- หน้าแรก
- ผู้เล่นสุดโหด โหมดนรกประจัญบาน
- บทที่ 39 ยาเม็ดปีศาจ
บทที่ 39 ยาเม็ดปีศาจ
บทที่ 39 ยาเม็ดปีศาจ
เขามองไปยังหวังตั้นที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ประธาน แล้วเอ่ยเสียงเบา "ปีเจียจิ้งที่ 13 หวังขวั้น รองเสนาบดีกรมอาญากลับมารับตำแหน่งที่หนานจิงหลังจากไว้ทุกข์ให้มารดาครบสามปี แต่กลับได้ยินข่าวลือเรื่องพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่ชื่อหวังตั้น"
"หวังตั้นคนนั้นมีทรัพย์สินมหาศาล คฤหาสน์หรูหราดั่งวัง ภรรยาและอนุภรรยาเต็มบ้าน คนรับใช้นับพัน แถมยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเหล่าขุนนางผู้ใหญ่"
"มีข่าวลือหนาหูว่า หวังตั้นอ้างเรื่องการแต่งงานบังหน้าเพื่อเลี้ยงดูหญิงสาววัยแรกรุ่นหลายสิบคนไว้เป็นอนุภรรยา ทุกคืนจะมีงานเลี้ยงในคฤหาสน์และบังคับให้อนุเหล่านี้ปรนนิบัติแขก"
"และทันทีที่อนุคนไหนตั้งท้อง หวังตั้นจะสั่งให้พวกนางกินยาทำแท้ง แล้วนำตัวอ่อนที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเข้าไปในห้องลับในคฤหาสน์"
หลี่อังขยับแว่นตาพลางเอ่ยเสียงเย็น "ห้องนั้นคือห้องปรุงยา"
"ปรุงยา?" สิงเหอโฉ่วรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวพลางคำรามเบาๆ "นายจะบอกว่า..."
"ใช่ครับ บันทึก 'กั๋วจาวเซี่ยนเจิ้งลู่' ระบุว่า หวังตั้นได้รับคำแนะนำจากนักต้มตุ๋นในยุทธภพที่ชื่อ 'ชื่อตู้จื่อ' หรือ ฉายา นักพรตพุงแดง ให้เอาตัวอ่อนมนุษย์มาปรุงเป็นยาอายุวัฒนะเพื่อวางขาย"
หลี่อังเล่าต่อ "ไม่ใช่แค่ทารกจากอนุในคฤหาสน์เท่านั้น หวังตั้นยังสั่งคนไปรับซื้อศพทารกที่ตายตั้งแต่เกิดจากชาวบ้าน หรือแม้แต่ติดสินบนหมอตำแยที่รับทำแท้งเพื่อเหมาซื้อศพเด็ก"
"หลังจากรวบรวมหลักฐานได้ครบ หวังขวั้น รองเสนาบดีกรมอาญาผู้โกรธแค้นก็ข้ามขั้นตอนของศาลท้องถิ่น สั่งจับกุมหวังตั้นทันทีเพื่อเตรียมประหารชีวิต"
"แต่ใครจะไปคิดว่า ในขณะที่ความผิดของหวังตั้นชัดเจนจนชาวบ้านต่างแซ่ซ้องยินดี เหล่าขุนนางและผู้มีอำนาจในเมืองหนานจิงกลับแห่กันไปที่จวนของหวังขวั้นเพื่อขอความเมตตาให้กับหวังตั้น"
"ถ้าแค่ขุนนางพวกนี้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับหวังตั้นก็ว่าไปอย่าง แต่ในสถานการณ์ที่หลักฐานมัดตัวแน่นขนาดนี้ การที่พวกเขายังกล้าเสี่ยงถูกตราหน้าเพื่อมาช่วยหวังตั้น มันมีเหตุผลเดียวเท่านั้น... คือขุนนางพวกนั้นต่างก็เป็นลูกค้าประจำที่ซื้อยาอายุวัฒนะที่ทำจากทารกของหวังตั้นมานานปี"
"ใต้เท้าหวังขวั้นเป็นขุนนางเที่ยงธรรมและได้รับการสนับสนุนจากมวลชน เขาจึงกัดฟันต้านทานแรงกดดันจากเหล่าผู้มีอิทธิพล และสั่งประหารหวังตั้นด้วยการ 'แล่เนื้อ' ท่ามกลางความยินดีปรีดาของชาวบ้าน"
"ทว่าเรื่องกลับไม่จบเพียงแค่นั้น ใต้เท้าหวังขวั้นยังพยายามจะขุดรากถอนโคน เพื่อลากตัว 'ขบวนการหนุนหลัง' ที่คอยให้ความคุ้มครองหวังตั้นออกมาให้ได้ แม้จะต้องเอาชีวิตตนเองเข้าเสี่ยงก็ตาม"
"แน่นอนว่าแรงต้านมหาศาล แรงต้านนี้ไม่ได้มาจากแค่เครือข่ายขุนนางที่ยั้วเยี้ย แต่มาจากอำนาจที่สูงส่งยิ่งกว่านั้น"
"นั่นก็คือฮ่องเต้องค์ที่ 11 แห่งราชวงศ์หมิง... จักรพรรดิเจียจิ้ง 'จูโฮ่วจง'"
"จักรพรรดิเจียจิ้งได้ชื่อว่าเป็น 'ฮ่องเต้นักพรต' ท่านคลั่งไคล้การฝึกเซียน เพื่อที่จะมีชีวิตอมตะ ท่านจึงเชิญเหล่านักพรตและผู้วิเศษเข้าวังเพื่อปรุงยาให้มากมาย"
"เพื่อที่จะใช้ชีวิตดั่งเทพเซียนที่ดื่มน้ำค้างกินลมเป็นอาหาร จูโฮ่วจงสั่งให้เหล่านางกำนัลตื่นแต่เช้ามืดไปเก็บหยาดน้ำค้างบนใบต้นกล้วยในอุทยานหลวงมาถวาย ทำให้นางกำนัลล้มป่วยและล้มตายไปนับไม่ถ้วน ยิ่งไปกว่านั้น "จูโฮ่วจงยังคงหลงเชื่อคำยุยงของเหล่านักต้มตุ๋น ถึงขั้นใช้วิชาไสยเวท 'ตะกั่วแดง' ด้วยการรวบรวมเลือดพรหมจรรย์จากการมีรอบเดือนครั้งแรกของเหล่านางกำนัล มาปรุงผสมกับผงยาเพื่อดื่มกินเป็นยาอายุวัฒนะ
"เพื่อให้เลือดประจำเดือนของนางกำนัลมาแรงและมากขึ้น จูโฮ่วจงบังคับให้นางกำนัลกินยาเร่งประจำเดือน ซึ่งถ้าไม่ทำลายร่างกายอย่างหนัก ก็ทำให้นางกำนัลเลือดออกมากจนตาย"
"ในปีเจียจิ้งที่ 21 เหล่านางกำนัลที่ทนกับการทารุณไม่ไหวจึงรวมตัวกันลอบปลงพระชนม์ในขณะที่ฮ่องเต้หลับ โดยการใช้ผ้าแพรเหลืองรัดคอและใช้ปิ่นปักผมแทง ซึ่งประวัติศาสตร์เรียกเหตุการณ์นี้ว่า 'กบฏวังเหรินหยิน'"
"กบฏวังเหรินหยินในปีเจียจิ้งที่ 21 ล้มเหลว แต่ตอนนี้พวกเราอยู่ในช่วงเวลาปีเจียจิ้งที่ 13 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่หวังขวั้นจะสั่งแล่เนื้อหวังตั้นและทำลายสายพานการผลิตยาอายุวัฒนะจากทารก"
"ทำไมหวังตั้นที่เป็นแค่ปีศาจซันเซียว ถึงได้ครอบครองค่ายกลรวบรวมปราณที่เป็นวิชาของเหล่านักพรต?"
"ทำไมหลวงจีนเต้าจื้อที่ก่อกรรมทำเข็ญถึงหนีออกมาจากลานประหารในเมืองหนานจิงที่มีผู้มีฝีมืออยู่เต็มเมืองได้อย่างง่ายดาย?"
"ทำไมหลวงจีนเต้าจื้อแค่เปลี่ยนชื่อปลอมเป็นหวังตั้น ถึงสามารถกลับมายิ่งใหญ่ได้ใหม่?"
"เพราะว่าปีศาจซันเซียวตนนี้ 'มีคนหนุนหลัง' ยาอายุวัฒนะจากทารกที่มันปรุงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นของเหล่าขุนนาง และอีกส่วนเป็นของจักรพรรดิเจียจิ้ง จูโฮ่วจง นั่นเอง เพราะการคุ้มครองและสนับสนุนลับๆ จากฮ่องเต้ หวังตั้นถึงได้เดินเหินอย่างลำพองใจและได้เรียนรู้วิชาสายตรงจากสำนักพรต"
เมฆหมอกที่ปกคลุมความจริงถูกปัดเป่าออกไปในที่สุด หลี่อังถอนหายใจยาว "น่าเสียดาย ที่ผมเข้าใจช้าไปจริงๆ"
สิ้นเสียงของเขา หญิงสาวที่ชื่อหงเหนียงก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว นางดิ้นรนหลุดจากการสวมกอดของหวังตั้นแล้ววิ่งหนีอย่างโซซัดโซเซ
"อย่าไปเลยนะ"
หวังตั้นยิ้มพลางยื่นมือไปตะปบเข้าหาตัว
ลมปีศาจลึกลับพัดมาจากนอกวิหาร พัดม่านเกี้ยวให้เปิดออก
กระถางธูปสำริดลายโบราณพุ่งออกมาจากเกี้ยวตามลมปีศาจ แล้วตกลงกลางมหาวิหารพอดี
หงเหนียงถูกลมปีศาจหอบขึ้นไปเช่นกัน ร่างของนางลอยอยู่เหนือกระถางธูป
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!"
หงเหนียงร้องไห้ตะโกนลั่นจนกระโปรงสีแดงปลิวไสว แต่พวกปีศาจในวิหารกลับหัวเราะกันอย่างไม่เกรงใจ มีเพียงฝูงจิ้งจอกที่พาครอบครัวมาด้วย กับภูตผีชั้นต่ำอีกสองสามตนที่แสดงสีหน้าไม่พ้นทนได้และเบือนหน้าหนีไม่กล้ามอง
"ทุกท่าน!"
หวังตั้นยืนขึ้นพลางประกาศเสียงดัง "ข้าได้สูตรยาใหม่มาจากผู้อาวุโสในสำนักพรต ขอเพียงแค่เอาทารกที่ยังไม่เกิดและยังไม่แปดเปื้อนความโสโครกของโลกมนุษย์ ผสมกับเลือดของปีศาจนับร้อยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังปราณ ก็จะสามารถปรุงยาเม็ดที่ชื่อว่า 'ยาเม็ดร้อยปีศาจ' ได้"
"ขอเพียงแค่ได้กินเข้าไป มนุษย์เดินดินก็จะมีพลังเพิ่มขึ้นถึงร้อยปี ก็ต่อให้เป็นปีศาจที่จำแลงกายได้แล้ว ถ้าได้กินเข้าไปก็จะเพิ่มตบะบารมีได้อย่างมหาศาล"
"เมื่อกี้ที่เจดีย์ข้าถูกโจมตีจริงๆ และผู้ลงมือก็น่าจะซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มพวกท่านนี่แหละ แต่ข้ายินดีจะลืมเรื่องนั้นไป แล้วมาร่วมกันลิ้มลองยาเม็ดร้อยปีศาจด้วยกัน"
พูดจบ เขาก็เปิดกล่องไม้ในมือออก ทันใดนั้นกลิ่นหอมหวลที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็พุ่งพวยขึ้นสู่เบื้องบนและกระจายตัวออกไป ทำให้ปีศาจรอบๆ ต่างเคลิบเคลิ้มราวกับตกอยู่ในภวังค์ รู้สึกได้ว่าพลังปีศาจในร่างเดือดพล่านราวกับจะก้าวข้ามขีดจำกัดได้เพียงปลายนิ้ว
ยาเม็ดร้อยปีศาจ... สมคำร่ำลือจริงๆ
แป๊ก!
หวังตั้นปิดกล่องไม้แล้วยิ้ม "ขอเพียงทุกท่านยอมสละเลือดคนละหนึ่งหยดทุกปี ข้าก็จะสามารถปรุงยาเม็ดนี้ออกมาได้ไม่หยุดยั้ง ถือเป็นประโยชน์ร่วมกัน"
"ทุกท่านคิดว่าอย่างไร?"
เหล่าปีศาจมองหน้ากัน ก่อนจะตะโกนพร้อมกัน "สุดแท้แต่ท่านนักพรตหวังตั้นจะจัดการ!"
"ดี!"
หวังตั้นหัวเราะลั่น ก่อนจะเอ่ยกับหงเหนียงอย่างนุ่มนวล "แม่นาง ตอนที่พี่ไถ่ตัวเจ้ามาจากขุมนรกหอนางโลม เจ้าบอกว่ายอมทำเพื่อพี่ได้ทุกอย่าง ตอนนี้ถึงเวลาที่เจ้าต้องเสียสละแล้ว"
พูดจบ หวังตั้นก็สะบัดมือ พลังลมแหลมคมพุ่งออกมาจากปลายนิ้วเข้าหาหงเหนียงทันที
กรงเล็บนี้ หมายจะฉีกท้องหงเหนียงเพื่อส่งทารกให้ตกลงไปในกระถางธูป!
เคร้ง
ง้าวทองแดงพุ่งออกมาจากมุมมืด รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด เพียงการโจมตีเดียวก็ทำลายพลังลมนั้นจนสลายไป!
ง้าวที่ยังมีแรงเหลืออยู่ปักลึกเข้าไปในเสาสีแดงต้นใหญ่ของวิหาร เหล่าปีศาจต่างหันไปมองที่มุมห้อง
"..."
สิงเหอโฉ่วยืนอยู่นิ่งๆ ในท่าที่เพิ่งป้าง้าวออกไป
"หัวหน้า" ว่านหลี่เฟิงเตาเคาะหัวตัวเองพลางบ่นอย่างลำบากใจ "เมื่อกี้ท่านยังบอกให้พวกเราใจเย็นๆ อยู่เลยนะ"
"ฮ่าๆๆ" สิงเหอโฉ่วยืดตัวขึ้นพลางตบมืออย่างห้าวหาญ "ช่วยไม่ได้จริงๆ มันอดไม่ไหวว่ะ"
ชายหนุ่มหน้าสี่เหลี่ยมหันไปเอ่ยกับพรรคพวกด้วยความรู้สึกผิด "ขอโทษทีนะทุกคน ที่ลากพวกนายมาซวยด้วย"
"ไม่เป็นไรหรอกครับ" หลวงจีนฮุ่ยปิ่งพนมมือยิ้ม "ถ้าผมไม่ลงนรก แล้วใครจะลงล่ะ? อย่างมากก็แค่สละชีพเพื่อคุณธรรมเท่านั้นเอง"
หลิวอู๋ไต้ดึงธนูคอมโพสิตออกมาอย่างเงียบเชียบพลางเอ่ยเรียบๆ "เริ่มกันเถอะ"
"เฮ้อ... ให้ตายสิ" หลี่อังถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ เขาถอดแว่นตาออกแล้วสวม 'หน้ากากเปลี่ยนหน้า' แทน "บทพูดพวกคุณเท่ขนาดนี้ ผมก็ลำบากใจสิครับ"
"สรุปคือ..." หวังตั้นลอยตัวขึ้นกลางอากาศ ชุดนักพรต ของเขาสะบัดไหวอย่างรุนแรง เขามองมาที่ทีมภารกิจด้วยรอยยิ้มจางๆ แต่ดวงตากลับเย็นชาถึงขีดสุด "พวกท่าน... เลือกจะเป็นศัตรูกับข้าสินะ?"
ลวดลายบนหน้ากากของหลี่อังเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่รูป 'อุลตร้าแมนติก้า'
เขาเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาเนตรจิตสะท้อนภาพใบหน้าที่ดูเปี่ยมเมตตาของหวังตั้น แล้วเอ่ยเบาๆ "พระเขลายังพอสอนสั่ง แต่ปีศาจคลั่งต้องล้างให้สิ้นซาก"
..........