เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 871 4 นักฆ่าพิการ

ตอนที่ 871 4 นักฆ่าพิการ

ตอนที่ 871 4 นักฆ่าพิการ


ตอนที่ 871 4 นักฆ่าพิการ

“ไอ้เด็กใหม่ แกเข้าใจกฎของที่นี่หรือเปล่า?” เสียงอันเย่อหยิ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง

เมื่อเซี่ยเฟยมองย้อนกลับไปเขาก็ได้พบกับนักรบเผ่าเอมิส 2 คนกำลังนั่งสบลาย ๆ เอนหลังอยู่บนเก้าอี้

เผ่าเอมิสไม่ได้มีอิทธิพลกับดินแดนกฎมากนัก และฐานประชากรของเผ่าเอมิสก็ยังเล็กกว่าเผ่ามนุษย์ด้วยซ้ำ ชนเผ่านี้ชอบอาศัยอยู่บนภูเขาสูง ว่ากันว่าช่วงเวลาปกติพวกเขาก็ค่อนข้างจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะนิสัยที่ดีมากพอสมควร

แต่สิ่งที่เซี่ยเฟยกำลังพบอยู่ในครั้งนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน เพราะนักรบเผ่าเอมิสทั้งสองคนกำลังพูดจาออกมาอย่างดูถูกเหยียดหยาม ราวกับว่าเขาเป็นลูกหนี้ที่ค้างชำระเงินมานานหลายเดือน

“ฉันถูกตรวจสอบทุกอย่างก่อนเดินทางผ่านประตูมิติมาแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวขณะหยิบป้ายประจำตัวออกมาโชว์

“ถ้าแกบอกว่าไม่มีปัญหา มันก็หมายความว่าจะไม่มีปัญหางั้นเหรอ? แกเดินทางมาจากประตู 7 ทำไมแกถึงไม่ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวกว่านี้หน่อยล่ะ” นักรบเอมิสตาเดียวตะโกนอย่างไม่เป็นมิตร

การเดินทางมายังเผ่าเทพมีทั้งหมด 7 ประตูไล่ตั้งแต่ประตูหมายเลข 1 ไปจนถึงประตูหมายเลข 7 เดิมทีด้วยสถานะของนักรบสกายวิง ชายหนุ่มก็ควรจะเดินทางมายังเผ่าเทพผ่านทางประตู 2 หรือประตู 3 ด้วยซ้ำ แต่บรรพบุรุษต้องการจะให้เขาปิดบังตัวตนเอาไว้ เขาจึงจำเป็นจะต้องเดินทางผ่านประตู 7 ซึ่งเป็นประตูของผู้ที่มีอำนาจน้อยที่สุดในเผ่าเทพ

“เชฟหยิงเฟย?” นักรบเอมิสตาเดียวหัวเราะลั่น หลังจากที่เขาได้อ่านบัตรประจำตัวที่เซี่ยเฟยยื่นให้เขาดู

“ดูสิเพื่อน มันเป็นแค่พ่อครัวตัวน้อยแต่มันกลับกล้าทำตัวหยิ่งผยองต่อหน้าพวกเรา”

ภายในเผ่าเทพไม่ได้มีเพียงแต่นักรบเท่านั้น แต่มันยังมีการคัดสรรอาชีพต่าง ๆ เข้ามาภายในพื้นที่แห่งนี้อย่างมากมาย แต่สถานะของคนทำงานบริการคือสถานะที่ต่ำที่สุดภายในเผ่าเทพแล้ว เพราะลักษณะงานของพวกเขาไม่ได้มีความสำคัญมากขนาดนั้น

“หยิงเฟยงั้นเหรอ? ชื่อฟังดูดีนิ แต่น่าเสียดายที่แกเป็นได้แค่พ่อครัว” นักรบอ้วนมองไปที่บัตรของเซี่ยเฟย ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเหยียดหยาม

ในที่สุดบัตรประจำตัวของชายหนุ่มก็ถูกโยนกลับมาอย่างดูถูก จนทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเขาไม่พอใจที่ตัวเองถูกกลั่นแกล้งตั้งแต่นาทีแรกที่เดินทางเข้ามาในเผ่าเทพแบบนี้

ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบบัตรประจำตัวขึ้นมาจากพื้นอย่างช้า ๆ โดยพยายามเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด

“ค่าธรรมเนียมผ่านทาง 1,000 คริสตัลฟ้า จ่ายมาซะ!” นักรบตาเดียวตะโกนออกคำสั่ง

“1,000 คริสตัลฟ้า!?”

‘ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะเป็นแก๊งรีดไถเด็กใหม่ที่น่าจะมีประสบการณ์อยู่มากพอสมควร’

“ฉันไม่มีเงิน” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างเรียบง่าย ขณะกวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว

“แกไม่มีเงินเนี่ยนะ!?”

นักรบทั้งสองลุกยืนขึ้นมาพร้อมกันขณะมองไปทางเซี่ยเฟยอย่างดูถูก

“เผ่าเทพคือพื้นที่ของนักรบ พ่อครัวกระจอกอย่างแกคุกเข่าลงไปซะ! ไม่อย่างนั้นฉันจะถีบแกกลับไปยังที่ดักดานที่เดิมของแกเดี๋ยวนี้เลย” นักรบตาเดียวตะโกนออกคำสั่งอย่างหยิ่งผยอง

นักรบร่างอ้วนกำลังจะชี้นิ้วออกไปเพื่อด่าทอเซี่ยเฟยด้วยเช่นกัน น่าเสียดายก่อนที่เขาจะทำอะไรลงไปมากกว่านั้น มันกลับมีเสียงเนื้อถูกตัดดังขึ้นมาซะก่อน

เซี่ยเฟยเคลื่อนที่ได้เร็วมากจนพวกเขามองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าชายหนุ่มลงมือทำอะไรไป

นักรบทั้งสองหน้าซีดขึ้นมาอย่างฉับพลันเมื่อได้เห็นว่านิ้วชี้ของตัวเองถูกตัดจนเลือดกระฉูด แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันกลับมีลำแสงสีแดงตัดผ่านลำคอของพวกเขาไปโดยตรง

ในที่สุดซากศพของทั้งคู่ก็แห้งเหี่ยวจนกลายเป็นผุยผง ก่อนที่ร่างกายของพวกเขาจะหายไปจากจักรวาลนี้ตลอดกาล

“คิดจะปล้นฉันเหรอ ฝันไปเถอะ!” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเหยียดหยามขณะโยนแหวนมิติ 2 วงเล่นภายในมือ

เมื่อเขาทำการตรวจสอบพื้นที่ภายในแหวน เขาก็ได้พบว่าด้านในนั้นมีคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 6 อยู่วงละหลายสิบก้อน ชายหนุ่มจึงต้องยอมรับว่าเผ่าเทพเป็นพื้นที่ที่มั่งคั่งจริง ๆ เพราะแม้แต่การจัดการกับอันธพาลข้างถนนแบบนี้ก็ยังทำให้เขาได้รับผลกำไรกลับมาเป็นกอบเป็นกำ

ฟุบ!

ชายหนุ่มเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า หลงเหลือเพียงแค่เศษฝุ่นผงของผู้โชคร้าย 2 คนที่ล่องลอยอยู่ในสายลมของพื้นที่บริเวณนั้น

เพียงแค่นาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าสู่เผ่าเทพ เซี่ยเฟยก็ทำการสังหารนักรบไปแล้วสองคนพร้อมกับปล้นชิงคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 6 มาได้แล้วถึง 170 ก้อน

10 นาทีต่อมาชายตาบอดก็ปรากฏตัวตรงบริเวณทางเข้าประตูมิติหมายเลข 7 ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าชายตาบอดคนนี้ขึ้นมาบนภูเขาได้ยังไง โดยเขาเป็นชายที่มีรูปร่างผอมเพรียว สวมแว่นกันแดดสีดำทึบ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปิดบังด้วยเส้นผม และภายในมือของเขาก็ถือไม้เท้าสีน้ำเงินเก่า ๆ เอาไว้ภายในมือ

ชายตาบอดนั่งยอง ๆ ใช้นิ้วลูบฝุ่นขึ้นมาจากใบหญ้า จากนั้นเขาก็สูดดมกลิ่นเข้าไปเบา ๆ ก่อนที่จะขมวดคิ้วและส่งเสียงพึมพำขึ้นมากับตัวเอง

“โหดร้ายมาก! เขาสามารถทำให้เป้าหมายกลายเป็นฝุ่นได้ในระยะเวลาอันสั้น ดูเหมือนว่าเขาจะมีพลังอยู่ในระดับจักรพรรดิอยู่สินะ”

หากใครได้มาเห็นเหตุการณ์นี้พวกเขาคงจะต้องประหลาดใจอย่างแน่นอน เพราะชายตาบอดสามารถระบุผู้เสียชีวิตและผู้ลงมือได้อย่างรวดเร็ว ราวกับว่าเขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยตาของตัวเองจริง ๆ

แม้ว่าชายคนนี้จะเป็นเพียงคนตาบอด แต่หากใครกล้าดูถูกเขาแม้แต่นิดเดียว คนคนนั้นก็จะพบกับหายนะในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที เพราะเขาคือ 1 ใน 4 นักฆ่าพิการผู้โด่งดัง บลายผู้มีพลังในระดับราชันย์

ทันใดนั้นหญิงวัยกลางคนผู้มีผิวขาวก็ปรากฏตัวขึ้นมาใกล้ ๆ ชายตาบอดอย่างรวดเร็ว ผมของเธอพริ้วไหวไปตามสายลม ก่อนที่เธอจะวางมือสีขาวนวลบนไหล่ของชายตาบอด

“บลาย นายตาบอดไม่ใช่เหรอแล้วนายกำลังดูอะไรอยู่?”

“ฉันแค่ใช้สายตามองไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะมองไม่เห็น” บลายกล่าวตอบ

นี่คือวลีเด็ดที่บลายมักจะตอบเมื่อมีคนพูดถึงดวงตาของเขาอยู่เสมอ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วถึงแม้เขาจะใช้ดวงตาในการมองไม่ได้ แต่เขากลับมองเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ดีกว่าคนส่วนใหญ่เสียอีก

หญิงวัยกลางคนผู้ทรงเสน่ห์คนนี้คือวิดโดว์ หญิงม่ายผู้โด่งดังและเธอก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของ 4 นักฆ่าพิการด้วยเช่นกัน

“นายคือคนที่ฉลาดที่สุดในบรรดาพวกเราทั้งสี่คนแล้ว และฉันก็ชอบนายมากที่สุดด้วยเหมือนกัน” วิดโดว์กล่าวพร้อมกับยื่นนิ้วเรียวยาวของเธอไปยังใบหน้าของชายตาบอด

“อย่าเอาหางแมงป่องนั่นมาโดนตัวฉัน” บลายรีบกล่าวก่อนที่เขาจะปลีกตัวออกห่างวิดโดว์มากกว่า 100 เมตรในพริบตา

พริบตาต่อมามันก็มีร่างอีกสองร่างปรากฏขึ้นมาหน้าประตูหมายเลข 7 อย่างรวดเร็ว และมันก็เป็นการรวมตัวของ 4 นักฆ่าพิการโดยสมบูรณ์

นอกจากวิดโดว์กับบลายแล้ว ร่างที่ปรากฏอีกสองร่างคือเลมชายผู้นั่งอยู่บนรถเข็นคนพิการ ขณะที่อีกคนคือเดฟชายผู้แต่งตัวเป็นหญิงและเป็นใบ้

สาเหตุที่นักฆ่าทั้งสี่คนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมันก็ไม่ได้เพียงเพราะพวกเขามีฝีมือที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ทั้งสี่คนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนพิการมีเพียงวิดโดว์ที่ดูปกติมากกว่าคนอื่น แต่ในความจริงแล้วเธอก็แค่ปกปิดความพิการของตัวเองเอาไว้

“ดูเหมือนว่าคราวนี้พวกเราจะรับงานเดียวกันมานะ” เลมชายพิการผู้มีพลังระดับราชันย์ขั้นที่ 3 กล่าว

ทุกคนต่างก็นิ่งเงียบเป็นการยอมรับ เพราะถ้าหากว่าพวกเขาไม่ได้มีเป้าหมายเดียวกัน แล้วจู่ ๆ พวกเขาทั้งสี่คนจะมาปรากฏตัวพร้อมกันได้ยังไง

“เด็กคนนี้โชคร้ายจริง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะถูกศัตรูว่าจ้างพวกเรามาจัดการกับเขาพร้อม ๆ กัน ทั้ง ๆ ที่พวกเราคนใดคนหนึ่งก็มากพอจะจัดการกับเขาได้แล้ว” วิดโดว์เท้าสะเอวด้วยรอยยิ้ม

วิดโดว์มีพลังอยู่ในระดับจักรพรรดิขั้นที่ 8 เท่านั้น ซึ่งต่ำที่สุดในบรรดา 4 นักฆ่าพิการ เธอจึงค่อนข้างมีความสุขที่จะได้ร่วมมือกับอีกสามคน

ฟืด!

แต่ทันทีที่เธอพูดจบ เดฟก็พ่นลมออกจากจมูกและสะบัดหน้าออกไปอย่างเย็นชา

เดฟคือชายที่มีจิตใจเป็นหญิงและในบรรดานักฆ่าทั้งสี่คนเขาก็เกลียดวิดโดว์มากที่สุด เพราะหญิงสาวคนนี้มักที่จะแย่งความโดดเด่นไปจากเขา

“พวกเรามาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันดีกว่า บลายนายคือคนที่ฉลาดที่สุดในหมู่พวกเรา นายพอจะรู้ไหมว่าใครเป็นคนว่าจ้างทุกคนมา?” เลมกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“วิดโดว์เป็นคนของเผ่าเมอร์แมน เธอย่อมได้รับการว่าจ้างมาจากเผ่าเมอร์แมนแน่นอน เดฟคือคนของเผ่าดาร์ดพัพเพท ดังนั้นผู้ว่าจ้างควรจะเป็นคนจากตระกูลเบนิน”

“ส่วนเลม นายเป็นคนที่คลั่งผู้หญิงมากที่สุด ดังนั้นนายก็ควรจะได้รับการว่าจ้างมาจากตระกูลสโนว์ดริฟท์ใช่ไหม?” บลายตอบอย่างใจเย็น

นักฆ่าพิการทั้งสามต่างก็ล้วนแล้วแต่ตกตะลึง เพราะคำพูดง่าย ๆ ของบลายกลับเป็นสิ่งที่ถูกต้องทุกประการ

“นายเดาถูกว่าพวกเรารับงานมาจากใคร ว่าแต่นายล่ะรับงานมาจากใคร?” เลมกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

บลายส่ายหัวโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

“แล้วถ้าพวกเราลงมือพร้อมกัน 4 คน นายคิดว่าใครจะเป็นคนสังหารเป้าหมายได้?” วิดโดว์ถามด้วยรอยยิ้ม

“ฉันไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนลงมือสำเร็จ แต่ฉันรู้ว่าเธอมีโอกาสลงมือสำเร็จน้อยที่สุด ว่ากันว่าเป้าหมายของเราในคราวนี้ไม่สนใจผู้หญิงเลย เสน่ห์ของเธอย่อมไม่สามารถใช้การกับเขาได้” บลายกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“โธ่เว้ย! เดี๋ยวฉันจะจัดการเป้าหมายก่อนพวกนายให้ดู” ทันทีที่วิดโดว์พูดจบทั้งสามคนก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงบลายที่ยังคงยืนค้ำไม้เท้าและถอนหายใจออกมาเท่านั้น

ไม่กี่นาทีต่อมานักรบชาวเอมิส 2 คนก็เดินมาผลัดเปลี่ยนเวรยาม ก่อนที่พวกเขาจะเดินผ่านบลายไปโดยไม่ทันได้สนใจ แต่เมื่อเขาได้หันกลับมามองชายคนนี้อีกครั้ง ชายตาบอดกลับเคลื่อนที่หายไปจากตำแหน่งเดิมแล้ว

ฉัวะ ๆ

ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เลือดสีแดงฉานก็ผลิบานสาดกระจายออกไปไกลกว่า 5 เมตร

หากใครมีความคุ้นเคยกับเผ่าเทพมานาน พวกเขาย่อมรู้จักวิธีการลงมือเช่นนี้เป็นอย่างดี เพราะมันมีตระกูลเพียงตระกูลเดียวเท่านั้นที่เคลื่อนไหวในลักษณะนี้

ตระกูลผู้ตั้งชื่อตามดาบในตำนาน

ตระกูลมุรามาสะ!

***************

แล้วสรุปใครเป็นคนจ้างบลายมา? ศัตรูยังไม่ครบอีกเหรอ? หรือว่าจะเป็นมูนวอร์ดอีกแล้ว?

จบบทที่ ตอนที่ 871 4 นักฆ่าพิการ

คัดลอกลิงก์แล้ว