เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,028 ใบไม้แห่งขุนเขา

ตอนที่ 1,028 ใบไม้แห่งขุนเขา

ตอนที่ 1,028 ใบไม้แห่งขุนเขา


ตอนที่ 1,028 ใบไม้แห่งขุนเขา

เมื่อไม้เท้าเมฆวายุได้กลับมาอยู่ภายในมือของริเวอร์อีกครั้ง มันก็ทำให้ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในลมพายุอันรุนแรงคล้ายกับว่ามันกำลังมีเมฆฝนก่อกำเนิดขึ้นมาก็ไม่ปาน

ขณะนี้บริเวณหน้าประตูจักรวาลได้มียอดนักรบจุติกลับมาใหม่อีกครั้ง ดวงวิญญาณเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังถูกดูดเข้ามารวมตัวกันก่อให้เกิดแสงสว่างหลากสีอย่างพร่างพราย

นี่คือพลังที่แท้จริงของริเวอร์ นักรบวิญญาณผู้ที่สามารถปิดผนึกประตูจักรวาลได้โดยลำพัง!

แม้ว่าเหล่าบรรดานักรบผู้ที่ยังไม่ได้เปิดโซลมาร์คจะมองไม่เห็นกระแสวิญญาณที่ถูกดูดเข้าไปภายในร่างของชายคนนี้ แต่พวกเขาสามารถสัมผัสได้ถึงลมพายุได้อย่างชัดเจน และแรงกดดันที่ริเวอร์ปลดปล่อยออกมาก็ทำให้แม้แต่นักรบฝ่ายเดียวกันก็ยังต้องรู้สึกหวาดกลัว

การต่อสู้หยุดชะงักไปอย่างกะทันหัน แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนกฎก็ยังไม่สามารถจะกระดิกได้แม้แต่นิ้วมือ

“นี่มันปาฏิหาริย์ชัด ๆ”

“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนคนหนึ่งจะสามารถแสดงพลังอำนาจออกมาได้มากขนาดนี้”

การต่อสู้ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีนักรบทางฝั่งดินแดนกฎถูกสังหารไปอย่างมากมาย ถึงแม้ว่าชีวิตของนักรบเหล่านี้จะจบลงแต่วิญญาณของพวกเขามันก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะสูญสลายไป เมื่อริเวอร์ได้ถืออาวุธวิญญาณของตัวเองอีกครั้ง มันก็ทำให้เขามีพลังมากพอจะดูดซับดวงวิญญาณทั่วทั้งสนามรบ

แม้ว่าทุกคนกำลังจับจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาอันเป็นประกาย แต่ริเวอร์ก็ไม่สนใจเรื่องต่าง ๆ อีกต่อไป เพราะสิ่งเดียวที่เขาจำเป็นจะต้องทำที่สุดในตอนนี้คือรวบรวมพลังงานให้ได้มากที่สุดเพื่อทำการปิดผนึกประตูจักรวาลอีกครั้ง

เมื่อไหร่ก็ตามที่ประตูจักรวาลถูกปิดผนึก เซี่ยเฟยก็จะมีเวลามากพอสำหรับการพัฒนาตัวเองอย่างปลอดภัย และตราบใดก็ตามที่ชายหนุ่มคนนี้เติบโตอย่างเต็มที่ ในเวลานั้นพวกเขาย่อมร่วมมือกันฝ่าฟันผ่านพวกรีเวิร์สออกไปได้

ในที่สุดความหวังของการได้กลับไปยังตระกูลออโรร่าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ริเวอร์จึงมีความตั้งใจที่จะปิดประตูจักรวาลอย่างแน่วแน่

ไม่กี่วินาทีต่อมาริเวอร์ก็สามารถรวบรวมพลังงานได้จนหมด ความสามารถในฐานะโซลฮันเตอร์อันแข็งแกร่งจึงได้กลับคืนมาอีกครั้ง และทันใดนั้นเขาก็ได้จับจ้องมองไปยังกลุ่มผู้สร้างรุ่นเก่าด้วยแววตาที่ไม่อาจคาดเดาได้

สายตานี้ทำให้พวกบลันท์ขนลุกขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และมันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้ริเวอร์ กลายเป็นตัวตนที่พวกเขาไม่อาจต้านทานได้อย่างแน่นอน

“หนีเร็ว!” บลันท์ตัดสินใจล้มเลิกแผนการทำลายไททันและถอยหนีกลับไปในทันที ท้ายที่สุดแม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าการเผชิญหน้ากับริเวอร์ในเวลานี้ไม่ต่างจากการพยายามฆ่าตัวตาย

อดีตผู้สร้างทั้งสี่เริ่มหลบหนีอย่างรวดเร็ว เซี่ยกู่เฉิงจึงพยายามเร่งความเร็วไล่ตามผู้สร้างเหล่านี้ไป แต่ริเวอร์กลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าเซี่ยกู่เฉิงผู้ซึ่งเป็นดีม่อนวิง

ฟุบ!

ไม้เท้าด้ามยาวทำหน้าที่เป็นเหมือนกับกระบองฟาดเข้าใส่หัวของชิลล์อย่างรุนแรง แล้วมันก็เป็นการโจมตีอันรวดเร็วที่แม้แต่อดีตผู้สร้างก็ไม่สามารถที่จะหลบเลี่ยงได้

ภาพเหตุการณ์นี้ถึงกับทำให้ทุกคนขนลุกซู่ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะระดับของโซลฮันเตอร์อยู่เหนือเกินกว่าสิ่งที่พวกเขาจะสามารถจินตนาการได้อย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้นริเวอร์ยังไม่ได้ปลดปล่อยการโจมตีแบบอลังการออกมาเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่เขาทำคือการใช้ไม้เท้าทุบเข้าที่หัวของชิลล์อย่างโหดร้าย

เป็นไปได้ไหมว่าริเวอร์ก็เริ่มได้รับอิทธิพลจากเซี่ยเฟย เขาจึงเลือกใช้วิธีการโจมตีที่โหดร้ายแบบนี้ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน

ผัวะ ๆ ๆ ๆ

การลงมืออย่างโหดเหี้ยมของริเวอร์ดึงดูดสายตาของทุกคนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในพริบตาเดียวผู้พิทักษ์จากออโรร่าก็สังหารอดีตผู้สร้างทั้งสี่ลงไปทีละคน

นักรบจากดินแดนกฎอ้าปากค้างด้วยความตกใจ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นนักรบที่เคยฆ่าคนอื่นอย่างง่ายดายมาก่อน แต่อย่าลืมว่าคนที่กำลังถูกริเวอร์สังหารอย่างง่ายดายมันกลับกลายเป็นตัวตนในระดับพระเจ้าที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล

นี่คือตัวตนในระดับพระเจ้าเชียวนะ!

ตัวตนที่ทั่วทั้งจักรวาลมีอยู่เพียงแค่ 10 กว่าคนเท่านั้น!

อย่างไรก็ตามริเวอร์กลับทำการสังหารอดีตผู้สร้างเหล่านี้ไปทีละคนอย่างง่ายดาย แล้วใครมันจะไม่รู้สึกตกใจกับภาพอันโหดร้ายในคราวนี้บ้าง

ริเวอร์สูดหายใจพร้อมกับดูดซับวิญญาณจากอดีตผู้สร้างทั้งสี่เพื่อฟื้นฟูพลังงานของตัวเองกลับมา และการที่เขาได้รับไม้เท้าเมฆวายุมันก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดินแดนกฎจะเริ่มโต้ตอบศัตรูกลับคืนไป

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจไปยังริเวอร์ ในเวลานั้นพวกเขาก็ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าหัวยานสีทองขนาดใหญ่กำลังปรากฏตัวออกมาจากประตูมิติอีกลำ

นี่คือไททันลำที่ 5 ที่ปรากฏตัวขึ้นมาในสนามรบ แล้วมันก็คงจะมีเพียงแต่พวกหุ่นยนต์เท่านั้นที่รู้ว่าเซี่ยเฟยได้ซุกซ่อนไททันเอาไว้ทั้งหมดกี่ลำกันแน่

ห้องเก็บสมบัติของฉินหมางเป็นห้องที่เงียบมาก แล้วมันก็มีเสียงหอบหายใจของเซี่ยเฟยดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบเป็นครั้งคราว

มันไม่ได้มีเพียงนักรบบริเวณหน้าประตูจักรวาลเท่านั้นที่กำลังต่อสู้ เพราะเซี่ยเฟยที่อยู่ในห้องเก็บสมบัติก็กำลังพยายามต่อสู้อยู่เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นศัตรูที่เขากำลังเผชิญหน้าก็ไม่ใช่ศัตรูที่อ่อนแอเลยแม้แต่นิดเดียว

ใบไม้แห่งขุนเขาคืออาวุธมายาธาตุพืชชิ้นสุดท้ายในบรรดาอาวุธมายาทั้งหมดที่เขากำลังตามหา และศัตรูที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้นั่นก็คืออาวุธมายาที่มีรูปร่างเป็นใบไม้ใบเดียวใบนี้นี่เอง

เซี่ยเฟยไม่เคยคิดมาก่อนว่าไม่เพียงแต่ฉินหมางจะเก็บอาวุธวิญญาณของริเวอร์ไว้เท่านั้น แต่ชายชรายังเก็บซ่อนใบไม้แห่งขุนเขาเอาไว้ภายในกล่องสมบัติของตัวเองอีกด้วย

ใบไม้แห่งขุนเขาเป็นเพียงใบไม้ใบเดียวที่มีรูปลักษณ์คล้าย ๆ กับใบเมเปิ้ลสีแดงสดที่บนตัวใบมีเส้นสายแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

ก่อนได้พบเจอกับใบไม้แห่งขุนเขา เซี่ยเฟยพยายามจินตนาการอย่างมากมายว่าอาวุธมายาชิ้นนี้มันคืออาวุธแบบไหนกันแน่ แต่เมื่อเขาได้มาพบกับใบไม้แห่งขุนเขาเข้าจริง ๆ มันกลับกลายเป็นว่าเขาไม่สามารถหาวิธีจัดการกับมันได้

“ฉันไม่เคยเห็นอาวุธมายาที่แปลกประหลาดขนาดนี้มาก่อนเลย ทุกครั้งที่ฉันพยายามพิชิตอาวุธมายาทุกชนิด มันจะมีแรงต้านกลับมาอย่างรุนแรง แม้กระทั่งในตอนที่ฉันพยายามพิชิตหงส์ครามในครั้งแรกก็ตาม”

“แต่ใบไม้แห่งขุนเขาไม่ได้มีความคิดที่จะตอบโต้หรือสนใจการกระทำของฉันเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าฉันจะทำอะไรมันก็ยังคงอยู่เฉย ๆ ราวกับว่ามันเป็นใบไม้ธรรมดาไม่ใช่อาวุธมายาจริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างหนัก

สถานการณ์ในตอนนี้บีบบังคับให้เขาจำเป็นจะต้องพิชิตใบไม้แห่งขุนเขาให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะสงครามยังคงดำเนินอยู่ตลอดเวลา การเดินทางไปสนามรบช้าแม้แต่วินาทีเดียวมันก็อาจจะพลิกผันกระแสของสงครามได้เลย

อย่างไรก็ตามใบไม้แห่งขุนเขาก็ยังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ถึงแม้ชายหนุ่มจะจับมันขึ้นมาวางไว้บนมือแต่ใบไม้ใบนี้ก็ยังคงนอนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีการเคลื่อนไหว

เซี่ยเฟยเหยียดแขนขวาพยายามใช้หงส์ครามดูดกลืนใบไม้แห่งขุนเขาเข้าไปโดยตรง แต่ปฏิกิริยาของใบหญ้าสีฟ้ากลับกลายเป็นหนูที่มองเห็นแมว ไม่ว่าเซี่ยเฟยจะพยายามกระตุ้นหงส์ครามมากแค่ไหน แต่อาวุธมายาชิ้นนี้ก็ปฏิเสธที่จะโจมตีเข้าใส่ใบไม้แห่งขุนเขา

“ลินนิจ ฉันจำได้ว่าอาวุธมายาเดินทางมาพร้อมกับอาร์คใช่ไหม? ในฐานะวิญญาณประจำอาร์คคุณก็น่าจะรู้วิธีที่ใช้ในการพิชิตใบไม้แห่งขุนเขาใช่หรือเปล่า” เซี่ยเฟยถาม

“ถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่าอาวุธมายาเป็นของตระกูลออโรร่าต่างหาก ฉันเป็นแค่คนรับใช้จะมีสิทธิ์ไปล่วงรู้ความลับพวกนั้นได้ยังไง” ลินนิจกล่าวพร้อมกับยักไหล่

สิ่งที่ลินนิจพูดเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแล้ว เพราะในฐานะของคนรับใช้การไปแอบรู้ความลับของเจ้านายก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี เซี่ยเฟยจึงจำเป็นต้องยอมรับอย่างไม่เต็มใจว่าแม้แต่ลินนิจก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือเขาในการพิชิตอาวุธมายาชิ้นนี้ได้

“ประวัติของฉินหมางเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ใครจะไปรู้ว่าแท้ที่จริงเขาคือทายาทของทอกซิน ผู้ซึ่งเป็นนักสำรวจที่โด่งดังที่สุดในจักรวาล ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงมีสมบัติถือครองอยู่อย่างมากมาย ที่แท้ของพวกนี้ก็สืบทอดต่อมาจากบรรพบุรุษของเขานั่นเอง”

“บางทีสาเหตุที่ฉินหมางเดินทางไปทั่วทั้งจักรวาลครึ่งชีวิต นั่นก็เพราะพันธุกรรมนักสำรวจที่หลงเหลืออยู่ภายในร่างกายของเขา” ลินนิจกล่าวหลังจากเงียบเสียงไปสักพัก

แน่นอนว่าประวัติของฉินหมางที่ทิ้งเอาไว้มันก็ทำให้แม้แต่เซี่ยเฟยก็ยังประหลาดใจด้วยเช่นกัน เพราะบรรพบุรุษของฉินหมางคือทอกซินผู้ซึ่งเดินทางเข้าไปสำรวจดินแดนดาร์คไนท์เป็นคนแรก และเขาคนนี้ก็ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับราชาแห่งดาร์คไนท์ด้วยซ้ำ

น่าเสียดายที่ในเวลาต่อมาทอกซินได้เดินทางกลับมายังดินแดนกฎพร้อมกับสารานุกรมดาร์คไนท์ มันจึงก่อให้เกิดความบาดหมางระหว่างเผ่าพันธุ์ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

ในท้ายที่สุดทอกซินก็เสียชีวิตลงไปจากเหตุการณ์นี้ และลูกหลานของเขาก็ไม่สามารถที่จะอยู่ในดินแดนกฎต่อไปได้ ตระกูลของพวกเขาจึงทำการแบ่งมรดกของบรรพบุรุษ ก่อนที่จะเริ่มปลอมแปลงตัวตนและกระจายกันหลบหนีออกไปทั่วทั้งจักรวาล

บรรพบุรุษของฉินหมางเป็นลูกชายคนที่ 2 ของทอกซิน มันจึงทำให้ตระกูลนี้ได้รับสมบัติชิ้นสำคัญมาถึงสามชิ้น ก่อนที่พวกเขาจะอพยพเข้ามาอยู่ในพันธมิตรมนุษย์

เมื่อเวลาผ่านไปตระกูลของฉินหมางก็ค่อย ๆ ลืมเลือนตัวตนว่าพวกเขาเคยเป็นสมาชิกของดินแดนกฎมาก่อน สายเลือดภายในร่างของพวกเขาเริ่มเจือจางลงไปเรื่อย ๆ และในตอนจบสายเลือดนี้ก็มาสิ้นสุดลงที่ฉินหมาง

ฉินหมางไม่เคยแต่งงานและไม่มีทายาทสืบต่อสมบัติของตัวเอง การพบเจอกับสัตว์ประหลาดอย่างเซี่ยเฟยคอยย้ำเตือนให้ชายชราได้นึกถึงประวัติศาสตร์ของตระกูล เขาจึงตั้งใจที่จะมอบสมบัติเหล่านี้เอาไว้ให้เซี่ยเฟยได้ใช้งาน

อย่างไรก็ตามจากประวัติศาสตร์ที่เล่าต่อ ๆ กันมา ฉินหมางก็ได้ยินว่าการแข่งขันภายในดินแดนกฎเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก นอกจากนี้รากฐานของเซี่ยเฟยในดินแดนกฎก็ยังไม่มั่นคง เขาจึงรอจนกระทั่งตัวเองเสียชีวิตก่อนถึงจะส่งมอบสมบัติเหล่านี้ไปให้กับลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจ

เนื่องจากนี้ตระกูลทอกซินไม่ได้มีสายเลือดสืบต่อไปอีกแล้ว ฉินหมางจึงขอร้องให้เซี่ยเฟยกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลกลับคืนมา เพื่อที่ในวันหนึ่งชื่อเสียงของตระกูลนี้จะยืนหยัดอยู่ในดินแดนกฎอย่างภาคภูมิใจ

คราบน้ำตาของชายชราเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งจดหมาย ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกสะเทือนใจหลังจากที่เขาได้อ่านจดหมายจนจบ

พูดตามตรงว่าในวันนี้เซี่ยเฟยก็มีสถานะมากพอที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลทอกซินกลับมาได้แล้ว ประเด็นสำคัญคือการมาถึงของพวกรีเวิร์ส

สิ่งสำคัญประการแรกเขาจึงจำเป็นจะต้องปกป้องดินแดนกฎเอาไว้ให้ได้เสียก่อน แล้วค่อยกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลทอกซินกลับคืนมา

หลังจากสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง เซี่ยเฟยก็จะจ้องมองไปยังใบไม้สีแดงที่อยู่บนพื้น ทันใดนั้นเขาก็เริ่มนึกถึงอาวุธมายาธาตุพืชอีกชิ้นที่เขายังไม่สามารถพิชิตมันได้เหมือนกัน

***************

เบื้องหลังคุณตาฉินหมางอลังการมากกกกก

จบบทที่ ตอนที่ 1,028 ใบไม้แห่งขุนเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว