- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,024 ศักดิ์ศรีของนักรบ
ตอนที่ 1,024 ศักดิ์ศรีของนักรบ
ตอนที่ 1,024 ศักดิ์ศรีของนักรบ
ตอนที่ 1,024 ศักดิ์ศรีของนักรบ
ฉินหมางคงจะไม่เคยคิดมาก่อนว่างานศพของตัวเองจะกลายเป็นทะเลเลือดที่สาดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณแบบนี้
เซี่ยเฟยทำการสังหารทุกคนที่ขวางทางแล้วเดินตรงไปยังหลุมศพของฉินหมาง จากนั้นเขาก็เริ่มทำในสิ่งที่เขามักจะให้บริการชายชราอยู่เป็นประจำ โดยการชงน้ำชาแล้วนำไปเสิร์ฟบนแผ่นศิลาของหลุมศพ
ระหว่างนั้นชายหนุ่มก็หยิบบุหรี่ขึ้นมา 2 ม้วน โดยม้วนหนึ่งจุดเพื่อสูบด้วยตัวเอง ขณะที่อีกม้วนนำไปวางไว้ตรงบริเวณด้านหน้าป้ายหลุมศพ เสมือนหนึ่งว่าฉินหมางยังคงอยู่ตรงนั้นไม่ได้ตายจากไปไหน
การลงมือสังหารของชายหนุ่มทำให้คนส่วนใหญ่ถอยออกไปด้วยความหวาดกลัว แต่มันก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่กล้ายืนเคารพหลุมศพอยู่ใกล้ ๆ ต่อ อย่างเช่น เย่จิ่งชานผู้อำนวยการค่ายฝึกจัสทิสลีก, เย่เสี่ยวหานผู้ฝึกสอนจากค่ายฝึกจัสทิสลีก, เป๋ยไฮ่กับหมานจุนสหายที่เคยร่วมทีมเดียวกับเซี่ยเฟยในตอนที่เขายังอยู่ที่ค่าย และทูรามผู้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของฉินหมาง
ครั้งหนึ่งคนเหล่านี้เคยอยู่ในระดับเดียวกันและในระดับที่สูงกว่าเซี่ยเฟยมาก แต่ในตอนนี้เซี่ยเฟยกลับกลายเป็นตัวตนที่พวกเขาไม่อาจจะเอื้อมถึงไปแล้ว
นอกจากนี้เซี่ยเฟยยังอารมณ์ไม่ดีเนื่องจากสงครามที่กำลังใกล้เข้ามา ในสายตาของทุกคนชายหนุ่มคนนี้จึงไม่ได้มีตัวตนในระดับเทพเจ้าเท่านั้น แต่เขายังเป็นเทพเจ้าแห่งการสังหารอีกด้วย
“ในฐานะลูกศิษย์และคนสนิทของคุณตา ผมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานศพของเขา ตามกฎจากบ้านเกิดของผม ผมก็ควรที่จะต้องไว้อาลัยให้กับเขาด้วย แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดีมากนัก ดังนั้นผมขออนุญาตขอตัวก่อน” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เพราะในตอนนี้เขายังมีเรื่องสำคัญจะต้องทำ เขาจึงไม่ได้สนใจเรื่องพิธีกรรมมากนักขอแค่มาทำความเคารพหลุมศพของฉินหมางแค่นั้นเขาก็รู้สึกพอใจแล้ว
เย่เสี่ยวหานชะงักไปเล็กน้อย โดยในตอนนี้เธอผอมลงกว่าเดิมมากและลักษณะนิสัยของเธอก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องราวใด ๆ เหล่านั้นเลย เพราะเขารู้ด้วยซ้ำว่าในบริเวณใกล้ ๆ มีนิโคลเดินทางมาร่วมไว้อาลัยในงานศพวันนี้ด้วย
“พวกเราจะกลับไปพร้อมกับนายด้วย ฉันได้ยินเรื่องที่เกิดกับประตูจักรวาลแล้ว” เยว่เกอกล่าวขณะดึงมือเฉินตงให้ไล่ตามเซี่ยเฟยไป
เซี่ยเฟยพยักหน้ารับเบา ๆ โดยไม่คิดที่จะปฏิเสธ
“สถานการณ์ตอนนี้มันแย่มากเลยเหรอ? ฉันได้ยินมาว่าพนักงานในบริษัทควอนตัมถูกอพยพออกไปหมดแล้ว” ทูรามถามอย่างกังวล
“ลุงฟังผมให้ดี ๆ นะ ผมแนะนำให้ลุงเดินทางไปพร้อมกับแอวริลดีกว่า ตอนนี้ยังพอมีเวลาเดี๋ยวผมจะส่งคนมารับลุงเอง” เซี่ยเฟยหันไปกล่าวกับทูรามอย่างจริงจัง หลังจากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปยังแขกบริเวณโดยรอบ ก่อนที่จะกล่าวอธิบายเพิ่มเติมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งว่า
“พวกคุณทั้งสามคนจะมาด้วยก็ได้นะ”
ชายหนุ่มยังไม่ได้อธิบายสถานการณ์อะไรออกมา แต่ทุกคนสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยว่าอันตรายในครั้งนี้ร้ายแรงกว่าสงครามระหว่างพันธมิตรกับเซิร์กหลายร้อยเท่า
“ไม่ล่ะ ฉันขออยู่ที่นี่ดีกว่า” ไทสันพูดขึ้นมาเป็นคนแรก
“ฉันก็เหมือนกัน พันธมิตรยังต้องการฉันอยู่ ครั้งสุดท้ายที่พวกเราถูกเซิร์กโจมตีฉันก็คือคนวางแผนให้กองกำลังพันธมิตรต้องล่าถอยไป เหตุการณ์วันนั้นยังคงฝังอยู่ในใจของฉันอย่างชัดเจน และฉันจะไม่มีวันให้มันมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกครั้งเป็นอันขาด” วิลเลียมกล่าว
ไทสัน, วิลเลียมและเลย์ตันผู้ซึ่งเป็นสามจอมพลแห่งกรมทหารต่างก็ตัดสินใจที่จะอยู่ดูแลพันธมิตรแห่งนี้ต่อ แม้แต่ทูรามก็ตัดสินใจที่จะกลับไปดูแลสมาพันธ์จัสทิสในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ด้วยเช่นกัน
ชายหนุ่มทำได้เพียงแต่เคารพการตัดสินใจของทุกคนอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น เพราะเขาเข้าใจดีว่าสาเหตุที่เขาให้ความเคารพคนเหล่านี้ นั้นก็เพราะทุกคนต่างก็มีจิตวิญญาณแห่งนักสู้ไม่ด้อยไปกว่าตัวเขาเลย
“ตาแก่นั่นทิ้งสมบัติทั้งหมดเอาไว้ให้กับนาย พวกมันอยู่ในชั้นใต้ดิน นายลงไปดูเองก็แล้วกัน” ทูรามกระซิบขณะยัดกุญแจใส่ในมือของเซี่ยเฟย
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเหลือบตามองกุญแจและพยักหน้ารับเบา ๆ
ฉินหมางเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างกับเซี่ยเฟยยกเว้นสิ่งที่อยู่ในห้องใต้ดิน ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชายชราได้ซ่อนสมบัติอะไรเอาไว้ภายในนั้น
เซี่ยเฟยเคยจินตนาการถึงการเปิดห้องใต้ดินอันลึกลับเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน แล้วถึงแม้ว่าในตอนนี้เขาจะได้รับกุญแจเปิดห้องลับห้องนั้นมาแล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่เขาได้รับมาในครั้งนี้มันก็ต้องแลกกับการสูญเสียผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เขาให้ความเคารพรักไป
“ตาแก่นั่นให้ความสำคัญกับนายสูงมาก แม้แต่ฉันก็ยังไม่เคยเห็นสิ่งที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้เลย ความเป็นจริงฉันต้องขอบคุณนายด้วยซ้ำที่ทำให้ฉินหมางใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายได้อย่างสบายใจ ช่วงก่อนหน้านี้เขามักจะพูดให้ฉันฟังอยู่เสมอว่านายคือลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต และก่อนที่เขาจะจากไปเขาก็พยายามบอกย้ำฉันซ้ำ ๆ ว่าให้นายรีบไปที่ห้องใต้ดินโดยเร็วที่สุด” ทูรามกล่าว
เซี่ยเฟยทำได้เพียงแต่กัดริมฝีปากด้วยดวงตาสีแดงก่ำ โดยพยายามจะอดกลั้นหยดน้ำตาของตัวเองเอาไว้
—
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม!” เซี่ยกู่เฉิงชูแขนพร้อมกับตะโกนเสียงดัง
ตอนนี้ประตูจักรวาลส่งเสียงดังกึกก้องขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งมันเป็นสัญญาว่าสงครามครั้งใหญ่เข้าใกล้ขึ้นมาทุกทีแล้ว
บนใบหน้าของนักรบทุกคนเต็มไปด้วยความประหม่า เสียงร้องคำรามของพวกรีเวิร์สทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นเร็วขึ้น กลยุทธ์ของสงครามครั้งนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายมาก โดยนักรบทุกคนจะต้องล้อมรอบประตูจักรวาลเอาไว้ แล้วเมื่อไหร่ที่รีเวิร์สปรากฏตัวขึ้นมาพวกเขาก็จะต้องทำการโจมตีอย่างสุดกำลัง
นักรบเป็นจำนวนมากล้อมรอบประตูจักรวาลเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ทุกคนต่างก็ขุดสมบัติประจำตระกูลออกมาใช้โดยไม่เก็บงำอะไรเอาไว้อีกต่อไป เพราะถ้าหากว่าพวกเขาไม่ได้ใช้สมบัติในตอนนี้ บางทีพวกเขาอาจจะไม่ได้มีโอกาสได้ใช้สมบัติอีกแล้วในอนาคต ทั่วทุกมุมของสนามรบจึงเต็มไปด้วยสมบัติหายากอย่างมากมาย
การรวมตัวกันในครั้งนี้ไม่ใช่การรวมตัวกันเพียงแค่กองกำลังทั่ว ๆ ไปเท่านั้น เพราะแม้แต่กลุ่มนักโทษที่เป็นอาชญากรจากทั้งสองเผ่าพันธุ์ต่างก็ถูกปล่อยตัวออกมาให้เข้าร่วมรบในสงครามครั้งนี้ด้วย
เพล้ง!
ในที่สุดมันก็มีเสียงแหลมบาดแก้วหูดังขึ้นมาจากประตูจักรวาลเป็นสัญญาณว่าม่านพลังที่คอยปกป้องจักรวาลนี้มานานหลายล้านปีได้ถูกทำลายลงไปแล้ว
เหล่าบรรดานักรบกระชับอาวุธภายในมืออย่างประหม่า เพื่อรอคอยศัตรูที่กำลังจะปรากฏตัวขึ้นมาในไม่กี่วินาทีหลังจากนี้
ในที่สุดดวงตาสีฟ้าคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคน
“ฆ่ามัน!”
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งเสียงตะโกนขึ้นมา แต่ทันทีที่เสียงนี้สิ้นสุดลงมันก็ก่อให้เกิดการโจมตีระยะไกลเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน
ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ
แสงหลากสีสันพุ่งผ่านไปยังขุมนรกอันมืดมิด โดยในตอนนี้เหล่าบรรดาทหารต่างก็โจมตีอย่างสุดกำลัง แม้มันจะมีสัญญาณว่าศัตรูได้ปรากฏตัวขึ้นมาเพียงแค่ตัวเดียวก็ตาม
น่าแปลกที่จู่ ๆ เสียงฝีเท้าและเสียงร้องคำรามของพวกรีเวิร์สก็หยุดลงอย่างกะทันหัน แม้กระทั่งดวงตาสีฟ้าในความมืดก็หายไปราวกับว่าจู่ ๆ พวกมันก็คิดจะถอนตัวกลับไปซะอย่างนั้น
นักรบเริ่มหยุดการโจมตีทีละคนพร้อมกับมองไปยังประตูจักรวาลอย่างสงสัย ท้ายที่สุดมันก็ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมรีเวิร์สถึงไม่ปรากฏตัวออกมาเพื่อทำสงคราม
“หรือพวกมันจะรู้ว่าพวกเราปิดล้อมประตูจักรวาลเอาไว้ พวกมันเลยไม่กล้าออกมาปะทะกับพวกเราแบบนี้?” นักรบคนหนึ่งถามอย่างสงสัย
เมื่อสักครู่เขาเพิ่งทำการปล่อยกฎแห่งความมืดโจมตีอย่างต่อเนื่องออกไปมากกว่า 10 ครั้ง ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจะหายไปอย่างลึกลับ แต่ในระหว่างที่เขากำลังพูดคุยอย่างตื่นเต้นได้เพียงแค่ไม่นาน ลูกศรสีดำอันรวดเร็วก็พุ่งผ่านร่างเขาไปจนทำให้ร่างของเขาระเบิดออกจากกันเป็นชิ้น ๆ
วินาทีต่อมาลูกศรเป็นจำนวนมากก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากห้วงอเวจี โดยในตอนนี้รีเวิร์สก็ได้ใช้กลยุทธ์โจมตีระยะไกลโต้ตอบกลับไปด้วยเช่นกัน
การโจมตีของรีเวิร์สรุนแรงมากทำให้นักรบเป็นจำนวนมากเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็ว สีหน้าของนักรบส่วนใหญ่จึงเริ่มกลายเป็นความหวาดกลัว เพราะทุกคนต่างก็คิดภายในใจว่าพวกเขาไม่มีทางรอดไปจากสงครามในวันนี้แล้ว
ไม่กี่นาทีต่อมามันก็มีเสียงครึกโครมก้องกังวานไปทั่วทั้งจักรวาล คล้ายกับว่ากองทัพม้ากำลังเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ในบริเวณนี้ไป
ในที่สุดเหล่าบรรดานักรบก็เข้าใจแล้วว่าพวกรีเวิร์สไม่ได้เกรงกลัวการโจมตีของพวกเขาเลย เพียงแต่พวกมันกำลังเตรียมความพร้อมที่จะบุกโจมตีออกมาอย่างเต็มกำลังต่างหาก
ความตายคืออะไร!?
ความตายของพวกพ้องไม่อาจหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของพวกรีเวิร์สได้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีวัฒนธรรม ไม่ว่าพวกพ้องของพวกมันตายไปสักกี่คนแต่พวกมันก็จะไม่มีวันหยุดโจมตี
“ฆ่ามัน!” เซี่ยกู่เฉิงร้องตะโกนพร้อมกับโจมตีออกไปอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่สนใจพลังงานที่สูญเสียจากการโจมตีในครั้งนี้เลย
น่าเสียดายที่พวกรีเวิร์สมีการป้องกันที่ดีกว่านักรบในดินแดนกฎ มันจึงมีเพียงแค่การโจมตีจากนักรบชั้นยอดที่มากพอจะสร้างบาดแผลให้กับพวกมันได้
“ไม่ว่ายังไงพวกเราก็จะต้องหยุดทัพหน้าของพวกมันเอาไว้ให้ได้!!” เซี่ยกู่เฉิงตะโกนเสียงดัง
ทันทีที่เขาพูดจบชายชราก็กระโดดเข้าไปในห้วงอเวจีอีกครั้ง ก่อนที่จะเริ่มทำการสังหารพวกรีเวิร์สลงไปทีละตัว
ระหว่างนั้นจอมเทพทั้งห้าของสกายวิงก็รีบเคลื่อนไหวตามบรรพบุรุษของตัวเองไปด้วยเช่นเดียวกัน และพวกเขาก็พยายามใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อหยุดยั้งพวกรีเวิร์สเอาไว้
น่าเสียดายที่ในดินแดนกฎมีนักรบชั้นยอดอยู่น้อยมากจนเกินไป และถึงแม้ว่าสกายวิงจะเป็นตระกูลที่ผลิตนักรบชั้นยอดออกมาได้เป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาก็เป็นตระกูลที่มีจุดอ่อนในเรื่องจำนวนสมาชิกของตระกูลอยู่เสมอ
การลงมือของสกายวิงเปรียบเสมือนกับการขว้างก้อนหินลงไปในทะเลสาบ ถึงแม้ว่าพวกมันจะสร้างคลื่นกระเพื่อมขึ้นมาได้สำเร็จ แต่พวกมันก็ไม่สามารถหยุดยั้งกระแสน้ำที่กำลังไหลบ่าเข้ามาได้อยู่ดี
“ลงนรกไปซะ!” จอมเทพคนหนึ่งพุ่งตัวเข้าไปในห้วงอเวจีด้วยความโกรธ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีความแข็งแกร่งเท่ากับสกายวิงแต่เขาก็มีวิธีการในการต่อต้านรีเวิร์สด้วยตัวเอง
วิธีการที่เขาเลือกคือการระเบิดตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีการสุดท้ายที่นักรบมักจะใช้เพื่อลากศัตรูให้ตกตายไปตามกัน
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแต่พวกเขาก็ยังคงมีศักดิ์ศรี และนี่ก็คือศักดิ์ศรีของนักรบที่พร้อมจะสละชีวิตเพื่อปกป้องจักรวาลแห่งนี้เอาไว้
***************
สงครามเริ่มต้นแล้ว!