เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 809 ผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน

ตอนที่ 809 ผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน

ตอนที่ 809 ผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน


ตอนที่ 809 ผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน

ชายหนุ่มเรียกประตูมิติออกมา ก่อนที่จะหันหน้ามองกลับไปยังบ้านของฮัวหยูตงด้วยรอยยิ้ม

โอโร่ยังคงส่งเสียงหัวเราะออกมาไม่หยุด หลังจากที่ได้เห็นเซี่ยเฟยแก้เผ็ดฮัวหยูตงอย่างสาสม

“ฮัวหยูตงคงจะคิดว่าตัวเองได้รับสมบัติชิ้นใหญ่ แต่ในความจริงแล้วเขาต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้งตามไปด้วย ฉันเกรงว่าหลังจากนี้เขาก็ไม่เพียงแต่จะไม่กล้าออกคำสั่งกับนายอีกต่อไปเท่านั้น แต่เผลอ ๆ เขาอาจจะต้องคอยฟังคำสั่งจากนายด้วย” โอโร่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“มันไม่สำคัญหรอกว่าผมจะสั่งเขาได้หรือไม่ได้ ไม่ว่ายังไงเขาก็ยังคงเป็นนักประดิษฐ์ระดับสูง ในอนาคตผมอาจจะต้องกลับไปใช้บริการเขาอีก ทางที่ดีเราไม่ควรจะไปบาดหมางกับเขามากกว่านี้ดีกว่า สิ่งที่ผมทำลงไปในวันนี้เป็นเพียงแค่การเอาคืนเขาเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะเมื่อเขากล้าสั่งให้ผมบุกไปปล้นสุสานของคนอื่นโดยไม่บอกล่วงหน้า วันหน้าเขาอาจจะสั่งให้ผมไปทำเรื่องอันตรายเรื่องอื่นอีก”

“แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่อยากมีชีวิตที่ถูกคนอื่นควบคุม ผมจึงจำเป็นจะต้องหาวิธีควบคุมเขาเอาไว้บ้างเขาจะได้ไม่ทำตัวหยิ่งยโสเข้าหาผมมากจนเกินไป”

การกระทำของเซี่ยเฟยทำให้โอโร่แอบถอนหายใจออกมาอย่างลับ ๆ เพราะโดยปกตินักรบรุ่นเยาว์มักจะมีความเก่งกาจแต่ยังขาดประสบการณ์ อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็เคยพิสูจน์มาแล้วหลายครั้งว่าชายหนุ่มคนนี้แตกต่างจากนักรบรุ่นเยาว์คนอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง ตราบใดก็ตามที่มีใครคิดไม่ดีกับชายคนนี้คนคนนั้นก็มักที่จะได้รับการแก้แค้นที่สาสม

“แต่ฮัวหยูตงก็กุมความลับของนายเอาไว้เหมือนกันนะ อย่างเช่นความสัมพันธ์ระหว่างนายกับเทพขาวเทพดำ หรือเรื่องที่นายเป็นคนบุกเข้าไปปล้นสุสานของซานชิง” โอโร่กล่าว

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เขาคงจะไม่คิดเป็นศัตรูกับสกายวิงเพียงเพราะเรื่องแค่นี้หรอก ตราบใดก็ตามที่ผมยังไม่กดดันจนทำให้เขารู้สึกเดือดร้อน มันก็ไม่มีทางที่เขาจะทรยศผมอย่างเด็ดขาด” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

โอโร่ชะงักค้างไปเล็กน้อยเมื่อได้เห็นเซี่ยเฟยเริ่มนำตระกูลสกายวิงเข้ามาพิจารณาในการตัดสินใจของตัวเองแล้ว และถึงแม้ว่าช่วงแรกชายหนุ่มจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจจากการใช้ชื่อเสียงของสกายวิงอยู่บ้าง แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อเสียงของตระกูลสกายวิง ช่วยให้เขาได้รับความสะดวกสบายมากกว่าเดิมอย่างที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนจริง ๆ

เมื่อเซี่ยเฟยก้าวเท้าเข้ามาในสวนสายลม เขาก็สังเกตเห็นว่ามันมีอะไรบางอย่างผิดปกติ เพราะในวันทั่ว ๆ ไปสวนสายลมมีเพียงแค่เขา, เซี่ยอู๋เย่และเซี่ยจงไห่อยู่กันเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น

แต่ในวันนี้ผู้นำตระกูลอย่างเซี่ยบูหยุน, หัวหน้าผู้อาวุโสอย่างเซี่ยเทียน, หัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่างเซี่ยเหล่าสือ รวมถึงคนอื่น ๆ อีกหลายคนได้มารวมตัวกันอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ของสวนสายลมด้วยเช่นกัน มันจึงทำให้บรรยากาศภายในสวนแห่งนี้ดูจะแตกต่างจากเดิมไปเล็กน้อย

เมื่อได้เห็นเซี่ยเฟย เซี่ยเหล่าสือก็พ่นลมหายใจออกมาจากจมูกอย่างเย็นชา ก่อนที่เขาจะวางถ้วยน้ำชาภายในมือและหันหน้าไปอีกทางด้วยความโกรธ

เซี่ยเฟยยักไหล่อย่างหมดหนทาง ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าเพื่อทักทายผู้อาวุโสทุก ๆ คน ท้ายที่สุดเขาก็เป็นสมาชิกใหม่ของตระกูล เขาจึงจำเป็นจะต้องแสดงความเคารพต่อผู้ที่มีความอาวุโสมากกว่าตามมารยาท

ในแววตาของนักรบสกายวิงทุกคนต่างก็ดูเหมือนจะซ่อนบางสิ่งเอาไว้ และการที่ทุกคนได้กลับมารวมตัวกันมันก็ดูคล้ายกับว่ามันมีการตกลงกันเอาไว้ล่วงหน้า

สถานการณ์ในวันนี้ย่อมเป็นสถานการณ์ที่พิเศษอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเซี่ยบูหยุน, เซี่ยเทียนและเซี่ยเหล่าสือซึ่งต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลสำคัญของตระกูล ย่อมไม่กลับมารวมตัวกันในสวนสายลมอย่างแน่นอน

“นายกลับมาได้ทันเวลาพอดี ฉันมีเรื่องสำคัญจะต้องคุยกับนาย พวกเราเข้าไปคุยข้างในกันเถอะ” เซี่ยบูหยุนหันมากล่าวกับเซี่ยเฟย

ท่าทางของเซี่ยบูหยุนจริงจังมาก เซี่ยเฟยจึงอดที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ เพราะเขาไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไปจนทำให้ทุกคนคล้ายกับกำลังมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล

หลังจากเข้าไปภายในห้องประชุม เซี่ยบูหยุนก็ผายมือให้ชายหนุ่มนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับเขา

“มีเรื่องสำคัญที่นายจะต้องตัดสินใจ แต่บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่ความคิดของฉัน แต่เป็นความคิดของบรรพบุรุษที่อยู่เบื้องบน” เซี่ยบูหยุนกล่าว

เซี่ยเฟยชะงักค้างไปเล็กน้อยเมื่อได้รู้ว่าการรวมตัวกันในครั้งนี้เกิดขึ้นมาจากคำสั่งของบรรพบุรุษ

“เอาล่ะตอนนี้นายก็อยู่ในตระกูลมาสักพักแล้ว สาเหตุที่ทางตระกูลมอบหมายให้เซี่ยจงไห่สอนกฎแห่งความเร็วให้กับนายเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เพราะว่าตระกูลไม่สนใจนาย แต่มันเป็นเพราะสถานการณ์ของนายแตกต่างจากคนอื่น มันเลยทำให้แม้แต่บรรพบุรุษก็ยังไม่รู้ว่าเราควรจะมอบการฝึกฝนแบบไหนให้กับนายดี”

“ไม่ว่ายังไงนายก็คือคนที่มีศักยภาพจะเติบโตกลายเป็นอีวิลวิงในรอบ 100 ปี แผนการทั้งหมดจึงไม่ใช่แผนการเพื่อตระกูลเท่านั้น แต่มันยังเป็นแผนการเพื่อตัวของนายเองอีกด้วย”

“โดยปกติแล้วทางตระกูลจะไม่ค่อยมีข้อกำหนดกับสมาชิกภายในตระกูลมากนัก ทุกคนจึงสามารถทำอะไรก็ได้ตามแต่ใจที่แต่ละคนต้องการ แต่ยิ่งใครในตระกูลมีความแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ภาระที่ต้องแบกรับมันก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย”

“เนื่องมาจากว่านายมีศักยภาพจะเติบโตกลายเป็นอีวิลวิง บรรพบุรุษจึงช่วยวางแผนการฝึกของนายด้วยตัวเอง พูดตามตรงเลยว่าฉันไม่เคยเห็นบรรพบุรุษทำแบบนี้กับใครมาก่อน แสดงว่าเขาจะต้องให้ความใส่ใจกับนายมาก ๆ”

คำพูดของเซี่ยบูหยุนทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะบรรพบุรุษของตระกูลสกายวิงเปรียบเสมือนกับเป็นตำนานสำหรับเขา ท้ายที่สุดบรรพบุรุษของตระกูลก็คือผู้ที่อาศัยอยู่ภายในแดนเทพ การที่คนระดับนั้นให้ความใส่ใจกับเขามากเป็นพิเศษจึงเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน

เหตุการณ์นี้ทำให้แม้แต่โอโร่ก็รู้สึกตกใจด้วยเช่นกัน แต่เขาก็ยังคงนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไรออกมา ไม่ว่ายังไงเขาก็คือคนที่ตระหนักถึงศักยภาพของเซี่ยเฟยเป็นอย่างดี แม้แต่ตัวเขาก็ยังเคยมีความคิดพยายามดึงตัวชายหนุ่มเข้าสู่ตระกูลไลอ้อนฮาร์ทอยู่หลายครั้ง

น่าเสียดายที่ถึงแม้ตระกูลสกายวิงจะมีขนาดเล็กไปหน่อย แต่ความแข็งแกร่งของตระกูลนี้ก็เป็นสิ่งที่แม้แต่ตระกูลไลอ้อนฮาร์ทก็ไม่กล้าที่จะดูถูก ด้วยเหตุนี้ถึงแม้ว่าโอโร่จะเสนอผลประโยชน์มากแค่ไหน แต่มันก็คงจะยากที่จะทำให้เซี่ยเฟยทิ้งตัวตนในฐานะสกายวิงไปเพื่อไปเข้าร่วมกับแดนมาร

“ตอนนี้แผนการจากบรรพบุรุษได้รับข้อสรุปแล้ว ส่วนนายจะตัดสินใจยอมรับแผนการนั้นหรือไม่มันก็ขึ้นอยู่กับตัวนายเอง ถ้านายไม่ชอบก็แค่ปฏิเสธออกมาโดยตรง ไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะมองนายไม่ดี ไม่ว่าบรรพบุรุษจะคิดอะไรแต่ท้ายที่สุดเขาก็เคารพความคิดเห็นของทุกคน ดังนั้นนายควรจะเป็นตัวของตัวเองให้ได้มากที่สุด นั่นคือสิ่งที่สกายวิงทุกคนควรจะเป็น” เซี่ยบูหยุนกล่าวอีกครั้ง

“เชิญท่านผู้นำบอกแผนพัฒนามาได้เลยครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“แผนการพัฒนาของนายเรียบง่ายมาก บรรพบุรุษแค่ต้องการให้นายพัฒนาขึ้นมากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน” เซี่ยบูหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน!?” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความสับสน แต่เขาก็ค่อนข้างรู้สึกสนใจกับคำคำใหม่ที่เขาไม่เคยได้ยินคำนี้

“หลังจากที่เราสังเกตพัฒนาการของนายมาสักพัก เราก็ได้เห็นว่านายมีความสามารถในการควบคุมพลังงานอย่างยอดเยี่ยม และมีศักยภาพมากพอที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นนักกลั่นพลังงานได้”

“ขณะเดียวกันถึงแม้ว่านายจะไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับการปรุงยา แต่เราก็รู้ว่านายเคยเรียนการปรุงยามาก่อน และนายก็มีรากฐานสำหรับการประดิษฐ์ที่ค่อนข้างดี นอกจากนี้นายยังมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ในระดับที่น่ากลัวมาก จนทำให้แม้แต่บรรพบุรุษก็ยังไม่มั่นใจว่าเขาควรจะวางแผนการพัฒนาให้นายเดินทางไปทางไหน”

“ท้ายที่สุดบรรพบุรุษก็รู้สึกว่ามันน่าเสียดายหากนายจะต้องทิ้งความสามารถในเรื่องไหนไป แต่การฝึกฝนหลาย ๆ เรื่องพร้อมกัน มันก็จะจำเป็นจะต้องใช้พลังงานปริมาณมหาศาล และต้องใช้ความพยายามมากกว่าการฝึกฝนเพียงแค่เรื่องเดียวอย่างเปรียบเทียบกันไม่ได้”

“แต่ถ้าหากว่านายสามารถฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ไปได้สำเร็จ นายก็จะขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดอย่างที่ใครก็ไม่เคยขึ้นถึงมาก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่นายมีความเชี่ยวชาญทั้งการรบ, การวางแผน, การกลั่นพลังงาน, การปรุงยาและการประดิษฐ์ ในเวลานั้นนายก็จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญรอบด้านคนแรกในประวัติศาสตร์ของดินแดนกฎ” เซี่ยบูหยุนกล่าวอย่างเคร่งขรึม

นี่มันเป็นแผนการที่บ้ามาก!

ทั้งเซี่ยเฟยและโอโร่ต่างก็ฟังแผนการของบรรพบุรุษสกายวิงอย่างตกตะลึง แม้แต่ขนอุยที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันตึงเครียดก็อดที่จะเงยหน้าขึ้นมาพิจารณาสถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้

เซี่ยเฟยไม่เคยคิดมาก่อนว่าบรรพบุรุษจะตั้งความคาดหวังบนตัวเขาเอาไว้สูงขนาดนี้ ถึงกับต้องการจะให้เขาพัฒนากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญรอบด้านคนแรกในประวัติศาสตร์ของดินแดนกฎ

อย่างไรก็ตามแผนการบ้า ๆ แบบนี้ มันก็สมกับเป็นแผนการของตระกูลสกายวิง เพราะตระกูลอื่น ๆ ย่อมไม่กล้าเสี่ยงให้อัจฉริยะของพวกเขาเรียนรู้เรื่องหลาย ๆ เรื่องพร้อมกันอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดการพัฒนาความสามารถด้านใดด้านหนึ่งให้โดดเด่น มันก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากมากพอแล้ว หากเซี่ยเฟยต้องการจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญรอบด้านอย่างที่บรรพบุรุษของเขาคาดหวังเอาไว้จริง ๆ เขาก็อาจจะต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่น ๆ เป็นร้อยเท่าพันเท่า

“การพัฒนาแบบนี้มันจะเสี่ยงมากเกินไปแล้ว แม้ว่าเมื่อก่อนนายจะศึกษาเรื่องหลาย ๆ เรื่องแต่นายก็ยังมีการจัดลำดับความสำคัญว่านายควรฝึกทักษะการต่อสู้เป็นอันดับแรก แต่บรรพบุรุษของนายต้องการจะให้นายฝึกฝนเรื่องทุกเรื่องไปพร้อม ๆ กัน การฝึกแบบนั้นมันจะสร้างภาระให้กับนายมากเกินไป” โอโร่กล่าวขึ้นมาอย่างไม่เห็นด้วย

เซี่ยเฟยรู้สึกราวกับว่ามันกำลังมีคลื่นลมโหมกระหน่ำพัดกระแทกเข้าสู่จิตใจของเขาอย่างต่อเนื่อง และถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยพบกับบรรพบุรุษของตระกูลสกายวิงมาก่อน แต่เขาก็สามารถคาดเดาได้อย่างง่ายดายว่าคนที่วางแผนบ้า ๆ แบบนี้ขึ้นมา มันจะต้องเป็นคนบ้าไม่ต่างไปจากเขาแน่ ๆ

อย่างไรก็ตามการที่บรรพบุรุษไม่ได้ใช้อำนาจของตัวเองเพื่อให้เขาฝึกฝนเรื่องพวกนี้โดยไม่ถามความคิดเห็น มันก็ยังทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ซึ่งความรู้สึกของการให้อิสระ, ความบ้าคลั่งและภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีอยู่ภายในตัวของบรรพบุรุษคนนี้ด้วยกันทั้งหมด

“ฉันรู้ว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ยากมากและความเสี่ยงมันก็มีสูงมากด้วยเหมือนกัน การเดิมพันครั้งนี้อาจจะตัดสินอนาคตของนายเลยก็ได้ นายลองกลับไปคิดดูก่อนแล้วค่อยกลับมาให้คำตอบกับฉันทีหลัง” เซี่ยบูหยุนกล่าวหลังจากสังเกตเห็นความลังเลของเซี่ยเฟย

“ไม่จำเป็นจะต้องกลับไปคิดหรอกครับ ผมขอยอมรับข้อเสนอในครั้งนี้” เซี่ยเฟยกล่าวตอบพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาจาง ๆ

เมื่อเซี่ยเฟยตอบรับข้อเสนอสีหน้าอันเคร่งเครียดของเซี่ยบูหยุนมันก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าแห่งความดีใจอย่าปิดไม่มิด

“บรรพบุรุษบอกเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่านายต้องยอมรับข้อเสนอนี้แน่ ๆ ดูเหมือนว่าการคาดเดาของบรรพบุรุษจะถูกต้องอีกแล้วสินะ” เซี่ยบูหยุนกล่าวพร้อมกับตบไหล่ชายหนุ่มเบา ๆ

หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินออกไปจากห้องประชุมและเรียกทุกคนให้มารวมตัวกัน

“บรรพบุรุษมีคำสั่งให้เซี่ยเฟยพัฒนาไปเป็นผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน เซี่ยเทียนนายได้รับหน้าที่ฝึกฝนกฎแห่งมิติและกฎแห่งความเร็วให้กับเซี่ยเฟยสัปดาห์ละ 2 วันนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป”

“ครับ” เซี่ยเทียนพยักหน้ารับคำสั่งจากบรรพบุรุษ

“เซี่ยเหล่าสือ คุณได้รับหน้าที่ฝึกฝนกฎแห่งพลังงานและกฎแห่งการประดิษฐ์ให้กับเซี่ยเฟยสัปดาห์ละ 2 วันนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป” เซี่ยบูหยุนกล่าวขึ้นมาด้วยความมั่นใจ เพราะท้ายที่สุดคำสั่งนี้ก็เป็นคำสั่งที่ถูกส่งตรงมาจากบรรพบุรุษ แม้ว่าในช่วงเวลาปกติเขาจะรู้สึกหวาดกลัวเซี่ยเหล่าสือเป็นอย่างมากก็ตาม

“ไม่มีปัญหา” เซี่ยเหล่าสือยักไหล่พร้อมกับกล่าวตอบอย่างช่วยไม่ได้

“เซี่ยฉางชุน นายได้รับหน้าที่ฝึกฝนการปรุงยาให้กับเซี่ยเฟยสัปดาห์ละ 1 วันนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป” เซี่ยบูหยุนกล่าว

เซี่ยฉางชุนผู้ซึ่งเป็นชายชราผมขาวเผยรอยยิ้มและพยักหน้าอย่างอารมณ์ดีโดยไม่พูดอะไรตอบกลับไป

เซี่ยบูหยุนเหลือบสายตามองทุกคนอย่างยินดี เพราะทุกคนที่บรรพบุรุษคัดเลือกมาให้ฝึกฝนเซี่ยเฟยต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นครูฝึกที่ดีที่สุดในตระกูลแล้ว เขาจึงเชื่อว่าภายใต้การแนะนำของทั้งสามคน การฝึกฝนของเซี่ยเฟยย่อมจะต้องก้าวหน้าด้วยความรวดเร็วอย่างแน่นอน

ในทางกลับกันเพื่อที่เซี่ยเฟยจะได้พัฒนาจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญรอบด้านคนแรกในประวัติศาสตร์ของดินแดนกฎ เส้นทางที่เขาเลือกมันก็จะเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามอย่างที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็ไม่เคยที่จะพบพานอุปสรรคเช่นนี้มาก่อน

***************

เอาแบบนี้เลยเหรอ!! โหดไปแล้ววว

จบบทที่ ตอนที่ 809 ผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว