- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,014 ผู้โดยสารคนที่ 4
ตอนที่ 1,014 ผู้โดยสารคนที่ 4
ตอนที่ 1,014 ผู้โดยสารคนที่ 4
ตอนที่ 1,014 ผู้โดยสารคนที่ 4
เมื่อโซลฮันเตอร์ผู้แข็งแกร่งได้ปรากฏตัว แรงกดดันที่เขาสร้างขึ้นมามันก็ทำให้ทั่วทั้งกาแล็กซีเกิดการสั่นสะเทือน
อย่างไรก็ตามอารมณ์ที่แปรปรวนของริเวอร์ก็ทำให้เซี่ยเฟยสับสนมาก เพราะนับตั้งแต่ที่พวกเขาพบเจอกันมาเขาก็ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายรู้สึกโกรธขนาดนี้มาก่อน
ดวงตาริเวอร์กลายเป็นสีแดงเลือด หางคิ้วทั้งสองชูตั้งกว่า 30 องศา ดวงตาอันเฉียบคมจับจ้องมองไปยังชายชราในชุดคลุมสีดำอย่างโกรธแค้น พร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหารทั้งหมดออกมาอย่างไม่ปิดบังเลยแม้แต่นิดเดียว
เซี่ยเฟยเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดี เพราะก่อนหน้านี้ริเวอร์เป็นคนที่ระมัดระวังการใช้พลังเป็นอย่างมาก หลังจากที่อีกฝ่ายสูญเสียอาวุธวิญญาณของตัวเองไป ริเวอร์ก็พยายามพูดอยู่หลายครั้งว่าเขาจะเก็บพลังเอาไว้ใช้ในการผนึกประตูจักรวาล
ตามแผนเดิมเซี่ยเฟยต้องการที่จะใช้พลังของริเวอร์เพื่อทำให้ศัตรูตกใจเท่านั้น และเขาก็จะทำการเคลื่อนไหวเพื่อสังหารในระหว่างที่ศัตรูกำลังตกใจกับพลังของริเวอร์นั่นเอง
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันริเวอร์กลับปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างเต็มกำลัง ราวกับว่าเขาต้องการที่จะเผชิญหน้ากับชายชราคนนั้นให้ตายกันไปข้างหนึ่ง
ทั้งคู่จะต้องมีความแค้นกันในระดับไหนมันจึงทำให้ริเวอร์ที่ระมัดระวังการใช้พลังรู้สึกโกรธจนปล่อยพลังออกมาอย่างบ้าคลั่งแบบนี้
ซึ่ม!
ทันใดนั้นชายชราชุดดำก็ระเบิดพลังของตัวเองออกมาด้วยเช่นกัน และแรงกดดันที่เขาสร้างขึ้นมามันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าทางฝั่งของริเวอร์เลย
ตอนแรกนักรบจากกองทัพดาร์คไนท์ถูกแรงกดดันของริเวอร์กดทับเอาไว้จนทำให้พวกเขาแทบที่จะล้มลง แต่หลังจากที่ชายชราปล่อยแรงกดดันของตัวเองออกมาช่วย มันก็ทำให้นักรบเหล่านี้รู้สึกผ่อนคลายไม่ได้รู้สึกเหมือนโดนกดทับเหมือนกับก่อนหน้านี้อีกต่อไป
“จำเอาไว้ให้ดี เขาคนนี้ชื่อเหวินเซียว เขาเคยเป็นคนรับใช้ส่วนตัวปู่ของคุณมาก่อน แล้วเขาก็เป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่เดินทางมากับพวกเรา” ริเวอร์หันกลับมากล่าวกับเซี่ยเฟย
ชายหนุ่มชะงักค้างไปอย่างฉับพลัน เพราะเขาเข้าใจมาโดยตลอดว่าบนยานมีเพียงหนึ่งดวงวิญญาณและอีกสองคนเท่านั้น แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่าบนอาร์คมีผู้โดยสารอยู่ถึง 4 คน
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เซี่ยเฟยถาม
“เหวินเซียวเป็นเด็กเร่ร่อนที่พวกเราพบกลางทาง ฉันเคยพยายามบอกปู่ของคุณแล้วว่าไม่ต้องรับตัวเขามา แต่ปู่ของคุณใจดีเกินไปและทนที่จะเห็นเขาเร่ร่อนในจักรวาลคนเดียวไม่ไหว ในที่สุดนายน้อยก็ตัดสินใจเก็บเจ้าเด็กนั่นมาเป็นคนรับใช้ส่วนตัว”
“ระหว่างการเดินทางฉันจับได้ว่ามันขโมยของของนายน้อยไปหลายครั้ง และทุกครั้งฉันก็อยากจะฆ่ามันที่กล้ามาทรยศต่อความไว้ใจ แต่นายน้อยใจดีเกินไปเขาจึงมักจะบอกกับฉันเสมอว่ามันยังเด็กและเราสามารถที่จะสั่งสอนมันได้”
“เหตุการณ์ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่ในตอนที่พวกเรากำลังถูกตามล่าโดยพวกรีเวิร์ส สันดานเลวของมันก็ถูกเปิดเผยออกมาอีกครั้ง”
“เพื่อปกป้องชีวิตของทุกคนเอาไว้นายน้อยยอมทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อเปิดผนึกประตูจักรวาล ขณะที่ฉันต้องเสียสละร่างกายของตัวเองเพื่อปิดผนึกประตูจักรวาลเอาไว้อีกครั้ง แม้แต่ลินนิจก็เกือบจะหายไปหลังจากอาร์คถูกทำลาย มีเพียงเหวินเซียวคนเดียวที่ขโมยข้าวของของนายน้อยและหนีไปเพียงลำพัง”
“อาร์คเป็นยานที่ล้ำสมัยที่สุดของออโรร่าและยานกู้ชีพของอาร์คก็ติดตั้งระบบช่วยชีวิตที่ทันสมัยที่สุดในช่วงเวลานั้นเอาไว้ ย้อนกลับไปตอนนั้นปู่ของคุณกำลังตกอยู่ในอาการโคม่าเนื่องจากใช้พลังงานมากเกินไป ถ้าหากว่านายน้อยมีโอกาสได้ใช้ยานกู้ชีพ เขาก็คงจะไม่โดนพิษของพวกรีเวิร์สจนถึงตายในภายหลังแน่นอน”
“พูดง่าย ๆ ความตายของนายน้อยเริ่มต้นมาจากความเห็นแก่ตัวของมัน และความแค้นในวันนั้นฉันจะเป็นคนคิดบัญชีในวันนี้” ริเวอร์กล่าวขึ้นมาอย่างเคียดแค้น
เหตุการณ์ในอดีตทำให้เซี่ยเฟยตกใจขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเขาไม่คิดเลยว่าโศกนาฏกรรมในครั้งนั้นมันจะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย แท้ที่จริงเหวินเซียวก็ได้ขโมยสมบัติจากอาร์คไปอย่างมากมาย ซึ่งหลังจากที่อีกฝ่ายหลบหนีออกไปจากอาร์ค เขาก็ทำการก่อตั้งดินแดนของตัวเองขึ้นมาและดินแดนแห่งนั้นนั่นก็คือดินแดนของชาวดาร์คไนท์
ถึงแม้ว่าเซียวกู๋ผู้ซึ่งเป็นปู่ของเซี่ยเฟยจะเสียชีวิตจากพิษของพวกรีเวิร์ส แต่ริเวอร์ก็คิดมาโดยตลอดว่าถ้าหากนายน้อยของเขาสามารถขึ้นยานกู้ชีพหลบหนีไปได้ อายุของเซียวกู๋คงจะยืนยาวมากกว่านั้น
ริเวอร์ย่อมเกลียดชังพวกรีเวิร์สที่วางยาพิษใส่นายน้อยของเขาอย่างแน่นอน แต่คนที่เขารู้สึกเกลียดมากที่สุดคือเหวินเซียวที่เซียวกู๋เอ็นดูมาโดยตลอด แต่ในท้ายที่สุดอีกฝ่ายกลับเลือกที่จะทรยศและหลบหนีออกไปเพียงลำพัง
ต้องเข้าใจว่าเซียวกู๋เอ็นดูเหวินเซียวมากถึงขนาดเติมคำว่า ‘เซียว’ ลงไปท้ายชื่อของเด็กกำพร้าคนนั้น แต่ใครจะไปคิดว่าเจ้าเด็กนี่กลับไม่รู้จักบุญคุณ และทรยศได้แม้กระทั่งคนที่หยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับตัวเองมาโดยตลอด
ในที่สุดศัตรูคู่อาฆาตก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง การเผชิญหน้าระหว่างริเวอร์และเหวินเซียวจึงถือได้ว่าเป็นการเผชิญหน้าระหว่างยอดนักรบแห่งจักรวาลอย่างแท้จริง
หากวัดจากแรงกดดันแล้วทั้งสองฝั่งก็ถือว่ามีพลังอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ไม่มีใครโดดเด่นไปกว่าใครอย่างชัดเจนเลย ซึ่งมันก็หมายความว่าริเวอร์ไม่สามารถปลีกตัวออกมาให้ความช่วยเหลือสกายวิงได้ เซี่ยเฟยจึงจำเป็นจะต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากกลุ่มผู้สร้างและกองทัพดาร์คไนท์โดยปราศจากความช่วยเหลือจากโซลฮันเตอร์
“ฉันขอเวลาแป๊บหนึ่ง ฉันจะเอาหัวของมันไปสักการะวิญญาณของนายน้อย” ริเวอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงอันเคร่งเครียด
เซี่ยเฟยพยักหน้ารับเบา ๆ และถึงแม้ว่าเขาจะต้องการสังหารเหวินเซียวด้วยตัวเอง แต่เขาก็รู้ดีว่าระดับพลังของเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายได้ ยิ่งไปกว่านั้นทางฝั่งของสกายวิงก็กำลังต้องการกำลังของเขาอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน
“ฆ่ามันอย่างทรมานที่สุด” เซี่ยเฟยออกคำสั่งแรกในฐานะนายน้อยแห่งตระกูลออโรร่า
“เหวินเซียว! วันนี้แกจะต้องตาย! ฉันขอเดิมพันด้วยเกียรติแห่งโซลฮันเตอร์!!” ริเวอร์ตะโกนพร้อมกับชี้นิ้วไปยังเหวินเซียวที่อยู่ในระยะไกล
คำพูดของริเวอร์ทำให้ทุกชีวิตในสนามรบต่างก็รู้สึกตกตะลึง เพราะแรงกดดันที่ชายคนนี้ปลดปล่อยออกมารุนแรงเกินกว่าแรงกดดันใด ๆ ที่พวกเขารู้จัก มันจึงทำให้พวกเขาอยากรู้ว่าโซลฮันเตอร์ที่ริเวอร์ประกาศออกมานั้นมันคือตัวตนที่อยู่ในระดับไหนกันแน่
“เมื่อก่อนฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแกก็จริง แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันขอเดิมพันด้วยชีวิตของตัวเองเลยว่าวันนี้คนที่จะตายคือแกต่างหากไม่ใช่ฉัน!!” เหวินเซียวตะโกนกลับไป
ฟุบ! ตูม!!!!
การต่อสู้เกิดขึ้นในทันทีที่การปะทะฝีปากได้จบลง และเมื่อพยัคฆ์กับมังกรเข้าห้ำหั่นกัน มันก็ก่อให้เกิดแรงกดดันที่พัดทำลายทุกสิ่งให้ราบเป็นหน้ากลอง
การใช้พลังวิญญาณในการต่อสู้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือกว่าจินตนาการของคนภายในจักรวาลแห่งนี้มาก การปะทะกันในแต่ละครั้งจึงก่อให้เกิดรอยมิติแตกร้าวไปเป็นทางยาว และช่วงเวลาเพียงแค่พริบตาพื้นที่บริเวณนั้นก็เต็มไปด้วยรอยมิติที่แตกร้าวอย่างมากมาย
“นี่น่ะเหรอพลังของโซลฮันเตอร์” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาเบา ๆ
“ใช่ นี่คือการต่อสู้ด้วยพลังวิญญาณ การโจมตีในลักษณะนี้คือการระเบิดพลังวิญญาณออกไปจู่โจมเป็นวงกว้าง ซึ่งมันก็มีความรุนแรงมากกว่าการใช้พลังของนักรบที่อยู่ในดินแดนกฎ”
“ตอนนี้นายเปิดโซลมาร์คได้เรียบร้อยแล้ว และนายก็สามารถใช้ได้ทั้งพลังของโซลฮันเตอร์และโซลอีทเตอร์ ในอนาคตนายย่อมแข็งแกร่งกว่าริเวอร์อย่างแน่นอน แต่ฉันก็ไม่เคยคิดเลยว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาเหวินเซียวจะพัฒนาขึ้นมาจนถึงระดับนี้ได้ด้วยเหมือนกัน การต่อสู้ในครั้งนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับริเวอร์เลย” ลินนิจกล่าว
“ฉันเชื่อว่าริเวอร์จัดการกับปัญหาในเรื่องนี้ด้วยตัวเองได้ ตอนนี้พวกเราควรจะต้องกลับมาจัดการกับเรื่องของตัวเองด้วยเหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าวขณะหันไปจับจ้องมองทางพวกคอนสแตนและกองทัพดาร์คไนท์ที่กำลังรุกคืบเข้ามา
“ฆ่าพวกมัน! ซะไม่ว่ายังไงพวกมันก็มีจำนวนน้อยกว่าเรา!!” เหวินต้าตะโกนเสียงดัง
