เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,023 ห้วงอเวจี

ตอนที่ 1,023 ห้วงอเวจี

ตอนที่ 1,023 ห้วงอเวจี


ตอนที่ 1,023 ห้วงอเวจี

นักรบส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นหน้าตาของประตูจักรวาลมาก่อน พวกเขาจึงไม่รู้เลยว่าแท้ที่จริงแล้วประตูที่นำไปสู่พื้นที่ปริศนาอีกแห่งหนึ่งนั้นแท้ที่จริงแล้วมันมีหน้าตาเป็นยังไง

“โอ้ที่แท้ประตูจักรวาลมันก็คือหลุมดำ... ไม่สินี่มันน่ากลัวยิ่งกว่าหลุมดำซะอีก” เซี่ยเหลียงอุทานด้วยดวงตาอันเบิกกว้างหลังจากที่เขาได้เห็นประตูจักรวาลเป็นครั้งแรก

“ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันจะมีของอะไรแบบนี้อยู่ในจักรวาลด้วย ลองดูไปที่จุดศูนย์กลางของมันสิ ฉันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นกำลังดึงดูดฉันอยู่” เซี่ยเหยากล่าวพร้อมกับพยักหน้าซ้ำ ๆ

ทุกคนต่างก็รู้ดีว่านักรบสกายวิงคือนักรบที่มีความบ้าพลังมากแค่ไหน ตามธรรมชาติสมาชิกของตระกูลนี้จึงไม่รู้สึกเกรงกลัวสิ่งใดเลย แต่การที่พวกเขาแสดงความหวาดกลัวประตูจักรวาลออกมาในลักษณะนี้ มันก็มากเพียงพอที่จะอธิบายความน่ากลัวของประตูจักรวาลได้แล้ว

“ตอนที่ฉันมาที่นี่ครั้งแรกฉันก็ได้เข้าใจว่าประตูจักรวาลเป็นสิ่งที่อยู่เหนือเกินกว่าจินตนาการของพวกเราโดยสิ้นเชิง อันที่จริงกลุ่มผู้พิทักษ์ก็แอบเรียกประตูนี้ว่าทางเข้าสู่ห้วงอเวจี สาเหตุที่พวกเราตัดสินใจละทิ้งครอบครัวเพื่อมาปกป้องสถานที่แห่งนี้ นั่นก็เพราะว่าเราหวาดกลัวอสูรกายที่อาจจะลอดออกมาจากห้วงอเวจีแห่งนี้” โมเสสกล่าวขณะค่อย ๆ เดินเข้ามายืนเคียงข้างนักรบสกายวิง

ทันใดนั้นฝูงหมาป่าก็เข้าใจแล้วว่าทำไมกลุ่มผู้พิทักษ์ถึงปฏิญาณตนจะปกป้องประตูจักรวาลตรงหน้าเอาไว้ เพราะพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวในลักษณะนี้อยู่ตลอดเวลา จนพวกเขาต้องเฝ้าประตูจักรวาลเอาไว้ไม่ยอมไปไหนเลย

แม้แต่คนที่เห็นประตูจักรวาลครั้งแรกก็สามารถบอกได้ในทันทีว่าพื้นที่แห่งนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ใกล้เคียงกับคำว่าแดนสวรรค์เลย แต่มันเป็นห้วงอเวจีแห่งขุมนรกที่น่าหวาดกลัวมากกว่า

ภาพรวมประตูจักรวาลมีรูปทรงคล้ายกับกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ที่ม้วนตัวกลายเป็นคลื่นสีดำในจักรวาล ภายใต้วังวนขนาดใหญ่แห่งนี้มีการเชื่อมโยงไปยังดินแดนที่พวกเขาไม่รู้จัก และมันก็เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าหากมีใครเคลื่อนที่ผ่านประตูนั้นเข้าไปพวกเขาจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง

แน่นอนว่าปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแต่นักรบของสกายวิงเท่านั้น แต่นักรบทั่วทั้งดินแดนกฎต่างก็กำลังยืนมองวังวนขนาดใหญ่อย่างตกตะลึง

ไม่มีใครอยากเห็นอสูรกายคลานออกมาจากห้วงอเวจีแห่งนี้เลยแม้แต่คนเดียว แล้วมันก็ไม่มีใครคิดอยากจะถอยไปจากพื้นที่ตรงนี้ด้วยเช่นกัน ท้ายที่สุดทั่วทั้งจักรวาลพวกเขาก็คือกลุ่มนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว หากพวกเขาไม่สามารถต้านทานการโจมตีของพวกรีเวิร์สได้ มันก็อาจจะหมายถึงการล่มสลายของจักรวาล

เซี่ยเหลียงกัดฟันจ้องมองไปในระยะไกล โดยในตอนนี้พระเจ้าทั้งหกที่นำโดยเซี่ยกู่เฉิงกำลังชุมนุมกันอย่างเงียบ ๆ แต่เมื่อทุกคนได้พิจารณาจากแววตาของอดีตผู้สร้าง มันก็สามารถบอกได้เลยว่าแม้แต่พระเจ้าทั้งหกก็ยังไม่มีความมั่นใจในการสู้รบครั้งนี้มากนัก

อย่างไรก็ตามแววตาของเซี่ยกู่เฉิงยังคงเย็นชาและมั่นคง เพิกเฉยต่อความหวาดกลัวของผู้สร้างโดยรอบอย่างสิ้นเชิง จากนั้นเซี่ยกู่เฉิงก็เริ่มโบกมือเป็นสัญญาณเพื่อเรียกให้โมเสสเดินทางไปหาเขา

“คุณเป็นคนรู้สถานการณ์ดีที่สุด พวกเราลองไปสำรวจใกล้ ๆ ประตูจักรวาลกันเถอะ” เซี่ยกู่เฉิงกล่าว

ทันทีที่เสียงของชายชราสิ้นสุดลง นักรบทุกคนต่างก็ยืนแข็งค้างด้วยความตกใจ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยเจอคนกล้ามามากแต่มันก็ยังไม่มีใครเคยเจอคนที่กล้ามากขนาดนี้

ประตูจักรวาลเปรียบเสมือนห้วงอเวจีแห่งความตายที่แม้แต่การยืนมองจากระยะไกลก็มากพอที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัว แต่ถึงกระนั้นเซี่ยกู่เฉิงก็ยังต้องการเข้าไปสำรวจประตูจักรวาลใกล้ ๆ เพื่อที่เขาจะได้วางแผนเตรียมกลยุทธ์ได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

โมเสสเหงื่อออกทั่วทั้งร่างพร้อมกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว โดยในขณะนี้มีดวงตาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังจับจ้องมองมาเพื่อรอคอยการตัดสินใจของเขา

สกายวิงได้พิสูจน์ด้วยการกระทำมาหลายครั้งแล้วว่าพวกเขาไม่เคยเกรงกลัวใครในจักรวาล และตอนนี้สกายวิงก็กำลังท้าทายว่าผู้นำของกลุ่มผู้พิทักษ์ที่สง่างามมีความกล้าหาญมากพอที่จะยืนเคียงข้างกับพวกเขาหรือไม่

โมเสสค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ เพื่อผ่อนคลายความกังวลของตัวเองออกไป ก่อนที่เขาจะร้องตะโกนออกไปเสียงดัง

“เอาล่ะพวกเราไปสำรวจประตูจักรวาลกันเถอะ!”

เฮ้!!

นักรบทุกคนต่างก็ส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างบ้าคลั่ง และข้อเท็จจริงก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเมื่อให้สกายวิงเป็นผู้นำ มันก็ไม่เหลือนักรบที่ขี้ขลาดอยู่ในกองทัพอีกต่อไป

หากพวกเขาต้องการที่จะยืนเคียงข้างกับนักรบที่บ้าคลั่ง พวกเขาก็ต้องปลุกความบ้าคลั่งของตัวเองออกมาเหมือนกัน นักรบทุกคนจึงยืดอกขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องตายผ่านใต้สนามรบแห่งนี้ แต่พวกเขาก็ต้องสร้างความเสียหายต่อศัตรูให้ได้มากที่สุด

ในที่สุดร่างของเซี่ยกู่เฉิงและโมเสสก็กระโดดลงไปภายในห้วงอเวจีต่อหน้าทุกคน ก่อนที่ร่างทั้งสองจะหายไปในความมืดมิดอย่างรวดเร็ว

ในฐานะผู้นำของกลุ่มผู้พิทักษ์โมเสสย่อมเคยเข้ามาใกล้ประตูจักรวาลแล้วอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้มันใกล้ที่จะถึงเวลาสำหรับการปะทะกันอย่างแท้จริงแล้ว เพราะเสียงประตูจักรวาลที่ดังสนั่นเมื่อประมาณ 10 นาทีที่แล้วยังคงดังกึกก้องภายในหูของนักรบทุกคน

“นี่คือตัวประตูจักรวาลจริง ๆ ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นม่านพลังชนิดหนึ่งที่ป้องกันไม่ให้พวกรีเวิร์สทะลุผ่านประตูเข้ามา แต่เมื่อเวลาผ่านไปม่านพลังก็เริ่มอ่อนแอลง จนในตอนนี้มันก็แทบที่จะทนการบุกโจมตีของพวกรีเวิร์สไม่ไหวแล้ว”

“ความจริงพวกเราไม่เคยรับรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกรีเวิร์สมาก่อนเลย จนกระทั่งเมื่อสองวันก่อนที่เราได้รู้ว่ารีเวิร์สที่หลุดรอดผ่านประตูจักรวาลมาเป็นผู้ส่งสารคอยรายงานเรื่องต่าง ๆ ระหว่างผู้สร้างชุดเก่ากับพวกมันที่อยู่หลังประตู”

“ถ้าหากว่าแม้แต่ผู้ส่งสารของพวกมันยังสร้างปัญหาให้กับกลุ่มผู้พิทักษ์ได้ขนาดนี้ ฉันก็นึกไม่ออกเลยว่าหากกำลังรบหลักของพวกมันบุกผ่านประตูจักรวาลเข้ามาจริง ๆ มันจะสร้างความพินาศให้กับจักรวาลได้แค่ไหน” โมเสสอธิบายหลังจากที่เขานำพาเซี่ยกู่เฉิงมาอยู่หน้าประตูที่มีลักษณะเป็นหมอกควันสีขาวที่หมุนวนอยู่ตลอดเวลา

ตอนนี้สกายวิงกลายเป็นกระดูกสันหลังของดินแดนกฎเรียบร้อยแล้ว โมเสสจึงกล้าเล่าความจริงทั้งหมดโดยไม่คิดปิดบัง และถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขามักจะสอนผู้พิทักษ์หน้าใหม่ไม่ให้หวาดกลัวพวกรีเวิร์ส แต่ความจริงแล้วความหวาดกลัวเหล่านั้นมันยังคงประทับอยู่ภายในใจของเขาอยู่เสมอ

เซี่ยกู่เฉิงพยักหน้าพร้อมกับสังเกตม่านพลังด้านหน้าอย่างระมัดระวัง โดยในตอนนี้ตัวม่านพลังบางครั้งก็สว่างไสวบางครั้งก็หม่นแสงลงไป เห็นได้ชัดว่าหลังจากเวลาผ่านพ้นมาหลายล้านปีตัวม่านพลังก็ไม่ได้มีความแข็งแกร่งเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ทันใดนั้นมันก็มีดวงตาสีฟ้าคู่หนึ่งจับจ้องมองมายังอีกฟากฝั่งของประตู ก่อนที่จะมีดวงตาปรากฏเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกับฝูงนกฮูกในความมืดที่กำลังจับจ้องมองมายังพวกเขาทั้งสองด้วยแววตาอันเฉียบคม

“รีเวิร์ส! พวกมันใกล้จะเปิดประตูจักรวาลได้แล้ว” โมเสสอุทานออกมาอย่างหวาดกลัว

ในเวลาเดียวกันพวกรีเวิร์สก็ส่งเสียงคำรามใส่เซี่ยกู่เฉิงและโมเสสอย่างดังสนั่น ยิ่งไปกว่านั้นเสียงคำรามนี้ยังแพร่กระจายออกไปอีกไกลหลายปีแสง

นี่คือการประกาศสงคราม!

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกรีเวิร์สอยู่ห่างจากการทำลายประตูจักรวาลเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น และการที่พวกมันเงียบเสียงลงไปในตอนนี้ก็ไม่ใช่เพราะว่าพวกมันยอมแพ้ แต่พวกมันกำลังฟื้นฟูความแข็งแกร่งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบุกโจมตีรอบใหม่

เมื่อนักรบที่อยู่ในระยะไกลได้ยินเสียงร้องคำรามของพวกรีเวิร์ส พวกเขาก็หน้าซีดขึ้นมาด้วยความกลัว แต่ในทันใดนั่นเองเซี่ยกู่เฉิงก็ได้ทำการเคลื่อนไหวอย่างที่ใครก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ภาพที่โมเสสเห็นคือเซี่ยกู่เฉิงสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ ก่อนที่ชายชราคนนี้จะส่งเสียงร้องคำรามตอบโต้กลับไป และเสียงร้องคำรามของเขามันยังฟังดูน่ากลัวกว่าพวกรีเวิร์สเสียอีก

กล้าคำรามใส่สกายวิงงั้นเหรอ!?

ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะคำรามตอบโต้พวกแกกลับเป็นร้อยครั้ง!!

จิตอสูรภายในกายของเซี่ยกู่เฉิงเริ่มปะทุออกมาด้านนอกเรื่อย ๆ ก่อนที่มันจะเป็นการปลดปล่อยจิตอสูรออกมาอย่างเต็มกำลัง ก่อให้เกิดแรงกดดันที่พุ่งทะยานออกไปพร้อม ๆ กับเสียงร้องคำราม

สิ่งที่เซี่ยกู่เฉิงกำลังทำอยู่นั้นคือการบอกว่าเขาไม่ได้เกรงกลัวพวกมันเลยแม้แต่นิดเดียว และสิ่งที่ประตูจักรวาลกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ก็ไม่ใช่เพียงแค่ป้องกันไม่ให้รีเวิร์สบุกรุกเข้ามาเท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้เซี่ยกู่เฉิงบุกรุกเข้าไปในดินแดนของฝั่งตรงข้ามอีกด้วย

นี่คือตัวตนของเซี่ยกู่เฉิงที่ไม่ว่าจะเป็นด้านนอกหรือด้านในประตูจักรวาล มันก็ไม่มีอะไรที่บรรพบุรุษของสกายวิงคนนี้จะต้องหวาดกลัว

พวกรีเวิร์สไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าในจักรวาลนี้มันจะมีสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายอย่างเซี่ยกู่เฉิงอยู่ด้วย การกระทำของชายชราจึงเริ่มทำให้พวกมันรู้สึกอึดอัด เพราะแต่เดิมพวกมันคือฝ่ายที่คอยคุกคามสิ่งมีชีวิตในจักรวาลนี้มาโดยตลอด การถูกคุกคามกลับจึงทำให้พวกมันชะงักค้างไปอย่างฉับพลัน

ไม่กี่วินาทีต่อมาหลังจากเสียงร้องคำรามของเซี่ยกู่เฉิง มันก็มีเสียงร้องคำรามดังสนั่นตามหลังขึ้นมาอีกชุด

เสียงชุดแรกดังขึ้นมาจากฝูงหมาป่าสกายวิงที่ส่งเสียงร้องคำรามตอบรับเสียงของจ่าฝูงอย่างเซี่ยกู่เฉิง ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็คือกลุ่มคนบ้าของจักรวาล และเมื่อพวกเขาเข้าสู่สภาวะสงครามพวกเขาก็ไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวความตาย

ระหว่างที่ฝูงหมาป่าส่งเสียงร้องคำรามดังลั่น นักรบคนอื่น ๆ ก็เริ่มเคาะส่งเสียงอาวุธภายในมือของพวกเขาด้วยเช่นกัน เป็นการแสดงออกว่าทางฝั่งของดินแดนกฎก็พร้อมที่จะประกาศสงคราม

แรงผลักดันของสกายวิงปลุกขวัญกำลังใจของนักรบทุกคนขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม และในตอนนี้พวกเขาก็พร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อปกป้องดินแดนกฎแห่งนี้เอาไว้

นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย การต่อสู้ที่มีชีวิตและความตายเป็นเดิมพัน!!

ในระหว่างที่นักรบภายในดินแดนกฎกำลังประกาศสงคราม เซี่ยเฟยที่อยู่ในพันธมิตรก็กำลังเริ่มการสังหารอย่างบ้าระห่ำ

“ใครกล้ามาขวางฉันจะฆ่าพวกแกให้หมด!” เซี่ยเฟยร้องคำรามพร้อมกับเศษเลือดเศษเนื้อที่กระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ

ปัจจุบันชายหนุ่มกำลังรีบมุ่งหน้าตรงไปยังหลุมศพของฉินหมาง และสิ่งที่เขาได้ยินคือทุกคนกำลังพูดคุยกันถึงวิธีการแบ่งมรดกของชายชรา

เยว่เกอกับเฉินตงก็อยู่ที่งานศพด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาทำได้เพียงแต่มองไปยังชายหนุ่มอย่างเงียบ ๆ เท่านั้นโดยไม่ได้ตัดสินใจที่จะเคลื่อนไหวทำอะไร

คิดจะดูหมิ่นคุณตาฉินหมางงั้นเหรอ!?

ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าดูหมิ่นคุณตาของเขา เซี่ยเฟยก็จะทำการสังหารคนพวกนั้นอย่างไร้ปรานี และในวันนี้เขาก็ไม่มีคำว่าเหตุผลอะไรภายในใจอีกต่อไปแล้ว

***************

T^T

จบบทที่ ตอนที่ 1,023 ห้วงอเวจี

คัดลอกลิงก์แล้ว