เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 หญ้าเหมันต์

บทที่ 28 หญ้าเหมันต์

บทที่ 28 หญ้าเหมันต์


บทที่ 28 หญ้าเหมันต์

จ่าฝูงหมาป่าหิมะมีขนาดร่างกายใหญ่โตผิดปกติ กล้ามเนื้อใต้ขนหนานุ่มนั่นขยับเขยื้อนราวกับลูกคลื่นทุกครั้งที่มันก้าวเดิน ร่างของมันเกือบจะเป็นสองเท่าของสมาชิกในฝูงตัวอื่นๆ แผ่ซ่านกลิ่นอายกดดันอันทรงพลังออกมาจนอากาศรอบตัวดูจะหนักอึ้งขึ้น ดวงตาสีแดงฉานประดุจทับทิมอาบเลือดจ้องเขม็งมาที่เฉินเฟิงด้วยเจตนาฆ่าอันเข้มข้น ราวกับกำลังประเมินว่าจะฉีกเนื้อส่วนไหนของมนุษย์ผู้นี้ออกมากินก่อนดี

เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม สมองของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่ากุญแจสำคัญของการต่อสู้ครั้งนี้อยู่ที่จ่าฝูงตัวนี้ หากเขาสามารถสยบราชาของพวกมันได้ พวกลูกสมุนที่เหลือก็คงจะเสียขวัญและล่าถอยไปเอง

"พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้ายนะเพื่อนยาก... ตอนนี้เรากำลังจะไปแล้ว เห็นไหม? ถอยให้แล้วเนี่ย"

เฉินเฟิงเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงประนีประนอมพลางแตะไหล่หลี่ซือยวี่ให้ค่อยๆ ถอยหลังไปพร้อมกัน แต่หมาป่าหิมะไม่มีท่าทีจะประนีประนอมด้วยเลย พวกมันแยกเขี้ยวส่งเสียงขู่กรรโชกต่ำๆ ในลำคอ ดูเหมือนพวกมันจะปักใจเชื่อไปแล้วว่ามนุษย์สองคนนี้จงใจรุกล้ำ 'พื้นที่หวงห้าม' เพื่อขโมยสมบัติล้ำค่า

เฉินเฟิงสบตากับหลี่ซือยวี่เพียงวูบเดียว ทั้งคู่ก็สื่อสารกันได้ผ่านทางสายตาว่าไม่ควรปะทะตรงๆ ในชัยภูมิที่เสียเปรียบเช่นนี้ "วิ่ง!" เฉินเฟิงตะโกนก้อง ทั้งคู่หันหลังแล้วออกแรงโกยแน่บทันที

ในขณะนั้นเอง ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบดุจภูตพรายที่ขอบบนของหุบเขา ชายผู้นั้นสวมชุดสีดำสนิทและมีงอบใบใหญ่ปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง กลิ่นอายเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมานั้นกดดันเสียยิ่งกว่าจ่าฝูงหมาป่าเสียอีก เขาเฝ้ามองภาพการไล่ล่าเบื้องล่างเงียบๆ พร้อมกับรอยยิ้มประหลาดที่ผุดขึ้นที่มุมปาก

"น่าสนใจจริงๆ... ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอมวยถูกคู่ขนาดนี้ ผู้สืบทอดเทพสงครามเยือกแข็งระดับตำนาน (SSS) กับ นักเชิดหุ่นระดับปานกลาง (E) งั้นเหรอ?"

เขาพึมพำเสียงเบาพลางมองตามทิศทางที่พวกเขาวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างนั้นจะเลือนหายไปในอากาศราวกับหมอกควันอย่างไร้ร่องรอย

วงล้อมของหมาป่าหิมะเริ่มบีบกระชับเข้ามาเรื่อยๆ กลิ่นสาบสางดุจซากศพของพวกมันพ่นใส่หลังคอเฉินเฟิงจนเขาชวนคลื่นไส้

"เชี่ย! ไอ้พวกเดรัจฉานนี่ตื๊อไม่เลิกจริงๆ ว่ะ!" เฉินเฟิงสบถออกมาอย่างเหลืออดพลางกวัดแกว่งมีดสั้นอาบอาคมในมือ ขู่หมาป่าตัวหนึ่งที่พยายามจะตะปบขาเขา แม้สกิลสายควบคุมธาตุน้ำแข็งระดับตำนาน (SSS) ของหลี่ซือยวี่จะทรงพลังเพียงใด แต่เมื่อต้องรับมือกับปริมาณหมาป่าที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นมหาสมุทร พลังวิญญาณของเธอก็เริ่มจะถึงขีดจำกัด

"เฉินเฟิง! ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปเราไม่รอดแน่ เราต้องหาทางฝ่าวงล้อมออกไปเดี๋ยวนี้! พวกมันเร็วเกินไปแล้ว!" หลี่ซือยวี่ตะโกนบอก แสงสีน้ำแข็งส่องประกายวาบในมือของเธอ แช่แข็งกรงเล็บของหมาป่าสองสามตัวที่กระโจนเข้าใส่จนพวกมันร่วงลงไปแตกกระจายบนพื้น

เฉินเฟิงกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างร้อนรน และพบว่าพวกเขาถูกไล่ต้อนมาจนถึงบริเวณที่มืดครึ้มและอับชื้นผิดปกติ อากาศในโซนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นจนชวนให้อาเจียน

"ไปทางนั้น!" เฉินเฟิงชี้ไปยังกลุ่มพืชสีดำขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดูเหมือนจะเป็นบริเวณที่พวกหมาป่าหิมะจงใจหลีกเลี่ยงอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งคู่สู้ไปถอยไปอย่างทุลักทุเลจนกระทั่งพุ่งเข้าไปในเขตพืชสีดำได้อย่างสะบักสะบอม ฝูงหมาป่าหิมะหยุดชะงักอยู่ที่ขอบเขตนั้นจริงๆ พวกมันส่งเสียงขู่คำรามด้วยท่าทางหวาดกลัวแต่ไม่กล้าก้าวล้ำเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว

"เฮ้อ... ในที่สุดก็สลัดพวกมันหลุดสักที" หลี่ซือยวี่หอบหายใจอย่างหนักพลางปาดเหงื่อที่ไหลซึมบนใบหน้าซีดขาว

ทว่า... ก่อนที่พวกเขาจะได้พักหายใจ ความหนาวเหน็บที่ชวนให้ขนหัวลุกยิ่งกว่าเดิมก็จู่โจมเข้ามา พืชสีดำรอบๆ เริ่มขยับเขยื้อนอย่างเป็นจังหวะ พื้นดินสั่นสะเทือนเบาๆ ประดุจมีบางอย่างขนาดมหาศาลกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้เท้า

เฉินเฟิงและหลี่ซือยวี่เพิ่งจะสังเกตเห็นด้วยความสยดสยองว่า พืชสีดำเหล่านี้ไม่ใช่ต้นไม้... แต่มันคือเกล็ดแข็งของสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่กว่านั้นหลายเท่า!

วินาทีต่อมา งูเหลือมยักษ์สีดำขนาดเท่าภูเขาลูกย่อมๆ ก็ค่อยๆ ชูคอขึ้นจากพุ่มไม้ ลิ้นสีแดงฉานแลบเข้าออกส่งเสียงฟ่อที่ทำให้แก้วหูแทบระเบิด ดวงตาแนวตั้งสีเหลืองทองที่เย็นชาจ้องเขม็งมาที่เหยื่อตัวจ้อยทั้งสอง เกล็ดของมันดำสนิทราวกับน้ำหมึกสะท้อนแสงแวววาวแข็งแกร่งราวกับหินออบซิเดียน

"งู... งูเหลือมกระจกดำ!" เสียงของหลี่ซือยวี่สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ นี่คืออสูรมารที่มีชื่อเสียงด้านความอำมหิต แม้แต่ยอดฝีมือระดับสูง (S) ยังต้องถอยหนี!

พวกหมาป่าหิมะเผ่นแนบหายไปตั้งแต่เจ้างูยักษ์ปรากฏตัว ทิ้งให้มนุษย์ทั้งสองเผชิญหน้ากับมัจจุราช

เฉินเฟิงสบถในใจ 'ให้ตายสิ! เพิ่งหนีพ้นปากหมาดันมาเจอรังงู!' เขาไม่รอช้าคว้าไหล่หลี่ซือยวี่มาไว้ข้างหลังทันที "ซือยวี่! เธอเน้นกางโล่ป้องกันไว้ เดี๋ยวผมจะหาช่องโหว่โจมตีและควบคุมมันเอง!"

หลี่ซือยวี่รีบเปิดใช้งานสถานะ เทพสงครามเยือกแข็ง ระดับตำนาน (SSS) ทันที ชุดเกราะสีน้ำแข็งปกคลุมทั่วร่างงดงามทว่าเย็นยะเยือก ส่วนเฉินเฟิงก็รีบอัญเชิญหุ่นเชิดของเขาออกมา เป็นหุ่นไม้ที่กวัดแกว่งดาบไม้พุ่งเข้าใส่งูยักษ์

น่าเสียดายที่พลังโจมตีของหุ่นเชิดระดับต่ำนั้นอ่อนแอเกินไป สำหรับงูเหลือมกระจกดำแล้วมันเหมือนแค่โดนยุงกัด เจ้างูยักษ์อ้าปากกว้างเผื่อเห็นเขี้ยวอาบยาพิษแล้วงับหุ่นไม้จนแตกเป็นเสี่ยงๆ ในคำเดียว!

"บ้าเอ๊ย!" เฉินเฟิงกัดฟันกรอด 'หุ่นเชิดสำรองนี่มันสู้ระดับบอสไม่ได้จริงๆ!'

การโจมตีของงูเหลือมกระจกดำตามมาติดๆ หางขนาดมหึมาฟาดเข้าใส่พร้อมเสียงลมหวีดหวิว หลี่ซือยวี่รีบกาง โล่ผนึกน้ำแข็ง ระดับตำนาน (SSS) ขึ้นมาขวางกั้น

ตูม!!!

เสียงระเบิดดังสนั่นจนหูอื้อ กำแพงน้ำแข็งหนาหลายเมตรแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ หลี่ซือยวี่ถูกแรงกระแทกมหาศาลจนกระเด็นถอยหลัง มีเลือดสีแดงสดซึมออกมาที่มุมปาก

"ซือยวี่!" เฉินเฟิงใจหายวาบ

"ฉันไม่เป็นไร!" หลี่ซือยวี่ฝืนความเจ็บปวดรวบรวมพลังสร้างโล่น้ำแข็งขึ้นมาอีกครั้งอย่างดื้อรั้น

"อย่ารับการโจมตีตรงๆ! พลังทำลายมันสูงเกินไป!" เฉินเฟิงตะโกนสั่งการ "ใช้สกิลดาบลากสังหารของเธอจู่โจมไปที่จุดอ่อนบริเวณเจ็ดนิ้วใต้คอของมันเดี๋ยวนี้!"

หลี่ซือยวี่พยักหน้ารับคำ สูดลมหายใจลึก ดาบน้ำแข็งควบแน่นจนเปล่งรัศมีเย็นเฉียบ ร่างของเธอพริ้วไหวอ้อมไปด้านข้างประดุจสายลม แล้วตวัดฟันเข้าที่จุดตายของงูยักษ์อย่างแม่นยำ

ฟ่อออออ!

งูเหลือมกระจกดำเจ็บปวดจนดิ้นพล่าน ร่างกายมหึมาบิดเบี้ยวไปมาฟาดทำลายทุกสิ่งรอบตัวจนฝุ่นตลบ แม้บาดแผลจะยังไม่สาหัส แต่มันก็เริ่มคลุ้มคลั่งและเสียสมาธิ

"ตอนนี้แหละ! เถาวัลย์พันธนาการ ระดับตำนาน (SSS)!" เฉินเฟิงคำรามก้อง ฝ่ามือทั้งสองข้างกดลงบนพื้นดิน เถาวัลย์ขนาดยักษ์นับไม่ถ้วนพุ่งทะลุขึ้นมาเกี่ยวกระหวัดร่างของงูเหลือมกระจกดำเอาไว้แน่นราวกับพันธนาการจากนรก

"ซือยวี่! ปิดบัญชีมัน!"

หลี่ซือยวี่คว้าโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ เธอใช้ ดาบลากสังหาร ระดับตำนาน (SSS) อีกครั้ง ดาบน้ำแข็งวาดเป็นเส้นโค้งที่งดงามทว่าเปี่ยมไปด้วยรังสีฆ่าฟัน ฟันลงบนจุดตายเจ็ดนิ้วของมันซ้ำที่เดิมอย่างจัง!

ครั้งนี้เจ้างูยักษ์ไม่อาจทนได้อีกต่อไป มันส่งเสียงร้องโหยหวนครวญครางอย่างน่าเวทนา ก่อนที่ร่างมหึมาจะล้มตึงลงกับพื้นกระแทกดินจนสั่นสะเทือนและหมดสติไปในที่สุด

"เฮ้อ... ในที่สุดก็จบเรื่องบ้าๆ นี่สักที" เฉินเฟิงถอนหายใจยาว ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงข้าวต้ม

หลี่ซือยวี่เองก็นั่งลงหอบหายใจ ใบหน้าซีดเผือดจากการใช้พลังวิญญาณเกินขีดจำกัด

"เราต้องรีบไปจากที่นี่... ก่อนที่กลิ่นเลือดจะดึงดูดตัวอื่นมา" เฉินเฟิงเอ่ยเตือน

ทว่า... เมื่อพวกเขาลุกขึ้นยืนและพยายามจะก้าวออกจากหุบเขา กลับต้องพบกับภาพที่ชวนให้สิ้นหวังยิ่งกว่าเดิม ทางออกถูกฝูงหมาป่าหิมะนับร้อยล้อมไว้จนมืดฟ้ามัวดิน พวกมันดูเหมือนจะเฝ้าดูและรอคอยจังหวะที่มนุษย์ทั้งสองอ่อนแอที่สุดมาตลอด

เฉินเฟิงและหลี่ซือยวี่สบตากกัน ทั้งคู่ต่างเห็นความจนใจในแววตาของกันและกัน ดูเหมือนคราวนี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภจะหันหลังให้พวกเขาเสียแล้ว

ในตอนนั้นเอง เฉินเฟิงสังเกตเห็นหมาป่าตัวหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงใจกลางฝูง มันมีขนาดใหญ่โตเป็นพิเศษ ขนของมันขาวสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งกว่าหิมะ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... แววตาของมันที่จ้องมองมานั้น แฝงไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยและสติปัญญาประดุจมนุษย์!

เฉินเฟิงกัดฟันกรอด แววตาของหมาป่าสีขาวตัวนั้นสื่อออกมาอย่างชัดเจนว่า 'โถๆ เพิ่งหนีพ้นปากงูมาได้ ก็มาตกอยู่ในกรงเล็บหมาป่าซะแล้ว คราวนี้ดูซิว่าพวกแกจะดิ้นรนไปทางไหนพ้น!'

"ซือยวี่... ดูท่าเราต้องใช้แผนเสี่ยงตาย วิ่งย้อนกลับไปทางเดิมแล้ว หวังว่าเจ้างูยักษ์นั่นมันจะยังไม่ตื่นขึ้นมาขย้ำเราซ้ำนะ" เฉินเฟิงกระซิบเสียงเครียด

ทั้งคู่หันหลังวิ่งกลับเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขาอีกครั้ง ฝูงหมาป่าส่งเสียงหอนรับกันเป็นทอดๆ และไล่ล่าตามมาอย่างบ้าคลั่ง เฉินเฟิงเหลือบไปมองข้างหลัง พบว่าหมาป่าสีขาวตัวนั้นไม่ได้วิ่งตามมา แต่มันกลับยืนอยู่ที่เดิม เฝ้ามองเหยื่อดิ้นรนด้วยสายตาเย็นชา ประดุจราชาผู้สูงส่งที่กำลังนั่งดูละครสัตว์ก่อนจะถึงเวลาเสวยอาหารค่ำ

วิ่งหนีมาจนถึงจุดหนึ่ง เบื้องหน้ากลับกลายเป็นแสงสว่างจ้า ทว่ามันไม่ใช่ทางออก แต่มันคือหน้าผาสูงชันที่ลึกสุดหยั่ง! ดินใต้เท้าเริ่มร่วนซุยและพร้อมจะถล่มลงไปสู่ก้นเหวได้ทุกวินาที!

(จบบทที่ 28)

จบบทที่ บทที่ 28 หญ้าเหมันต์

คัดลอกลิงก์แล้ว