เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 990 สามจอมเทพระดับสูงสุด

ตอนที่ 990 สามจอมเทพระดับสูงสุด

ตอนที่ 990 สามจอมเทพระดับสูงสุด


ตอนที่ 990 สามจอมเทพระดับสูงสุด

ฟุบ!

เซี่ยเฟยปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเทพขาว, เทพดำและเซี่ยเกิงอย่างเงียบ ๆ

“ทำไมนายต้องทำตัวผลุบ ๆ โผล่ ๆ แบบนี้ด้วย มันทำให้ฉันตกใจนะเนี่ย!” เทพดำสะดุ้งขึ้นมาอย่างตกใจ

ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะด้วยวิชาพรางจิต, กฎแห่งความเร็วและสมองที่ถูกปกปิดอย่างมิดชิด มันจึงทำให้แม้แต่จอมเทพระดับสูงก็ยังไม่สามารถตรวจจับการมาถึงของเขาได้

“เป็นยังไงบ้าง? คุณหาตัวบรรพบุรุษพบแล้วหรือยัง” เซี่ยเฟยถามเซี่ยเกิง

ทั่วทั้งร่างของเซี่ยเกิงเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่เปียกชุ่ม เพราะเขาได้ทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดเพื่อค้นหาบรรพบุรุษอย่างเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้นชายคนนี้ยังคอยให้ข้อมูลสนับสนุนทีมโจมตีอยู่ตลอดเวลา มันจึงทำให้เขาจำเป็นจะต้องใช้พลังงานอย่างเกินขีดจำกัด

แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเกิงก็ไม่ได้มีความคิดที่จะบ่นอะไรออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เขายังคงทุ่มเทอย่างเต็มกำลังเพื่อค้นหาเบาะแสใด ๆ ที่อาจจะเป็นประโยชน์กับภารกิจในวันนี้

“ยังไม่เจออะไรเลย” เซี่ยเกิงลืมตากล่าวอย่างเคร่งขรึมเผยให้เห็นดวงตาสีแดงก่ำราวกับคนที่อดนอนมาเป็นเวลานาน

เซี่ยเฟยตบไหล่เซี่ยเกิงเบา ๆ ก่อนที่เขาจะหยิบคริสตัลต้นกำเนิดขั้นที่ 8 ออกมามอบให้กับอีกฝ่าย

“ไม่เป็นไร คุณค่อย ๆ หาต่อไปเถอะ!”

เซี่ยเกิงพยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ และเขาก็รู้ดีว่าคำว่าค่อย ๆ หาของเซี่ยเฟยเป็นเพียงคำพูดปลอบใจเท่านั้น การที่จู่ ๆ บรรพบุรุษหายตัวไปย่อมทำให้สมาชิกทั่วทั้งตระกูลวิตกกังวล แล้วมันก็คงจะไม่มีใครสามารถใจเย็นภายใต้สถานการณ์วิกฤติแบบนี้ได้

“เอาล่ะผมไปก่อนนะ” เซี่ยเฟยกล่าว

“ในที่สุดตอนนี้ฉันก็เข้าใจแล้ว นายกำลังขอให้พวกเราคอยดึงดูดความสนใจของศัตรูสินะ มันจะได้เปิดช่องว่างให้นายเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ” เทพดำกล่าว

เซี่ยเฟยยังคงนิ่งเงียบโดยไม่ปฏิเสธ เพราะท้ายที่สุดเมื่อมีจอมเทพคอยเปิดทางพวกเขาย่อมสามารถดึงดูดกองกำลังหลักของศัตรูไปได้อย่างแน่นอน ในระหว่างนั้นชายหนุ่มย่อมสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ เพราะท้ายที่สุดเขาก็คือผู้เชี่ยวชาญด้านการลอบเร้นมากที่สุดภายในกลุ่ม

กองหน้า

เซี่ยเหลียงกับเซี่ยเหยาบุกไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ ตราบใดก็ตามที่พวกเขาพบเห็นศัตรูพวกเขาก็จะทำการสังหารอย่างไร้ปรานี ตราบใดก็ตามที่พวกเขาเห็นของมีค่าพวกเขาก็จะรีบคว้าสิ่งของพวกนั้นเอาไว้ หากสิ่งไหนพวกเขาออกไปไม่ได้พวกเขาก็จะทำลายพวกมันให้สิ้นซาก

ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีภูเขาคิ้วแดงก็ถูกทีมของเซี่ยเฟยปั่นป่วนจนเกิดความวุ่นวาย นักรบเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนถูกสังหารภายใต้ฝูงหมาป่าสกายวิง สนามรบทุกที่ที่พวกเขาเคลื่อนที่ผ่านไปต่างก็ถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง

อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังไม่ได้พบกับเบาะแสของบรรพบุรุษเลยแม้แต่นิดเดียว มันจึงทำให้ทุกคนยังไม่สามารถผ่อนคลายความกังวลภายในใจของพวกเขาได้

ทันทีที่เซี่ยเหลียงกับเซี่ยเหยาบุกไปข้างหน้าอีกสักพัก พวกเขาก็ได้พบกับประตูขนาดใหญ่ที่แตกต่างจากประตูที่พวกเขาเคยเห็นมาก่อนอย่างสิ้นเชิง เพราะมันไม่เพียงแต่จะมีความกว้างและหนากว่าประตูปกติเท่านั้น แต่มันยังมีเครื่องหมายกากบาทถูกประดับอยู่บนประตูด้วย

“ทำลายมันซะ!”

เซี่ยเหลียงตะโกนพร้อมกับบุกไปข้างหน้าเพื่อทำลายประตู ซึ่งหลังจากที่เขาจู่โจมเพียงแค่ไม่กี่ครั้งประตูก็ถูกเปิดออกก่อนที่มันจะถูกทำลาย

สองจอมเทพสกายวิงชะงักค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่พวกเขาจะรีบมุ่งหน้าตรงต่อไป เพราะแผนการช่วยเหลือบรรพบุรุษไม่สามารถรั้งรอได้แม้ว่าพื้นที่ด้านหน้าจะเป็นกับดัก แต่พวกเขาก็จำเป็นจะต้องบุกเข้าไปโดยไม่มีทางเลือกอื่น

“พวกแกคือคนของสกายวิงจริง ๆ สินะ” ทันใดนั้นเสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

เมื่อเซี่ยเหลียงกับเซี่ยเหยามองไปโดยรอบพวกเขาก็ได้พบว่าห้องแห่งนี้เป็นห้องขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คล้ายกับว่ามันเป็นศูนย์บัญชาการของภูเขาคิ้วแดงทั้งหมด

ชายชรา 3 คนยืนมองผู้บุกรุกอย่างสงบ โดยพวกเขาสวมชุดคลุมสีขาวลายเมฆสีแดงและทั้งสามก็กำลังจับจ้องมองไปยังพวกเซี่ยเหลียงด้วยแววตาอันเย็นชา

เซี่ยเหยาผู้ซึ่งมีบุคลิกหุนหันพลันแล่นยังคงยึดมั่นกับคำพูดของเซี่ยเฟยว่าถ้าหากมีใครกล้ามาขวางทางพวกเขาให้พวกเขาจัดการกับศัตรูเหล่านั้นให้หมด แต่ในระหว่างที่เขากำลังเร่งรุกเข้าไปจัดการกับชายชราทั้งสามคนตรงหน้าอยู่นั่นเอง เซี่ยเหลียงที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ยื่นมือออกมาจับเขาเอาไว้ซะก่อน

“อย่าพึ่งทำอะไรบุ่มบ่าม พวกเขาทุกคนต่างก็เป็นจอมเทพระดับสูงสุด” เซี่ยเหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

จอมเทพระดับสูงสุดคือบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในบันทึกของดินแดนกฎ การจะพัฒนาพลังมาจนถึงระดับนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะแม้แต่ในเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็มีจอมเทพระดับสูงสุดอยู่เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น แต่ภายในภูเขาคิ้วแดงกลับมีตัวตนในระดับนั้นรอพวกเขาอยู่ตรงหน้าถึง 3 คน!?

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกมันจะหาเบาะแสจนตามมาถึงที่นี่ได้” ชายชราทางด้านซ้ายกล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชา

“สกายวิงคือตระกูลที่แข็งแกร่งสมคำร่ำลือจริง ๆ นี่ถ้าหากว่าเราไม่ได้จับกุมเซี่ยกู่เฉิงเอาไว้ เราคงจะไม่รู้ว่าพวกมันซ่อนจอมเทพเอาไว้อีกสองคน”

ชายชราทั้งสามพูดคุยกันเองราวกับว่าตรงนั้นมีพวกเขาเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น เซี่ยเหลียงกับเซี่ยเหยาไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขาเลย

ในเวลาเดียวกันกองกลางก็เคลื่อนที่เข้ามาสมทบกับกองหน้า ทำให้จอมเทพทั้งห้าของสกายวิงได้มารวมตัวกัน

“จอมเทพ 5 คน!? สกายวิงซ่อนจอมเทพเอาไว้ถึงห้าคนจริง ๆ เหรอ?” ชายชราคนหนึ่งอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

หากตระกูลใดมีจอมเทพถึงสองคน ตระกูลนั้นก็ถือได้ว่าเป็นตระกูลระดับสูงมากแล้ว หากตระกูลใดมีจอมเทพได้ถึงสามคนตระกูลนั้นก็จะถูกยกย่องว่าเป็นตระกูลชั้นยอด

แต่ถึงกระนั้นสกายวิงซึ่งเป็นตระกูลเล็ก ๆ ที่มีสมาชิกเพียงแค่ประมาณ 50,000 คน กลับมีจอมเทพปรากฏเพิ่มขึ้นมาอีกห้าคนซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากเกินไป

นอกเหนือจากจอมเทพทั้งห้าที่เพิ่งปรากฏตัวแล้ว สกายวิงยังมีจิ้งจอกเฒ่าอย่างเซี่ยกู่เฉิงอยู่ด้วย ซึ่งชายชราคนนั้นคือผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของนักรบ และมันก็มีเพียงแค่ผู้สร้างเท่านั้นที่มีพลังมากพอจะจัดการกับเซี่ยกู่เฉิงแบบตัวต่อตัวได้

ในที่สุดชายชราทั้งสามก็เข้าใจแล้วว่าทำไมสกายวิงถึงกล้าบุกเข้าไปปิดล้อมราชวังเอาไว้อย่างเปิดเผย

ระหว่างที่ชายชราทั้งสามกำลังประหลาดใจกับจอมเทพทั้งห้าของสกายวิงอยู่นั่นเอง กองหลังที่ประกอบด้วยเทพขาวกับเทพดำก็วิ่งเข้ามา

“ใครบอกว่าฝั่งนี้มีจอมเทพแค่ 5 คน แกลืมนับพวกเรา 2 พี่น้องไปด้วยได้ยังไง?!” เทพดำตะโกนเสียงดัง

หากรวมเทพขาวกับเทพดำเข้าไปแล้ว ภายในห้องนี้ก็มีจอมเทพระดับสูงสุดถึงสามคน, จอมเทพระดับสูง 3 คนและจอมเทพระดับพื้นฐานอีก 4 คน

เดิมที่ชายชราทั้งสามไม่เคยเห็นเซี่ยเหลียงกับเซี่ยเหยาอยู่ในสายตา แต่เมื่อสกายวิงเริ่มมีกำลังเสริมพวกเขาก็เริ่มจะต้องจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

“ฟิวรี่! อเมทิสต์! อูบา! ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพวกแกจะแอบร่วมมือกัน สาเหตุที่นักรบชั้นยอดของสกายวิงได้หายตัวไปอย่างลึกลับในก่อนหน้านี้มันเป็นฝีมือของพวกแกใช่ไหม?” เทพดำพูดชื่อชายชราทั้งสามขึ้นมาทีละคน เพราะถึงแม้จอมเทพของสกายวิงที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดจะไม่รู้จักกับชายชราทั้งสามคนนี้ แต่เทพดำเทพขาวรู้จักชื่อเสียงของชายชราทั้งสามเป็นอย่างดี

“ฮัวไป๋ ฮัวเฮย พวกแกคือกบฏมีสิทธิ์อะไรถึงมากล่าวหาพวกเราแบบนี้” อูบากล่าวอย่างเหยียดหยาม

“ถึงมันจะเป็นฝีมือของพวกเราแล้วทำไม? คนอย่างพวกแกจะทำอะไรได้ นอกจากนี้สิ่งที่พวกเราทำคือการรักษาสมดุลย์ของจักรวาลที่พวกแกคงจะไม่มีวันเข้าใจไปตลอดชีวิต” ฟิวรี่กล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ทำไมพวกฉันจะต้องไปทำความเข้าใจพวกแกด้วย ฉันรู้แค่ว่าพวกแกกักขังบรรพบุรุษของเราเอาไว้ ดังนั้นพวกแกคือศัตรูของสกายวิง!” เซี่ยจิงตะโกนกลับด้วยความโกรธ

“ฮ่า ๆ ๆ อย่าคิดว่าพวกแกจะทำอะไรพวกเราได้เพียงเพราะพวกแกมีฮัวไป๋กับฮัวเฮยมาร่วมทีมด้วย ไม่เชื่อพวกแกก็ลองถามพวกมัน 2 คนดูสิว่าก่อนหน้านี้พวกมันวิ่งหนีหางจุกตูดไปอยู่ไหนมาบ้าง” ฟิวรี่กล่าวขณะที่ชายชราทั้งสามส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาดังสนั่น

คำพูดของชายชราทำให้สีหน้าของเทพขาวเทพดำเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าสองพี่น้องคู่นี้จะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับชายชราทั้งสามเท่าไหร่

“ดูนั่น! นั่นมันบรรพบุรุษ!!” เซี่ยเหยาสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ ก่อนที่เขาจะชี้นิ้วไปอย่างภาพบนหน้าจอ

เมื่อทุกคนพิจารณาภาพบนหน้าจออย่างใกล้ชิด พวกเขาก็ได้พบกับภาพของบรรพบุรุษจริง ๆ โดยในตอนนี้เซี่ยกู่เฉิงถูกจับนั่งอยู่บนเก้าอี้อัลลอย ทั่วทั้งร่างถูกปกคลุมไปด้วยท่อโลหะราวกับว่าท่อเหล่านี้กำลังดูดสารอาหารอะไรสักอย่างออกไปจากร่างของชายชราอยู่

จิตอสูรของนักรบสกายวิงทุกคนต่างก็ปะทุขึ้นมาอย่างกะทันหัน เมื่อได้เห็นว่าบรรพบุรุษของพวกเขากำลังตกอยู่ในสภาพทุกข์ทรมานเกือบตาย

“บรรพบุรุษ!”

“ผู้อาวุโส!”

ทุกคนต่างก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง เพราะสถานการณ์ของเซี่ยกู่เฉิงอยู่ใกล้กับขอบเหวแห่งความตายมากแล้ว

จอมเทพทุกคนจะมีเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตทำให้พวกเขาสามารถกลับไปเกิดใหม่ได้ แต่พวกฟิวรี่กำลังใช้วิธีการอะไรบางอย่างเพื่อจัดการกับเซี่ยกู่เฉิงคล้าย ๆ กับการที่เซี่ยเฟยใช้เนอร์วาน่าสังหารศัตรู สถานการณ์ในตอนนี้มันจึงขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นก่อนที่เซี่ยกู่เฉิงจะถูกสังหารลงไป และถ้าหากว่าพวกเขายังไม่รีบลงมือ พวกเขาก็อาจจะช่วยชายชราเอาไว้ไม่ทันการณ์

“พวกแกมาสายเกินไปแล้ว อีกไม่กี่นาทีเซี่ยกู่เฉิงก็จะกลายเป็นแค่ซากศพ ถ้าหากพวกแกอยากจะตามมันไป พวกเราทั้งสามคนก็จะช่วยสงเคราะห์พวกแกให้เอง หากรักกันมากก็ลงนรกไปพร้อมกันซะ!!” ฟิวรี่กล่าวอย่างเย็นชา

ฟุบ ๆ ๆ ๆ

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ฝูงหมาป่าไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป พวกเขาจึงเร่งรุกบุกเข้าจู่โจม ซึ่งแม้แต่เทพขาวกับเทพดำก็ไม่สามารถระงับความโกรธของตัวเองเอาไว้ได้ด้วยเหมือนกัน

“ฆ่ามัน!”

จอมเทพทั้งเจ็ดต่างก็โจมตีด้วยวิธีของตัวเอง โดยมีเป้าหมายคือจอมเทพระดับสูงสุดทั้งสามคน

ระหว่างนั้นเซี่ยเกิงก็ใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อหาตัวบรรพบุรุษให้ได้ เพราะในตอนนี้สถานการณ์ได้ดำเนินมาจนถึงจุดวิกฤตมากที่สุดแล้ว

เลือดสีแดงเริ่มไหลออกมาจากดวงตาของเซี่ยเกิงอย่างต่อเนื่อง แต่ในตอนนี้ถึงแม้ดวงตาทั้งคู่ของเขาจะถูกทำลาย แต่เขาก็ต้องหาตัวบรรพบุรุษให้เจอให้ได้ก่อนที่เซี่ยกู่เฉิงจะเสียชีวิตลง

ผิวหนังของเซี่ยเกิงค่อย ๆ เหี่ยวเฉา ผมของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที เพราะในตอนนี้เขาได้ตัดสินใจใช้พลังชีวิตของตัวเองเพื่อทุ่มเทกับการค้นหาอย่างสุดกำลัง

ในระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากันอยู่นั่นเอง ฟิวรี่ก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่นิ้วทั้งห้าของเขาจะพุ่งตรงไปยังเซี่ยเกิงที่ปราศจากการคุ้มกัน!

สถานการณ์กำลังเข้าสู่จุดวิกฤตจนถึงขีดสุด เพราะตราบใดก็ตามที่เซี่ยเกิงเสียชีวิต พวกเขาย่อมไม่สามารถค้นหาเซี่ยกู่เฉิงได้ แต่ในระหว่างที่นิ้วทั้งห้าของฟิวรี่กำลังจะปลิดชีวิตเซี่ยเกิงอยู่นั่นเอง ดาบกางเขนก็พุ่งเข้าใส่แขนของชายชราอย่างสุดแรง

ผู้มาใหม่ที่เพิ่งปรากฏไม่ได้มาเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น เพราะมันยังมีต้นหญ้าและอสูรศักดิ์สิทธิ์ติดตามมาด้วย

หมาป่าเดียวดายแห่งสกายวิงได้เดินทางมาถึงสนามรบแล้ว!

***************

ต้องเปิดตัวแบบพระเอกขนาดนี้เลยเหรอพี่เฟยยยย

จบแล้วสำหรับกลุ่ม VIP11 [901-990] สำหรับใครที่สนใจเข้ากลุ่มสามารถติดต่อได้ที่ เพจสนพ.เซียนอ่าน ได้เลยนะคะ โดยทางกลุ่มเฟส VIP จะมีค่าปลดตอนถูกกว่าทางหน้าเว็บแต่อัปตอนพร้อมกันน๊า

จบบทที่ ตอนที่ 990 สามจอมเทพระดับสูงสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว