เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 ยาสลบ

บทที่ 42 ยาสลบ

บทที่ 42 ยาสลบ


ร่างแปดกรที่หลี่อังและไฉไฉรวมร่างกันนั้นเหมาะมากสำหรับการเคลียร์พื้นที่ เพียงแค่ใช้ภาพลวงตาจากเนตรจิตควบคู่กับแขนผีร้ายที่ทิ่มแทงไปทั่ว ก็สามารถเสียบพวกปีศาจปลายแถวให้กลายเป็นหมูสะเต๊ะได้ภายในไม่กี่นาที

ลานวัดพลันว่างเปล่า หลี่อังที่ว่างมือแล้วหันกลับไปมอง ก็พบว่าสถานการณ์ในสมรภูมินั้นไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย

เจ้าซันเซียวตนนั้นมีความแข็งแกร่งของร่างกายเทียบเท่ากับรถตอกเสาเข็มรุ่นใหญ่ Woltman PDS 3000 ของเนเธอร์แลนด์ ถึงร่างจะใหญ่โตดูเทอะทะ แต่การเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆ กลับคล่องแคล่วว่องไวอย่างเหลือเชื่อ

ประกอบกับในมือมีกระบองวัชระปราบมารที่แข็งแกร่งจนทำลายไม่ได้ ซึ่งมีขนาดพอๆ กับขื่อวัด ทุกครั้งที่มันหวดลงมาจะส่งผลราวกับมีการระเบิดภูเขา

สิงเหอโฉ่วและหุ้ยปิ่งที่เน้นการโจมตีด้วยหมัดมวยที่หนักหน่วงทำได้เพียงแค่หลบหนีอย่างหัวซุกหัวซุน ยากที่จะหาโอกาสโต้กลับ

ที่แย่กว่านั้นคือ ซันเซียวมีจีวรทองม่วงที่ฟันแทงไม่เข้า ซึ่งช่วยลดทอนความเสียหายจากการโจมตีระยะไกลได้มาก ตั้งแต่เจ้าปีศาจตัวนี้พบว่าธนูของหลิวอู๋ไต้นั้นอันตรายถึงชีวิต มันก็ไร้ซึ่งมาดเจ้าวัดโดยการถอดจีวรออกมาห่อหุ้มศีรษะและอกซ้ายของตัวเองไว้อย่างลนลาน เหลือเพียงแขนขาที่ผิวหนังหนาเป็นพิเศษให้เห็นภายนอกเท่านั้น

หากจะวัดความหน้าหนาและความรักตัวกลัวตายแล้ว ในบรรดาปีศาจทั้งหลายในหุบเขานี้ ถ้าหวังตั้นบอกว่าเป็นที่สอง ก็คงไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่ง

"ตาย! ตาย! ตาย! ไปตายให้หมดซะไอ้พวกเวร!"

ซันเซียวที่ถูกจีวรพันปิดปากคำรามออกมาอย่างอู้อี้ มันเงื้อกระบองวัชระปราบมารขึ้นสูงเล็งไปที่สมาชิกทีมภารกิจราวกับกำลังเล่นเกมตีตัวตุ่น หวดลงบนพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีเทคนิคใดๆ

พลังอันมหาศาลสยบทุกท่วงท่า การทุบอย่างหนักหน่วงทำให้หินแตกกระจาย ก้อนหินขนาดเท่าแท่นบดถูกบดขยี้จนกลายเป็นผงหิน พื้นของมหาวิหารทั้งหลังทรุดตัวลงไปหนึ่งชั้นอย่างเห็นได้ชัด

สิงเหอโฉ่วและหลวงจีนหุ้ยปิ่งหนีออกมาจากมหาวิหาร ล่อซันเซียวเข้าไปยังจุดที่ฝังทุ่นระเบิดไว้ในลานวัด

อย่างไรก็ตาม ซันเซียวที่หนังหนาและมีพลังปีศาจคุ้มครองกลับไม่แยแสทุ่นระเบิดเคลย์มอร์สำหรับสังหารบุคคลเลยสักนิด ฝ่าเท้าของมันเหยียบลงบนพื้นจนเป็นรอยเท้าลึก ต่อให้ทุ่นระเบิดจะระเบิดเสียงดังสนั่น แต่มันก็ทำได้เพียงแค่เฉือนเนื้อใต้ฝ่าเท้าของซันเซียวออกไปเพียงบางส่วนเท่านั้น

ฟู่... ฟู่...

ไอปีศาจสีดำที่พุ่งออกมาจากรูจมูกของซันเซียวม้วนตัวลงไปที่ฝ่าเท้าเพียงครู่เดียว แผลที่ถูกระเบิดฉีกขาดก็สมานตัวจนหมดสิ้น มองไม่เห็นร่องรอยความเสียหายเลย

หนึ่งลูก สองลูก สามลูก...

สิงเหอโฉ่วยังคงหนีต่อไป ทุกย่างก้าวท่ามกลางการไล่ล่าของกระบองวัชระนั้นเต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต ขณะเดียวกันเขาก็เฝ้านับจำนวนทุ่นระเบิดที่ระเบิดไปแล้วในใจ

เจ้าลิงยักษ์เหยียบเข้ากับทุ่นระเบิดอีกลูก แรงระเบิดทำให้ฝ่าเท้าของมันเลือดสาดกระเซ็น เนื้อหนังไหม้เกรียมเป็นแถบ

"พวกแก... ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก"

ซันเซียวค่อยๆ ยกฝ่าเท้าขึ้น มองดูเศษเหล็กที่ถูกเนื้อแดงๆ ที่กำลังขยับตัวค่อยๆ ดันออกมา แม้ใบหน้าที่น่าเกลียดจะถูกจีวรบดบัง แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมบ้าคลั่งนั้นแทบจะกลืนกินทุกคน "รีบตายซะ จะได้รีบไปผุดไปเกิด!"

สิงเหอโฉ่วกลิ้งตัวหลบกระบองที่ฟาดลงมาได้หลายครั้ง ก่อนจะตะโกนบอกหลวงจีนหุ้ยปิ่งที่อยู่ไกลออกไปว่า "อย่าลนลาน! พลังปีศาจของมันไม่พอแล้ว ไม่อย่างนั้นมันคงใช้ไอปีศาจรักษาแผลไปแล้ว พวกเราลากยาวต่อไป!"

ซันเซียวแยกเขี้ยว สีหน้ามืดมนลง พลังปีศาจของมันใกล้จะหมดลงแล้วจริงๆ หากเป็นเวลาปกติ มันคงใช้บาตรทองม่วงดึงแสงจันทร์มาควบแน่นเป็นหยาดน้ำค้างจันทรา แล้วดื่มเพื่อฟื้นฟูพลังไปแล้ว

แต่ศัตรูพวกนี้ไม่เปิดโอกาสให้มันได้พักฟื้นอย่างใจเย็นแน่

'ชิ! หากท่านนักพรตพุงแดงอยู่ที่นี่ด้วยก็คงดี...'

การโจมตีของลิงยักษ์ชะงักไปครู่เดียว ว่านหลี่เฟิงเตาได้จังหวะคว้าโอกาสไว้ เขากระชับกระบี่จั้นหลงยาวสามฟุต แล้วพุ่งทะยานราวกับอัสนีบาต กระโดดเข้าไปที่ระหว่างขาหนีบของซันเซียว แล้วกระหน่ำฟันไปที่โคนขาของมันอย่างบ้าคลั่ง

ถ้าเคยเห็นรถเข็นขายไส้กรอกทอดข้างทางฟันไส้กรอกเป็นริ้วๆ มาก่อน ท่าทางของว่านหลี่เฟิงเตาก็แบบนั้นเลย...

ขนยาวสีดำที่หยิกงอหลุดร่วงลงมาเหมือนเส้นผมในร้านตัดผม เลือดพุ่งกระฉูด เนื้อแดงๆ กระจายว่อน ต่อให้ซันเซียวจะหนังหนาแค่ไหน แต่ภายใต้การโจมตีที่ไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ มันก็อดไม่ได้ที่จะหน้าถอดสีและร้องลั่นออกมา

"โฮกอ๊ากกกกกก"

สิงเหอโฉ่วและหุ้ยปิ่งคว้าโอกาสที่หาได้ยากนี้ไว้ พวกเขาทำตัวเหมือนช่างทำเล็บ ระดมค้อนทุบไปที่นิ้วเท้าของซันเซียวอย่างหนัก ส่วนหลิวอู๋ไต้ก็เล็งไปที่ไข่ใบโตเท่าถังน้ำของซันเซียวแล้วน้าวสายธนูยิงถล่มไม่ยั้ง

คนพวกนี้ไม่มีจรรยาบรรณในยุทธภพเลยสักนิด ลงมือได้ทั้งเหี้ยมทั้งสกปรกจริงๆ...

ว่านหลี่เฟิงเตาที่กำลังฟันดาบอย่างเมามันหันไปมองหลี่อัง แล้วตะโกนลั่น

"ดูพอหรือยัง?! เข้ามาช่วยหน่อยจะได้ไหม?"

"มาแล้วครับ"

【วิธีกระตุ้นต่อม—อะดรีนาลีน】เริ่มทำงานทันที

หลี่อังรู้สึกว่าความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นฉับพลัน ดวงตาทั้งสองข้างกลายเป็นสีแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะระเบิด หลอดเลือดในร่างกายบีบรัดและขยายตัวอย่างไม่เป็นจังหวะ

เวลา... เริ่มช้าลง

ข้างหูหลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองเท่านั้น

แม้จะเคยทดลองใช้วิธีกระตุ้นอะดรีนาลีนมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ความรู้สึกไม่สบายอย่างรุนแรงที่ส่งมาจากร่างกายและสมองที่สั่นสะเทือนไม่หยุด ก็ยังทำให้หลี่อังเกิดความรู้สึกอยากจะอาเจียนตามธรรมชาติอยู่ดี

ยังดีที่หลังจากอะดรีนาลีนหลั่งไหลไปทั่วร่าง ร่างกายที่ดูเหมือนจะหมดแรงก็ได้รับการเติมพลังอีกครั้ง พลังวิญญาณเริ่มไหลเวียนขึ้นใหม่

แม้แต่ไฉไฉที่สิงอยู่ในร่างของหลี่อังก็ยังรู้สึกว่าร่างวิญญาณสั่นสะท้าน เธอสะบัดขาแมงมุมพุ่งเข้าใส่ซันเซียวทันที

หลี่อังเว้นระยะห่างออกไปเล็กน้อย เขาประทับปืนไรเฟิลจู่โจม AK-47 ที่ทำขึ้นเอง แล้วเหนี่ยวไกยิงไปที่กระดูกสันหลังส่วนเอวของซันเซียวอย่างแม่นยำ ในโลกหลังการกระตุ้นอะดรีนาลีน ทุกอย่างดูเหมือนภาพสโลว์โมชั่น สองมือที่ปกติก็มั่นคงอยู่แล้ว ในตอนนี้กลับนิ่งและแม่นยำราวกับขับเคลื่อนด้วยจักรกล

กระสุนขนาด 7.62 มม. นัดเดียว ย่อมยิงไม่ทะลุผิวหนังของซันเซียวที่มีพลังปีศาจคุ้มครอง แต่การยิงแบบทีละนัดนั้นต่อเนื่องไม่ขาดสาย กระสุนแต่ละนัดพุ่งชนท้ายกันอย่างแม่นยำ ค่อยๆ เจาะทะลุขนชั้นนอกและฝังเข้าสู่กล้ามเนื้ออย่างมั่นคง

ตั้งแต่ค้นพบว่ากระสุนปืนไรเฟิลจู่โจม 7.62 มม. แบบมาตรฐานนั้นใช้ไม่ค่อยได้ผลกับสัตว์ประหลาดที่ไม่ใช่คน หลี่อังจึงจงใจเตรียมกระสุนดัมดัม ไว้ที่ห้องนั่งเล่นของบ้าน ซึ่งก็คือการฝานหัวกระสุนให้เป็นรูปกากบาทเพื่อให้เห็นแกนตะกั่วบางส่วน เมื่อกระทบเป้าหมายกระสุนจะแตกตัวออกเองเพื่อขยายพื้นที่ความเสียหาย

นอกจากนี้ หลี่อังยังได้หลอมสารพิษจากแร่ธาตุบางชนิดเคลือบไว้ที่ผิวของลูกกระสุน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการสังหารให้ถึงขีดสุด

"อ๊ากกกกก! พวกแกต้องตายให้หมด!"

ซันเซียวที่ถูกทารุณจนแทบบ้าดวงตาแทบถลน ความโกรธแค้นอัดแน่นเต็มอก แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้องอตัวราวกับมังกรขยับ กระชับกระบองวัชระปราบมารไว้แน่น หวดตูมเดียวส่งสิงเหอโฉ่วและหลวงจีนหุ้ยปิ่งกระเด็นไป ส่วนหางที่ยาวราวกับแส้ด้านหลังก็สะบัดฟาดเข้าที่เอวและท้องของว่านหลี่เฟิงเตาอย่างจัง จนฝ่ายหลังกระอักเลือดกระเด็นไปนอนกองอยู่ในกองหิน

"ตายซะ!"

ซันเซียวดวงตาเบิกโพลง ขบเคี้ยวเคี้ยวฟัน ใช้สองมือกุมกระบองวัชระแล้วขว้างเข้าใส่หลิวอู๋ไต้ที่อยู่ไกลออกไปราวกับขว้างหอก

การขว้างครั้งนี้รวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ หลิวอู๋ไต้รีบหลบหลีกอย่างลนลาน เธอกระโดดหลบปลายกระบองวัชระได้พ้น แต่กลับถูกเศษหินที่กระเด็นจากแรงกระแทกซัดเข้าที่หัวไหล่ จนล้มคะมำลงบนพื้น

"ฮ่าๆๆๆๆๆ!"

ซันเซียวคำรามลั่นด้วยความสะใจ มันเอื้อมมือลงไปข้างล่าง คว้าเอาขื่อไม้ยักษ์ของมหาวิหารขึ้นมา ราวกับมีดวงตาอยู่ที่ด้านหลัง มันหมุนตัวฟาดเข้าใส่หลี่อังอย่างแรง

"ถอย!"

เสียงลมหวีดหวิว หลี่อังสีหน้าไม่เปลี่ยน เขาควบคุมขาแมงมุมทั้งแปดให้ลดระดับลงทันที จนเกือบจะโค้งงอเป็นเส้นขนานกับพื้นเหมือนสปริงที่ถูกขดจนถึงขีดสุด หลบเลี่ยงการฟาดของขื่อไม้ได้อย่างหวุดหวิด

"ดีดตัว!"

หลี่อังตะโกนก้อง ขาแมงมุมทั้งแปดดีดตัวขึ้นฉับพลัน ส่งร่างหลี่อังพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ภายใต้แสงจันทร์ แมงมุมในร่างมนุษย์ร่อนผ่านเหนือหัวของซันเซียวไปอย่างช้าๆ และสง่างาม เมื่อถึงพื้น ขาแมงมุมทั้งแปดก็ขยับยุบตัวลงเล็กน้อยเพื่อสลายแรงกระแทกได้อย่างนุ่มนวล

หลี่อังที่กลับมาอยู่ด้านหลังของซันเซียวอีกครั้ง มือหนึ่งถือปืนกราดยิงต่อไป แต่อีกมือหนึ่งกลับหยิบปืนยาสลบสำหรับล่าสัตว์ที่ทำเอง พร้อมกับหลอดยาสลบอีกสิบกว่าหลอดออกมาจากช่องเก็บของ

..........

จบบทที่ บทที่ 42 ยาสลบ

คัดลอกลิงก์แล้ว