เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,019 ริเวอร์ที่ไม่มีอาวุธวิญญาณ

ตอนที่ 1,019 ริเวอร์ที่ไม่มีอาวุธวิญญาณ

ตอนที่ 1,019 ริเวอร์ที่ไม่มีอาวุธวิญญาณ


ตอนที่ 1,019 ริเวอร์ที่ไม่มีอาวุธวิญญาณ

“เธอรู้เรื่องผู้อาวุโสฉินหมางแล้วใช่ไหม? เราควรบอกเขาทันทีที่เขาตื่นขึ้นมาเลยหรือเปล่า” เฉินตงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ทันใดนั้นทั้งเยว่เกอและเฉินตงต่างก็เงียบเสียงลงไปพร้อม ๆ กัน แต่เนื่องมาจากว่าเซี่ยเฟยกำลังหมดสติอยู่ในตอนนี้พวกเขาจึงไม่สามารถบอกข่าวร้ายให้กับชายหนุ่มได้

“พวกเราเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า ไม่รู้ว่าร่างกายของเขาเป็นยังไงบ้าง หากเซี่ยเฟยรู้ข่าวการเสียชีวิตของผู้อาวุโส มันอาจจะทำให้ร่างกายของเขาทรุดตัวลงไปมากกว่าเดิม อย่าลืมนะว่าเขาคือคนอารมณ์ร้อนมากแค่ไหนมันคงจะดีกว่าหากเราบอกข่าวนี้กับเขาในตอนที่เขาหายดีแล้ว” เยว่เกอกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เฉินตงชะงักค้างไปอย่างฉับพลันและมันก็ทำให้เขามองไปยังสหายเก่าตรงหน้าด้วยแววตาอันแปลกประหลาดใจ เพราะเยว่เกอไม่เคยเปิดเผยนิสัยในด้านนี้มาก่อนเลย

“เอาตามเธอว่าแล้วกัน พวกเรากลับกันก่อนเถอะ อย่างน้อยพวกเราก็ควรจะไปงานศพของผู้อาวุโสในฐานะตัวแทนของเซี่ยเฟย” เฉินตงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

หลังจากนั้นสหายทั้งสองก็ถอนหายใจและจากไปทิ้งเซี่ยเฟยเอาไว้ให้รักษาตัวโดยยังไม่รับรู้ถึงข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับฉินหมาง

เซี่ยเฟยสลบไสลไปเป็นเวลานาน แต่สาเหตุที่เขาสลบไปในครั้งนี้มันก็ไม่ใช่เพราะร่างกายของเขาอ่อนแอ แต่มันเป็นเพราะโซลมาร์คของเขาทรงพลังมากจนเกินไป

แพทย์โบราณเคยกล่าวไว้ว่าผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอไม่ควรจะทานอาหารที่เต็มไปด้วยโภชนาการเข้าไปในทันที แต่สมควรค่อย ๆ เติมพลังงานเข้าสู่ร่างกายทีละน้อย

โดยปกติผู้ที่จะสามารถปลดปล่อยโซลชาโดว์ออกมาได้จะต้องมีทั้งพลังกายและพลังวิญญาณอย่างเพียงพอ แต่เซี่ยเฟยเพิ่งจะเปิดใช้งานโซลมาร์คได้เพียงแค่ 1 วัน ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่เขาเปิดใช้งานโซลมาร์คได้เขายังมีพลังในระดับราชันย์กฎเท่านั้นเอง

การใช้โซลชาโดว์ออกมาต่อสู้ทำให้พลังวิญญาณของชายหนุ่มลดลงอย่างกะทันหัน ร่างกายจึงถูกบังคับให้พักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังงานกลับคืนมา เหตุการณ์นี้คล้ายกับสิ่งที่เรียกว่าการใช้พลังเกินตัว เพราะโซลมาร์คภายในสมองของเขามีความแข็งแกร่งมากเกินไป แต่ร่างกายกลับไม่สามารถติดตามพลังของโซลมาร์คในสมองได้ทัน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เซี่ยเฟยพัฒนาขึ้นมาได้อย่างก้าวกระโดด นั่นก็เพราะความสามารถในการดูดซับพลังงานและความสามารถในการควบคุมพลังงานที่เหนือกว่าใคร แต่พลังวิญญาณเป็นพลังงานที่พิเศษแตกต่างจากพลังงานใด ๆ ที่ชายหนุ่มเคยสัมผัสมา การพยายามควบคุมพลังวิญญาณเพื่อต่อสู้ครั้งแรกจึงไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถควบคุมได้ง่าย ๆ

อย่างไรก็ตามความยากลำบากนี้ก็เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะในระหว่างที่ร่างกายกำลังสลบไสล ลินนิจก็ต้องรู้สึกตกใจเพราะเซี่ยเฟยกำลังพยายามควบคุมพลังวิญญาณในรูปแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

เซี่ยเฟยกำลังพยายามหลอมรวมพลังกายและพลังวิญญาณเข้าด้วยกัน!!

พลังกายกับพลังวิญญาณเป็นสองระบบที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วิธีการฝึกฝนตามปกติคือการก้าวข้ามพลังทางกายภาพเพื่อกระโดดไปฝึกฝนพลังวิญญาณโดยตรง

เซี่ยกู่เฉิงเคยใช้วิธีการนี้เพื่อบังคับให้ตัวเองพัฒนาจนกลายเป็นพระเจ้ามาครั้งหนึ่งแล้ว โดยเขาทำให้ตัวเองตกอยู่ในสภาวะใกล้ตายเพื่อให้การควบคุมพลังก้าวข้ามผ่านร่างกายไปยังการควบคุมพลังวิญญาณโดยตรง

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำอยู่ในตอนนี้คือการหลอมรวมพลังทั้งสองชนิดเข้าด้วยกันทีละน้อย และมันก็คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นโดยที่เซี่ยเฟยยังไม่ทันได้สติกลับมาอีกด้วย

‘มันเป็นเพราะเซี่ยเฟยเปิดโซลมาร์คขึ้นมาได้เร็วเกินไปหรือเปล่า? เขาเลยไม่สามารถใช้พลังได้ตามวิธีการปกติแบบนี้ แต่ถ้าหากว่าเขาสามารถพัฒนาพลังกายให้กลายเป็นพลังวิญญาณได้จริง ๆ เรื่องนี้มันก็คงจะกลายเป็นปาฏิหาริย์ในประวัติศาสตร์แล้ว’ ลินนิจคิดกับตัวเองภายในใจ

ระหว่างคิดอยู่นั้นลินนิจก็พยายามนึกว่ามีนักรบคนไหนในประวัติศาสตร์เคยหลอมรวมพลังทั้งสองชนิดเข้าด้วยกันบ้างหรือเปล่า แต่เท่าที่เขาจำความได้นักรบทุกคนที่เขารู้จักก็ไม่เคยมีใครสามารถเชื่อมโยงพลังกายเข้าสู่พลังวิญญาณได้เลย

“ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง ฉันก็คงได้แต่หวังว่ามันจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ว่าแต่ตอนนี้ริเวอร์เป็นยังไงบ้างนะ…”

ณ พื้นที่บริเวณห่างไกลจากสนามรบหลัก ริเวอร์กับเหวินเซียวก็ยังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือด

พื้นที่บริเวณนี้กลายเป็นพื้นที่โล่งโดยสมบูรณ์ เพราะพลังที่เกิดจากการปะทะของการโจมตีจากทั้งสองฝ่ายได้บดขยี้ทุกสิ่งในบริเวณนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง

ไม่มีดาว ไม่มีเศษหินเศษอุกกาบาต แม้แต่หลุมดำหลุมขาวก็ถูกทำลายหายไปทั้งหมด

นี่คือพลังทำลายล้างที่เกิดจากการเผชิญหน้าระหว่างผู้แข็งแกร่ง ซึ่งมันก็เป็นพลังที่เหนือเกินกว่าจินตนาการของทุกคนไปไกล

“ตายซะ!” ริเวอร์ส่งเสียงร้องคำราม โดยในปัจจุบันโซลฮันเตอร์แห่งตระกูลออโรร่าถูกปกคลุมไปด้วยรอยแผลอย่างมากมาย เพราะท้ายที่สุดเหวินเซียวก็ไม่ใช่เด็กกำพร้าเหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่เขาได้พัฒนากลายเป็นนักรบที่มีความแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าริเวอร์เลย

“แฮก ๆ ๆ ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะทรงพลังขนาดนี้ หลังจากที่ได้สูญเสียอาวุธวิญญาณของตัวเองไป สมแล้วที่แกคือองครักษ์ดาบทองแห่งตระกูลออโรร่า ที่ถึงแม้ว่าฉันจะพัฒนาพลังมาเป็นเวลานานแต่แกก็ยังแข็งแกร่งกว่าฉันอยู่เล็กน้อย” เหวินเซียวกล่าวอย่างดุเดือดขณะหอบหายใจออกมาอย่างหนัก

“อย่าคิดว่าเพราะแกขโมยอาวุธวิญญาณของฉันไปแล้วฉันจะไม่สามารถจัดการกับแกได้ ถึงแม้ว่าฉันจะอ่อนแอกว่านี้แต่ฉันก็ยังหาวิธีจัดการกับแกได้อยู่ดี” ริเวอร์กล่าวขณะจับจ้องมองไปยังศัตรูตรงหน้า

“ฉันบอกอีกครั้งแล้วว่าฉันเอาไปแค่ดาบวิญญาณของเซียวกู๋เท่านั้น ฉันไม่เคยขโมยอาวุธวิญญาณของแกไปเลยแม้แต่ครั้งเดียว” เหวินเซียวคำราม

“ขโมยมันก็คือขโมยนั่นแหละ! อย่าคิดว่าฉันจะเชื่อคำพูดพล่อย ๆ ของแก” ริเวอร์ตะโกน

การเผชิญหน้าระหว่างนักรบคู่นี้ไม่เหลือช่องว่างให้กับการเจรจาอีกต่อไป และถึงแม้ว่าริเวอร์จะมือเปล่าแต่เขาก็พยายามทุ่มเทอย่างสุดกำลังเพื่อทำการสังหารศัตรู

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เพราะริเวอร์หาอาวุธมาใช้งานไม่ได้ เพราะถึงยังไงเซี่ยเฟยก็มีอาวุธไร้ประโยชน์เก็บสะสมเอาไว้อย่างมากมายและอาวุธบางชิ้นก็ถือได้ว่าเป็นอาวุธชั้นยอด อย่างไรก็ตามริเวอร์คือโซลฮันเตอร์ อาวุธที่เขาต้องการจึงเป็นอาวุธวิญญาณเท่านั้น

นอกจากนี้นักรบวิญญาณแต่ละคนจะมีอาวุธวิญญาณที่เชื่อมโยงกับชีวิตเพียงแค่ชิ้นเดียว หลังจากสูญเสียอาวุธของตัวเองไปริเวอร์จึงไม่ต่างไปจากการเป็นนักรบมือเปล่า

เมื่อไม่มีอาวุธริเวอร์ก็สามารถรวบรวมพลังกลับคืนมาได้อย่างช้า ๆ เท่านั้น ซึ่งมันก็ต้องใช้เวลานานนับล้านปี เขาถึงจะสามารถรวบรวมพลังกลับมาอย่างสมบูรณ์

อาจกล่าวได้ว่าอาวุธวิญญาณประจำตัวก็คือครึ่งชีวิตของนักรบ อาวุธชิ้นนี้มีความสำคัญในสนามรบมากกว่าภรรยาของพวกเขาด้วยซ้ำ เพราะนักรบที่ไม่มีอาวุธก็ไม่สมควรที่จะถูกเรียกว่านักรบตั้งแต่แรกแล้ว

เนอร์วาน่าซึ่งเป็นอาวุธวิญญาณของเซี่ยเฟยยังไม่ถือว่าเป็นอาวุธวิญญาณประจำตัวของชายหนุ่มไปซะทีเดียว เพราะวิญญาณที่อยู่ภายในดาบคือวิญญาณของลินนิจไม่ใช่วิญญาณของเขาเอง แตกต่างจากไม้เท้าเมฆวายุของริเวอร์ที่เขาได้ใส่วิญญาณของตัวเองลงไปภายในอาวุธชิ้นนั้นด้วย

ในสถานการณ์ปกตินักรบจะไม่ยอมให้วิญญาณอื่นเข้ามาเป็นอาวุธวิญญาณของตัวเองอย่างแน่นอน เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัยมาก ท้ายที่สุดวิญญาณก็ยังมีความคิดเป็นของตัวเอง แล้วใครจะรู้ว่าวิญญาณภายในอาวุธจะทรยศต่อพวกเขาหรือเปล่า

หากในระหว่างการต่อสู้อันดุเดือดวิญญาณได้ควบคุมอาวุธหนีไปเพียงลำพัง ในเวลานั้นมันย่อมกลายเป็นหายนะสำหรับนักรบอย่างแน่นอน

โชคดีที่เซี่ยเฟยไม่จำเป็นจะต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาในเรื่องนี้เลย เพราะทั้งลินนิจและริเวอร์ต่างก็เป็นผู้พิทักษ์ที่ซื่อสัตย์ของตระกูลของออโรร่า ยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้ลินนิจยังเคยสละร่างกายของตัวเองเพื่อตายมาเป็นวิญญาณพิทักษ์อาร์ค การนำลินนิจมาเป็นวิญญาณประจำอาวุธจึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไร

โดยสรุปเมื่อริเวอร์ไม่มีอาวุธวิญญาณ มันก็ทำให้ชายคนนี้อ่อนแอลงกว่าเดิมมาก ในที่สุดริเวอร์ก็ถูกผลักดันให้ต้องใช้พลังชีวิต เพราะถึงแม้เขาจะต้องต่อสู้จนตายแต่เขาก็ต้องจัดการคนทรยศคนนี้ลงให้ได้

ในที่สุดหลังจากที่ริเวอร์เผาผลาญพลังชีวิตไปมากกว่าครึ่ง เขาก็สามารถสังหารเหวินเซียวลงได้สำเร็จ แต่เมื่อเขาได้ตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในแหวนมิติของอีกฝ่ายแล้ว เขากลับพบว่าอาวุธวิญญาณประจำตัวของเขาไม่ได้ถูกเหวินเซียวขโมยไปจริง ๆ

การที่ริเวอร์หาอาวุธวิญญาณของตัวเองไม่พบ มันก็หมายความว่าเขาไม่มีทางฟื้นฟูพลังงานกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมันก็หมายความว่าเขาไม่สามารถปิดผนึกประตูจักรวาลอีกครั้งได้ด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกรีเวิร์สบุกเข้ามาเมื่อนั้นทั่วทั้งจักรวาลก็จะตกอยู่ในอันตราย

ริเวอร์กัดฟันหยิบดาบสั้นสีเงินขึ้นมาโบกภายในอากาศ ก่อนที่พลังวิญญาณสีขาวบางส่วนจะค่อย ๆ ถูกรวบรวมเข้ามาภายในร่างกายของเขา

ไม่กี่นาทีต่อมาร่างของผู้พิทักษ์ออโรร่าก็ปรากฏตัวบนดาวเคราะห์สีแดงที่เซี่ยเฟยกำลังนอนพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งการปรากฏตัวของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดัน ผู้คนจึงรีบหลีกทางให้นักรบปริศนาคนนี้ทันที โดยในแววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยทั้งความหวาดกลัวและความชื่นชมในเวลาเดียวกัน

“เขาเป็นยังไงบ้าง?” ริเวอร์ถามขณะนั่งใกล้ ๆ เซี่ยเฟย

“เซี่ยเฟยไม่เป็นอะไร ดูเหมือนว่าเขาจะค่อย ๆ คุ้นเคยกับพลังวิญญาณมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ตอนนี้เขากำลังประสานพลังทั้งสองชนิดในร่างกายของตัวเองเข้าด้วยกัน ถ้าหากว่าเขาทำสำเร็จการใช้พลังของเขามันก็จะแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก” ลินนิจกล่าวขณะมองไปยังริเวอร์ที่เต็มไปด้วยบาดแผลทั่วทั้งร่าง

“สมแล้วที่เขาเป็นทายาทสายตรงของออโรร่าและเป็นหมาป่าเดียวดายของสกายวิง พลังภายในร่างกายของเขาเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก ขอเพียงแค่เวลาในวันหนึ่งเขาย่อมกลายเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในจักรวาลอย่างแน่นอน” ริเวอร์กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“นายยังหาอาวุธของตัวเองไม่เจออีกงั้นเหรอ?” ลินนิจถาม

“เหวินเซียวมีเพียงแค่ดาบวิญญาณอยู่ในมือ มันเป็นดาบที่นายน้อยเคยใช้สมัยเด็ก ๆ มันยังไม่เพียงพอที่จะมาเป็นอาวุธของฉัน” ริเวอร์กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มอย่างขมขื่น

เหตุผลที่เซียวกู๋ชอบดาบเล่มนี้มันก็ไม่ใช่เพราะว่ามันคืออาวุธวิญญาณที่ยอดเยี่ยม แต่มันเป็นเพราะนี่คืออาวุธวิญญาณที่เขาเคยใช้สมัยตอนเด็ก ๆ

เซียวกู๋เป็นคนที่มีจิตใจดีมากและเขาก็ชอบคิดถึงเรื่องสมัยเก่า ๆ แม้แต่อาวุธที่เขาเคยใช้ในสมัยเมื่อยามเป็นเด็กน้อย เขาก็มักจะพกติดตัวไปไหนมาไหนอยู่ทุกเมื่อและมักที่จะหยิบออกมาทำความสะอาดเป็นครั้งคราว

ดาบเล่มเล็กเพียงเท่านี้เป็นเพียงแค่ไม้จิ้มฟันสำหรับริเวอร์เท่านั้น และมันก็ไม่มากพอที่จะนำมาฟื้นฟูพลังวิญญาณของเขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว

ทั้งลินนิจและริเวอร์ต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างกังวล แต่ในทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็เริ่มฟื้นขึ้นมาจากอาการสลบไสล

***************

คุณตาาาาาาาา T^T

จบบทที่ ตอนที่ 1,019 ริเวอร์ที่ไม่มีอาวุธวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว