เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,015 กำจัดราชินีแห่งดาร์คไนท์

ตอนที่ 1,015 กำจัดราชินีแห่งดาร์คไนท์

ตอนที่ 1,015 กำจัดราชินีแห่งดาร์คไนท์


ตอนที่ 1,015 กำจัดราชินีแห่งดาร์คไนท์

ในที่สุดดาบดราก้อนสไปน์ที่สง่างามก็ถูกชักออกมาจากฝัก โดยดาบเล่มนี้คือมรดกตกทอดมาจากปู่ที่เซี่ยเฟยไม่มีโอกาสได้พบเห็นมาก่อน

ตำนานเล่าขานกันมาว่าดาบเล่มนี้ทำมาจากกระดูกของมังกรโบราณ เพียงแต่มันมีอายุเก่าแก่มากจนเกินไปจนยากที่ใครจะสามารถยืนยันความเป็นมาของมันได้อย่างแท้จริง

เซี่ยเฟยตวัดดาบออกไปในแนวทแยงจากด้านล่างสู่ฟากฟ้า สร้างแสงสว่างอันเจิดจ้าเปล่งประกายออกไปทั่วทั้งบริเวณ ดาบสีขาวภายในมือของชายหนุ่มส่งเสียงร้องราวกับมังกรคำรามฉีกผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนอันกว้างใหญ่มุ่งหน้าตรงไปยังจักรวาลอันไกลโพ้น

ทุกคนต่างก็มองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง เพราะแรงกดดันที่เซี่ยเฟยสร้างขึ้นมาอยู่เหนือกว่าจอมเทพระดับสูงสุด ซึ่งในความเป็นจริงแรงกดดันที่เขากำลังปลดปล่อยออกมาในตอนนี้มันก็ไม่ด้อยไปกว่าแรงกดดันของเซี่ยกู่เฉิง ผู้ซึ่งเป็นผู้นำของสกายวิงเลยแม้แต่น้อย

ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็ได้กลายเป็นผู้ที่สามารถใช้ได้ทั้งพลังของโซลฮันเตอร์และโซลอีทเตอร์ได้ในเวลาเดียวกัน พลังที่เขาครอบครองอยู่ในปัจจุบันมันจึงอยู่เหนือเกินกว่าสามัญสำนึกของผู้คนโดยทั่วไป

เสียงคำรามจากการตวัดดาบทำให้สัตว์ร้ายทั้งหมดจากกองทัพดาร์คไนท์แทบที่จะหมดสติ แม้แต่อสูรศักดิ์สิทธิ์อย่างขนอุยก็กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว และมันก็ใช้ดวงตาคู่น้อยจับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

นี่คือพลังของดาบดราก้อนสไปน์ อาวุธวิญญาณที่ถูกสร้างขึ้นมาจากมังกรโบราณผู้ซึ่งเป็นราชันย์แห่งบรรดาสัตว์อสูรทั้งปวง

“แม่เจ้า! แค่การชักดาบก็สร้างแรงกดดันได้ถึงขนาดนี้แล้วงั้นเหรอ? เซี่ยเฟยไปเอาดาบแบบนั้นมาจากไหน?”

“แรงกดดันของเขามันอยู่สูงเหนือเกินกว่าระดับจอมเทพไปแล้ว อย่าบอกนะว่าแม้แต่เซี่ยเฟยก็พัฒนาจนกลายเป็นพระเจ้าไปแล้วเหมือนกัน!”

การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มทำให้สถานการณ์ในสนามรบชะงักค้างไปกว่า 1 วินาที และไม่ว่าจะเป็นนักรบธรรมดาไปจนถึงโซลฮันเตอร์ทั้งสองคนที่กำลังต่อสู้อย่างบ้าคลั่งต่างก็ล้วนแล้วแต่มองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความตกใจเหมือนกันทั้งหมด

‘ฮ่า ๆ ๆ เมื่อดาบในตำนานของออโรร่าถูกใช้โดยทายาทของออโรร่า มันจึงสามารถปลดปล่อยพลังของมันออกมาได้อย่างเต็มที่!’ ริเวอร์ส่งเสียงตะโกนภายในใจ

หลังจากเก็บสมบัติของนายน้อยเพื่อรอส่งต่อให้เซี่ยเฟยมาเป็นเวลานาน ริเวอร์ย่อมเคยพยายามนำดาบเล่มนี้ออกมาใช้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเขาก็ต้องยอมรับว่าถึงแม้พลังของเขาจะอยู่สูงกว่าเซี่ยเฟย แต่เขากลับไม่เคยแสดงพลังของดาบดราก้อนสไปน์ออกมาได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เซี่ยเฟยได้ทำภายในวันนี้เลย

“ออโรร่า! นั่นมันสายเลือดของตระกูลออโรร่า” เหวินเซียวอุทานพร้อมกับขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด ซึ่งในตอนที่เขาพูดคำว่าออโรร่าขึ้นมาร่างกายของเขาก็แทบที่จะทรุดตัวลง

ตัวตนของเขาเปรียบเสมือนกับอาชญากรที่กำลังหลบหนีความผิด ซึ่งการหนีเอาชีวิตรอดมาจากอาร์คและขโมยสมบัติจากเซียวกู๋มาถือได้ว่าเป็นความผิดที่ติดตัวเขามาตลอดชีวิต สิ่งที่เหวินเซียวรู้สึกหวาดกลัวมากที่สุดคือวันหนึ่งออโรร่าจะตามมาแก้แค้นกับความผิดพลาดที่เขาได้ทำลงไปในวันนั้น

เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงพลังของเซี่ยเฟย มันจึงทำให้เขานึกถึงพลังของออโรร่าขึ้นมาอย่างฉับพลัน และเจตนาสังหารที่อีกฝ่ายปลดปล่อยออกมามันก็ถึงกับทำให้เขาตัวสั่นขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ใช่แล้ว เซี่ยเฟยคือนายน้อยแห่งตระกูลออโรร่า เขาคือฝันร้ายที่จะหลอกหลอนไปชั่วชีวิตของแก ฉันจะบอกอะไรแกให้นะว่าเซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะมีสายเลือดออโรร่าเท่านั้น แต่เขายังเปิดใช้งานโซลมาร์คได้แล้วอีกด้วย”

“เขาคือคนที่พวกแกกำลังตามหาอยู่ไม่ใช่เหรอ? คนที่บุกเข้าไปในดินแดนดาร์คไนท์, สังหารผู้คนเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนและทำลายปากเสือทิ้งไปก็คือเซี่ยเฟยคนนี้นี่เอง ตอนนี้พวกแกก็ค้นพบเขาแล้ว แต่ฉันถามหน่อยว่าพวกแกจะทำอะไรได้ สิ่งที่พวกแกจะต้องเผชิญมีเพียงการถูกนายน้อยของเราทำลายจนสิ้นซาก” ริเวอร์กล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

หลังจากพูดทุกอย่างจนจบริเวอร์ก็สัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าที่อดกลั้นมานานได้ถูกระบายออกไป และในที่สุดเขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมลินนิจถึงชื่นชอบเซี่ยเฟยมากขนาดนี้ เพราะถ้าหากชายหนุ่มมีนิสัยเหมือนกับปู่ของเขาจริง ๆ ความโศกเศร้าภายในใจของเขามันก็คงจะไม่มีวันจางหายไป

เซียวกู๋ผู้สง่างามย่อมจะต้องพยายามโน้มน้าวเหวินเซียวให้กลับใจ ยิ่งไปกว่านั้นนายน้อยแห่งตระกูลออโรร่าย่อมละเว้นความผิดในอดีตของอีกฝ่ายโดยไม่ติดใจเอาความ ซึ่งนิสัยเหล่านั้นมันไม่เหมาะสมกับการแก้แค้นเลยแม้แต่นิดเดียว

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็ไม่ใช่คนที่มีความเมตตาต่อศัตรู ตราบใดก็ตามที่มีใครกล้ามาทำร้ายคนของเขา เซี่ยเฟยก็พร้อมที่จะทำลายล้างศัตรูให้หมดสิ้นโดยไม่ลังเล

นี่คือวิธีการแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน หากใครแสดงความรุนแรงมาก่อนพวกเขาก็พร้อมที่จะตอบโต้กลับไป

“ริเวอร์ วันนี้ไม่เพียงแต่แกจะต้องตายเท่านั้น แต่นายน้อยของแกก็จะต้องตายไปด้วยเหมือนกัน!” เหวินเซียวส่งเสียงตะโกน เพราะหลังจากที่เขาติดตามนายน้อยแห่งตระกูลออโรร่ามานานหลายปี เขาก็รู้ดีว่าการปล่อยเซี่ยเฟยเอาไว้มันย่อมทำให้เขาประสบปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน

ต่อมาริเวอร์กับเหวินเซียวก็เริ่มเผชิญหน้ากันอีกครั้งก่อให้เกิดแรงปะทะที่รุนแรงไปทั่วทั้งกาแล็กซี การเคลื่อนไหวของพวกเขาคล้ายกับดาวตกทั้งสองดวงที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปยังจุดสิ้นสุดของจักรวาล

ราชินีผู้อยู่เบื้องหลังดินแดนดาร์คไนท์ทำการตวัดดาบสีเขียวรูปร่างอันแปลกประหลาดภายในมือ แม้แต่คนโง่ก็สามารถบอกได้ว่าอาวุธชิ้นนี้ไม่ใช่อาวุธระดับต่ำอย่างแน่นอน และเป้าหมายในการจู่โจมของเธอก็คือเครนผู้ซึ่งเป็นผู้นำของผู้สร้างที่เป็นศัตรูกับชาวดาร์คไนท์

เครนพยายามใช้ความเร็วหลบหลีกการจู่โจมด้วยลำแสงสีเขียว แต่ลำแสงแห่งดาบของราชินีดาร์คไนท์กลับเคลื่อนไหวได้อย่างคดเคี้ยวราวกับว่ามันมีชีวิต ชายชราไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าการโจมตีนี้จะติดตามเขามาอย่างใกล้ชิด และในที่สุดเขาก็ไม่เหลือเส้นทางสำหรับการหลบหนีอีกต่อไปแล้ว

ทันใดนั้นเองการโจมตีของเซี่ยเฟยก็ถูกปลดปล่อยออกมา จนทำให้เส้นแสงสีแดงปะทะเข้ากับเส้นแสงสีเขียวของศัตรูโดยตรง

ลำแสงทั้งสองเหมือนการเผชิญหน้ากันระหว่างมังกรขาวขนาดยักษ์กับงูหลามสีเขียวขนาดใหญ่ การโจมตีของทั้งคู่ต่างก็แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจึงยากที่ใครจะสามารถรับมือการโจมตีหนึ่งใดในการโจมตีทั้งสองนี้ได้ง่าย ๆ

อย่างไรก็ตามมังกรขาวของเซี่ยเฟยกลับอ้าปากกว้างงับแสงสีเขียวของเหวินซินให้จมหายไปในพริบตา คล้ายกับว่าการโจมตีทั้งสองไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้เลย

เหวินซินชะงักค้างไปอย่างฉับพลันพร้อม ๆ กับใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ม่านสีดำที่ถูกเปลี่ยนกลายเป็นสีซีดเผือด จากนั้นเธอก็พยายามสะบัดดาบสีเขียวภายในมือเพื่อตอบโต้การโจมตีของเซี่ยเฟยกลับไป

น่าเสียดายที่สิ่งมีชีวิตธรรมดาย่อมไม่สามารถต้านทานพลังของมังกรโบราณได้ ผู้ที่เฝ้าดูการต่อสู้จากด้านนอกจึงคล้ายกับมองเห็นมังกรขาวตัวใหญ่กำลังปะทะกับงูหลามสีเขียวตัวน้อย แล้วถึงแม้ว่างูหลามจะพยายามดิ้นรนอย่างหนัก แต่มันก็ไม่สามารถรอดพ้นไปจากการจู่โจมของมังกรได้เลย

เหวินซินเริ่มขยับมือของเธออีกครั้งแยกลำแสงสีเขียวครึ่งหนึ่งให้พุ่งตรงไปยังผู้ใช้ดราก้อนสไปน์อย่างเซี่ยเฟย

เล่ห์กายา!

ขวับ!

แสงสีเขียวเคลื่อนที่ผ่านเซี่ยเฟยไปอย่างฉิวเฉียด แต่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังคิดว่าเซี่ยเฟยสามารถหลบหลีกการโจมตีได้พ้นอยู่แล้วนั่นเอง จู่ ๆ แสงสีสีเขียวก็วกกลับมาเพื่อจู่โจมเข้าใส่ชายหนุ่มอีกครั้ง

ตูม!!

การจู่โจมของราชินีแห่งดาร์คไนท์ปะทะเข้ากับร่างของเซี่ยเฟยได้ในที่สุด แต่การโจมตีที่สมควรจะสร้างความเสียหายได้อย่างรุนแรงกลับถูกลบล้างพลังทำลายของมันลงไปด้วยผลของชุดเกราะเทียมสวรรค์

ชุดเกราะชุดนี้คือมรดกที่ตกทอดมาจากตระกูลออโรร่าด้วยเช่นเดียวกัน พลังป้องกันของมันจึงคล้ายกับการเอาไข่มากระแทกกับหิน ลำแสงสีเขียวจึงไม่สามารถสร้างอันตรายใด ๆ ให้กับเซี่ยเฟยได้เลย

“เซี่ยเฟย ดาบสีเขียวเล่มนั้นชื่อว่าสเตลล่า ปู่ของคุณเคยมอบมันให้กับเหวินเซียวเพื่อป้องกันตัว แต่ไอ้คนเลวแบบนั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครองสมบัติของออโรร่า คุณควรสังหารเหวินซินและนำสเตลล่ากลับมาสู่เจ้าของที่แท้จริง” ลินนิจตะโกนด้วยความโกรธ

เซี่ยเฟยชะงักค้างไปเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าปู่ที่เขาไม่เคยพบจะมอบสมบัติของตระกูลให้กับคนอื่นด้วย ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่ได้รับสมบัติยังตั้งตัวเป็นศัตรูกับทายาทผู้มีพระคุณของตัวเอง สถานการณ์นี้จึงยิ่งทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกไม่พอใจ

การจะยกของให้คนอื่นเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ก็ไม่ควรจะมอบสิ่งของให้กับคนอื่นไปมั่ว ๆ เพราะไม่งั้นสิ่งของเหล่านั้นมันก็อาจจะวกกลับมาเพื่อทำร้ายตัวเราเอง!

“ไม่เพียงแต่สเตลล่าอย่างเดียวเท่านั้น อาวุธมายาทั้งห้าธาตุ, กฎแห่งความโกลาหลและวิชามนตราอสูรต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เดินทางมาพร้อมกับอาร์คทั้งหมด พวกมันคือสมบัติของออโรร่าที่คนอื่นไม่สมควรจะครอบครอง!”

ยิ่งลินนิจอธิบายมากเท่าไหร่เซี่ยเฟยก็ยิ่งรู้สึกโกรธมากขึ้นเท่านั้น เพราะสมบัติจากอาร์คต่างก็สมควรจะต้องกลายมาเป็นสมบัติของเขาทั้งหมด ถึงแม้สิ่งเหล่านี้จะไม่เคยเป็นของของเขามาก่อน แต่เมื่อมันมีคนบอกว่าพวกมันคือของของเขา พวกมันก็คือของของเขา

“เอาสมบัติของฉันคืนมา!!” เซี่ยเฟยร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว

ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เซี่ยเฟยพูดถึงมันคืออะไร แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นคือดวงตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ขณะที่เขาจู่โจมเข้าใส่ราชินีแห่งเผ่าดาร์คไนท์อย่างบ้าคลั่ง

ด้วยสมบัติจากตระกูลออโรร่า มันจึงทำให้เซี่ยเฟยในตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสมบูรณ์

หงส์คราม!

เนอร์วาน่า!

กฎแห่งความโกลาหล!

ขนอุย!

ไพ่ตายทั้งหมดนี้ต่างก็พุ่งโจมตีเข้าใส่เหวินซินอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งไม่เพียงแต่ชายหนุ่มจะใช้อาวุธเดิม ๆ ของเขาเท่านั้น แต่เขายังใช้วิชาวิญญาณจู่โจมในระหว่างการต่อสู้เป็นครั้งคราวอีกด้วย

สถานการณ์ทางฝั่งเหวินซินย่ำแย่ลงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะอุปกรณ์ที่เธอถือครองอยู่นั้นมีระดับน้อยกว่าเซี่ยเฟยมาก ยิ่งไปกว่านั้นวิชาวิญญาณยังสร้างความเสียหายให้กับเธออย่างรุนแรง จนทำให้เธอแทบที่จะไม่สามารถประคองร่างกายเอาไว้ได้อีกต่อไป

ฝูงหมาป่าสกายวิงจับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยอย่างตกตะลึง เพราะชายหนุ่มคนนี้สามารถสกัดกั้นศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดภายในสนามรบเอาไว้ได้เพียงลำพัง

ที่สำคัญเซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะสามารถสกัดกั้นเหวินซินเอาไว้ได้เท่านั้น แต่ชายหนุ่มยังมีความได้เปรียบอยู่เหนือกว่าศัตรูอีกด้วย

เนอร์วาน่า!

ดาบดราก้อนสไปน์!

อาวุธวิญญาณทั้งสองชิ้นต่างก็ถูกจู่โจมออกไปพร้อม ๆ กันจนฉีกกระชากร่างของเหวินซินผู้ซึ่งเป็นราชินีแห่งเผ่าดาร์คไนท์ออกจากกันเป็นชิ้น ๆ

***************

เอาสมบัติของฉันคืนมา!! เยี่ยม!!!!

จบบทที่ ตอนที่ 1,015 กำจัดราชินีแห่งดาร์คไนท์

คัดลอกลิงก์แล้ว