- หน้าแรก
- ยุคแห่งการปลุกอาชีพ นักเชิดหุ่นอ่อนแอ ฉันควบคุมดาวโรงเรียนสาวงามระดับ เอสเอสเอส
- บทที่ 34 พักผ่อนเตรียมพร้อม
บทที่ 34 พักผ่อนเตรียมพร้อม
บทที่ 34 พักผ่อนเตรียมพร้อม
บทที่ 34 พักผ่อนเตรียมพร้อม
ฉินน่าหราน จ้องมองร่างของลูกศิษย์ทั้งสองที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมอย่างหนัก โดยเฉพาะ หลี่ซือยวี่ ที่สวมเสื้อเชิ้ตของเฉินเฟิงซึ่งดูตัวใหญ่โคร่งจนแทบจะคลุมเข่า แววตาของอาจารย์สาวสั่นไหวด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนเกินจะคาดเดา ทว่าด้วยจรรยาบรรณเธอก็รีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านและเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจ "พวกเธอแยกย้ายไปพักผ่อนจัดการตัวเองก่อนเถอะ พรุ่งนี้สิบโมงเช้ามาหาฉันที่ห้องทำงานด้วย... อย่าสายล่ะ"
เมื่อกลับถึงหอพัก เฉินเฟิงก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนทันที ความล้าจากการฝ่าฟันอันตรายในดินแดนลับและการต้องแบกรับความลับของอวี๋โย่วซีทำให้เขาหมดเรี่ยวแรงทั้งกายและใจ ทว่าทางด้านหลี่ซือยวี่กลับนอนพลิกไปพลิกมาอย่างกระสับกระส่าย สัมผัสจูบของเฉินเฟิงในถ้ำน้ำแข็งนั้นประทับแน่นอยู่ในส่วนลึกของหัวใจเธอราวกับตราประทับนิรันดร์ เธอลูบไล้เนื้อผ้าเชิ้ตที่มีกลิ่นอายจางๆ ของเขาติดอยู่ ในใจเต็มไปด้วยความสับสนที่แฝงไปด้วยความซาบซ่าน
วันต่อมา ณ ห้องทำงานของฉินน่าหราน
"เล่ามาให้หมด... เกิดอะไรขึ้นในดินแดนลับบ้าง?" ฉินน่าหรานเปิดประเด็นทันทีที่ทั้งคู่หย่อนก้นลงนั่ง กลิ่นหอมของดอกมะลิจางๆ จากตัวเธออบอวลไปทั่วห้อง สายตาคมกริบของเธอมองสลับไปมาระหว่างชายหนุ่มและหญิงสาวประดุจจะมองให้ทะลุถึงวิญญาณ
หลี่ซือยวี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความประหม่าแล้วชิงพูดขึ้นก่อนว่า "อาจารย์ฉินคะ ในการทดสอบครั้งนี้ฉันสามารถบรรลุสกิลใหม่ได้สำเร็จค่ะ มันคือสกิล 'น้ำแข็งปิดหมื่นลี้' (ระดับ S)!"
ฉินน่าหรานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ "โอ้? บรรลุสกิลระดับสูงได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ไหนลองแสดงให้ฉันกับอาจารย์ใหญ่ดูหน่อยสิ"
หลี่ซือยวี่ก้าวไปที่ใจกลางห้องทำงาน เธอหลับตาลงรวบรวมสมาธิ ทันใดนั้นไอเย็นยะเยือกก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเธอในชั่วพริบตา!
อุณหภูมิในห้องทำงานลดฮวบลงจนคนในห้องสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่บาดผิว แม้แต่ถ้วยน้ำชาบนโต๊ะของอาจารย์ใหญ่ยังมีฝ้าพรายน้ำแข็งเกาะตัวอย่างรวดเร็ว ลูกบอลน้ำแข็งขนาดมหึมาควบแน่นอยู่ในฝ่ามือของเธอ แผ่รังสีพลังงานธาตุเย็นที่น่าเกรงขามออกมาจนบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
"ยอดเยี่ยม! มีสกิลที่ทรงพลังขนาดนี้ การจะคว่ำตัวแทนจากโรงเรียนมัธยมไป๋อิงก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป" ฉินน่าหรานฉายแววตาชื่นชมออกมาอย่างปิดไม่มิด
อาจารย์ใหญ่จางต้าฟาที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "นักเรียนหลี่ซือยวี่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศจริงๆ สมกับที่เป็นผู้มีอาชีพ เทพสงครามเยือกแข็ง (SSS) อีกไม่นานชื่อของเธอต้องสั่นสะเทือนวงการแน่นอน!"
หลี่ซือยวี่ยิ้มบางๆ อย่างถ่อมตัว "ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้เฉินเฟิงค่ะ ถ้าไม่ได้เขาคอยระวังหลังและช่วยเหลือในยามวิกฤต ฉันคงไม่มีโอกาสบรรลุสกิลนี้ได้เร็วขนาดนี้"
สายตาของฉินน่าหรานหันขวับไปทางเฉินเฟิง แววตาแฝงไปด้วยการสำรวจและจับผิด "เฉินเฟิง... แล้วเธอล่ะ? อย่าบอกนะว่ามัวแต่ไปวิ่งเล่นจนไม่ได้อะไรกลับมาเลย?"
เฉินเฟิงเกาหัวแกรกๆ แล้วยิ้มแห้งๆ ตามสไตล์ "ผมเหรอครับ? ก็... แฮ่ๆ พัฒนาขึ้นมานิดหน่อยเองครับอาจารย์"
"นิดหน่อยของเธอนี่มันแค่ไหนกัน? แสดงให้ดูเดี๋ยวนี้!" ฉินน่าหรานเค้นถามด้วยรอยยิ้มที่เหมือนจะรู้ทันว่าลูกศิษย์เจ้าเล่ห์คนนี้ต้องซ่อนของดีไว้แน่ๆ
เฉินเฟิงถอนหายใจก่อนจะก้าวไปยังจุดกึ่งกลางห้อง เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ทันใดนั้นแรงกดดันวิญญาณอันมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากร่างของเขาจนเอกสารบนโต๊ะปลิวว่อน!
เขายกมือขวาขึ้น กลุ่มแสงวิญญาณสีทองควบแน่นอยู่ในฝ่ามือ แผ่คลื่นพลังงานที่ทำให้แม้แต่ผู้ที่มีเลเวลสูงกว่าอย่างอาจารย์ใหญ่ยังต้องใจสั่นสะท้อนออกมา
"ระดับสูง (A)!!!" ฉินน่าหรานและอาจารย์ใหญ่โพล่งออกมาพร้อมกันด้วยความตกตะลึง
หลี่ซือยวี่เองก็เบิกตากว้างจนแทบหลุดจากเบ้า เธอเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าที่เขาบอกว่าเก่งขึ้นน่ะ มันคือการทะยานข้ามระดับมาถึงขั้นนี้!
"เธอ... นี่มันเป็นไปไม่ได้! ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน เธอเลื่อนจากระดับท้ายแถวขึ้นมาถึง ระดับสูง (A) ได้ยังไงกัน?! นี่มันผิดกฎธรรมชาติชัดๆ!" ฉินน่าหรานรู้สึกเหมือนความรู้ที่เธอมีมาทั้งชีวิตกำลังถูกท้าทาย
เฉินเฟิงเก็บพลังแล้วยิ้มเขินๆ "แหะๆ อย่างที่บอกครับ ผมมันพวกดวงดี ไปเจอวาสนาลึกลับเข้าพอดีน่ะครับ"
ฉินน่าหรานเกือบจะหลุดขำด้วยความหมั่นไส้ในความหน้าซื่อใจคดของเขา "โชคดี? เลิกอ้างเรื่องดวงได้แล้วเจ้าเด็กเจ้าเล่ห์! บอกความจริงมาซะดีๆ ว่าเธอไปทำอะไรมา?"
เฉินเฟิงยักไหล่ด้วยสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ "โชคดีจริงๆ ครับอาจารย์ ในดินแดนลับมีของดีซ่อนอยู่เยอะจะตาย"
อาจารย์ใหญ่จางต้าฟาขัดขึ้นเพื่อช่วยลดความตึงเครียด "เอาเถอะน่าหราน ในเมื่อเฉินเฟิงไม่อยากพูดเราก็อย่าไปคาดคั้นเลย เด็กหนุ่มอัจฉริยะมักมีความลับประจำตัวเป็นเรื่องธรรมดา" เขาหันไปมองเฉินเฟิงด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง "เฉินเฟิง หลี่ซือยวี่ พวกเธอทำผลงานได้เกินคาดมาก ทางโรงเรียนเตรียมรางวัลใหญ่ไว้ให้พวกเธอแน่นอน!"
หลังจากเดินออกจากห้องทำงาน หลี่ซือยวี่ก็ยังไม่หายสงสัย เธอลอบมองใบหน้าด้านข้างของเขาแล้วถามเบาๆ "เฉินเฟิง... นายถึงระดับ A แล้วจริงๆ เหรอ?"
เฉินเฟิงพยักหน้า "ของแท้แน่นอน 100% เลยจ้ะ"
แววตาของหลี่ซือยวี่ทอประกายชื่นชมอย่างปิดไม่มิด เธอเอื้อมมือไปควงแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติพลางกระซิบออดอ้อน "นายนี่มัน... สัตว์ประหลาดในคราบมนุษย์จริงๆ เลยนะ"
เฉินเฟิงหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี "เพิ่งรู้เหรอจ๊ะแม่คุณ?"
ทว่าลับหลังคนทั้งสอง รอยยิ้มบนใบหน้าของอาจารย์ใหญ่จางต้าฟาก็ค่อยๆ จางหายไป กลายเป็นแววตาที่ล้ำลึกและครุ่นคิด
"น่าหราน... เฉินเฟิงคนนี้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ" อาจารย์ใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ฉินน่าหรานพิงโต๊ะทำงานพลางกอดอก เรียวขาสวยภายใต้กี่เพ้าสีแดงเพลิงไขว้กันอย่างมีเสน่ห์ "ค่ะอาจารย์ใหญ่ เจ้าเด็กนี่ซ่อนคมไว้ลึกมาก ฉันเองก็เพิ่งเคยเห็นคนเลื่อนระดับได้รวดเร็วปานปาฏิหาริย์ขนาดนี้"
"ระดับ A ในวัยเท่านี้... อนาคตของเขาไร้ขีดจำกัด" อาจารย์ใหญ่เดินไปที่หน้าต่าง "เฉินเฟิงเป้าหมายคือสถาบันเยว่สือ แต่ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้... ฉันว่าเขาคู่ควรกับ 'ทีมเจิงเฟิง' (ทีมรวมอัจฉริยะระดับประเทศ) มากกว่านะ น่าหราน เธอต้องขัดเกลาเขาให้ดีที่สุด!"
มุมปากของฉินน่าหรานยกยิ้มอย่างมั่นใจ "รับทราบค่ะอาจารย์ใหญ่ ฉันจะ 'เคี่ยว' เขาให้หนักเลยล่ะค่ะ"
สองวันผ่านไปในชั่วพริบตา การแข่งขันระหว่าง โรงเรียนมัธยมซงเจียง และ โรงเรียนมัธยมไป๋อิง ก็มาถึง บรรยากาศในสนามยิมเนเซียมกลางเมืองเนืองแน่นไปด้วยฝูงชนและเสียงเชียร์ที่ดังสนั่นปานฟ้าถล่ม
เฉินเฟิงและหลี่ซือยวี่เดินเคียงข้างกันเข้าไปในห้องพักนักกีฬา ทันทีที่ก้าวเข้าไป สายตาของ หวังเหว่ย ก็ฉายแววอำมหิตริษยาออกมาครู่หนึ่งก่อนจะรีบปั้นหน้ายิ้มเสแสร้ง
"เฉินเฟิง หลี่ซือยวี่! ในที่สุดก็มาสักทีนะ" จางอี้ กัปตันทีมเดินเข้ามาต้อนรับ "เห็นพวกนายปลอดภัยฉันก็สบายใจ ว่าแต่... สองวันที่ผ่านมาซุ่มซ้อมอะไรกันมาบ้างล่ะ?"
เฉินเฟิงตบไหล่จางอี้แล้วยิ้ม "นิดหน่อยน่ะกัปตัน... แต่รับรองว่าวันนี้ 'ไป๋อิง' ได้จดจำชื่อพวกเราไปจนวันตายแน่ๆ!"
(จบบทที่ 34)