เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 997 แกล้งไม่รู้จัก

ตอนที่ 997 แกล้งไม่รู้จัก

ตอนที่ 997 แกล้งไม่รู้จัก


ตอนที่ 997 แกล้งไม่รู้จัก

เซี่ยเฟยกับกลุ่มผู้พิทักษ์มีโอกาสได้พบกันในระหว่างสงครามที่ไนท์ปาร์ตี้ ซึ่งในสงครามนั้นพวกเขาก็ได้ร่วมมือกันในการต่อต้านศัตรู กลุ่มผู้พิทักษ์จึงได้เห็นพลังความบ้าของเซี่ยเฟย ขณะที่เซี่ยเฟยก็ได้สัมผัสถึงความเพียรพยายามของเหล่าบรรดาผู้พิทักษ์

แต่เดิมค่ายของผู้พิทักษ์เป็นพื้นที่ต้องห้ามที่ไม่ให้ผู้คนภายนอกเข้าออกอย่างเด็ดขาด แต่เซี่ยเฟยเป็นกรณีที่แตกต่างออกไป เพราะเขาเคยได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้พิทักษ์ไปครั้งหนึ่งแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเดินทางมาในฐานะของตัวแทนสกายวิง มันจึงทำให้เขาได้รับการต้อนรับเป็นกรณีพิเศษ

หลังจากโอโร่ได้กลับมาเกิดใหม่เขาก็ใช้ประสบการณ์ในอดีตในการพัฒนาพลังของตัวเองอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ความเร็วในการฟื้นตัวของเขายังถูกส่งเสริมโดยกฎแห่งความโกลาหล หลังจากชายคนนี้ได้เข้าสู่กลุ่มผู้พิทักษ์เพียงแค่ไม่นาน เขาก็พัฒนาพลังจากราชาจนกลายเป็นตัวตนในระดับราชันย์แล้ว

การพัฒนาของโอโร่ทำให้ผู้พิทักษ์ทุกคนรู้สึกตกตะลึง ทุกคนจึงยกย่องว่าชายคนนี้คืออัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ จนทำให้เขาถูกแต่งตั้งกลายเป็นผู้พิทักษ์ระดับสูงสุด และมีโอกาสที่จะขึ้นไปเป็นหัวหน้าของกลุ่มผู้พิทักษ์ในอนาคตอันห่างไกล

“ฉันขอแนะนำให้รู้จักเขาชื่อลีโอเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 ของพวกเรา วันนั้นที่เราต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันภายในไนท์ปาร์ตี้ น้องชายคนนี้ก็อยู่ในหมู่ของพวกเราด้วย คุณทันได้สังเกตเห็นเขาไหม?” จอมกฎแพนเดียนีแนะนำโอโร่ให้เซี่ยเฟยรู้จักอย่างกระตือรือร้น เพราะเขาคิดว่าทั้งคู่ยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

เหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งเซี่ยเฟยและโอโร่ต่างก็รู้สึกตกตะลึง เพราะท้ายที่สุดโอโร่ก็คือราชันย์แห่งเหล่าบรรดาไลอ้อนฮาร์ท แต่วันนี้เขากลับกลายเป็นอัจฉริยะของกลุ่มผู้พิทักษ์ไปซะอย่างนั้น

อย่างไรก็ตามเนื่องมาจากว่าชายหนุ่มต้องการจะให้โอโร่ทำหน้าที่เป็นสายลับภายในกลุ่มผู้พิทักษ์ต่อไป เขาจึงเริ่มเอ่ยทักทายโดยแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกัน

“ช่วยหาโอกาสออกมาคุยกันหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าวกระซิบระหว่างที่คนอื่น ๆ ไม่ทันได้สังเกต

“อือ ฉันก็มีเรื่องจะเล่าให้ฟังด้วยเหมือนกัน” โอโร่กล่าว

หลังจากกล่าวทักทายกันเสร็จสิ้นทั้งสองฝ่ายก็นั่งลงบนโต๊ะ โดยโอโร่ที่กลายเป็นผู้พิทักษ์นั่งฝั่งตรงข้ามกับเซี่ยเฟยและมีนักรบที่ร่วมต่อสู้กันในวันนั้นนั่งอยู่ล้อมรอบ

ย้อนกลับไปในวันนั้นทุกคนยังคงจำเหตุการณ์ที่พวกเขาเผชิญหน้ากับพวกดาร์คไนท์ได้เป็นอย่างดี ความเร็วของสกายวิงช่วยทำให้พวกเขาพลิกสถานการณ์กลับกลายมาเป็นฝ่ายชนะ ทุกคนจึงรู้สึกชื่นชมสกายวิงจากก้นบึ้งของหัวใจ

ยิ่งไปกว่านั้นข่าวที่สกายวิงบดขยี้บริษัทฟิกส์และถอนตัวออกจากดินแดนกฎยังโด่งดังไปทั่วทั้งจักรวาล ทุกคนจึงออกมาต้อนรับเซี่ยเฟยเป็นอย่างดี โดยหวังว่าสกายวิงจะเลือกมายืนเคียงข้างฝ่ายเดียวกับพวกเขา

ระหว่างการสนทนาแพนเดียนีก็ยังคงกล่าวยืนยอโอโร่อย่างซ้ำ ๆ ถึงขั้นใช้คำว่า ‘มนุษย์อัจฉริยะ’ ในรอบหลายหมื่นปี จนทำให้เซี่ยเฟยอยากที่จะหัวเราะและทำให้โอโร่รู้สึกหดหู่ใจมาก

ท้ายที่สุดในตอนที่เขากลายเป็นจอมเทพครั้งแรก แพนเดียนียังไม่ถือกำเนิดขึ้นมาในจักรวาลแห่งนี้ด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้เขากลับถูกรุ่นน้องยกยอซ้ำ ๆ มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกหดหู่ใจ

เมื่อพิจารณาจากท่าทางของโอโร่แล้วมันก็ดูเหมือนกับว่าชายคนนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องการจะบอกเซี่ยเฟยโดยเร็วที่สุด แต่เนื่องมาจากว่าในตอนนี้มีคนอยู่มากเกินไป เซี่ยเฟยจึงจำเป็นจะต้องอดทนพูดคุยกับคนอื่นตามมารยาทไปก่อน

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงแจ้งเตือนดังไปทั่วทั้งท้องฟ้า จนทำให้ค่ายผู้พิทักษ์ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย

แพนเดียนีลุกขึ้นอย่างกะทันหันและกำลังจะวิ่งออกจากห้อง แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเซี่ยเฟยขึ้นมาได้ซะก่อน เขาจึงหยุดหันไปพูดกับโอโร่ว่า

“นายอยู่คุยกับน้องชายเซี่ยเฟยไปก่อนนะ ฉันมีเรื่องจะต้องทำแล้วเดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา” หลังจากพูดจบแพนเดียนีก็รีบออกไปพร้อมกับนักรบอีกหลายคน เหลือเพียงแค่โอโร่กับเซี่ยเฟยที่อยู่ในห้องเพียงสองคนเท่านั้น

“เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้มันเหมือนเสียงสัญญาณเตือนเลย” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“นายอยากเห็นพวกรีเวิร์สมาโดยตลอดใช่ไหม? นั่นแหละสัญญาณเตือนว่าพวกมันปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว” โอโร่กล่าวกระซิบ

เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้รู้ว่าพวกรีเวิร์สเริ่มบุกทะลุผ่านประตูจักรวาลมาแล้วจริง ๆ

“ตามมาสิ เดี๋ยวฉันจะพาไปดูว่าพวกมันหน้าตาเป็นยังไง” โอโร่กล่าว

อดีตจอมมารใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายภายในค่ายแอบนำเซี่ยเฟยออกมาจากค่ายอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็หยิบเครื่องสื่อสารของผู้พิทักษ์ออกมาเพื่อดูว่าพวกรีเวิร์สบุกรุกมาทางจุดไหน

“อยากเข้าไปใกล้กว่านี้ล่ะ นายน่าจะเห็นอยู่แล้วว่ามีผู้พิทักษ์ล้อมรอบพื้นที่บริเวณนี้เอาไว้เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน เราทำได้แค่แอบดูอยู่แถว ๆ นี้ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็จะถูกพวกเขาค้นพบได้” โอโร่กล่าวหลังจากพาเซี่ยเฟยไปยังจุดเป้าหมาย

เซี่ยเฟยพยักหน้าขณะสังเกตไปยังผู้พิทักษ์เป็นจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังเฝ้าระวังและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อค้นหาร่องรอยของรีเวิร์ส

“สถานการณ์ตอนนี้ร้ายแรงหรือเปล่า? พวกมันจะบุกข้ามประตูจักรวาลมาสร้างปัญหาให้กับพวกเราไหม?” เซี่ยเฟยถาม

“เหตุการณ์ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นนั้น แต่มันก็กำลังแย่ลงเรื่อย ๆ ปกติรีเวิร์สจะหลุดออกมาจากประตูจักรวาลทุก ๆ 10 ปีเท่านั้น แต่ตอนนี้…”

“ตอนนี้เป็นยังไง?” เซี่ยเฟยถามอย่างกังวล

“พวกมันหลุดออกมาจากประตูจักรวาลทุก ๆ สัปดาห์” โอโร่กล่าวตอบเบา ๆ

“จาก 10 ปีครั้งเป็นอาทิตย์ละครั้งเนี่ยนะ?! คุณต้องรอให้ประตูจักรวาลถูกเปิดออกก่อนหรือยังไงถึงจะเรียกว่าสถานการณ์เข้าขั้นร้ายแรง” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

“ฉันยังไม่เคยเข้าใกล้ประตูจักรวาลจริง ๆ มาก่อน ฉันแค่ได้ยินเรื่องทุกอย่างมาจากคนอื่นเท่านั้น พวกเขาบอกว่าผนึกบนประตูจักรวาลยังคงอยู่ แม้ว่าพวกรีเวิร์สจะต้องการแต่พวกมันก็บุกทะลุผ่านประตูจักรวาลมาไม่ได้ง่าย ๆ”

“ค่ายที่เราอยู่ตอนนี้ค่อนข้างห่างไกลจากประตูจักรวาลมาก แต่ตอนที่ฉันอยู่ในค่ายฝึกพิเศษฉันมักจะได้ยินเสียงดังลั่นจากบนฟากฟ้าอยู่เป็นประจำ ว่ากันว่าเสียง ๆ นั้นเกิดจากการบุกโจมตีประตูจักรวาลของพวกรีเวิร์ส ตอนนี้ถึงแม้ว่าฉันจะกังวลกับสถานการณ์มาก แต่ฉันก็ไม่มีทางรับรู้ถึงสถานการณ์ของประตูจักรวาลได้จริง ๆ” โอโร่กล่าว

“แล้วทำไมคุณไม่เข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเองล่ะ? ก่อนหน้านี้คุณมัวทำอะไรอยู่” เซี่ยเฟยถามอย่างกังวล

“นายคิดว่าฉันไม่อยากไปเหรอ?! แต่พวกเขาคิดว่าฉันคืออัจฉริยะในรอบหลายหมื่นปี เลยเอาแต่ฝึกพิเศษให้กับฉันและไม่อยากให้ฉันเข้าไปเสี่ยงอันตราย ไม่อย่างนั้นฉันก็คงได้เข้าใกล้ประตูจักรวาลไปตั้งนานแล้ว” โอโร่กล่าวอย่างหงุดหงิด

เซี่ยเฟยถึงกับพูดไม่ออกไปอยู่พักหนึ่ง เพราะใครจะไปรู้ว่าการเกิดใหม่กลายเป็นมนุษย์ของโอโร่จะทำให้เขาได้รับสถานะที่สำคัญกับกลุ่มผู้พิทักษ์ถึงขนาดนี้

กลุ่มผู้พิทักษ์กำลังช่วยกันฝึกฝนราชันย์แห่งเผ่าไลอ้อนฮาร์ทเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปมันก็คงจะเรียกเสียงหัวเราะได้ทั่วทั้งจักรวาล

“ฉันว่าเราควรหาโอกาสเข้าไปตรวจสอบประตูจักรวาลด้วยตัวเองจะดีกว่า การทำลายผนึกของริเวอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ฉันคิดว่าตอนนี้พวกมันกำลังสอดแนมสถานการณ์ในจักรวาลนี้อยู่และเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งใหญ่” ลินนิจกล่าว

“อือ ถ้ามีโอกาสผมจะเข้าไปตรวจสอบประตูจักรวาลให้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

แต่ในทันใดนั่นเองพวกผู้พิทักษ์ก็เริ่มตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

“มันอยู่นี่!”

“ฆ่าอสูรกายพวกนั้นซะ! อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้!!”

กลุ่มผู้พิทักษ์เกราะทองปิดล้อมศัตรูเอาไว้อย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากระยะทางอันห่างไกล มันจึงทำให้เซี่ยเฟยมองไม่เห็นว่าพวกเขากำลังปิดล้อมตัวอะไรอยู่กันแน่

เนตรมนตรา!

เซี่ยเฟยส่งพลังเข้าสู่ดวงตาอย่างเต็มที่ โดยอยากรู้ว่าสิ่งมีชีวิตนอกประตูจักรวาลมันมีหน้าตาเป็นยังไงกันแน่

“มองเห็นไหม?” โอโร่ถาม

“ไม่! ระยะทางไกลเกินไป ผมเห็นเพียงแค่เงาลาง ๆ เท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าว

ทันทีที่เขาพูดจบเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องอันรุนแรงดังทะลุเข้ามาภายในหู พร้อมกันนั้นนักรบเกราะทองจำนวนหลายสิบคนก็กระเด็นออกไปในทิศทางที่แตกต่างกันโดยมีเลือดอาบไปทั่วทั้งร่างกาย

“ทรงพลังมาก! ไม่น่าเชื่อว่ามันจะอาละวาดท่ามกลางกลุ่มผู้พิทักษ์ได้แบบนี้” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยความประหลาดใจ

“เท่าที่ฉันรู้ ตอนนี้มันมีรีเวิร์สที่กำลังอาละวาดอยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้น” โอโร่กล่าว

“ตัวเดียว?!” เซี่ยเฟยอุทานอย่างตกใจ

รีเวิร์สเพียงตัวเดียวกลับทำให้กลุ่มผู้พิทักษ์หลายพันคนปั่นป่วนกันไปหมด และบางคนก็ถึงกับได้รับบาดเจ็บสาหัส มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะจินตนาการว่าสิ่งมีชีวิตนอกประตูจักรวาลเหล่านี้มีความน่ากลัวมากแค่ไหน

หากมีรีเวิร์สจำนวนนับหมื่นตัวบุกโจมตีดินแดนกฎขึ้นมา ในเวลานั้นพวกเขาจะสามารถปกป้องชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้จริง ๆ เหรอ ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนของศัตรูยังไม่เป็นที่แน่ชัด บางทีมันอาจจะมีจำนวนของรีเวิร์สบุกเข้ามาเป็นจำนวนนับร้อยล้านตัวเลยก็ได้

การค้นพบในครั้งนี้ทำให้เซี่ยเฟยเข้าใจในที่สุดว่าทำไมกลุ่ม 13 ผู้สร้างถึงพยายามประนีประนอมกับรีเวิร์สมาโดยตลอด

ทันใดนั้นมันก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เพราะรีเวิร์สสามารถหนีออกมาจากการปิดล้อมของกลุ่มผู้พิทักษ์ได้สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้นทิศทางการหลบหนียังเป็นตำแหน่งที่เซี่ยเฟยกับโอโร่กำลังยืนแอบดูสถานการณ์ในสนามรบอยู่

เพื่อให้เซี่ยเฟยมองเห็นรีเวิร์สได้อย่างชัดเจน โอโร่จึงเลือกตำแหน่งที่มีผู้พิทักษ์ยืนเฝ้าอยู่เป็นจำนวนน้อยที่สุด และเนื่องมาจากการป้องกันในบริเวณนี้อ่อนแอมากที่สุด มันจึงเป็นจุดที่รีเวิร์สบุกฝ่าออกมาด้วยเช่นกัน

เมื่อเงาดำพุ่งมาหาเซี่ยเฟยอย่างรวดเร็ว ขนอุยก็รีบปรากฏตัวขึ้นมาในทันที ซึ่งในเวลานั้นทั้งกลุ่มผู้พิทักษ์และรีเวิร์สก็เริ่มสังเกตเห็นชายหนุ่มในเวลาเดียวกัน

บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเซี่ยเฟยไม่ได้ปล่อยความผันผวนของพลังงานออกมาจากร่างกาย รีเวิร์สจึงคิดว่าชายหนุ่มคนนี้คือเป้าสังหารที่สามารถจัดการได้ง่าย ๆ เงาดำจึงเริ่มเผยเขี้ยวเล็บและกระโจนเข้าใส่เซี่ยเฟยราวกับว่าพวกเขามีความแค้นกันมาอย่างยาวนาน

“ไม่! ปกป้องสกายวิงเอาไว้เดี๋ยวนี้!!” แพนเดียนีร้องคำรามออกมาสุดเสียง

***************

ได้เวลาสูบรีเวิร์สแล้วใช่ไหม? ลุ้น ๆ

จบบทที่ ตอนที่ 997 แกล้งไม่รู้จัก

คัดลอกลิงก์แล้ว