กองทัพดาร์คไนท์ยังคงรุกคืบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายคือการบดขยี้เซี่ยเฟยและเหล่าบรรดากองกำลังทางฝั่งสกายวิง
คอนสแตนกัดฟันรีบเคลื่อนที่ไปพร้อมกับกองทัพตรงหน้า ซึ่งการสูญเสียเกียรติยศที่เขาได้สะสมมามันก็ทำให้เขาแทบที่จะรู้สึกเป็นบ้า และอยากจะฉีกกระชากร่างของเซี่ยเฟยที่ถ่ายทอดสดเหตุการณ์ทุกอย่างออกไปซะเดี๋ยวนี้เลย
“ไอ้คนน่ารังเกียจ! ตอนนี้พวกแกละทิ้งดินแดนกฎแล้วจริง ๆ ใช่ไหม? ถึงได้ไปรวมกำลังกับพวกดาร์คไนท์แบบนั้น” เครนตะโกนสาปแช่งด้วยความโกรธ
“เลิกพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว! ถ้าฉันไม่รอดพวกแกก็ต้องลงนรกไปพร้อมกับฉันด้วย!!” คอนสแตนตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
ทุกคนต่างก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างหนักใจ เพราะท้ายที่สุดเมื่อคอนสแตนผนวกพลังเข้ากับกองทัพดาร์คไนท์ อีกฝ่ายก็มีตัวตนในระดับพระเจ้าอยู่ถึงหกคน ยิ่งไปกว่านั้นมันก็ยังไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงว่าเหวินต้าคือราชาแห่งชาวดาร์คไนท์และคอนสแตนคือผู้สร้างที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้สร้างทั้งหมด
นอกจากนี้ด้านหลังของพวกเขายังมีกองกำลังดาร์คไนท์อีกหลายล้านคน ซึ่งแรงกดดันที่พวกเขาสร้างขึ้นมามันก็มากพอที่จะทำให้ทั่วทั้งกาแล็กซีต้องสั่นสะเทือน
แต่ในระหว่างที่สถานการณ์กำลังจะเข้าสู่จุดวิกฤตอยู่นั่นเอง เซี่ยเฟยก็เผยรอยยิ้มพร้อมกับกล่าวขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์
“พวกแกคิดจะเล่นหมาหมู่กับพวกเราใช่ไหม? วันนี้ฉันจะสอนให้พวกแกได้รู้จักเองว่าคำว่าหมาหมู่ที่แท้จริงมันเป็นยังไงกันแน่”
ทันทีที่พูดจบมันก็มีร่างเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนเคลื่อนที่เข้าสู่สนามรบอย่างฉับพลัน ซึ่งร่างของนักรบเหล่านั้นต่างก็เป็นนักรบที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมของจักรวาล
เผ่าเทพ!
เผ่ามาร!
กลุ่มผู้พิทักษ์!
กลุ่มกบฏ!
กลุ่มทหารรับจ้างแห่งแดนเนรเทศ!
การปรากฏตัวของคนเหล่านี้ทำให้พวกคอนสแตนและกองทัพดาร์คไนท์รู้สึกตกตะลึงอย่างแท้จริง เพราะพวกเขาลืมคิดไปเลยว่าสนามรบแห่งนี้อยู่ภายใต้การเดินทางของเข็มทิศมิติ และนักรบทุกคนในดินแดนกฎต่างก็ล้วนแล้วแต่มีเข็มทิศมิติเป็นของตัวเอง
หากกองกำลังทั้งห้าเกิดร่วมมือกันขึ้นมา กองกำลังผสมของพวกเขาก็จะมีความแข็งแกร่งเหนือเกินกว่าที่กองทัพดาร์คไนท์จะเทียบเคียงได้
ฟุบ!
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่นั่นเอง เหวินซินผู้ซึ่งเป็นราชินีแห่งเผ่าดาร์คไนท์ก็เริ่มลงมือสะบัดดาบภายในมือเพื่อจู่โจมเข้าใส่เครน
เหวินซินสามารถอ่านสถานการณ์ได้อย่างว่องไวว่าเครนคือผู้นำของผู้สร้างทั้งห้าทางฝั่งสกายวิง และตราบใดก็ตามที่เธอสามารถจัดการชายชราคนนี้ได้สำเร็จ มันย่อมส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของอีกฝ่ายโดยไม่ต้องสงสัย
แต่ในเวลาเดียวกันนั่นเองดาบดราก้อนสไปน์ในตำนานก็ถูกชักออกจากฝักเพื่อสกัดกั้นการโจมตีของราชินีดาร์คไนท์เอาไว้
***************
พี่เฟยเริ่มลงมือแล้ว