เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 872 ค้นหาวัตถุโบราณ

ตอนที่ 872 ค้นหาวัตถุโบราณ

ตอนที่ 872 ค้นหาวัตถุโบราณ


ตอนที่ 872 ค้นหาวัตถุโบราณ

คฤหาสน์อีวิลวิงถูกสร้างขึ้นบนยอดเขาที่ถูกล้อมรอบไปด้วยน้ำแข็งหลายพันกิโลเมตร และพื้นที่ในบริเวณนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีหน้าผาอันสูงชัน ไม่ว่าฤดูกาลภายนอกจะเป็นยังไงแต่ฐานทัพของตระกูลสกายวิงในเผ่าเทพแห่งนี้ก็ยังคงตกอยู่ในความหนาวเย็นอยู่เสมอ

เซี่ยเฟยยังไม่เคยเดินทางมายังฐานทัพแห่งนี้มาก่อน และเขาก็คงยังไม่รู้ว่าเหล่าบรรดานักรบชั้นยอดของตระกูลจะอาศัยอยู่ในสถานที่อันหนาวเย็นแห่งนี้ คล้ายกับว่าผู้เลือกสร้างคฤหาสน์ขึ้นมาจะพยายามเลือกสถานที่ที่อันตรายที่สุด เพื่อเตือนตัวเองว่ามนุษย์ไม่ควรจะอยู่อย่างสบายมากเกินไป

ภายในห้องประชุมมีแผ่นโลหะแนวนอนตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องและมีตัวอักษรประดับไว้ด้วยคำว่า

ไม่ว่าจะเป็นเทพหรือมาร หากใครเป็นศัตรูก็ต้องถูกสังหารทั้งหมด!!

เพียงแค่ตัวอักษรก็แสดงให้เห็นถึงความเย่อหยิ่ง และผู้ที่เขียนคติประจำใจของสกายวิงในข้อนี้ขึ้นมานั่นก็คือ เซี่ยกู่เฉิงบรรพบุรุษของสกายวิงนั่นเอง

สกายวิงแสดงจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจนว่าถึงแม้พวกเขาจะทำหน้าที่เป็นดาบให้กับเผ่าเทพ แต่ถ้าหากใครกล้ามาแตะต้องสมาชิกภายในตระกูลของพวกเขา แม้แต่คนของเผ่าเทพก็จะถูกสังหารอย่างไม่มีข้อยกเว้น

นี่คือสกายวิง!

การไม่อยู่ในกฎคือกฎที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสกายวิง!!

หลังจากเซี่ยกวงไห่กลับจากการไปพบกับเซี่ยเฟย เขาก็เดินตรงเข้าไปยังห้องทำงานของบรรพบุรุษภายในคฤหาสน์อีวิลวิง

เซี่ยกู่เฉิงผู้ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสกายวิงนั้นเป็นคนที่ทำตัวติดดินมาก มันจึงทำให้แม้แต่สมาชิกที่ธรรมดาที่สุดของตระกูลก็สามารถขอเข้าพบกับเขาได้ตามต้องการ เพียงแต่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะไม่ค่อยอยู่บ้าน การได้พบกับบรรพบุรุษสกายวิงจึงค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากอยู่ดี

เมื่อได้เห็นแผ่นโลหะจารึกคติประจำใจของตระกูล เซี่ยกวงไห่ก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่ายังไงบรรพบุรุษก็คือกระดูกสันหลังของตระกูล และสมาชิกในตระกูลทุกคนต่างก็ล้วนแต่ชื่นชอบคติประจำใจข้อนี้เหมือนกันทุกคน

ภายในห้องมีชายชรา 2 คนนั่งอยู่ก่อนแล้ว โดยชายชรา 2 คนนี้เป็นมือขวาและมือซ้ายที่คอยทำงานให้กับบรรพบุรุษ เมื่อไหร่ก็ตามที่บรรพบุรุษไม่อยู่บ้าน พวกเขาทั้งสองคนก็จะทำหน้าที่ตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ แทนบรรพบุรุษ โดยชายชราคนหนึ่งมีชื่อว่าเซี่ยเหลียนหนิง ขณะที่ชายชราคนมีชื่อว่าเซี่ยเค่อ

“บรรพบุรุษไม่อยู่อีกแล้วเหรอครับ? ดูเหมือนว่าช่วงนี้เขาจะยุ่งมากเลย” เซี่ยกวงไห่กล่าวขึ้นมาอย่างผิดหวัง ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้

“บรรพบุรุษมีเรื่องให้ต้องจัดการมากมาย แค่เขากลับมาที่นี่ได้เดือนละครั้งมันก็ดีเท่าไหร่แล้ว ว่าแต่นายไปจัดการเรื่องนั้นเสร็จแล้วหรือยัง?” เซี่ยเหลียนหนิงกล่าว

“ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้เซี่ยเฟยเป็นเพียงพ่อครัวธรรมดา ๆ พวกคุณรู้หรือเปล่าว่าสิ่งแรกที่เขาทำหลังจากเข้ามาในเผ่าเทพคืออะไร?” เซี่ยกวงไห่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ทำอะไร?” เซี่ยเค่อถามอย่างสงสัย

“ทันทีที่เจ้าเด็กนั่นเข้ามาทางประตูหมายเลข 7 เขาก็จัดการกับพวกเจ้าชายที่เฝ้าประตูโดยไม่พูดอะไรสักคำ ที่สำคัญเขายังปล้นแหวนมิติไปจากคนเฝ้าประตูพวกนั้นด้วย” เซี่ยกวงไห่กล่าวด้วยรอยยิ้ม แม้แต่เซี่ยเหลียนหนิงกับเซี่ยเค่อที่เพิ่งได้ยินก็เผยรอยยิ้มออกมาด้วยเช่นกัน

เจ้าชายที่เซี่ยกวงไห่หมายถึงคือลูกหลานของนักรบในเผ่าเทพ ท้ายที่สุดไม่ว่านักรบจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่พวกเขาก็ยังต้องแต่งงานและมีลูกเพื่อสืบสกุลอยู่ดี อย่างไรก็ตามทางเผ่าเทพก็ยังมีข้อกำหนดที่เข้มงวดสำหรับเหล่าบรรดาลูกหลานที่ถูกเรียกว่าเจ้าหญิงหรือเจ้าชาย

ข้อกำหนดที่เข้มงวดที่สุดสำหรับเจ้าหญิงหรือเจ้าชายคือพวกเขาจะต้องฝึกพลังจนถึงจักรพรรดิให้ได้ก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งกฎข้อนี้ถือว่าเป็นกฎที่เมตตาทุกคนมากที่สุดแล้ว ไม่ว่ายังไงเผ่าเทพก็คือสถานที่รวมตัวผู้มีพรสวรรค์จากทุกสาขาอาชีพ และอย่างน้อยนักรบที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้ก็จะต้องมีพลังขั้นต่ำอยู่ในระดับจักรพรรดิ

คนที่เซี่ยเฟยฆ่าไปเป็นเพียงแค่พวกเจ้าชายที่หาพบได้ทั่ว ๆ ไปเท่านั้น คนพวกนี้เป็นเพียงแค่อันธพาลเสเพล พวกเขาจึงแทบไม่มีความสำคัญใด ๆ ภายในเผ่าเทพแห่งนี้เลย

“ทำไมผมถึงคิดว่าเซี่ยเฟยกับบรรพบุรุษดูคล้าย ๆ กันเลย ช่วงเวลาปกติทั้งคู่ต่างก็ดูไม่มีพิษมีภัย แต่เมื่อไหร่ที่มีศัตรูพวกเขาจะจัดการกับศัตรูได้โดยไม่กระพริบตา ถ้าหากว่าในตระกูลของเรามีสัตว์ประหลาดแบบนี้เพิ่มขึ้นมาอีกสักหน่อย ผมคิดว่าเผ่าเทพคงจะต้องล่มสลายลงไปแล้วล่ะ” เซี่ยกวงไห่กล่าว

เมื่อเซี่ยกวงไห่พูดจบประโยคเซี่ยเหลียนหนิงกับเซี่ยเค่อต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย จากนั้นพวกเขาก็หัวเราะขึ้นมาพร้อม ๆ กันราวกับว่าการล่มสลายของเผ่าเทพเป็นเพียงแค่เรื่องตลกสำหรับพวกเขาเท่านั้น

“จากนี้ไปไม่ต้องจับตามองเซี่ยเฟยอีกแล้ว นี่เป็นคำสั่งจากบรรพบุรุษ” เซี่ยเหลียนหนิงกล่าวอย่างเคร่งครัด

“เซี่ยเฟยยังไม่รู้กฎระเบียบอะไรในเผ่าเทพเลยนะครับ การปล่อยเขาไปแบบนี้มันจะไม่โหดร้ายจนเกินไปหน่อยเหรอ?” เซี่ยกวงไห่กล่าวอย่างกังวล

“โหดร้าย!? เขาคืออีวิลวิงคนที่ 2 นอกเหนือจากบรรพบุรุษของเรานะ สักวันหนึ่งเขาจะต้องขึ้นมาค่อยจัดการเรื่องทุกอย่างในตระกูล นี่คือโชคชะตาที่เขาไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ” เซี่ยเค่อกล่าว

“ผมไม่ได้กลัวว่าเซี่ยเฟยจะเป็นอะไรสักหน่อย แต่ผมแค่รู้สึกว่ามันโหดร้ายสำหรับคนอื่นเกินไป ถ้าหากว่าเราปล่อยให้สัตว์ประหลาดแบบนั้นเดินเล่นในเผ่าเทพโดยไม่มีคนคอยควบคุม” เซี่ยกวงไห่ยังคงกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“เออ…” เรื่องนี้ช่างเป็นคำตอบที่ทำให้ทุกคนพูดไม่ออกอย่างแท้จริง

“นายไม่จำเป็นจะต้องกังวลกับเรื่องนี้หรอก บรรพบุรุษหวังให้เซี่ยเฟยสร้างความวุ่นวายในเผ่าเทพขึ้นมาอยู่แล้ว” เซี่ยเหลียนหนิงกล่าว

เซี่ยกวงไห่ยักไหล่โดยไม่พูดอะไรตอบกลับกลับไป

“เซี่ยซีเพิ่งจะมารายงานว่าอาวุธมายาในทะเลเดทซีเป็นอาวุธมายาธาตุไฟ ไม่ใช่อาวุธมายาธาตุพืช” เซี่ยเหลียนหนิงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างกังวล

เมื่อบทสนทนาเปลี่ยนเป็นเรื่องที่เคร่งเครียด ทั้งเซี่ยกวงไห่และเซี่ยเค่อต่างก็ขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยเช่นกัน

“ธาตุไฟงั้นเหรอ!? พวกเราจะซวยเกินไปหน่อยแล้ว ถ้าหากว่าเซี่ยเฟยไม่สามารถหลอมรวมอาวุธมายาธาตุพืชทั้งเจ็ดได้สำเร็จ…”

เมื่อประโยคถัดไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับความลับ เซี่ยกวงไห่ก็กัดฟันและไม่ได้พูดอะไรต่อไป

“เฮ้อ! อาวุธมายาธาตุพืชมีอยู่ตั้ง 7 ชิ้น ยิ่งพวกมันมีจำนวนมากเท่าไหร่โอกาสรวบรวมพวกมันได้ก็ยิ่งยากลำบากมากเท่านั้น” เซี่ยเค่อกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“แค่เซี่ยเฟยหลอมรวมอาวุธมายาได้ 3 ชิ้นมันก็สร้างโอกาสให้กับพวกเราดีแค่ไหนแล้ว หากเราไม่ได้ความพยายามของเขา บางทีสกายวิงก็อาจจะไม่มีโอกาสด้วยซ้ำ” เซี่ยเหลียนหนิงพยายามให้กำลังใจทุกคน

“เฮ้อ!” เซี่ยเค่อถอนหายใจพร้อมกับพยักหน้าอย่างอับอายเล็กน้อย

ความเป็นจริงสกายวิงพยายามแอบช่วยเซี่ยเฟยค้นหาอาวุธมายาธาตุพืชอีก 4 ชิ้นที่เหลือเป็นเวลานานแล้ว และดูเหมือนกับว่าพวกเขาจะรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการค้นหาอาวุธมายาในส่วนที่เหลือมาก

“ในเมื่อตอนนี้เป็นช่วงฉุกเฉิน พวกเราก็ควรจะต้องใช้มาตรการพิเศษ จากนี้ไปนายไม่จำเป็นจะต้องมาทำธุระในตระกูลอีกแล้ว นายเอาตัวเซี่ยเกิงไปตามหาอาวุธมายาพวกนั้นเต็มที่ได้เลย” เซี่ยเหลียนหนิงเอามือทุบโต๊ะพร้อมกับหันไปออกคำสั่งเซี่ยกวงไห่

“ไม่ให้ผมกลับมาที่ตระกูลอีกแล้วเหรอครับ?” เซี่ยกวงไห่อุทานขึ้นมาด้วยความกังวล

“ไม่ต้องห่วง ตราบใดก็ตามที่พวกเราอยู่ที่นี่ คฤหาสน์อีวิลวิงย่อมปลอดภัย” เซี่ยเหลียนหนิงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว

“ก่อนบรรพบุรุษจะจากไปเขาพูดเรื่อง 2 เรื่องซ้ำ ๆ อยู่ 9 ครั้ง ฉันขอบอกเลยว่าฉันไม่เคยเห็นเขากังวลเรื่องอะไรขนาดนี้มาก่อนในชีวิต” เซี่ยเหลียนหนิงกล่าวอีกครั้งหลังจากหยุดพูดไปครู่หนึ่ง

คำพูดนี้ถึงกับทำให้เซี่ยกวงไห่ตกตะลึง เพราะการที่บรรพบุรุษสามารถพูดเรื่อง 2 เรื่องซ้ำ ๆ ถึง 9 ครั้งได้ มันก็แสดงให้เห็นว่าเรื่อง ๆ นั้นจะต้องเป็นเรื่องร้ายแรงถึงกับทำให้บรรพบุรุษนอนไม่หลับ

“บรรพบุรุษพูดว่าอะไรเหรอครับ?”

“เรื่องแรกคือเรื่องดาร์คไนท์ ส่วนเรื่องที่ 2 คือพวกเราจะต้องทำยังไงก็ได้เพื่อรวบรวมสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวัตถุโบราณโดยเฉพาะอาวุธมายา” เซี่ยเหลียนหนิงกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“เฮ้อ”

ทั้งสามคนต่างก็ถอนหายใจออกมาพร้อม ๆ กัน ซึ่งแรงกดดันที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมันก็ทำให้พวกเขาเริ่มหายใจไม่ค่อยออก

เซี่ยเฟยไม่รู้ตัวเลยว่าสกายวิงกำลังพยายามทุ่มเทกำลังอย่างเต็มที่เพื่อค้นหาอาวุธมายาธาตุพืชที่เหลืออีก 4 ชิ้น มันจึงทำให้แม้แต่คฤหาสน์อีวิลวิงก็แทบจะไม่เหลือคนคอยเฝ้าฐานทัพสกายวิงแห่งนี้แล้ว

อย่างไรก็ตามเซี่ยกู่เฉิงผู้ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสกายวิงก็ไม่รู้เลยว่า นอกเหนือจากอาวุธมายาทั้งสามชิ้นที่ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันแล้ว เซี่ยเฟยยังได้ครอบครองวัตถุโบราณอีกชิ้นอยู่ในมือด้วย

แน่นอนว่าวัตถุนั้นย่อมไม่ใช่อะไรอื่นใดเลยนอกเสียจากวิชามนตราอสูรฉบับดั้งเดิมที่เขาเพิ่งได้รับมาจากธนาคารนั่นเอง

ใช้ชีวิตคนเดียวเพียง 3 เดือนไม่ใช่บททดสอบที่ยากลำบากมากนัก และนี่ก็ยังเป็นโอกาสที่จะทำให้เขาเคลื่อนไหวอย่างอิสระ เพื่อสืบหาข่าวเกี่ยวกับโถงวีรบุรุษ, บริษัทฟิกส์และเรื่องของลินนิจ

ตอนแรกเซี่ยเฟยวางแผนจะใช้ช่วงเวลา 3 เดือนนี้จัดการสืบหาเรื่องทุกเรื่องให้จบในคราวเดียว อย่างไรก็ตามปัญหาแรกที่เขาได้พบหลังจากเข้ามาสู่เผ่าเทพกลับเป็นปัญหาที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้พบในชีวิตนั้นก็คือปัญหาเรื่องระยะทาง

พื้นที่ภายในเผ่าเทพถูกแบ่งออกเป็น 19 ส่วนไล่ตามระดับจากสูงลงมาต่ำ ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่รู้ว่าเผ่าเทพใช้กฎเกณฑ์อะไรในการแบ่งพื้นที่ออกจากกัน แต่ที่แน่ ๆ หลังจากที่เขาออกวิ่งมามากกว่า 40 นาที แต่เขาก็ยังไม่ออกจากพื้นที่เขตที่ 19 ซึ่งเป็นพื้นที่เขตระดับต่ำที่สุดเลย

สิ่งที่ชายหนุ่มไม่เข้าใจมากกว่านั้นคือความจริงที่ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในเผ่าเทพต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่ราบด้วยกันทั้งหมด

ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงมันก็ยากที่จะจินตนาการได้ว่าดาวดวงใหญ่ขนาดไหนถึงจะมีพื้นที่ราบขนาดใหญ่ได้แบบนี้ และเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเผ่าเทพถึงไม่กระจายตัวกันอยู่ในกลุ่มดาวต่าง ๆ เหมือนกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนกฎ

เซี่ยเฟยวิ่งไปตามริมแม่น้ำขณะหาสถานที่พักผ่อนในวันนี้ เพราะเขาต้องการที่จะเริ่มฝึกวิชามนตราอสูรฉบับดั้งเดิมที่เขาเพิ่งได้รับมาใหม่

ทันใดนั้นมันก็มีร่างของหญิงเปลือยกายปรากฏในสายตาของชายหนุ่ม โดยเธอคนนี้กำลังอาบน้ำและใช้ผ้าไหมเช็ดหลัง ซึ่งทุกการเคลื่อนไหวของเธอต่างก็ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความยั่วยวน

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับมุ่งหน้าตรงต่อไป เพราะการที่พื้นที่ทุรกันดารแห่งนี้มีผู้หญิงมาอาบน้ำอยู่คนเดียว มันก็เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

เมื่อผู้หญิงในแม่น้ำเห็นเซี่ยเฟยกำลังมุ่งหน้าเข้ามา เธอก็ส่งเสียงกรีดร้องราวกับว่าเธอกำลังตกใจที่จู่ ๆ มีผู้ชายได้มาเห็นเธอกำลังเปลือยกายอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มกลับยืนนิ่งจ้องมองไปยังผู้หญิงในแม่น้ำอย่างไร้อารมณ์ และถึงแม้ว่าผู้หญิงตรงหน้าจะไม่ได้มีเสื้อผ้าปกปิดส่วนสำคัญใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็กำลังรู้สึกคล้ายกับว่าเขากำลังจ้องมองไปยังก้อนเนื้อสีขาว

“มองอะไร?! ไม่เคยเห็นผู้หญิงงั้นเหรอ” ผู้หญิงในแม่น้ำส่งเสียงตะโกนราวกับว่าเธอกำลังรู้สึกไม่พอใจ

“ผู้หญิงบางคนไม่ได้มีเอาไว้มอง แต่มันมีไว้สำหรับฆ่าต่างหาก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

***************

เขาก็เตือนแล้วว่าพี่เฟยไม่มองหญิงงงงงง

จบบทที่ ตอนที่ 872 ค้นหาวัตถุโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว