เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 808 กลุ่มโจรเอนเชียนวินด์

ตอนที่ 808 กลุ่มโจรเอนเชียนวินด์

ตอนที่ 808 กลุ่มโจรเอนเชียนวินด์


ตอนที่ 808 กลุ่มโจรเอนเชียนวินด์

“พวกแกเป็นคนของกลุ่มโจรเอนเชียนวินด์งั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

เมื่อได้เห็นสหายถูกเซี่ยเฟยสังหารโดยไม่ลังเล ชายอ้วนก็หมดความคิดที่จะต่อต้านอีกต่อไป ท้ายที่สุดการฆ่าใครสักคนมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไรนัก แต่การฆ่าใครสักคนอย่างไร้อารมณ์เป็นอีกเรื่องที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

การลงมืออันเย็นชาของเซี่ยเฟยจึงทำให้ชายอ้วนรู้สึกหวาดกลัวไปจนถึงส่วนลึกของจิตใจ

“อือ” ชายอ้วนกล่าวตอบอย่างไม่เต็มใจ เซี่ยเฟยจึงให้หงส์ครามผ่อนแรงรัดลงเล็กน้อย เพื่อให้อีกฝ่ายสามารถตอบคำถามได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้น

“ยูรินทร์กับรูปมิสเทอรีมูนคืออะไร? แล้วใครเป็นเจ้าของสุสานนี้?” เซี่ยเฟยถามต่อ

“เจ้าของสุสานชื่อซานชิงเป็นสุดยอดนักประดิษฐ์ตั้งแต่เมื่อ 100 ปีก่อน ในเวลานั้นเขาสำเร็จกฎแห่งการประดิษฐ์ถึงขั้นที่ 8 และค่อนข้างจะมีชื่อเสียงแม้แต่ภายในหมู่ของชนชั้นสูงของแดนเนรเทศ เขาจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์นักประดิษฐ์ชั้นยอดที่หาได้ยาก แล้วมันคงเป็นเวลาอีกนานมากกว่าจะมีใครขึ้นมาเทียบชั้นกับเขาได้”

“น่าเสียดายที่ซานชิงเป็นคนที่หยิ่งยโสมากจนเกินไป ในระหว่างการทำงานเขาจึงสร้างศัตรูขึ้นมาอย่างมากมาย ในที่สุดเขาก็ถูกลอบสังหารตอนที่มีอายุเพียงแค่ 34 ปี ไม่อย่างนั้นความสำเร็จของเขามันก็คงจะอยู่ในระดับที่ยากจะจินตนาการถึง” ชายอ้วนอธิบายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

“เขาสามารถฝึกกฎแห่งการประดิษฐ์ขั้นที่ 8 ได้ตั้งแต่อายุ 34 ปีเนี่ยนะ!?”

เซี่ยเฟยต้องยอมรับว่าซานชิงคืออัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากจริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นนิสัยของอีกฝ่ายังมีความโหดเหี้ยมมาก ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงจะไม่สามารถสร้างอุโมงค์มรณะที่ทั้งอันตรายและมีความยาวได้ขนาดนี้

โชคอย่างดีที่เขาได้เรียนรู้กฎแห่งความเร็วของสกายวิงแล้ว ไม่อย่างนั้นกับดักในอุโมงค์ก็คงจะสร้างปัญหาให้กับเขามากกว่านี้

เซี่ยเฟยเขย่ารูปมิสเทอรีมูนและยูรินทร์ภายในมือเป็นสัญญาณให้ชายอ้วนอธิบายต่อไป

“ว่ากันว่าสาเหตุที่ทำให้ซานชิงประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ นั่นก็เพราะว่าเขาได้รับรูปมิสเทอรีมูนมาจากบรรพบุรุษ น่าเสียดายที่รูปมิสเทอรีมูนเป็นภาพที่ลึกลับมาก แต่หากใครสามารถทำความเข้าใจมันได้ คนคนนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะพัฒนาไปจนถึงจุดสูงสุดของนักประดิษฐ์”

“ต้นตระกูลของซานชิงเคยมีเทพนักประดิษฐ์ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว และบรรพบุรุษคนนั้นก็เป็นผู้ทิ้งรูปมิสเทอรีมูนเอาไว้ให้กับลูกหลานของตัวเอง แต่ภาพภายในแบบแปลนมีความซับซ้อนมาก แม้กระทั่งภายในตระกูลซานก็ยังมีเพียงแค่ซานชิงคนเดียวที่ตีความแบบแปลนนี้ได้” ชายอ้วนอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับเมื่อได้รู้แล้วว่ารูปมิสเทอรีมูนคือมรดกวิธีการฝึกฝนนักประดิษฐ์ของตระกูลซาน และในเมื่อฮัวหยูตงไม่รู้ถึงการมีอยู่ของรูปชิ้นนี้ ชายหนุ่มก็ตัดสินใจที่เขาจะเก็บมันเอาไว้เป็นของตัวเอง

“แล้วยูรินทร์ล่ะ มันคืออะไร?”

“ยูรินทร์เป็นชื่อของชุดเกราะที่คล้าย ๆ กับชุดเกราะต่อสู้ แต่มันเป็นชุดเกราะที่ไม่มีระดับ พวกนักประดิษฐ์ที่ไม่ค่อยฝึกพลังมากนักจึงมักจะชอบใช้ชุดเกราะประเภทนี้ แต่มันก็เป็นชุดเกราะที่ไม่มีประโยชน์สำหรับพวกนักรบมากนัก”

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ฮัวหยูตงต้องการคือชุดเกราะชั้นยอดสำหรับนักประดิษฐ์ ซึ่งเคยเป็นของซานชิงมาก่อน

ฮัวหยูตงกำลังจะต้องขึ้นไปยังแดนเทพในอีกไม่ช้า และเขาก็น่าจะรู้แล้วว่าสถานที่แห่งนั้นมีอันตรายมากแค่ไหน เขาจึงต้องการที่จะได้ชุดเกราะยูรินทร์ไปไว้ป้องกันตัว แต่ชายชราคงจะไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในสุสานของซานชิงไม่ใช่ชุดเกราะชุดนี้ แต่มันคือรูปมิสเทอรีมูนซึ่งเป็นมรดกความรู้ที่เทพนักประดิษฐ์ได้ส่งต่อให้กับลูกหลานของตัวเองต่างหาก

แม้ว่าชุดเกราะยูรินทร์จะเป็นชุดเกราะชั้นยอดสำหรับนักประดิษฐ์ แต่สำหรับเซี่ยเฟยที่มีชุดเกราะดาร์กยูนิคอร์นอยู่แล้ว ชุดเกราะประเภทนี้มันก็ไม่ได้มีความสำคัญใด ๆ สำหรับเขาเลย

“เอาล่ะฟังคำถามของฉันให้ดี ๆ เมื่อไม่นานมานี้กลุ่มโจรเอนเชียนวินด์ได้ไปสร้างศัตรูกับใครเอาไว้หรือเปล่า?” เซี่ยเฟยถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

กลุ่มโจรเอนเชียนวินด์อาจจะไปสร้างความขุ่นเคืองให้กับพวกที่ขโมยกฎแห่งเวลา คนพวกนั้นจึงได้ทิ้งตราสัญลักษณ์ของกลุ่มโจรเอนเชียนวินด์เอาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อที่จะให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเหตุการณ์ฆ่าล้างบางลัทธิเทพโบราณเป็นฝีมือของกลุ่มโจรปล้นสุสานที่มีชื่อเสียงแห่งนี้

แน่นอนว่าถ้าหากกลุ่มโจรเอนเชียนวินด์สามารถระบุศัตรูของพวกเขาได้ เซี่ยเฟยก็อาจจะหาตัวตนของผู้ที่ขโมยกฎแห่งเวลาไปได้ด้วยเหมือนกัน

“ศัตรูงั้นเหรอ? พวกเราทำงานปล้นสุสานใครจะไปรู้ว่าพวกเราได้ไปสร้างความขุ่นเคืองกับใครเอาไว้บ้าง” ชายหนุ่มกล่าวตอบอย่างไม่รู้เหมือนกัน เพราะด้วยลักษณะงานของพวกเขามันก็ทำให้กลุ่มโจรเอนเชียนวินด์มีศัตรูเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

“มีศัตรูคนไหนที่ดูจะอาฆาตมากเป็นพิเศษบ้างไหม? ศัตรูที่มีพลังมากและพร้อมจะล้างแค้นพวกแกอย่างสาสม” เซี่ยเฟยพยายามพูดอย่างใจเย็น

“พวกเรามีศัตรูมากเกินไปจริง ๆ และผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริงคือนายท่านกับอาจารย์ของพวกเรา ฉันไม่รู้หรอกว่าใครมันพร้อมจะมาล้างแค้นพวกเราบ้าง” ชายอ้วนกล่าวตอบพร้อมกับส่ายหัว

ฟุบ!

จู่ ๆ เซี่ยเฟยก็หายตัวไปอย่างกะทันหันเหลือเพียงแค่ขนอุยเท่านั้นที่กำลังจ้องมองชายอ้วนอยู่

ต่อมามันก็มีเสียงการต่อสู้อันดุเดือดดังขึ้นมาจากระยะไกล ก่อนที่มันจะมีเสียงร้องโหยหวนดังตามมาอีกไม่นาน

ฟุบ!

เซี่ยเฟยกลับมาอีกครั้งพร้อมกับโยนร่างของชายชราผิวซีดคนหนึ่งลงบนพื้น ซึ่งผิวของชายคนนี้มีความซีดขาวเป็นอย่างมาก คล้ายกับว่าผิวของเขาไม่ได้โดนแดดมาเป็นเวลานานมากแล้ว

แขนขวาของชายชราถูกตัดจนขาดเสมอไหล่ ทำให้ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเซียวลงมากกว่าเดิมและทั่วทั้งร่างกายก็มีเหงื่อออกมาอย่างหนัก

“ราชากฎงั้นเหรอ? พอใช้ได้เลยนี่” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเองขึ้นมาเบา ๆ

ตอนนี้เขามีพลังอยู่ในระดับราชากฎขั้นที่ 5 แล้ว ซึ่งอยู่ห่างจากการเป็นราชากฎขั้นสูงเพียงแค่ระดับเดียวเท่านั้น และเมื่อมันได้รวมพลังเข้ากับกฎแห่งความโกลาหล ประกอบกับสมบัติชนิดพิเศษต่าง ๆ ที่เขาได้ครอบครองอยู่อย่างมากมาย

มันจึงทำให้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันไม่สามารถคุกคามเซี่ยเฟยได้อีกต่อไป การจัดการกับราชากฎที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดจึงเป็นเพียงแค่เรื่องง่าย ๆ สำหรับเขา

“มันคงจะเป็นอาจารย์ที่แกพูดถึงใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

“อาจารย์! ทำไมคุณถึงมาที่นี่? คุณมาช่วยผมงั้นเหรอ?” ชายอ้วนอุทานออกไปด้วยความตกตะลึง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบลงบลัดบิวเทียสก็แทงเข้าใส่หัวใจของเขาเสียก่อน จนทำให้ร่างของชายอ้วนซูบซีดลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเพียงแค่ซากศพที่แห้งเหี่ยวและแหลกสลายหายไปกลายเป็นฝุ่นผงในอากาศ

“ชื่ออะไร?” เซี่ยเฟยถามอย่างเย็นชา

“ฟางหลู” ชายชรากัดฟันตอบกลับไปอย่างยากลำบาก

“แกเป็นพวกอาจารย์ที่ไม่ดีเท่าไหร่สินะ ทั้ง ๆ ที่แกเป็นคนส่งลูกศิษย์ไปทำภารกิจ แต่แกกลับไม่เชื่อใจลูกศิษย์ของตัวเองและแอบติดตามลูกศิษย์มาอย่างลับ ๆ แต่ลูกศิษย์ที่โง่เขลาของแกก็ยังเชื่อมั่นว่าแกจะมาช่วยมันจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิต”

“น่าเสียดายที่ลูกศิษย์โง่ ๆ ของแกไม่รู้ตัวเลยว่าแท้ที่จริงพวกมันก็เป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งที่แกคิดจะใช้แล้วโยนทิ้งเท่านั้น ถึงฉันจะไม่ใช่คนสังหารลูกศิษย์ของแก แต่แกก็คงจะเป็นคนที่สังหารลูกศิษย์ของตัวเองใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็นเศร้าสร้อย

สีหน้าของฟางหลูเปลี่ยนไปครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะทุกสิ่งมันเป็นไปอย่างที่เซี่ยเฟยได้พูดเอาไว้จริง ๆ ท้ายที่สุดสุสานของซานชิงก็น่าหวาดกลัวมากจนเกินไป เขาจึงส่งลูกศิษย์เข้ามาเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายด้วยตัวเอง

ในเวลาเดียวกันเขาก็แอบตามลูกศิษย์ของตัวเองมาอย่างลับ ๆ และเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาได้รับรูปมิสเทอรีมูนและยูรินทร์ เขาก็จะทำการสังหารลูกศิษย์ทุกคนเพื่อปกปิดไม่ให้ความลับเรื่องนี้รั่วไหล

ดินแดนกฎเป็นสถานที่ของสังคมปลาใหญ่กินปลาเล็กมาโดยตลอด มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฟางหลูจะมีแผนการแบบนี้ แต่ถึงยังไงก็ตามการกระทำของคนในดินแดนกฎ มันก็ทำให้เซี่ยเฟยอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

“เอาล่ะแกคงจะได้ยินคำถามก่อนแล้ว คราวนี้มันถึงคราวที่แกจะต้องเป็นคนตอบคำถามบ้าง” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

“บางทีคนที่แกกำลังตามหาอาจจะเป็นพวกตระกูลหลุยส์ ตระกูลของพวกมันทำธุรกิจเมืองแร่และขายแร่หายากทุกชนิด พวกมันคือศัตรูที่มีความแค้นต่อพวกเรามากที่สุด”

“คนที่ฉันกำลังตามหาไม่ใช่พวกตระกูลขายหินหรอกนะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ถึงแม้ว่าพวกตระกูลหลุยส์จะออกหน้าว่าทำธุรกิจขุดเหมือง แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกมันเป็นนายหน้าขายสินค้าให้กับกลุ่มโจรต่างหาก ครั้งหนึ่งพวกมันก็เคยเป็นนายหน้าให้กับกลุ่มโจรเอนเชียนวินด์ของพวกเราด้วย” ฟางหลูกล่าว

“พวกแกเป็นโจร ส่วนพวกมันเป็นพ่อค้าที่เอาของจากโจรไปขายให้ พวกแกก็น่าจะเป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกันนี่ แล้วทำไมพวกแกถึงมีความแค้นต่อกันได้?” เซี่ยเฟยกล่าวถามอย่างสับสน

“แต่เดิมพวกเราเคยตกลงส่วนแบ่งเอาไว้ที่ 60 ต่อ 40 โดยพวกเราได้ 60% ส่วนพวกมันได้ 40% แต่จู่ ๆ พวกมันก็อาศัยอำนาจในการเพิ่มส่วนแบ่งของตัวเองเป็น 60% แล้วพวกเราจะทำงานหนักเพื่อเอาส่วนแบ่งแค่ 40% ไปทำไม”

“หลังจากนั้นพวกเราเลยรวมกลุ่มโจรกลุ่มใหญ่ ๆ ก่อตั้งพันธมิตรขึ้นมา และสร้างเครือข่ายการค้าเพื่อปล่อยสินค้าของพวกเราเอง การสร้างธุรกิจของพวกเราได้กลายเป็นการสร้างความขัดแย้งกับตระกูลหลุยส์โดยตรง”

“หลังจากนั้นมันก็เริ่มมีการปะทะกันและมีผู้เสียชีวิตจากทั้งสองฝ่าย หากจะเรียกว่าพวกมันคือศัตรูที่โกรธแค้นพวกเรามากที่สุด มันก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรใช่ไหมล่ะ?” ชายชรากล่าวตอบ

“การไปทำลายธุรกิจของใครบางคนมันก็เป็นเหมือนการไปฆ่าพ่อแม่ของพวกมันนั่นแหละ การแก้แค้นของพวกแกมันเป็นเรื่องที่น่าเจ็บแสบดีนี่”

“ในเมื่อแกกับตระกูลหลุยส์เป็นศัตรูกัน ฉันก็เชื่อว่าพวกแกคงจะต้องส่งสายลับเข้าไปในตระกูลของพวกมันด้วยใช่ไหม? เมื่อเร็ว ๆ นี้ตระกูลหลุยส์มีการเคลื่อนไหวอะไรแปลก ๆ บ้างหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

การสังหารหมู่สาวกของลัทธิเทพโบราณนับหมื่นคนไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถทำได้ด้วยคนเพียงแค่คนเดียว หากตระกูลหลุยส์มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริง ๆ มันย่อมจะต้องมีการเคลื่อนไหวใด ๆ ที่น่าสงสัยภายในตระกูลบ้าง

“ช่วงไม่นานมานี้ตระกูลหลุยส์มีการเคลื่อนไหวแปลก ๆ อยู่จริง ๆ สายลับบอกว่ามันมีคนแปลกหน้าเข้าออกตระกูลบ่อยมากขึ้น และคนแปลกหน้าพวกนั้นมันก็ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นเลย”

หลังจากสอบถามสถานการณ์ไปอีกสักพัก เซี่ยเฟยก็ทำการสังหารฟางหลูโดยตรง

“เราจะเชื่อคำพูดของมันได้ไหม?” โอโร่ถาม

“ปกติผมจะเชื่อคำพูดของคนอื่นแค่ 50% แต่สำหรับของฟางหลูผมเชื่อถือคำพูดของมันแค่ 10% เท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เมื่อฮัวหยูตงได้รับชุดเกราะยูรินทร์ที่เขาใฝ่ฝันมาโดยตลอด ชายชราก็รีบใส่ชุดเกราะชั้นยอดและเดินไปเดินมาภายใต้ชุดเกราะชุดใหม่ไม่หยุด

เซี่ยเฟยมองภาพตรงหน้าอย่างไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรมากนัก เพราะท้ายที่สุดชุดเกราะดาร์กยูนิคอร์นของเขาก็ดีกว่าชุดเกราะยูรินทร์อย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้รับรูปมิสเทอรีมูนที่ล้ำค่ากว่ากลับมาอีกด้วย

ในที่สุดฮัวหยูตงก็เก็บชุดเกราะเข้าไปในแหวนมิติอย่างระมัดระวัง พร้อมกับกล่าวขอบคุณเซี่ยเฟยซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดี

“ผู้อาวุโส ตอนนี้พวกเราก็มีวัตถุดิบที่จำเป็นทั้งหมดแล้ว พวกเราควรสร้างค้อนรวมศูนย์เลยดีไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ไม่ต้องรีบร้อน อีก 3 เดือนนายกลับมารับค้อนรวมศูนย์ของนายไปได้เลย” ฮัวหยูตงกล่าวต่อ

“ผมให้อย่างมากที่สุด 1 เดือน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเหยียดนิ้วชี้ออกไปด้านหน้า

“อย่าคิดว่านายจะมาสั่งฉันได้เพียงเพราะว่านายช่วยให้ฉันได้รับชุดเกราะนี้มา ในเมื่อฉันบอกว่า 3 เดือนมันก็หมายถึง 3 เดือนจริง ๆ” ฮัวหยูตงกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“ถึงแม้ว่าตระกูลซานจะสูญเสียซานชิงไป แต่พวกเขาก็ยังถือว่าเป็นตระกูลนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่อยู่ดี ผมอยากรู้จริง ๆ ว่าถ้าหากพวกเขารู้ว่าชุดเกราะยูรินทร์ได้มาอยู่กับคุณ ตอนนั้นพวกเขาจะทำอะไร?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น

“นี่นายกำลังขู่ฉันอยู่งั้นเหรอ?!” ฮัวหยูตงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ขอโทษด้วยผู้อาวุโส พอดีว่าบนชุดเกราะมีฟังก์ชั่นบันทึกวิดีโอแล้วผมก็บังเอิญบันทึกท่าทางการดีใจของคุณเมื่อกี้เอาไว้พอดีเลย แล้วบังเอิญว่าข้อมูลวิดีโอพวกนั้นก็ถูกเก็บเอาไว้ในที่ที่มีเพียงผมที่รู้จักเพียงคนเดียว ถ้ามันไม่ใช่เรื่องที่เดือดร้อนอะไร ผู้อาวุโสช่วยบังเอิญสร้างค้อนรวมศูนย์ให้กับผมภายใน 1 เดือนได้ไหมครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ฮัวหยูตงอ้าปากค้างอย่างพูดอะไรไม่ออก เพราะเขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะเป็นพวกที่เจ้าเล่ห์มากขนาดนี้

แน่นอนว่าฮัวหยูตงย่อมไม่ใช่คนแรกที่ถูกเซี่ยเฟยแก้เผ็ด และเขาก็คงจะไม่ใช่คนสุดท้ายอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดทุกคนที่คิดจะใช้ประโยชน์จากชายหนุ่มก็มักที่จะลงเอยด้วยการถูกแก้เผ็ดเช่นนี้อยู่เสมอ

“ทุกสิ่งมันมีราคาที่ต้องจ่ายอยู่เสมอ ในเมื่อคุณจงใจส่งผมไปพบกับอันตราย นี่ก็คือราคาที่คุณจะต้องจ่ายให้กับผมด้วยเหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าวทิ้งท้ายก่อนที่เขาจะลุกขึ้นเดินจากไปโดยไม่สนท่าทางของชายชรา

***************

เกมพลิก! 5555

จบบทที่ ตอนที่ 808 กลุ่มโจรเอนเชียนวินด์

คัดลอกลิงก์แล้ว