เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 992 สังหารพระเจ้า

ตอนที่ 992 สังหารพระเจ้า

ตอนที่ 992 สังหารพระเจ้า


ตอนที่ 992 สังหารพระเจ้า

หากสกายวิงคือตระกูลของคนบ้า ผู้ที่บ้าที่สุดภายในตระกูลย่อมเป็นเซี่ยกู่เฉิงผู้ซึ่งเป็นผู้นำตระกูลสกายวิงอย่างไม่ต้องสงสัย

“นี่เขาเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเพื่อที่จะผลักดันให้ตัวเองก้าวข้ามขีดจำกัดไปได้งั้นเหรอ?! เขาต้องเป็นคนบ้าที่กล้าขนาดไหนถึงได้เอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงแบบนี้” ลินนิจอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อได้รับรู้ถึงเบื้องหลังว่าทำไมเซี่ยกู่เฉิงถึงโดนจับกุมตัว

หลังจากพัฒนาจนกลายเป็นพระเจ้าได้สำเร็จ เซี่ยกู่เฉิงก็บุกจู่โจมเข้าใส่จอมเทพสูงสุดทั้งสามอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเคลื่อนไหวในครั้งแรกเขาก็สามารถสังหารอเมทิสต์ ผู้ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าได้สำเร็จ การเคลื่อนไหวของเขาจึงทำให้พวกเซี่ยเหลียงเบิกตากว้างอย่างตื่นเต้น

แต่เดิมในตอนที่เซี่ยกู่เฉิงมีพลังในระดับจอมเทพขั้นสูงสุด เขาก็มีพลังมากพอที่จะสังหารศัตรูเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนได้อยู่แล้ว เมื่อเขาพัฒนาจนกลายเป็นพระเจ้า มันจึงทำให้จอมเทพระดับสูงสุดกลายเป็นเพียงแค่ลูกไก่ในกำมือของเขาเท่านั้น

“ขอล่ะนะ” เซี่ยเฟยรีบบังคับเนอร์วาน่าให้พุ่งไปยังซากศพของศัตรูในทันที ท้ายที่สุดอเมทิสต์ก็มีพลังในระดับจอมเทพขั้นสูงสุด พลังที่เนอร์วาน่าสามารถดูดซับได้จึงมีปริมาณมหาศาล

ลินนิจมองภาพตรงหน้าอย่างพูดไม่ออก เพราะในระหว่างที่เซี่ยกู่เฉิงทำการสังหารศัตรู เซี่ยเฟยกลับกลายเป็นผู้ที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการต่อสู้ในครั้งนี้ได้มากที่สุด

เซี่ยกู่เฉิงย่อมไม่ตำหนิเซี่ยเฟยที่ฉกฉวยโอกาสคว้าพลังงานจากซากศพของศัตรูที่เขาเป็นคนกำจัดลงไป ความเป็นจริงเขาค่อนข้างที่จะชื่นชมชายหนุ่มด้วยซ้ำที่รู้จักฉกฉวยโอกาสเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองในทุก ๆ สถานการณ์

ท้ายที่สุดสังคมสมัยนี้ก็เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น แล้วมันก็มีเพียงแต่คนแบบเซี่ยเฟยเท่านั้นถึงจะสามารถเอาชีวิตรอดภายใต้จักรวาลที่วุ่นวายแห่งนี้ได้

“พลังงานมันจะบริสุทธิ์มากเกินไปแล้ว!” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาอย่างตกใจ หลังจากที่พลังงานถูกดูดซับเข้ามาในสมองของเขาจนเต็ม

อีกด้านหนึ่งเซี่ยกู่เฉิงก็ยังคงรุกหน้าต่อไป ซึ่งหลังจากที่เขาสังหารอเมทิสต์ลงไปแล้วเขาก็มุ่งตรงไปเพื่อจัดการกับฟิวรี่และอูบาต่อ

ความเร็วของเซี่ยกู่เฉิงได้เดินทางมาจนถึงขีดจำกัดของความเร็วภายในจักรวาลแห่งนี้แล้ว ซึ่งไม่เพียงแต่ความเร็วของเขาจะเหนือกว่าความเร็วแสงเท่านั้น แต่มันยังเป็นความเร็วที่เหนือกว่าความเร็วแสงถึง 2 เท่าอีกด้วย

ดีม่อนวิงของชายชราขยายออกไปทั้งสองข้างกว้างหลายสิบเมตร ซึ่งปีกของเขาไม่เพียงแต่จะกว้างกว่าปีกของเซี่ยเฟยเท่านั้น แต่มันยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวอีกด้วย

การลงมือของบรรพบุรุษทำให้เซี่ยเฟยยากจะหาคำอธิบายใด ๆ ออกมาเป็นคำพูดได้ แต่เขาก็สามารถบอกได้เลยว่าตอนนี้เขากำลังมองดูเซี่ยกู่เฉิงไล่สังหารศัตรูอย่างตื่นเต้น

จุดสูงสุดของกฎแห่งความเร็ว!

ดีม่อนวิงที่สมบูรณ์!

ด้วยความเร็วและความน่ากลัวที่เซี่ยกู่เฉิงได้แสดงออกมา มันก็ยากที่จะจินตนาการว่าจักรวาลนี้จะมีใครหยุดยั้งบรรพบุรุษสกายวิงผู้ทรงพลังคนนี้ได้

ภาพของเซี่ยกู่เฉิงคือตัวอย่างของคำว่าเมื่อดาบคลั่งชี้ไปที่ใด ไม่ว่าจะเป็นเทพหรือมารต่างก็ล้วนแล้วแต่จะต้องถูกสังหารด้วยกันทั้งหมด

ฟิวรี่กับอูบารู้ดีว่าพลังของพวกเขาเพียงคนใดคนหนึ่งย่อมไม่สามารถต่อกรกับเซี่ยกู่เฉิงได้ พวกเขาทั้งคู่จึงร่วมมือกันเพื่อพยายามจัดการกับเซี่ยกู่เฉิงอย่างสุดกำลัง

น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าจอมเทพระดับสูงสุดทั้งสองคนจะรวมพลังกันแล้ว แต่มันก็ยังมีช่องว่างอยู่อีกมากเมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับตัวตนในระดับพระเจ้า

ตูม ๆ ๆ ๆ

ฟิวรี่กับอูบาถูกเซี่ยกู่เฉิงไล่ต้อนอย่างรุนแรง ซึ่งหลังจากการโจมตีได้ผ่านพ้นไปหลายครั้ง บนใบหน้าของอูบาก็เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉานและตาซ้ายของเขาก็รับบาดเจ็บจนบอดสนิท

ระหว่างนั้นเซี่ยเฟยเปิดใช้วิชาเนตรเฝ้าดูการต่อสู้อย่างระมัดระวัง โดยไม่อยากจะพลาดรายละเอียดการต่อสู้ในครั้งนี้เลยแม้แต่นิดเดียว

ใครบอกว่าสกายวิงคือตระกูลคนบ้าที่เก่งแต่การจู่โจมตรง ๆ?

ภาพที่ชายหนุ่มเห็นคือเซี่ยกู่เฉิงจู่โจมอย่างเจ้าเล่ห์และมีทักษะทางด้านร่างกายที่ดีไม่ด้อยไปกว่าตัวเขาเลย

ฟิวรี่ถูกตบกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง ขณะที่อูบาถูกตบทางซ้ายจนดวงตาได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ชายชราทั้งคู่ไม่ได้มีความคิดที่จะต่อสู้อีกต่อไป พวกเขาเพียงแค่ต้องการจะหลบหนีออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

เมื่อนักรบสูญเสียความกล้า พวกเขาก็เหมือนกับตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ยิ่งฟิวรี่กับอูบารู้สึกหวาดกลัวแค่ไหนมันก็ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายไปมากขึ้นเท่านั้น

ในที่สุดอูบาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงเลือกที่จะหลบหนีออกจากสนามรบโดยตรง

“นี่นายโง่หรือเปล่า?! ต่อหน้ากฎแห่งความเร็วนายจะหนีไปไหนได้” ฟิวรี่ตะโกนอย่างเคร่งเครียด เพราะแต่เดิมถึงแม้พวกเขาจะลงมือร่วมกันแต่พวกเขาก็แทบที่จะไม่มีความหวังในการได้รับชัยชนะอยู่แล้ว เมื่ออูบาเลือกละทิ้งการต่อสู้ครั้งนี้ไปมันยิ่งทำให้พวกเขาทั้งคู่เข้าใกล้ความตายเร็วขึ้นกว่าเดิม

กฎแห่งความเร็วเป็นกฎที่ฝึกฝนได้ยากที่สุดในดินด้านกฎ แต่มันก็คือกฎที่ยากจะหลบหนีที่สุดในดินแดนกฎด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าศัตรูจะเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้กฎแห่งความเร็วระดับสูงสุด แต่อูบาผู้เสียสติก็ยังเลือกที่จะเปิดประตูมิติเพื่อหลบหนีออกไปจากสนามรบแห่งนี้

เซี่ยกู่เฉิงเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เขาจะสะบัดแขนออกไปอย่างรวดเร็ว พริบตาต่อมาประตูมิติก็ถูกบังคับให้ปิดตัวลง ทำให้ร่างของอูบาที่เข้าไปในประตูมิติได้ครึ่งหนึ่งถูกตัดขาดออกจากกันจนมีเลือดสาดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ

โศกนาฏกรรมของศัตรูคือโอกาสที่ดีของเซี่ยเฟย ชายหนุ่มจึงทำการเคลื่อนไหวอีกครั้งเพื่อดูดซับพลังงานของอูบาเข้าสู่สมองของตัวเอง

จอมเทพระดับสูงสุด 2 ใน 3 ถูกเซี่ยกู่เฉิงสังหารภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที ซึ่งในความเป็นจริงพวกเขาควรจะได้กลับไปเกิดใหม่ในเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่เนอร์วาน่าทำให้พวกเขาไม่สามารถกลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกแล้ว

ฟิวรี่กัดฟันตัดสินใจเสี่ยงชีวิตเปิดประตูมิติออกมาด้วยเช่นกัน เพราะถ้าหากเขายังคงอยู่ที่นี่ต่อไปเขาย่อมเสียชีวิตอย่างแน่นอน เขาจึงฉวยโอกาสในช่วงที่เซี่ยกู่เฉิงกำลังมุ่งเน้นความสนใจไปที่อูบาเพื่อหลบหนีออกไปจากนรกแห่งนี้

ไม่ว่าจะอยู่หรือจะไปสุดท้ายเขาก็เสี่ยงที่จะต้องตายอยู่ดี ในกรณีนี้เขาต้องตัดสินใจเสี่ยงโชคเพื่อหลบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้

ประตูมิติบานที่ 2 ถูกเปิดออกพร้อมกับฟิวรี่ที่เร่งรีบเข้าไปในประตูด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ น่าเสียดายที่เซี่ยกู่เฉิงไม่เคยมีความคิดที่จะปล่อยให้ศัตรูหลบหนีไป ท้ายที่สุดจอมเทพขั้นสูงสุดคนสุดท้ายก็ถูกทำร้ายไม่ต่างไปจากสหายทั้งสองคน

เมื่อเซี่ยกู่เฉิงรอดพ้นมาจากความตายและสามารถสังหารศัตรูได้สำเร็จ บรรดานักรบสกายวิงต่างก็พุ่งเข้าหาบรรพบุรุษของตัวเองอย่างมีความสุข เซี่ยกู่เฉิงยังคงทำหน้าที่เป็นผู้นำได้เป็นอย่างดี โดยการพูดหยอกล้อกับเด็ก ๆ เหล่านี้โดยไม่เอ่ยถึงประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น หลังจากที่เขาได้เลื่อนระดับจนกลายเป็นพระเจ้าเลย

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยเฮฮากันอยู่นั่นเอง เซี่ยเฟยยังคงยืนอยู่นิ่ง ๆ อย่างเงียบขรึม เนื่องจากว่าเขากำลังคิดถึงเรื่องอะไรบางอย่าง

“นายกำลังคิดเรื่องบ้า ๆ อะไรอยู่อีกล่ะ? ฉันอุตส่าห์รอดชีวิตกลับมานายจะไม่แสดงความยินดีกับฉันหน่อยงั้นเหรอ” เซี่ยกู่เฉิงตบบ่าเซี่ยเฟยด้วยรอยยิ้ม

“ผมย่อมมีความสุขมากที่คุณสามารถทะลวงผ่านพลังในระดับพระเจ้าไปได้ แต่ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณยังไว้ชีวิตฟิวรี่เอาไว้แทนที่จะจัดการสังหารเขาไปเลย” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทุกคนต่างก็ชะงักไปด้วยอาการตกใจ เพราะถ้าหากเซี่ยเฟยไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาทุกคนก็คงจะคิดว่าเซี่ยกู่เฉิงได้จัดการฟิวรี่ลงไปแล้ว

“ช่างสังเกตจริง ๆ นะ นายมองเห็นทุกอย่างเลยงั้นเหรอ?” เซี่ยกู่เฉิงอุทานด้วยความประหลาดใจ แต่หลังจากที่เขาได้เห็นสายตาแห่งความสับสนชายชราก็กล่าวต่อขึ้นมาว่า

“ฉันรู้ดีว่าตามกฎของสกายวิงพวกเราจะต้องกำจัดศัตรูทุกคน แต่คราวนี้มันเป็นกรณีพิเศษ เพราะอย่างที่ฟิวรี่ได้บอกไว้ตอนนี้ฉันได้ฝ่าฝืนข้อห้ามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของดินแดนกฎแล้ว”

“ย้อนกลับไปพวกผู้สร้างได้สอนทักษะต่าง ๆ ให้กับฉัน ฉันเลยคิดว่าพวกเขากำลังให้ความช่วยเหลือฉันอยู่ แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าพวกมันแค่กลัวว่าวันหนึ่งฉันจะขึ้นมายืนอยู่ในระดับเดียวกันกับพวกมันจริง ๆ พวกมันจึงวางกับดักฉันเอาไว้และทำให้ฉันติดอยู่ในอุปสรรคมานานหลายหมื่นปี”

“แค้นนี้ต้องได้รับการชำระ ในเมื่อพวกมันกล้าสังหารอีวิลวิงของพวกเรา พวกเราก็จะสังหารพวกมันให้สิ้นซากไปจักรวาล ตอนนี้ฉันแค่อยากให้พวกมันรู้ว่าฉันแข็งแกร่งพอ ๆ กับพวกมันแล้ว ฉันจะปล่อยให้พวกมันมีชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง เพราะฉันสามารถพุ่งตัวออกไปสังหารพวกมันได้ทุกเมื่อ” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว

ทุกคนต่างก็รู้สึกตกตะลึงหลังจากที่ได้ฟังคำประกาศของชายชรา เพราะข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าบรรพบุรุษของสกายวิงผู้นี้มีความเฉลียวฉลาดมากแค่ไหน และเหตุผลที่เขาปล่อยฟิวรี่ที่กลายเป็นคนพิการไปนั้นก็เพราะว่าเขาได้ทำการเดินหมากตัวต่อไปเอาไว้แล้วนั่นเอง

“มันช่างเป็นแผนการที่เฉียบขาดจริง ๆ ฟิวรี่ได้ยินแล้วว่าคุณบอกจะไปจัดการกับพวกผู้สร้างในวันพรุ่งนี้ โดยการที่คุณมีกฎแห่งความเร็วระดับสูงสุด พวกผู้สร้างจะต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาไม่สามารถจะประมาทความเร็วของคุณได้”

“หลังจากนี้พวกผู้สร้างจะต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว แต่ในระหว่างที่พวกเขากำลังระแวดระวัง คุณก็จะใช้โอกาสในช่วงเวลานี้ในการดำเนินการแผนการในส่วนอื่น ๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาผ่อนคลายความระมัดระวังลงเล็กน้อย ช่วงเวลานั้นก็จะเป็นช่วงเวลาที่สุดที่คุณจะทำการจู่โจม” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตื่นเต้น

“สมแล้วที่นายคือกุนซือของตระกูล ไม่น่าเชื่อเลยว่านายจะสามารถอ่านแผนการทั้งหมดของฉันได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ บางทีฉันก็อยากจะเปิดหัวนายออกมาดูจริง ๆ ว่ามันมีอะไรอยู่ข้างในนั้น” เซี่ยกู่เฉิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

หลังจากที่ทุกคนเข้าใจแผนการของบรรพบุรุษ พวกเขาต่างก็พูดจายกย่องว่ามันคือแผนการที่ดี ส่วนเซี่ยเฟยที่สามารถวิเคราะห์แผนการทั้งหมดได้ในเวลาไม่กี่วินาทีก็ได้รับความชื่นชมจากคนอื่น ๆ มากขึ้นกว่าเดิม

หลังจากพูดคุยกับสมาชิกภายในตระกูลไปสักพัก เซี่ยกู่เฉิงก็ได้หันมาสนทนากับสองพี่น้องตระกูลฮัว

“ถ้าไม่ได้พวกนายตระกูลของเราคงจะสูญเสียมากกว่านี้ ขอบใจพวกนายมากที่ยอมหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้กับเรา”

“ผู้อาวุโสไม่จำเป็นจะต้องขอบคุณพวกเราหรอก คุณคือคนช่วยชีวิตพ่อของพวกเราเอาไว้ ถึงแม้พวกเราจะต้องเสียสละชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณ แต่มันก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว” เทพดำกล่าวอย่างรวดเร็ว

“ใช่ ผู้อาวุโสอย่าขอบคุณพวกเราเลย พวกเราสองพี่น้องภูมิใจที่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณ” เทพขาวกล่าวอย่างเคารพ

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็ส่งสายตาไปให้บรรพบุรุษ ซึ่งเซี่ยกู่เฉิงก็สามารถทำความเข้าใจสายตานั้นได้อย่างรวดเร็ว

“ฮัวไป๋ ฮัวเฮย พวกนายพอจะมีแผนการอะไรในอนาคตบ้างแล้วหรือยัง?”

***************

มาอยู่ด้วยกันสิเทพขาวเทพดำ

จบบทที่ ตอนที่ 992 สังหารพระเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว