เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 996 พลังของพระเจ้า

ตอนที่ 996 พลังของพระเจ้า

ตอนที่ 996 พลังของพระเจ้า


ตอนที่ 996 พลังของพระเจ้า

สงครามย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียอยู่เสมอ โดยเฉพาะสงครามระหว่างเผ่าเทพและเผ่ามาร มันย่อมส่งผลกระทบในวงกว้างและทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

ในเวลาเพียงแค่ 15 นาทีหลังจากสงครามเริ่มต้นขึ้น ทหารจากทั้งสองฝ่ายก็ถูกสังหารรวม ๆ กันไปมากกว่า 10,000 คนแล้ว และมันก็ไม่จำเป็นจะต้องนับจำนวนของผู้ได้รับบาดเจ็บเลย เพราะท้ายที่สุดนักรบหนึ่งคนก็สามารถสร้างความเสียหายได้ทั่วทั้งดวงดาว มันจึงมีจำนวนของผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นในทุก ๆ วินาที

สงครามได้เริ่มต้นขึ้นในพื้นที่ที่เรียกว่าหุบเขาเกล็ดปลา โดยมันเป็นสถานที่ตั้งของสนามรบมาตั้งแต่สมัยโบราณ พื้นที่บริเวณนี้มักจะถูกนำมาใช้เป็นสนามรบอยู่เสมอ จนทำให้กาแล็กซีที่เคยสวยงามถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ เป็นจำนวนนับไม่ถ้วนคล้ายกับเกล็ดปลาที่ปกคลุมไปทั่วทั้งอวกาศ

ระหว่างช่วงสงครามนักรบที่ไม่สามารถระบุเผ่าพันธุ์ได้ก็เคลื่อนที่ไปทั่วทั้งสนามรบ โดยถือภาชนะแปลก ๆ เอาไว้ในมือ ซึ่งถ้าหากว่าเซี่ยเฟยได้มาเห็นอุปกรณ์เหล่านี้เขาย่อมสามารถจำได้ในทันทีว่าพวกมันคือฮอร์ครักซ์!

แม้ฮอร์ครักซ์เหล่านี้จะไม่ได้ทรงพลังเหมือนกับฮอร์ครักซ์ที่ริเวอร์ทิ้งไว้ให้กับลินนิจ แต่พวกมันก็เป็นอุปกรณ์ชนิดพิเศษที่สามารถหาพบได้นอกประตูจักรวาลเท่านั้น คำถามก็คือทำไมนักรบปริศนาเหล่านี้ถึงได้ครอบครองอุปกรณ์จากนอกประตูจักรวาลได้!?

เหล่าบรรดานักรบชุดดำเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ สนามรบอันวุ่นวายอย่างรวดเร็ว ซึ่งในระหว่างนั้นมันก็มีควันสีขาวอ่อนถูกดูดเข้าไปภายในฮอร์ครักซ์ตลอดเวลา เพื่อทำการรวบรวมวิญญาณที่กระจัดกระจายอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ

ภายในกลุ่มประกอบไปด้วยนักรบผู้สวมหน้ากากเงินจำนวนหลายคน แต่มันมีผู้นำที่สวมหน้ากากสีทองอยู่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

“เป็นยังไงบ้าง?” นักรบหน้ากากทองกล่าวถาม

“สนามรบบริเวณนี้เป็นเพียงแค่สนามรบย่อยของทั้งสองเผ่าพันธุ์เท่านั้น ดวงวิญญาณที่พวกเรารวบรวมได้เป็นเพียงดวงวิญญาณระดับต่ำทั้งหมด ดวงวิญญาณที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมีอยู่ไม่มากนัก เราคงต้องรอให้สงครามรุนแรงมากขึ้นกว่านี้เราถึงจะสามารถรวบรวมวิญญาณที่มีคุณสมบัติอันเหมาะสมได้” นักรบหน้ากากเงินรายงานหลังจากที่เขาเหลือบสายตามองฮอร์ครักซ์ขนาดใหญ่ภายในมือ

“ไม่ใช่ว่าเราทำข้อตกลงกับทั้งสองเผ่าพันธุ์แล้วงั้นเหรอว่าสงครามขนาดใหญ่จะต้องปะทุขึ้นในทันที มันจะต้องเกิดการสูญเสียอย่างร้ายแรงเท่านั้น พวกเราถึงจะสามารถรวบรวมวิญญาณได้มากพอ” นักรบหน้ากากทองกล่าวด้วยความโกรธ

“นักรบของทั้งสองเผ่ามีจำนวนมากเกินไป ถ้าหากพวกเขาเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบสนามรบย่อมขยายขนาดออกไปมากกว่านี้แน่นอน กำลังคนในปัจจุบันของเรามันยังไม่เพียงพอ หากสนามรบขยายออกไปผมก็เกรงว่าพวกเราจะไม่สามารถรวบรวมดวงวิญญาณทั้งหมดได้”

“ไม่ว่ายังไงดวงวิญญาณก็สามารถสูญสลายได้ตามกาลเวลา เว้นแต่ว่าดวงวิญญาณพวกนั้นจะเกิดการกลายพันธุ์จนกลายเป็นวิญญาณอมตะ” นักรบหน้ากากเงินกล่าว

“ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนแต่เราก็ต้องรวบรวมดวงวิญญาณมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นความพยายามทั้งหมดในก่อนหน้านี้มันจะเป็นเพียงแค่เรื่องสูญเปล่า” นักรบหน้ากากทองกล่าวอย่างเคร่งขรึม

ทันทีที่เขาพูดจบเขาก็สังเกตเห็นดาวตกที่กำลังพุ่งผ่านท้องฟ้ามุ่งตรงไปยังสนามรบระหว่างเผ่าเทพและเผ่ามาร

“นั่นมันผู้มีพลังระดับพระเจ้า ให้ตายเถอะเซี่ยกู่เฉิงมันจะมาทำไม?! ถ้ามันเข้ามายุ่งในตอนนี้สถานการณ์มันจะย่ำแย่ไปมากกว่าเดิม” นักรบหน้ากากทองจ้องมองไปยังท้องฟ้าอย่างตกใจ

แขวก!

เมื่อเซี่ยกู่เฉิงปรากฏตัวเขาก็ใช้พลังแวกมิติออกอย่างรุนแรง แยกนักรบทั้งสองเผ่าพันธุ์ที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดให้ถอยกลับมาตั้งหลักด้วยกันทั้งสองฝ่าย

นี่คือพลังในระดับเดียวกันกับ 13 ผู้สร้าง เหล่าบรรดานักรบที่ไม่เคยเห็นพลังในระดับนี้มาก่อนจึงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ จากนั้นพวกเขาก็มองไปยังเซี่ยกู่เฉิงบนท้องฟ้าด้วยความสงสัย เพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ ชายชราคนนี้ถึงเข้ามาแทรกแซงสงคราม

“ทุกคนหยุดก่อน!” เซี่ยกู่เฉิงตะโกนเสียงดัง แต่แรงกดดันที่เกิดขึ้นมามันก็ทำให้นักรบที่ไม่ทันได้ตั้งตัวคุกเข่าลงไปกองกับพื้น

นี่คือพลังของพระเจ้า!

ไม่ว่าเซี่ยกู่เฉิงจะทำอะไรแต่มันจะสร้างผลกระทบร้ายแรงออกเป็นกว้างเสมอ

“ฉันชื่อเซี่ยกู่เฉิงเป็นผู้นำตระกูลสกายวิง”

“สกายวิงถอนตัวออกไปจากดินแดนกฎแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วตอนนี้เขากลับมาเข้าร่วมสงครามกับฝ่ายไหน?”

“เดี๋ยวก่อนนะ! เมื่อก่อนเซี่ยกู่เฉิงไม่ได้มีกลิ่นอายแบบนี้ อย่าบอกนะว่าเขาสามารถทะลวงขีดจำกัดขึ้นไปได้แล้ว!?”

เหล่าบรรดานักรบเริ่มพูดคุยกันอย่างสงสัย โดยไม่เข้าใจว่าเซี่ยกู่เฉิงปรากฏตัวขึ้นมาทำอะไรกันแน่

“ในเมื่อสกายวิงถอนตัวออกจากดินแดนกฎไปแล้ว คุณก็ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างสองเผ่าพันธุ์อีกต่อไป” นักรบเผ่ามารคนหนึ่งส่งเสียงตะโกนขึ้นมาอย่างร้อนใจ

เนื่องจากท้ายที่สุดแล้วสาเหตุที่พวกเขากล้าเปิดสงครามขึ้นมาก่อนแบบนี้ก็เพราะสกายวิงเลือกที่จะถอนตัวออกไปจากเผ่าเทพ ถ้าหากดาบคลั่งได้เข้าร่วมสงครามจริง ๆ มันย่อมทำให้สถานการณ์พลิกผันไปจากเดิมอย่างแน่นอน

“อันดับแรกตอนนี้ฉันไม่ใช่จอมกฎระดับสูงสุดอีกต่อไปแล้ว เพราะฉันได้พัฒนาจนกลายเป็นพระเจ้า” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“พระเจ้า!”

คำพูด 2 พยางค์ง่าย ๆ มันกลับทำให้นักรบทุกคนรู้สึกราวกับว่ามันมีฟ้าผ่าเข้าสู่หัวใจของพวกเขาโดยตรง

พระเจ้าคือตัวตนสูงสุดของจักรวาล ที่นอกเหนือจาก 13 ผู้สร้างแล้วพวกเขาก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครมีพลังอยู่ในระดับนี้มาก่อน

แน่นอนว่าครั้งหนึ่งเคยมีนักรบเป็นจำนวนมากพยายามจะบุกทะลวงขึ้นมาเพื่อกลายเป็นพระเจ้าด้วยเช่นกัน แต่ผู้สร้างทั้ง 13 คนได้ควบคุมสมดุลย์จักรวาลอย่างเข้มงวด จนทำให้ผู้คนหลงลืมพลังในระดับพระเจ้าไปตั้งนานแล้ว

การเลื่อนระดับของเซี่ยกู่เฉิงในครั้งนี้อยู่เหนือเกินกว่าจินตนาการของทุกคน และมันก็ทำให้ตระกูลสกายวิงไม่ใช่ตระกูลชั้นแนวหน้าของดินแดนกฎอีกต่อไป แต่กลายเป็นตระกูลที่มีผู้ปกครองคือพระเจ้า

ระหว่างนั้นมันก็มีการส่งกระแสจิตเข้าไปหาเซี่ยกู่เฉิงเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน เพื่อต้องการจะตรวจสอบว่าชายชราคนนี้สามารถบุกทะลวงผ่านอุปสรรคของจอมกฎระดับสูงสุดขึ้นไปกลายเป็นพระเจ้าได้แล้วจริง ๆ เหรอ

“หากไม่เห็นโลงศพคงไม่หลั่งน้ำตาสินะ ในเมื่อพวกนายอยากเห็นว่าพระเจ้ามีพลังแบบไหน ฉันก็จะช่วยสงเคราะห์ให้กับพวกนายเอง!” เซี่ยกู่เฉิงตะคอกอย่างไม่พอใจ เมื่อมีคนส่งกระแสจิตมาตรวจสอบเขาจนทำให้เขารู้สึกรำคาญ

ตูม!

วินาทีต่อมาพลังมหาศาลก็ถูกระเบิดออกมาจากร่างของเซี่ยกู่เฉิง ซึ่งพลังงานนี้ไหลท่วมนักรบหลายล้านคนในสนามรบภายในพริบตา

การระเบิดพลังในครั้งนี้เป็นการกระทำที่อึกทึกมาก เพราะในชั่วพริบตาที่พลังถูกระเบิดออกมา มันก็ไม่มีอะไรภายในรัศมี 100,000 กิโลเมตรเหลืออยู่รอบ ๆ เซี่ยกู่เฉิงอีกต่อไป

ไม่ว่าจะเป็นดาวเคราะห์หรือนักรบต่างก็ถูกผลักออกไปไม่ต่างกัน เมื่อเหล่าบรรดานักรบเรียกสติกลับมาได้อีกครั้ง พวกเขาก็ได้พบว่าตัวเองถูกผลักออกมาไกลแสนไกลจากแรงกดดันของเซี่ยกู่เฉิง

“ตอนนี้พวกนายเชื่อแล้วใช่ไหมว่านี่คือพลังของพระเจ้า?” เสียงของเซี่ยกู่เฉิงดังกึกก้องเข้าสู่หูของทุกคนราวกับว่าเขาเป็นพระเจ้าที่สามารถบันดาลได้ทุกสิ่ง

“เซี่ยกู่เฉิงทะลุขีดจำกัดไปแล้วจริง ๆ”

“ทำไม!? ทำไมคนที่ทะลุขีดจำกัดได้ถึงไม่ใช่บรรพบุรุษของเรา บรรพบุรุษของเราติดอยู่ที่อุปสรรคมานานกว่าเซี่ยกู่เฉิงอีก”

“นี่น่ะเหรอพลังในระดับพระเจ้า หลังจากนี้มันจะมีใครที่มาหยุดสกายวิงเอาไว้ได้”

ตกใจ!

หวาดกลัว!

เหลือเชื่อ!

“วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญที่อยากจะพูดคุยกับผู้นำของทุกตระกูล ทุกคนช่วยหยุดการต่อสู้กันชั่วคราวก่อนได้ไหม?” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวอย่างเคร่งขรึม

สิ่งที่เขาพูดถึงมีเพียงผู้นำตระกูลของเผ่าเทพและเผ่ามารเท่านั้น โดยไม่พูดถึงราชวังราชันย์เทพหรือราชวังราชันย์มารเลย เพราะเขารู้ดีว่าทั้งสองราชวังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้สร้าง แม้กระทั่งสงครามในครั้งนี้ก็เกิดขึ้นบนผลประโยชน์ของพวกผู้สร้างด้วยเหมือนกัน

“คุณเป็นคนทรยศต่อดินแดนกฎ แล้วคุณจะมาหยุดสงครามในครั้งนี้เอาไว้ทำไม?!”

ฉัวะ!

ทันทีที่มีคนตั้งคำถามเซี่ยกู่เฉิงก็ทำการสังหารคนที่สงสัยในทันที!

“เพราะว่าฉันเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในที่แห่งนี้ และฉันอยากจะทำอะไรก็ทำไม่จำเป็นจะต้องมาขออนุญาตใคร” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวอย่างไร้เหตุผล

คำพูดเหล่านี้ค่อนข้างที่จะเป็นการรังแกคนอื่นอยู่เล็กน้อย แต่มันก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธคำพูดของชายชราอีกเลย ท้ายที่สุดคำพูดที่ว่าเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในที่แห่งนี้มันก็คือความจริง และด้วยชื่อเสียงของสกายวิงมันก็ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว

“หากใครเต็มใจจะหยุดสงครามและมาพูดคุยกันกับฉัน ฉันก็พร้อมที่จะแบ่งปันวิธีที่ฉันก้าวข้ามผ่านอุปสรรคจนกลายมาเป็นพระเจ้าด้วยเหมือนกัน” เซี่ยกู่เฉิงกล่าว

ทันทีที่เขาพูดจบทุกคนต่างก็ส่งเสียงอุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เพราะการที่อีกฝ่ายตั้งใจจะแชร์ประสบการณ์การก้าวข้ามผ่านระดับ มันก็เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ากว่าสมบัติชิ้นใด ๆ

ท้ายที่สุดมันก็ไม่มีนักรบคนไหนที่ไม่ต้องการจะก้าวหน้า โดยเฉพาะเหล่าบรรดาผู้นำตระกูลขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ในพลังระดับจอมกฎขั้นสูงสุดมาเป็นเวลานานหลายหมื่นปีแล้ว บางคนถึงกับสิ้นหวังคิดว่าระดับพลังในปัจจุบันเป็นพลังในระดับสูงสุด และพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะพัฒนาไปไกลได้มากกว่านี้

แต่คำพูดของเซี่ยกู่เฉิงได้จุดประกายความหวังของผู้นำตระกูลต่าง ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง จนทำให้พวกเขาไม่เหลือสมาธิในการทำสงครามอีกต่อไป

คำพูดนี้ได้พิสูจน์ว่าเซี่ยกู่เฉิงคือจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์อีกครั้ง ท้ายที่สุดเขาก็จำเป็นจะต้องเสี่ยงชีวิตถึงจะสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคครั้งสำคัญครั้งนี้มาได้ ความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับความตายไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะสามารถเลียนแบบได้อย่างแน่นอน ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะแชร์ประสบการณ์ของตัวเองออกไปจริง ๆ แต่มันย่อมไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบวิธีการของเขาได้

***************

ไม่ทำลายไม่ก่อกำเนิดสินะ

จบบทที่ ตอนที่ 996 พลังของพระเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว