เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 998 สังหารอสูรกาย

ตอนที่ 998 สังหารอสูรกาย

ตอนที่ 998 สังหารอสูรกาย


ตอนที่ 998 สังหารอสูรกาย

คำพูดเพียงประโยคเดียวของเซี่ยกู่เฉิงสามารถหยุดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ได้ในทันที เพราะคำพูดที่เขาพูดออกมานี้มันเกี่ยวกับความลับของการพัฒนาเป็นพระเจ้า

ทุกคนเข้าใจกันไปเองมาโดยตลอดว่าพลังในระดับจอมกฎขั้นสูงสุดคือจุดสิ้นสุดของการพัฒนาแล้ว แต่เซี่ยกู่เฉิงสามารถทะลวงผ่านขีดจำกัดกลายเป็นพระเจ้าได้จริง ๆ และพวกเขาก็ได้เห็นพลังอันน่าตื่นตาตื่นใจนั้นด้วยตาของตัวเอง

ด้วยเหตุนี้เองเมื่อชายชราโยนสิ่งล่อต่อล่อใจออกไป มันก็ไม่มีใครสามารถปฏิเสธเงื่อนไขของเขาได้และทำให้สงครามหยุดชะงักไปชั่วคราว

“ทำไมเราต้องเชื่อคุณด้วย? มันมีอะไรรับประกันว่าถ้าหากพวกเราหยุดยั้งสงครามแล้วคุณจะบอกความลับให้เรารู้”

“ใช่ เราจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่คุณพูดมาคือความจริง?”

ฝูงชนเริ่มส่งเสียงตะโกนอย่างไม่มั่นใจ

“ชื่อเสียงของสกายวิงยังไม่เพียงพอที่จะรับประกันคำพูดของฉันอีกงั้นเหรอ? ถ้าหากว่าพวกแกไม่เชื่อใจสกายวิงมันก็เรื่องของพวกแก พวกแกคิดว่าฉันอยากจะบอกความลับเรื่องการพัฒนากลายเป็นพระเจ้าขนาดนั้นเลยหรือยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะแผนการร้ายของพวกผู้สร้าง ฉันก็ไม่อยากจะเข้ามายุ่งกับความเป็นความตายของพวกแกหรอก” เซี่ยกู่เฉิงตะคอกอย่างเย็นชาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความสงสัยของฝูงชน

การเคลื่อนไหวของเซี่ยกู่เฉิงในครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวที่เจ้าเล่ห์มาก เพราะมันสามารถระงับความสงสัยได้อย่างฉับพลัน ท้ายที่สุดทุกคนก็กลัวว่าชายชราจะไม่บอกความลับเนื่องจากความโกรธ อีกอย่างนักรบหลาย ๆ คนก็ไม่เต็มใจเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว การระงับสงครามเอาไว้สักพักก็จะช่วยลดความสูญเสียภายในตระกูลของพวกเขาได้

“แผนการร้ายอะไรที่ถึงขั้นทำให้คุณยอมบอกความลับและยังต้องการจะหยุดยั้งสงครามในครั้งนี้ด้วย?” ชายคนหนึ่งตะโกน

“ฉันยังไม่มีหลักฐานเป็นรูปธรรม แต่ภายใน 7 วันฉันจะทำให้ทุกคนตาสว่างเอง ในช่วง 7 วันนี้ห้ามทั้งสองเผ่าทำสงครามกันอย่างเด็ดขาด ถ้าหากว่ามีใครฝ่าฝืนข้อตกลงขึ้นมาก็ลืมเรื่องการพัฒนาไปเป็นพระเจ้าได้เลย ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็ขึ้นอยู่กับตัวของพวกคุณ”

หลังจากกล่าวจบเซี่ยกู่เฉิงก็จากไปทิ้งเอาไว้เพียงแค่ทหารนับล้านที่กำลังสับสนท่ามกลางสนามรบ โดยไม่รู้ว่าพวกเขาควรจะต้องทำยังไงต่อไปกันแน่

เมื่อเซี่ยกู่เฉิงจากไปนักรบบางคนก็เริ่มส่งเสียงตะโกนบอกว่าชายชราพูดเรื่องโกหก แน่นอนว่าคนพวกนี้ก็คือคนของผู้สร้างที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ในทั้งสองเผ่าพันธุ์นั่นเอง

อย่างไรก็ตามคำประกาศของเซี่ยกู่เฉิงก็น่าดึงดูดใจมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ตระกูลส่วนใหญ่จึงตัดสินใจยุติการต่อสู้อย่างน้อยเป็นเวลา 7 วัน แล้วถึงแม้ว่าลูกน้องของผู้สร้างจะพยายามเรียกร้องให้เกิดสงครามแต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร

“เห็นไหม? ฉันบอกแล้วไม่ว่าจะเป็นสกายวิงหรือเซี่ยกู่เฉิงต่างก็เป็นตัวตนอันแปลกประหลาดที่หยิ่งผยองที่สุดในดินแดนกฎ เพียงแค่เขาปรากฏตัวขึ้นมามันก็ทำให้สงครามหยุดชะงักไปสักพักหนึ่งแล้ว การเคลื่อนไหวของเขาคงจะทำให้คอนสแตนปวดหัวมากแน่ ๆ” เครนกล่าวจากในระยะไกลหลังจากที่เขาได้เห็นเซี่ยกู่เฉิงจากไปแล้ว

เครน, โอเชี่ยนและซีน ผู้ซึ่งเป็น 3 ผู้สร้างแอบดูสถานการณ์บริเวณสนามรบอย่างเงียบ ๆ มาโดยตลอด พวกเขาจึงเห็นตั้งแต่ช่วงเวลาที่นักรบหน้ากากเงินถือฮอร์ครักซ์ไล่เก็บดวงวิญญาณไปจนถึงช่วงที่เซี่ยกู่เฉิงได้ปรากฏตัวและจากไป

โอเชี่ยนพยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ แล้วยังคงกินอาหารของตัวเองต่อไปโดยไม่พูดแสดงความคิดเห็นใด ๆ ออกมาแม้แต่คำเดียว

“ฉันยอมรับว่าเซี่ยกู่เฉิงทรงพลังมากและตระกูลสกายวิงของเขาก็เป็นตระกูลที่ไว้ใจได้ แต่พวกนายก็น่าจะรู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของคอนสแตนน่ากลัวแค่ไหน แม้แต่พวกเราทั้งสามคนก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”

“ในบรรดาพวกเรามีแค่บลันท์ที่ยืนเผชิญหน้ากับคอนสแตนได้สัก 3 นาที แต่พวกเราคงจะยืนต่อหน้าคอนสแตนได้ไม่ถึง 3 วินาทีด้วยซ้ำ”

“กรณีของเซี่ยกู่เฉิง ถึงแม้เขาจะได้รับการป้องกันจากความเร็ว แต่เขาก็วิ่งไปรอบ ๆ คอนสแตนได้เท่านั้น ไม่มีทางที่เขาจะเอาชนะคอนสแตนได้” ซีนกล่าวขณะเงยหน้ามองท้องฟ้า

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมาฉันก็ได้ตระหนักแล้วว่าพวกเรากลัวคอนสแตนมากเกินไป นั่นคือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภายในอดีตของเรา ตอนนี้ดินแดนกฎใกล้ที่จะพังทลายแล้ว ถ้าหากว่าเราไม่ลุกยืนขึ้นมาปกป้องดินแดนกฎเอาไว้ แล้วใครจะมาปกป้องดินแดนที่พวกเราร่วมมือสร้างมันขึ้นมา”

“ลองดูไปที่เซี่ยกู่เฉิงสิ ถึงแม้เขาจะพึ่งเลื่อนระดับกลายเป็นพระเจ้าได้เพียงแค่ไม่นาน แต่เขาก็กล้าที่จะยืนหยัดต่อสู้กับผู้สร้างทั้ง 13 ด้วยตัวเอง แล้วพวกเราล่ะ? ความกล้าหาญของพวกเรามันหายไปไหนหมด?”

คำพูดของเครนในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจผู้ฟังมาก มันจึงทำให้แม้แต่โอเชี่ยนที่เอาแต่กินมาโดยไม่พูดอะไรก็ยังหยุดชะงักขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“แม้แต่พระเจ้ารุ่นน้องอย่างเซี่ยกู่เฉิงก็ยังกล้ายืนหยัดเผชิญหน้า…”

หลังจากเปรียบเทียบเซี่ยกู่เฉิงกับตัวเองแล้ว ในที่สุดทั้งคู่ก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

“คำพูดของเครนถูกต้องแล้ว มันถึงเวลาที่พวกเราจะต้องแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต บางทีการเติบโตของสกายวิงอาจจะเป็นโอกาสอันดีที่พวกเราจะเอาคอนสแตนลงมาจากอำนาจ” ซีนกล่าว

“ใช่ ทุกอย่างมีเวลาของมันเอง การก่อกบฏของสกายวิงคือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวฉันจะไปพูดคุยกับพวกเขาเอง”

“โอเชี่ยน ซีน พวกนายช่วยไปตามลีงโกกับโอลเดนมา พยายามเกลี้ยกล่อมให้พวกเขามารวมกับเราให้ได้” เครนเริ่มสั่งการหลังจากที่พวกเขาทั้งสามมองเห็นชัยชนะอย่างริบหรี่

“น่าเสียดายจริง ๆ ที่บลันท์จากพวกเราไปแล้ว” โอเชี่ยนผู้ซึ่งไม่ค่อยชอบพูดออกมาเท่าไหร่เริ่มเปิดปากขึ้นมาเป็นครั้งแรก

ในบรรดาผู้สร้างทั้ง 13 คนมีบลันท์เพียงคนเดียวที่สามารถยืนหยัดเผชิญหน้ากับคอนสแตนได้ แต่ชายผู้มีนิสัยแปลกประหลาดคนนี้ได้หายตัวไปเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว จนทำให้พวกเขาทั้งสามแสดงความเศร้าขึ้นมาเล็กน้อย

เมื่อรีเวิร์สค้นพบเซี่ยเฟยมันก็เตรียมพร้อมจะทำการสังหารชายหนุ่มคนนี้ในทันที

ท่าทางของอีกฝ่ายบ้าคลั่งมากจนทำให้เซี่ยเฟยแอบคิดว่าพวกเขามีความคับแค้นใจกับเขามาก่อน ทำให้อีกฝ่ายเริ่มแสดงอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรงเมื่อได้เห็นเขาปรากฏตัว

“อย่ามองตามัน! ไม่อย่างนั้นวิญญาณของนายจะได้รับความเสียหาย” ลินนิจตะโกนแนะนำขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย ความจริงแล้วดวงตาของรีเวิร์สก็ไม่ใช่ดวงตาจริง ๆ แต่เป็นประกายแสงสีเขียวเหมือนกับแสงในระหว่างที่เขาใช้วิชามนตราอสูร

การพยายามอธิบายรูปร่างของรีเวิร์สเป็นคำพูดคือสิ่งที่ทำได้ยากมาก เพราะทั่วทั้งร่างของมันมีเพียงกล้ามเนื้อสีดำแข็ง ๆ ปราศจากชุดเกราะที่ปกคลุม ฝ่ามือที่มันยื่นออกไปคว้าร่างของชายหนุ่มเอาไว้ก็มีกรงเล็บอันแหลมคมคล้ายกับกรงของนกอินทรี

นี่มันปีศาจชัด ๆ!

เซี่ยเฟยไม่สามารถหาคำจำกัดความใด ๆ ได้ดีกว่าคำว่าปีศาจอีกแล้ว เพราะรีเวิร์สทำให้เขารู้สึกราวกับว่าอีกฝ่ายได้หลุดออกมาจากขุมนรก

คำเตือนของลินนิจมาช้าเกินไป ทันทีที่ดวงตาของทั้งคู่สบกันมันก็มีประกายไฟระเบิดออกมาอย่างดุเดือด

ทันใดนั้นกระแสจิตอันรุนแรงก็เริ่มบุกรุกเข้ามาในสมองของเซี่ยเฟย และการปะทะกันในครั้งนี้มันก็ไม่ใช่การปะทะกันระหว่างวิชาเนตร แต่เป็นการปะทะกันระหว่างดวงวิญญาณ

เซี่ยเฟยรู้สึกเหมือนกับว่าดวงวิญญาณอันน่ากลัวกำลังพยายามแทรกซึมเข้ามาภายในตัวเขา และพลังของวิญญาณนี้ยังมีมากกว่าวิญญาณอมตะอย่างลินนิจซะอีก โดยวิญญาณของอีกฝ่ายพยายามจู่โจมอย่างบ้าคลั่งเพื่อฉีกกระชากวิญญาณของเซี่ยเฟยให้ขาดออกจากกันเป็นชิ้น ๆ

เซี่ยเฟยรู้มานานแล้วว่าภายในร่างของทุกคนมีดวงวิญญาณสิงสถิตอยู่ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีมาที่ดวงวิญญาณโดยตรง

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าการโจมตีในครั้งนี้มันไม่ใช่การโจมตีจริง ๆ แต่มันเป็นเหมือนกับการพยายามหลอกให้เขารู้สึกหวาดกลัวจนยอมแพ้และถอยกลับไป

คิดจะทำให้เขายอมแพ้งั้นเหรอ?

ฝันไปเถอะ!

เซี่ยเฟยคือคนที่มีนิสัยดื้อรั้นอยู่เสมอ และยิ่งอีกฝ่ายกดดันให้เขายอมแพ้มากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งต่อต้านพลังของอีกฝ่ายกลับไปอย่างรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

ตูม!

แรงกดดันวิญญาณที่ถูกปล่อยออกมาจากรีเวิร์สปลุกพลังวิญญาณของเซี่ยเฟยขึ้นมาโดยสมบูรณ์ ชายหนุ่มจึงเริ่มส่งแรงกดดันวิญญาณอันบ้าคลั่งกลับไป แล้วมันก็เป็นแรงกดดันวิญญาณที่มีความดุร้ายมากยิ่งกว่าแรงกดดันวิญญาณของรีเวิร์สเสียอีก

ในที่สุดแรงกดดันวิญญาณของรีเวิร์สก็ถูกผลักดันถอยกลับมาไม่สามารถแทรกแซงเข้าไปภายในร่างของเซี่ยเฟยได้อีกต่อไป อสูรกายจากนอกประตูจักรวาลจึงเริ่มตะเกียกตะกายจู่โจมอย่างบ้าคลั่งมากขึ้นกว่าเดิม คล้ายกับว่ามันพยายามจะทำยังไงก็ได้เพื่อสังหารศัตรูตรงหน้าของมันลง

เซี่ยเฟยสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังที่อีกฝ่ายส่งตรงมาให้กับเขาอย่างชัดเจน ซึ่งความเกลียดชังในลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในระหว่างการเผชิญหน้าของผู้พิทักษ์และรีเวิร์สมาก่อน แต่มันเป็นความเกลียดชังที่รีเวิร์สแสดงออกมาในตอนที่เผชิญหน้ากับเขาเท่านั้น

“มันกำลังจะกลายร่าง” ลินนิจตะโกนเตือนอีกครั้ง

ทันใดนั่นเองแขนของรีเวิร์สที่ยื่นออกไปก็หดกลับมา กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างของมันขยายออกอย่างรวดเร็ว วินาทีถัดมารีเวิร์สก็กลายเป็นอสูรกายที่มีความสูงหลายสิบเมตร สิ่งที่น่าสยดสยองมากกว่านั้นคือแขนของมันงอกออกมาเป็นจำนวนหลายสิบคู่

นี่คือร่างขั้นสมบูรณ์ที่รีเวิร์สเอาไว้ใช้ในการปลิดชีวิตของศัตรูโดยเฉพาะ แล้วมันก็กำลังพยายามอย่างเต็มที่ที่จะปลิดชีวิตของเซี่ยเฟยให้ได้

“ปกป้องสกายวิงเร็ว ๆ เข้า! ถ้าหากเขาเป็นอะไรไปพวกเราจะต้องซวยไปด้วยแน่ ๆ” แพนเดียนีตะโกนด้วยสีหน้าอันซีดเผือด

ปกป้อง!?

เห็นได้ชัดเลยว่าแม้แต่แพนเดียนีก็ประเมินเซี่ยเฟยต่ำเกินไป เพราะทันทีที่เขาพูดจบเขาก็สังเกตเห็นดาบกากบาทเล่มใหญ่ล่องลอยออกไปจากหลังของเซี่ยเฟย

เนอร์วาน่าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพุ่งเข้าปะทะกับอสูรกายนอกประตูจักรวาลอย่างรุนแรง ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัวร่างของรีเวิร์สที่ผู้พิทักษ์นับร้อยไม่สามารถทำอะไรได้ก็เริ่มแหลกสลายกลายเป็นผุยผงไม่หลงเหลือเศษซากใด ๆ เอาไว้ในบริเวณนั้นอีกเลย

***************

ใครปกป้องใครกันแน่ 5555

จบบทที่ ตอนที่ 998 สังหารอสูรกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว