัย

เมื่อสักครู่เขาเพิ่งทำการปล่อยกฎแห่งความมืดโจมตีอย่างต่อเนื่องออกไปมากกว่า 10 ครั้ง ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจะหายไปอย่างลึกลับ แต่ในระหว่างที่เขากำลังพูดคุยอย่างตื่นเต้นได้เพียงแค่ไม่นาน ลูกศรสีดำอันรวดเร็วก็พุ่งผ่านร่างเขาไปจนทำให้ร่างของเขาระเบิดออกจากกันเป็นชิ้น ๆ

วินาทีต่อมาลูกศรเป็นจำนวนมากก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากห้วงอเวจี โดยในตอนนี้รีเวิร์สก็ได้ใช้กลยุทธ์โจมตีระยะไกลโต้ตอบกลับไปด้วยเช่นกัน

การโจมตีของรีเวิร์สรุนแรงมากทำให้นักรบเป็นจำนวนมากเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็ว สีหน้าของนักรบส่วนใหญ่จึงเริ่มกลายเป็นความหวาดกลัว เพราะทุกคนต่างก็คิดภายในใจว่าพวกเขาไม่มีทางรอดไปจากสงครามในวันนี้แล้ว

ไม่กี่นาทีต่อมามันก็มีเสียงครึกโครมก้องกังวานไปทั่วทั้งจักรวาล คล้ายกับว่ากองทัพม้ากำลังเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ในบริเวณนี้ไป

ในที่สุดเหล่าบรรดานักรบก็เข้าใจแล้วว่าพวกรีเวิร์สไม่ได้เกรงกลัวการโจมตีของพวกเขาเลย เพียงแต่พวกมันกำลังเตรียมความพร้อมที่จะบุกโจมตีออกมาอย่างเต็มกำลังต่างหาก

ความตายคืออะไร!?

ความตายของพวกพ้องไม่อาจหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของพวกรีเวิร์สได้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีวัฒนธรรม ไม่ว่าพวกพ้องของพวกมันตายไปสักกี่คนแต่พวกมันก็จะไม่มีวันหยุดโจมตี

“ฆ่ามัน!” เซี่ยกู่เฉิงร้องตะโกนพร้อมกับโจมตีออกไปอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่สนใจพลังงานที่สูญเสียจากการโจมตีในครั้งนี้เลย

น่าเสียดายที่พวกรีเวิร์สมีการป้องกันที่ดีกว่านักรบในดินแดนกฎ มันจึงมีเพียงแค่การโจมตีจากนักรบชั้นยอดที่มากพอจะสร้างบาดแผลให้กับพวกมันได้

“ไม่ว่ายังไงพวกเราก็จะต้องหยุดทัพหน้าของพวกมันเอาไว้ให้ได้!!” เซี่ยกู่เฉิงตะโกนเสียงดัง

ทันทีที่เขาพูดจบชายชราก็กระโดดเข้าไปในห้วงอเวจีอีกครั้ง ก่อนที่จะเริ่มทำการสังหารพวกรีเวิร์สลงไปทีละตัว

ระหว่างนั้นจอมเทพทั้งห้าของสกายวิงก็รีบเคลื่อนไหวตามบรรพบุรุษของตัวเองไปด้วยเช่นเดียวกัน และพวกเขาก็พยายามใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อหยุดยั้งพวกรีเวิร์สเอาไว้

น่าเสียดายที่ในดินแดนกฎมีนักรบชั้นยอดอยู่น้อยมากจนเกินไป และถึงแม้ว่าสกายวิงจะเป็นตระกูลที่ผลิตนักรบชั้นยอดออกมาได้เป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาก็เป็นตระกูลที่มีจุดอ่อนในเรื่องจำนวนสมาชิกของตระกูลอยู่เสมอ

การลงมือของสกายวิงเปรียบเสมือนกับการขว้างก้อนหินลงไปในทะเลสาบ ถึงแม้ว่าพวกมันจะสร้างคลื่นกระเพื่อมขึ้นมาได้สำเร็จ แต่พวกมันก็ไม่สามารถหยุดยั้งกระแสน้ำที่กำลังไหลบ่าเข้ามาได้อยู่ดี

“ลงนรกไปซะ!” จอมเทพคนหนึ่งพุ่งตัวเข้าไปในห้วงอเวจีด้วยความโกรธ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีความแข็งแกร่งเท่ากับสกายวิงแต่เขาก็มีวิธีการในการต่อต้านรีเวิร์สด้วยตัวเอง

วิธีการที่เขาเลือกคือการระเบิดตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีการสุดท้ายที่นักรบมักจะใช้เพื่อลากศัตรูให้ตกตายไปตามกัน

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแต่พวกเขาก็ยังคงมีศักดิ์ศรี และนี่ก็คือศักดิ์ศรีของนักรบที่พร้อมจะสละชีวิตเพื่อปกป้องจักรวาลแห่งนี้เอาไว้

***************

สงครามเริ่มต้นแล้ว!

จบบทที่ ตอนที่ 1,024 ศักดิ์ศรีของนักรบ

คัดลอกลิงก์แล้ว