เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 991 พระเจ้า

ตอนที่ 991 พระเจ้า

ตอนที่ 991 พระเจ้า


ตอนที่ 991 พระเจ้า

เซี่ยเฟยปรากฏตัวขึ้นมาอย่างลึกลับจนทำให้แม้แต่ฟิวรี่ก็ไม่อาจตรวจจับตัวตนของชายหนุ่มคนนี้ได้ เขาจึงรีบหดแขนของตัวเองกลับมาด้วยความประหลาดใจ ทำให้เนอร์วาน่าเฉียดผ่านแขนชายชราไปเพียงแค่ 5 เซนติเมตรเท่านั้น

ถุย ๆ ๆ ๆ

ขนอุยพ่นลูกบอลพลังงานติดตามไปอย่างใกล้ชิด ขณะที่หงส์ครามก็ใช้ทั้งการโจมตีระยะประชิดและการโจมตีระยะไกลในการขับไล่ฟิวรี่กลับไปด้วยเช่นกัน

ในเวลาเดียวกันเซี่ยเกิงก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก ใบหน้าของเขาซีดเซียวเป็นอย่างมาก จากผมสีขาวก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็นผมสีดำโดยสมบูรณ์ แม้แต่แววตาของเขาก็เริ่มขุ่นมัวแทบไม่หลงเหลือชีวิตชีวาอีกต่อไป

“คุณเป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม ขณะรีบเข้าไปพยุงร่างเซี่ยเกิงเอาไว้

“พื้นที่แถบนี้มีสัญญาณรบกวนอยู่ทั่วทุกที่เลย ฉันยังหาบรรพบุรุษไม่เจอ!” น้ำเสียงของเซี่ยเกิงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และถึงแม้ว่าร่างกายของเขากำลังย่ำแย่ แต่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดกลับเป็นความปลอดภัยของเซี่ยกู่เฉิง

จากภาพที่ถูกฉายบนหน้าจอสภาพของเซี่ยกู่เฉิงก็ดูย่ำแย่กว่าเซี่ยเกิงในตอนนี้มาก ความล่าช้าในทุกวินาทีหมายถึงการที่บรรพบุรุษของพวกเขาเข้าใกล้ความตายมากยิ่งขึ้น

“ฟิวรี่! วันนี้ฉันจะฆ่าพวกแกและทำลายบริษัทฟิกส์ให้หมด!!” เซี่ยเฟยระเบิดจิตอสูรออกมาอย่างสุดกำลัง ขณะที่มือข้างหนึ่งกดส่งสัญญาณลงบนกระเรียนขาว

เสียงของเซี่ยเฟยถูกส่งตรงไปยังเซี่ยเค่อโดยตรง ซึ่งเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของเขาก็ทำให้ผู้จัดการตระกูลตระหนักได้ในทันทีว่าสถานการณ์ในภูเขาคิ้วแดงไม่ค่อยดีนัก

“มีอะไร!? เซี่ยเฟยมีข่าวร้ายส่งมางั้นเหรอ?” เซี่ยกวงไห่ถามอย่างเร่งรีบ ขณะเห็นสีหน้าของเซี่ยเค่อที่ซีดเซียวลงอย่างฉับพลัน

“เรายืนยันได้แล้วว่าฟิวรี่คือคนลักพาตัวบรรพบุรุษของเราไปจริง ๆ ตอนนี้พวกเซี่ยเฟยกำลังเผชิญหน้ากับอันตราย และสถานการณ์ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีกับทางฝั่งของพวกเรามากนัก” เซี่ยเค่อกล่าวหลังจากพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง

ทันทีที่ชายชราพูดจบลงรังสีสังหารของนักรบสกายวิงทุกคนก็ปะทุขึ้นมาในทันที

“พวกเราบุกไปทำลายบริษัทฟิกส์เดี๋ยวนี้!” เซี่ยกวงไห่ตะโกนด้วยความโกรธ

“ใช่ เราต้องทำลายบริษัทฟิกส์ให้หมด!!” เซี่ยเค่อตะโกนด้วยใบหน้าอันดุร้าย ก่อนที่จะลุกยืนขึ้นออกคำสั่งไปยังนักรบทุกคนของตระกูล

เซี่ยเฟยเคยบอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าการทำลายภูเขาคิ้วแดงมันยังเป็นสิ่งที่น้อยมากเกินไป เขาจึงแอบขอให้เซี่ยเค่อนำกองกำลังบุกจู่โจมบริษัทฟิกส์เพื่อจัดการกองกำลังของศัตรูให้ราบเป็นหน้ากลอง

ตอนแรกเซี่ยเค่อไม่ได้มีความคิดที่เด็ดขาดเหมือนกับเซี่ยเฟย ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะได้รับคำสั่งมาจากชายหนุ่ม แต่เขาก็เพียงก่อกวนอยู่รอบ ๆ บริษัทฟิกส์เท่านั้นยังไม่ได้ลงมือทำลายบริษัทเทคโนโลยีแห่งนี้จริง ๆ

แต่ข่าวล่าสุดที่เซี่ยเฟยส่งมามันก็ขจัดความลังเลภายในใจของชายชราไปจนหมดสิ้น เขาจึงตัดสินใจที่จะนำพากองกำลังของตระกูลบุกเข้าทำลายบริษัทเทคโนโลยีอันดับ 1 ของดินแดนกฎ

ฟุบ ๆ ๆ ๆ ๆ

ฝูงหมาป่าบุกจู่โจมบริษัทเทคโนโลยีอันดับ 1 อย่างรวดเร็ว และถึงแม้ว่าบริษัทฟิกส์จะมีความยิ่งใหญ่มากแค่ไหน แต่พวกเขาก็ถูกสกายวิงบดขยี้ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง

ตูม!

เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นมาครั้งใหญ่ ก่อนที่มันจะเผยให้เห็นภาพภูเขาคิ้วแดงที่ถูกเจาะเป็นรูตรงกลาง

ร่างหลายร่างเคลื่อนที่ออกมาจากภูเขาแยกตัวออกเป็น 2 ส่วน โดยฝั่งหนึ่งคือจอมเทพระดับสูงสุด 3 คน ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งคือกลุ่มของเซี่ยเฟย

แม้จะไม่มีใครพูดแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะบอกว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ยากลำบากมากแค่ไหน เพราะทุกคนต่างก็ได้รับบาดเจ็บมากน้อยแตกต่างกันไป แม้แต่ภูเขาคิ้วแดงก็ยังพังทลายจากพลังที่ทั้งสองฝั่งได้ปะทะกัน

“ไม่มีเวลาแล้ว! พวกเรา 3 คนต้องร่วมมือกัน มาใช้พลังนั้นกันเถอะ!!” เซี่ยเฟยกล่าวกับเทพขาวและเทพดำอย่างเคร่งเครียด

สองพี่น้องชะงักค้างไปเล็กน้อย ก่อนที่พวกเขาจะพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น

แน่นอนว่าพลังที่เซี่ยเฟยพูดถึงย่อมหมายถึงกฎแห่งความโกลาหล ซึ่งมีเพียงพวกเขา 3 คนที่ได้มีโอกาสเรียนรู้เท่านั้น

กฎแห่งความโกลาหลเป็นกฎที่ยากจะคาดเดาผลลัพธ์ได้โดยตลอด มันคือสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงสีขาวให้กลายเป็นสีดำ และถึงแม้เซี่ยเฟยจะไม่รู้ว่าการรวมพลังของทั้งสามคนจะก่อให้เกิดอะไร แต่เขาก็มั่นใจว่าการโจมตีในครั้งนี้ย่อมสามารถสร้างความตกตะลึงขึ้นมาได้อย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดมันก็ไม่เคยมีใครรวมพลังของกฎแห่งความโกลาหลมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรือในอนาคตก็อาจจะไม่มีเหตุการณ์ดังเช่นในวันนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

ทางฝั่งของชายชราทั้งสามคนก็มีสถานการณ์ที่ไม่ได้ดีไปกว่าฝั่งของเซี่ยเฟยนัก เพราะแต่เดิมพวกเขาหวังว่าจะพึ่งพาความต่างของระดับเพื่อจัดการกับพวกเซี่ยเฟยทีละคน แต่น่าเสียดายที่เมื่อการต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นพวกเขาก็ได้ค้นพบว่านักรบกลุ่มนี้ไม่ใช่ตัวตนที่พวกเขาจะสามารถเอาชนะได้ง่าย ๆ ซึ่งไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่สามารถสังหารศัตรูได้เท่านั้น แต่พวกเขายังได้รับบาดเจ็บจากการจู่โจมของฝูงหมาป่าสกายวิงอีกด้วย

“พวกแกกล้าทำลายภูเขาคิ้วแดงของฉัน! วันนี้มันจะไม่มีใครรอดชีวิตกลับไปแม้แต่คนเดียว” ฟิวรี่ตะโกนอย่างฉุนเฉียว

“แกคิดว่ามีเพียงภูเขาคิ้วแดงที่ถูกทำลายลงไปหรือยังไง?” เซี่ยเฟยตะโกนกลับอย่างเยาะเย้ย

“แกหมายความว่ายังไง?!” ฟิวรี่ถามอย่างสับสน

“ฉันก็หมายความว่าฉันจะทำลายสิ่งที่เป็นของแกลงให้หมดยังไงล่ะ!” เซี่ยเฟยส่งเสียงตะโกนก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มปะทะกันอีกครั้ง ทั่วทั้งดาวจึงเต็มไปด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้องก่อให้เกิดแรงกดดันจนทำให้ผู้คนแทบที่จะหายใจไม่ออก

ในระหว่างการต่อสู้เซี่ยเฟย, เทพขาวและเทพดำได้รวมพลังปลดปล่อยพลังของกฎแห่งความโกลาหลออกมาพร้อม ๆ กัน โดยชายหนุ่มได้ใช้ดาบจันทร์ทมิฬซึ่งเป็นวิชาการโจมตีด้วยกฎแห่งความโกลาหลที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ขณะที่วิชาของเทพขาวกับเทพดำเป็นวิชาที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาดออกไปเล็กน้อย เพราะสองพี่น้องได้ร่วมมือกันสร้างดอกบัวสีดำในการจู่โจมเข้าใส่ศัตรู

ผู้ครอบครองกฎแห่งความโกลาหลทั้งสามต่างก็ใช้วิชาการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในการทำลายศัตรู ผลลัพธ์ของการต่อสู้จึงทำให้ภูเขาคิ้วแดงถูกทำลาย แม้กระทั่งจอมเทพระดับสูงสุดทั้งสามคนก็ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักมาจนถึงตอนนี้

จากผลลัพธ์ที่แสดงออกมามันก็ได้พิสูจน์แล้วว่ากฎแห่งความโกลาหลคือกฎที่ทรงพลังอย่างแท้จริง เพราะแม้กระทั่งจอมเทพระดับสูงสุดทั้งสามคนก็ไม่สามารถประมาทการโจมตีของพวกเขาได้

แต่ในระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะห้ำหั่นกันด้วยความโกรธอยู่นั่นเอง จู่ ๆ มันก็มีเสียงของชายชราดังขึ้นมาจากบริเวณเชิงเขา

“หยุด! ฉันจะจัดการกับศัตรูด้วยตัวเอง”

“บรรพบุรุษ!”

ทุกคนต่างก็อุทานขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อได้พบว่าเสียงที่พึ่งดังขึ้นมานี้คือเสียงของเซี่ยกู่เฉิง

วินาทีถัดมาแรงกดดันอันรุนแรงก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งชายชราทั้งสามคนหรือทางฝั่งสกายวิงต่างก็ตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

การต่อสู้ที่ผ่านมามากพอที่จะทำให้ภูเขาคิ้วแดงเว้าแหว่งไปเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น แต่ทันทีที่เซี่ยกู่เฉิงลงมือภูเขาลูกใหญ่ก็กำลังลอยขึ้นมาทั้งลูก

ภาพเหตุการณ์นี้เป็นภาพที่ยากจะเชื่อ เพราะจู่ ๆ เทือกเขาขนาดใหญ่ราวกับเทือกเขาหิมาลัยก็ถูกยกขึ้นมาทั้งหมด

ผืนดิน, ผืนน้ำและโมเลกุลในอากาศต่างก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนที่เทือกเขาทั้งลูกนั้นจะถูกโยนออกไปในอวกาศโดยตรง

“สามคนนี้เป็นเหยื่อของฉัน! ห้ามใครเข้ามายุ่งกับการต่อสู้ของฉันเป็นอันขาด!!” เซี่ยกู่เฉิงตะโกนอย่างดุเดือด ขณะใช้มือกระชากท่อโลหะออกไปจากร่างกายของตัวเอง

ทันทีที่ชายชราพูดจบลงปรากฏการณ์มังกรทะยานก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน โดยในตอนนี้มันได้มีมังกร 7 ตัวพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้าจนทำให้แรงกดดันเพิ่มขึ้นสูงกว่าเดิมเป็นสองเท่า

“เซี่ยกู่เฉิง! นี่แกฝ่าฝืนข้อห้ามงั้นเหรอ?!” ฟิวรี่ตะโกนด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เซี่ยเฟยไม่รู้ว่าสิ่งที่ชายชราทั้งสามกำลังพูดถึงมันคืออะไร แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้พลังงานของบรรพบุรุษเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างเทียบไม่ติด

“บรรพบุรุษของนายเลื่อนระดับเรียบร้อยแล้ว” ลินนิจกล่าว

“เลื่อนระดับ!? บรรพบุรุษอยู่ในระดับจอมเทพขั้นสูงสุดอยู่แล้ว ถ้าเขาเลื่อนระดับอย่าบอกนะว่า…” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

“ใช่ ตอนนี้เขามีพลังในระดับพระเจ้า ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับผู้สร้างทั้ง 13 คนแล้ว” ลินนิจกล่าวอย่างเคร่งขรึม

เซี่ยเฟยแทบที่จะไม่เชื่อหูของตัวเอง เพราะความจริงตรงหน้าได้พิสูจน์แล้วว่าจอมเทพยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความแข็งแกร่ง เพราะบรรพบุรุษได้เลื่อนระดับพลังต่อหน้าต่อตาของพวกเขาเลย

“ว่ากันว่าหากใครฝ่าฝืนข้อห้ามจะทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายระดับสูงสุดสินะ แต่ตอนนี้ฉันได้กลายเป็นพระเจ้าแล้ว หากใครมันกล้าจะมาหาเรื่องฉันก็ให้พวกมันดาหน้าเข้ามาเลย!!”

“คราวนี้มันเป็นเพราะพวกแกทำให้ฉันตกอยู่ในอันตราย และทำให้ฉันสามารถฝ่าฝืนข้อห้ามได้สำเร็จ บอกฉันสิว่าฉันควรจะขอบคุณพวกแกดีไหม?” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวอย่างเยาะเย้ย

“ไอ้แก่เจ้าเล่ห์! ที่แท้แกก็วางแผนทุกอย่างเอาไว้ตั้งแต่แรก นี่คือเหตุผลที่แกไม่ขัดขืนสินะ เพราะแกกำลังหาทางก้าวข้ามขีดจำกัดเพื่อมาจัดการกับพวกเรา” ฟิวรี่รู้สึกโกรธจนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียว

“ถูกต้อง! ถ้าฉันไม่ยอมคนอย่างพวกแกจะมีปัญญามาจับฉันได้ยังไง” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้มเหมือนเจ้าเล่ห์

“อย่ามาทำตัวน่าภาคภูมิใจไปหน่อยเลย ตอนนี้แกได้ฝ่าฝืนข้อห้ามที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนกฎไปแล้ว ผู้สร้างทั้ง 13 ย่อมไม่มีวันปล่อยไปแน่นอน” ฟิวรี่กัดฟันพูดด้วยความโกรธ

“ทำไมฉันจะต้องอยู่รอให้พวกมันมาจัดการกับฉันด้วย วันนี้ฉันจะเริ่มจัดการกับพวกแกก่อน แล้วพรุ่งนี้ฉันค่อยไปจัดการกับไอ้พวกผู้สร้างที่กล้าหาเรื่องตระกูลของฉัน!” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวพร้อมกับแรงกดดันที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากเดิมอีกครั้ง

ทันทีที่พูดจบเซี่ยกู่เฉิงก็หายไปจากตำแหน่งเดิมอย่างฉับพลัน และเมื่อเขาได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งอเมทิสต์ก็ถูกแยกร่างออกจากกันเป็นชิ้น ๆ

***************

พระเจ้าคนที่ 14 ถือกำเนิดขึ้นแล้ว บรรพบุรุษจงเจริญ!!

จบบทที่ ตอนที่ 991 พระเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว