- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,021 เรียกรวมกองกำลังนักรบทั่วทั้งจักรวาล
ตอนที่ 1,021 เรียกรวมกองกำลังนักรบทั่วทั้งจักรวาล
ตอนที่ 1,021 เรียกรวมกองกำลังนักรบทั่วทั้งจักรวาล
ตอนที่ 1,021 เรียกรวมกองกำลังนักรบทั่วทั้งจักรวาล
เมื่อรีเวิร์สเริ่มบุกจู่โจมประตูจักรวาล มันก็ทำให้สถานการณ์ภายในดินแดนกฎตกอยู่ในสภาวะวิกฤตอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ย้อนกลับไปเพียงแค่วันก่อนดินแดนกฎก็เพิ่งจะรวมกำลังเป็นหนึ่งเดียวได้อีกครั้ง แต่พวกเขากลับต้องเผชิญหน้ากับศึกหนักทันทีที่เพิ่งจัดการกับเหล่าบรรดาผู้ทรยศได้สำเร็จ
“อะไรนะ? พูดครั้งหนึ่งสิ” เครนอุทานด้วยดวงตาอันเบิกกว้าง ขณะที่ผู้สร้างและผู้นำอื่น ๆ ก็กำลังขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียดด้วยเช่นกัน
“เมื่อไม่กี่นาทีก่อนพวกรีเวิร์สเริ่มบุกจู่โจมประตูจักรวาลอย่างบ้าคลั่ง จากประสบการณ์ที่พวกเราปกป้องประตูจักรวาลมานานหลายปี คราวนี้ฉันเกรงว่ามันคงจะไม่ใช่การบุกโจมตีทั่ว ๆ ไป” โมเสสกล่าวโดยพยายามระงับความตื่นตระหนกของตัวเองเอาไว้
ในฐานะผู้นำของกลุ่มผู้พิทักษ์โมเสสย่อมเป็นนักรบที่แข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเฝ้าดูประตูจักรวาลอย่างใกล้ชิดมานานหลายปี แต่นักรบระดับสูงถึงขนาดนี้ก็ยังเริ่มตื่นตระหนกเมื่อได้ฟังข่าวการโจมตีของพวกรีเวิร์ส
“พวกเราควรจะทำยังไงกันดี? ถ้าหากประตูจักรวาลถูกทำลายลงไปจริง ๆ ดินแดนกฎย่อมต้านทานพวกมันเอาไว้ไม่ไหวแน่”
“ใช่ ฉันเคยอ่านประวัติศาสตร์ของตระกูลในยุคแรกเหมือนกัน การต่อสู้กับพวกรีเวิร์สในช่วงต้นนั้นถึงกับทำให้พวกเราเกือบถูกกวาดล้างลงจนหมด”
ในเวลาเพียงแค่ไม่นานผู้นำตระกูลต่าง ๆ ก็เริ่มกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก ท้ายที่สุดทุกคนที่นี่ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีอายุอย่างยาวนาน พวกเขาจึงรู้ประวัติศาสตร์ในเรื่องการเผชิญหน้ากับพวกรีเวิร์สในอดีตเป็นอย่างดี เมื่อทุกคนได้ทราบข่าวว่ารีเวิร์สกำลังบุกทะลวงประตูจักรวาลเข้ามาอีกครั้ง มันจึงทำให้ทุกคนต่างก็รู้สึกกระวนกระวายใจ
“หุบปาก! ใครเป็นคนบอกพวกคุณว่าดินแดนกฎจะถูกทำลาย” เซี่ยกู่เฉิงตะโกนขึ้นมาเสียงดังจนทำให้ผู้นำตระกูลต่าง ๆ สะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ
ดวงตาของชายชรากวาดมองผู้อาวุโสทุกคนอย่างเย็นชา ยิ่งไปกว่านั้นแววตานี้ยังเต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างชัดเจน เหล่าบรรดาผู้นำจึงไม่กล้าสบตากับเซี่ยกู่เฉิงตรง ๆ แล้วมันก็ทำให้เหตุการณ์ในห้องประชุมสงบลงในที่สุด
“ถ้าหากเราสู้ก็ตายไม่สู้ก็ตาย พวกเราก็ต้องพยายามขับไล่พวกมันออกไปอย่างสุดกำลัง วันนี้ทุกคนก็ร่วมกันขับไล่พวกผู้สร้างที่ทรยศเรากับพวกดาร์คไนท์ออกไปได้แล้วไม่ใช่เหรอ? ตราบใดก็ตามที่พวกเรารวมกำลังกันมันก็ไม่แน่ว่าพวกเราจะขับไล่รีเวิร์สออกไปไม่ได้ และถึงแม้ว่าพวกเราจะต้องแตกพ่ายจริง ๆ แต่อย่างน้อยพวกเราก็ได้พยายาม” เซี่ยกู่เฉิงร้องคำรามเสียงดังสนั่น
คำพูดของชายชราทำให้ทุกคนเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ซึ่งความเป็นจริงมันก็ไม่ต่างไปจากสิ่งที่เซี่ยกู่เฉิงได้พูดออกมามากนัก ตราบใดก็ตามที่พวกรีเวิร์สบุกรุกเข้ามาพวกมันย่อมกวาดล้างทุกชีวิตในดินแดนกฎอย่างบ้าคลั่งแน่นอน ในเวลานั้นถึงแม้พวกเขาจะไม่ต่อต้าน แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องตายลงอยู่ดี สู้พวกเขาพยายามขับไล่พวกมันก็ยังดีกว่าจะต้องยอมตายอย่างสูญเปล่า
“นักรบสกายวิงทุกคนรีบไปประจำการที่ประตูจักรวาลเดี๋ยวนี้! แม้ว่าตระกูลจะต้องพังพินาศลงไปแต่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ถอยหนีจากประตูจักรวาลทั้งนั้น” เซี่ยกู่เฉิงตะโกนออกคำสั่งผ่านทางตราอสูรคลั่งต่อหน้าของผู้นำทุกคน
เหล่าบรรดาผู้นำทุกตระกูลต่างก็สะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าเซี่ยกู่เฉิงจะกล้าเดิมพันชะตากรรมของสกายวิงเพื่อปกป้องประตูจักรวาลเอาไว้แบบนี้
“ฉันไม่มีเวลาจะคุยเรื่องไร้สาระกับพวกคุณแล้ว หากตระกูลไหนไม่เข้าร่วมสงครามแล้วพวกเราสามารถขับไล่พวกรีเวิร์สได้สำเร็จ ในเวลานั้นสกายวิงจะเริ่มกวาดล้างตระกูลที่ไม่ให้ความร่วมมือไปทีละตระกูล” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวก่อนที่จะเดินจากไปโดยไม่หันหน้ากลับมามอง
สิ้นประโยคนี้สีหน้าของผู้นำทุกคนก็เปลี่ยนไปในทันที เพราะสกายวิงได้พิสูจน์ตัวเองมาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนว่าพวกเขาคือตระกูลที่กล้าพูดจริงทำจริงมากแค่ไหน แล้วมันจะมีใครกล้ายั่วยุสกายวิงในตอนนี้บ้าง
สิ่งที่เซี่ยกู่เฉิงพูดออกมาคือการแสดงเจตนารมย์อย่างชัดเจนว่าทุกตระกูลจะต้องเข้าร่วมการต่อสู้ไม่ว่าตระกูลนั้นจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม
—
ช่วงเวลาที่เซี่ยกู่เฉิงกำลังออกคำสั่งผ่านตราอสูรคลั่ง เซี่ยเฟยก็กำลังเงยหน้ามองดูดวงดาวด้วยความรู้สึกเศร้าภายในใจ
เฉินตงกับเยว่เกอยังไม่ต้องการบอกข่าวการเสียชีวิตของฉินหมางให้เซี่ยเฟยทราบ แต่พวกเขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าบทสนทนาของพวกเขาอยู่ภายใต้การแอบฟังของลินนิจทั้งหมด ซึ่งหลังจากผู้พิทักษ์ตระกูลออโรร่าได้ทำการตรวจสอบร่างกายของชายหนุ่มอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็ตัดสินใจเล่าเรื่องนี้ให้เซี่ยเฟยฟัง
“ทำใจเถอะ เขาคนนั้นย่อมไม่มีทางฟื้นคืนชีพจากความตายได้ ไม่ว่ายังไงในวันหนึ่งเขาก็ต้องหวนกลับคืนสู่จักรวาลอยู่ดี” ริเวอร์กล่าว
“ฉันต้องกลับไปงานศพของเขา” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาเบา ๆ
“นายกลับไปงานศพเขาก่อนก็ได้ ถึงยังไงตอนนี้มันก็ยังไม่มีเรื่องสำคัญอะไรจะต้องทำอยู่แล้ว” ลินนิจกล่าว
ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังตัดสินใจจะเดินทางไปยังงานศพของฉินหมางอยู่นั่นเอง เข็มทิศมิติของชายหนุ่มก็ส่งเสียงเตือนขึ้นมา 2 ครั้ง ซึ่งทันทีที่เขาได้อ่านข้อความเซี่ยเฟยก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ข้อความแรกถูกส่งมาจากโอโร่เพื่อบอกว่าประตูจักรวาลกำลังถูกพวกรีเวิร์สจู่โจมอย่างหนัก ซึ่งคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้พิทักษ์จะต้องเข้าปะทะกับพวกอสูรกายในอีกไม่ช้า
ข้อความที่ 2 คือคำสั่งจากบรรพบุรุษที่สั่งการให้สกายวิงมุ่งหน้าตรงไปยังประตูจักรวาลในทันทีเพื่อต่อต้านกับพวกรีเวิร์สจนตายกันไปข้างหนึ่ง แล้วถึงแม้ว่าตระกูลจะต้องล่มสลายแต่มันก็ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ล่าถอย
ทั้งสองข้อความต่างก็มีความน่าเชื่อถือที่สูงมาก แล้วมันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกไม่นานทั่วทั้งจักรวาลคงจะตกอยู่ในความวุ่นวายครั้งใหญ่
หลังจากฟังคำอธิบายจากเซี่ยเฟย ริเวอร์ก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด เพราะเขาเพิ่งใช้พลังงานส่วนใหญ่ไปกับการสังหารเหวินเซียว และไม่เหลือพลังที่จะนำมาใช้ปิดผนึกประตูจักรวาลอีกต่อไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นโซลฮันเตอร์เพียงคนเดียวในจักรวาลนี้ หากเขาไม่สามารถปิดผนึกประตูจักรวาลได้แล้วใครมันจะมาทำหน้าที่แทนเขา
สมองของชายหนุ่มเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าเป็นความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างเซี่ยเฟยกับคนทั่วไป เพราะหลังจากที่เขาได้รับฟังข่าวร้าย ปฏิกิริยาแรกของชายหนุ่มไม่ใช่การถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง แต่คือการคิดหามาตรการตอบโต้ในช่วงเวลาวิกฤต
ต่อมาชายหนุ่มก็ได้นำคริสตัลต้นกำเนิดออกมาจากแหวนมิติเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่พวกมันเป็นคริสตัลต้นกำเนิดระดับสูงทั้งหมด และมันก็มีแม้กระทั่งคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 8 ที่ถูกนำออกมาด้วย
“นี่คือคริสตัลต้นกำเนิดทั้งหมดที่ฉันมี พลังงานพวกนี้พอจะช่วยฟื้นฟูพลังงานของคุณได้มากแค่ไหน?” เซี่ยเฟยหันไปถามริเวอร์
พลังงานคือรากฐานของทุกสิ่งและในตอนนี้ริเวอร์ก็แทบที่จะไม่หลงเหลือพลังงานแล้ว สิ่งแรกที่เซี่ยเฟยคิดได้คือการช่วยให้ผู้พิทักษ์ออโรร่าฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับมาให้ได้มากที่สุด ไม่ว่ายังไงโซลฮันเตอร์คนนี้ก็เป็นบุคคลเดียวในจักรวาลที่สามารถปิดผนึกประตูจักรวาลได้อีกครั้ง
ริเวอร์หยิบคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 8 ขึ้นมา ก่อนที่ตัวคริสตัลจะซีดเซียวลงอย่างรวดเร็ว
“พวกมันพอจะช่วยฉันได้บ้าง แต่อย่าลืมว่าฉันคือโซลฮันเตอร์ สิ่งที่ฉันต้องการจริง ๆ จึงเป็นพลังวิญญาณไม่ใช่พลังโดยทั่วไป ถึงแม้ฉันจะดูดซับพลังงานพวกนี้ไปทั้งหมด แต่มันก็ช่วยให้ฉันออกไปต่อสู้ได้สักพักเท่านั้น พวกมันยังไม่มากพอที่จะช่วยให้ฉันปิดผนึกประตูจักรวาลได้อีกครั้งหนึ่ง”
“สิ่งที่จะช่วยแก้ไขสถานการณ์นี้ได้จริง ๆ คือไม้เท้าเมฆวายุหรืออาวุธวิญญาณในระดับเดียวกัน ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะไม่มีทางฟื้นฟูพลังทั้งหมดกลับคืนมาให้ทันก่อนสงครามกับพวกรีเวิร์ส” ริเวอร์กล่าวพร้อมกับส่ายหัว
ปัจจุบันเซี่ยเฟยได้มายืนอยู่บนจุดสูงสุดของดินแดนกฎแล้ว และถึงแม้เขาจะนำคริสตัลต้นกำเนิดทั้งหมดออกมาจากตระกูลสกายวิง แต่พวกมันก็ไม่ได้มีปริมาณมากไปกว่าคริสตัลต้นกำเนิดภายในมือของเขามากนัก
“ถึงยังไงพวกเราก็ต้องลอง ฉันจะขอให้บรรพบุรุษจัดหาคริสตัลต้นกำเนิดมาให้กับคุณเอง นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่พวกเราจะทำได้แล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่อย่างน้อยพวกเราก็ยังได้ลอง” เซี่ยเฟยกัดฟันกล่าว
—
ในเวลาเพียงแค่ไม่นานนักรบจากตระกูลต่าง ๆ ก็ต้องออกเดินทางไปยังประตูจักรวาล ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังไม่เคยได้เห็นประตูจักรวาลมาก่อนรวมถึงพระเจ้าหน้าใหม่อย่างเซี่ยกู่เฉิงด้วย การได้เห็นประตูจักรวาลในครั้งนี้จึงทำให้ทุกคนค่อนข้างรู้สึกตื่นเต้นอยู่พอสมควร
อย่างไรก็ตามทุกคนก็รู้ดีว่าการพบเห็นประตูจักรวาลในครั้งนี้ มันก็อาจจะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต เพราะศัตรูในครั้งนี้แข็งแกร่งมากจนเกินไป โอกาสที่พวกเขาจะได้รับชัยชนะเหนือพวกรีเวิร์สเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลย
อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่ได้เคลื่อนไหวมาพร้อมกับกองทัพใหญ่ แต่เลือกมุ่งหน้าไปยังดินแดนลับกับเซี่ยกวงไห่ก่อน
“คุณพอจะมีวิธีย้ายพวกมันไปใกล้ ๆ ประตูจักรวาลไหม?” เซี่ยเฟยถามขณะชี้นิ้วไปยังยานไททัน
“เมื่อก่อนมันไม่ได้ดูดุร้ายมากขนาดนี้เลย ตอนนี้พวกมันเสร็จสมบูรณ์แล้วใช่ไหม?” เซี่ยกวงไห่ถามขณะเม้มริมฝีปาก
“เรายังไม่เคยทดลองประสิทธิภาพของมันมาก่อนจะเรียกว่าเสร็จสมบูรณ์ก็คงจะมากเกินไป” เซี่ยเฟยกล่าว
“ฉันรู้จักนายดี ถ้าหากว่านายไม่มั่นใจนายคงจะไม่เอามันออกไปในสนามรบแน่นอน ครั้งหนึ่งเผ่าพันธุ์ยู่หลานเคยเป็นเผ่าที่ครอบครองเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในจักรวาล ยานรบที่พวกเขาออกแบบย่อมเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแก่การรอคอยแน่นอน”
“ยิ่งไปกว่านั้นนายยังใช้เทคโนโลยีจากสถานีวิจัยลับเสริมความแข็งแกร่งให้กับพวกมัน ฉันเชื่อว่าประสิทธิภาพในการต่อสู้ของพวกมันคงจะเกินกว่าสิ่งที่ถูกบันทึกเอาไว้ในพิมพ์เขียวไปไกล” เซี่ยกวงไห่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามผมเลยว่าคุณช่วยส่งไททันไปที่สนามรบได้หรือเปล่า?” เซี่ยเฟยถามอีกครั้ง
“ไม่มีปัญหา อย่าลืมนะว่าตอนนี้พวกเรากลายเป็นผู้ควบคุมการเดินทางผ่านมิติแล้ว แต่ตอนนี้นักรบทั่วทั้งจักรวาลกำลังใช้อุโมงค์มิติเพื่อเดินทางไปรวมตัวกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่อุโมงค์มิติว่างเปล่าอีกครั้ง เราย่อมสามารถเคลื่อนย้ายพวกมันไปยังสนามรบได้อย่างไม่มีปัญหา” เซี่ยกวงไห่กล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
“ดีแล้ว ผมหวังว่าอุโมงค์มิติจะแข็งแรงมากพอที่จะเคลื่อนย้ายพวกมันไปยังสนามรบได้อย่างไม่มีปัญหานะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“เดี๋ยวก่อนนะ! นายไม่ได้ต้องการเคลื่อนย้ายมันไปแค่ลำเดียวงั้นเหรอ?” เซี่ยกวงไห่ถามขึ้นมาด้วยความสับสน
เซี่ยเฟยยังคงเงียบโดยไม่ตอบกลับอะไรเพียงแต่เผยรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ขึ้นมาที่มุมปาก
***************
ถึงเวลาใช้งานยานไททันอันทรงพลังแล้วสินะ