- หน้าแรก
- ผู้เล่นสุดโหด โหมดนรกประจัญบาน
- บทที่ 38 เรื่องเล่าสยองขวัญ
บทที่ 38 เรื่องเล่าสยองขวัญ
บทที่ 38 เรื่องเล่าสยองขวัญ
"สุรา... ช่างเป็นสุราเลิศรสโดยแท้ กลิ่นหอมหวนอวลระรื่นขจรขจาย ชวนให้ผู้คนเคลิบเคลิ้มหลงใหลจนยากจะถอนตัว"
หวังตั้นยกจอกเหล้าขึ้น กวาดสายตามองไปรอบมหาวิหารที่เงียบสงัด ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงดัง "ข้าเคยได้ยินเรื่องตลกเรื่องหนึ่งจากในเมืองหนานจิง..." หวังตั้นเริ่มเล่าพลางลูบเครา
"มีเศรษฐีบ้านนอกคนหนึ่งมีลูกชายโง่เขลาไม่รู้หนังสือ จึงไปจ้างอาจารย์มาสอนสั่ง วันแรกอาจารย์สอนเขียนคำว่า 'หนึ่ง' ซึ่งมีเพียงขีดเดียว วันต่อมาสอนคำว่า 'สอง' ซึ่งมีสองขีด และวันถัดมาสอนคำว่า 'สาม' ซึ่งมีสามขีด พอเจ้าลูกชายตัวดีเห็นดังนั้นก็วางพู่กันลงด้วยความลำพองใจ บอกพ่อว่าตนแตกฉานวิชาแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีอาจารย์อีก เศรษฐีหลงเชื่อจึงไล่อาจารย์กลับไป
อยู่มาวันหนึ่ง เศรษฐีอยากจะเชิญสหายผู้หนึ่งซึ่งมี 'แซ่ว่าน' (หมื่น) มาดื่มสุรา จึงสั่งให้ลูกชายตื่นแต่เช้าเพื่อเขียนเทียบเชิญ ทว่าจนล่วงเข้ายามเที่ยงก็ยังไร้วี่วาวว่าจะเสร็จ เศรษฐีจึงรุดไปถามด้วยความสงสัย แต่กลับถูกลูกชายตัดพ้อว่า...
'โลกนี้มีนามสกุลตั้งมากมาย เหตุใดแขกคนนี้ต้องแซ่ว่านด้วย! ข้าตั้งอกตั้งใจเขียนมาตั้งแต่เช้าตรู่ จนป่านนี้เพิ่งจะเขียนไปได้แค่ห้าร้อยกว่าขีดเอง!' "
เมื่อได้ยินเรื่องตลกที่จืดชืดขนาดนี้ ฝูงปีศาจต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะพูดอะไรดี ผ่านไปสองสามวินาทีถึงค่อยมารู้สึกตัวแล้วพากันหัวเราะร่าพร้อมกัน
เสียงหัวเราะที่ทั้งกระอักกระอ่วนแต่ยังคงไว้ซึ่งมารยาทดังระงมไปทั่ววิหาร นักพรตหวังตั้นยกจอกเหล้าขึ้นด้วยความยินดี แล้วเอ่ยกับแขกเหรื่อ "เชิญทุกท่านร่วมดื่ม!"
"ร่วมดื่ม!"
เหล่าปีศาจฉีกยิ้มพลางยกจอกเหล้าขึ้นกระดกจนหมดสิ้น
สมาชิกทีมภารกิจมองดูฝูงปีศาจที่กรอกเหล้าลงคอ ต่างก็ยกจอกขึ้นทำทีเป็นดื่มตาม
น้ำเหล้าที่ผ่านการแช่ด้วยพลังปราณนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ ปีศาจตนไหนที่ดื่มเข้าไปเพียงจอกเดียว ใบหน้าก็เริ่มแดงก่ำ จิตใจล่องลอย ฝูงปีศาจต่างทยอยเล่าเรื่องตลกเก่าคร่ำครึเรียกเสียงฮาจากเหล่าภูตผีตนอื่น
ส่วนปีศาจที่ไม่มีเรื่องตลกจะเล่า ก็เริ่มเล่าเรื่องการ 'กินคน' ในช่วงที่ผ่านมา ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ และกินคนประเภทไหน
"เมื่อวานซืนข้าเพิ่งปล้นขบวนพ่อค้าในป่ามา มีเจ้าอ้วนคนหนึ่งอร่อยที่สุด โดยเฉพาะตับของมัน ทั้งมัน ทั้งเลี่ยน ทั้งลื่นคอ"
"ผิดแล้ว คนอ้วนสิ่งที่อร่อยที่สุดคือสมองกับลำไส้ต่างหาก สมองเต็มล้นไส้เต็มไปด้วยไขมันน่ะ"
"ข้าว่าคนผอมอร่อยกว่านะ เนื้อแน่น เคี้ยวหนึบดี"
"จึ๊ๆ อยากกินเด็กชายหญิงอีกสักคู่จัง..."
เหล่าปีศาจที่เริ่มเมามายต่างกระชากหน้ากากที่ดู 'ไร้พิษภัย' ออก แล้ววิพากษ์วิจารณ์ประสบการณ์การกินคนอย่างออกรส
พวกหลี่อังที่นั่งอยู่ในมุมอับมีสีหน้ามืดครึ้มไม่แน่นอน ในสายตาของปีศาจ พวกเขาคือ 'นักพรตสายมาร' ที่กลับมาจากโพ้นทะเล
ตราบใดที่พวกเขากล้าแสดงท่าทีโกรธแค้นหรือรักความยุติธรรมออกมาแม้เพียงนิดเดียว พวกเขาก็จะถูกฝูงปีศาจกรูเข้ามารุมทึ้งสังหารทิ้งทันที
ต้องอดทนไว้
ปีศาจซันเซียวในร่างนักพรตบนที่นั่งประธานกวาดสายตามองไปรอบวิหารพลางยิ้ม "งานเลี้ยงดี เหล้าก็เลิศ จะขาดเนื้อชั้นยอดได้อย่างไร?"
เขาสะบัดมือใหญ่ วิญญาณชุดขาวก็ลอยหวือกลับไปที่เกี้ยว ก่อนจะแบกหญิงสาวโฉมงามในชุดกระโปรงสีแดงยาวที่หน้าท้องนูนออกมาคนหนึ่ง
หญิงสาวนางนั้นสลบไสลอยู่ตลอด เมื่อถูกแบกมาถึงห้องโถงและถูกไอปีศาจกระตุ้นก็นำพาให้นางฟื้นคืนสติ ทันทีที่นางลืมตาขึ้นเห็นเหล่าปีศาจที่รูปร่างอัปลักษณ์น่าสยดสยองอยู่เต็มวิหาร นางก็กรีดร้องออกมาแทบจะสิ้นสติ
"ฮ่าๆๆๆ" เหล่าปีศาจเห็นอาการขวัญหนีดีฝ่อของหญิงตั้งครรภ์ก็พากันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะที่จองหองนั้นราวกับจะถล่มหลังคามหาวิหารให้พังลงมา
"แม่นางหงไม่ต้องกลัว มาหาพี่นี่มา"
หวังตั้นบนที่นั่งประธานโบกมือพลางเอ่ยกับหญิงสาวด้วยสีหน้าเปี่ยมเมตตา
"ท่านพี่ช่วยข้าด้วย!" เมื่อหญิงสาวเห็นหวังตั้นก็นึกว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยชีวิต นางรีบวิ่งไปหาหวังตั้นด้วยความลนลานแล้วหลบอยู่ข้างหลังเขา "ที่นี่มัน..."
"ที่นี่คือวัดกู่หาน ที่นี่คือวิหารหมื่นปีศาจ" หวังตั้นใช้มือที่เหี่ยวย่นราวกับหนังไก่ลูบผมของหญิงตั้งครรภ์พลางเอ่ยอย่างอ่อนโยน "หงเหนียง เจ้าอยู่กับข้ามานานเท่าไหร่แล้ว?"
"สาม... สามปีแล้วเจ้าค่ะ" หงเหนียงเอ่ยด้วยฟันที่กระทบกันกึกๆ "ท่านพี่ไถ่ตัวข้าออกมาจากหอนางโลม จนถึงตอนนี้ก็สามปีแล้ว"
"สามปีแล้วสินะ"
หวังตั้นรำพึงรำพันพลางยื่นมือไปลูบท้องที่นูนโตของหงเหนียง "ในที่สุดเจ้าก็ตั้งท้องเสียที"
หงเหนียงดูเหมือนจะเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง นางรีบเอามือกุมท้องพลางเอ่ยด้วยใบหน้าซีดเผือด "ท่าน... ท่านพี่?"
"ชาวโลกชอบพูดกันว่า 'เปรี้ยวได้ลูกชาย เผ็ดได้ลูกสาว' หงเหนียง ช่วงนี้เจ้าชอบกินของเปรี้ยวหรือของเผ็ดล่ะ?"
"เปรี้ยว... เจ้าค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นก็เป็นลูกชายสินะ?"
หวังตั้นตบมือพลางหันไปบอกฝูงปีศาจ "เกิดเป็นลูกชายน่ะดี เกิดเป็นลูกชายน่ะย่อมได้ปริมาณเนื้อมากกว่าลูกสาวสักตำลึงสองตำลึง"
?
เหล่าปีศาจชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายและระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
"ใช่ๆๆ นักพรตหวังตั้นพูดถูก ทารกเพศชายน่ะ ย่อมได้ปริมาณเนื้อมากกว่าทารกเพศหญิงส่วนหนึ่งจริงๆ"
คำประจบสอพลอของปีศาจเหล่านั้น ในหูของหงเหนียงมันราวกับเสียงกระซิบจากนรก นางสั่นสะท้านไปทั้งตัวจนไม่กล้าขยับเขยื้อน
"หงเหนียง เจ้าสงสัยมาตลอดใช่ไหม?"
ยิ่งหญิงสาวหวาดกลัว เสียงของหวังตั้นก็ยิ่งนุ่มนวลขึ้น "ฐานะทางบ้านของข้าก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ร้านค้าในนามก็กิจการไม่สู้ดี แม้แต่การซื้อที่ดินทำกินข้ายังไม่สนใจ แล้วเจ้าคิดว่าข้าสะสมทรัพย์สินมหาศาลขนาดนี้ได้ภายในเวลาไม่กี่ปีได้อย่างไรกัน?"
"ท่านพี่... ท่านพี่ปรุงยาเม็ดวิเศษได้"
"ถูกต้อง ปรุงยา แล้วเจ้ารู้ไหมว่ายาที่ข้าปรุงมันคือยาอะไร?"
"ข้าไม่รู้... ข้าไม่รู้..."
"ไม่ เจ้าเจ้ารู้ดี" หวังตั้นยิ้ม "เจ้ารู้ว่าข้าปรุงยาอะไร เจ้าถึงได้ดึงดันจะอยู่แต่ในเรือนเล็กทางใต้ ไม่ยอมย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์หวังยังไงล่ะ"
"..." หงเหนียงหน้าซีดเผือด ไม่เอ่ยคำใด
"ผู้หญิงโง่เอ๋ย ช่างน่าสงสาร น่าสมเพช และน่าเวทนาจริงๆ" หวังตั้นยิ้มพลางลูบท้องของหงเหนียง "ช่วงนี้เจ้าไม่ได้กำลังแอบรวบรวมหลักฐานเพื่อจะส่งให้ 'หวังขวั้น' หรือ 'หวังฉุนเย่ว์' รองเสนาบดีกรมอาญาที่เพิ่งกลับมาจากการไว้ทุกข์ให้มารดาสามปีหรอกรึ เจ้ากะจะฟ้องร้องข้า ส่งข้าเข้าคุกใต้ดิน เพื่อช่วยพวกพี่น้องของเจ้าออกมาจากคฤหาสน์งั้นสิ?"
หงเหนียงหน้าไร้สีเลือด ตัวสั่นงันงกราวกับถูกผีเข้า ฟันกระทบกันไม่หยุด
ในวิหารเหล่าปีศาจต่างซุบซิบกันเบาๆ สำหรับพวกมันแล้ว รองเสนาบดีกรมอาญาอะไรนั่น หรือหวังขวั้นอะไรนั่น เป็นเรื่องหยุมหยิมของพวกมนุษย์ พวกมันไม่เข้าใจและไม่อยากรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับงานเลี้ยงวันนี้ยังไง
"ที่แท้... ก็เป็นแบบนี้เอง"
หลี่อังถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปกระซิบกับเพื่อนร่วมทีม "ปีเจียจิ้งที่ 13, วัดกู่หาน, หวังตั้น, เมืองหลวงทางใต้หนานจิง... ผมเข้าใจช้าเกินไปจริงๆ"
สิงเหอโฉ่วลดเสียงต่ำถามอย่างร้อนรน "นายเข้าใจอะไร?"
"ระบบน่ะบอกใบ้เบื้องหลังของภารกิจนี้ให้เราตั้งแต่แรกแล้ว เบาะแสทั้งหมดอยู่ตรงหน้า แต่พวกเรากลับมองข้ามมันไป"
หลี่อังยิ้มขื่นพลางใช้ข้อนิ้วเคาะหัวตนเองเบาๆ "พวกคุณเคยผ่านตาหนังสือ 'กั๋วจาวเซี่ยนเจิ้งลู่' ของเจียวหง อาลักษณ์แห่งสำนักฮั่นหลินในช่วงกลางรัชสมัยว่านลี่บ้างหรือไม่? ในบรรดาบันทึกชีวประวัติบุคคลสำคัญเหล่านั้น มีเหตุการณ์ประหลาดที่น่าขนพองสยองเกล้าเรื่องหนึ่งถูกจารึกไว้..."
???
นั่นมันคืออะไร? กินได้ไหม?
"กั๋วจาวเซี่ยนเจิ้งลู่ เป็นการรวบรวมบันทึกพงศาวดาร ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น บันทึกเรื่องราวแปลกประหลาด และศิลาหน้าหลุมศพตั้งแต่รัชสมัยหงอู่จนถึงเจียจิ้งรวม 12 รัชกาล แบ่งหมวดหมู่เป็นเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง คณะรัฐมนตรี ลูกกตัญญู ผู้ทรงคุณธรรม เนื้อหาครอบคลุมกว้างขวางและมีรายละเอียดแน่นหนามาก"
หลี่อังอธิบายด้วยความเร็วแสง "และในหนังสือประวัติศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่งเล่มนี้ กลับมีเรื่องราว 'สยองขวัญ' ที่สะเทือนขวัญและน่าเหลือเชื่อบันทึกอยู่เรื่องหนึ่ง"
..........