เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 807 สุสานยอดนักประดิษฐ์

ตอนที่ 807 สุสานยอดนักประดิษฐ์

ตอนที่ 807 สุสานยอดนักประดิษฐ์


ตอนที่ 807 สุสานยอดนักประดิษฐ์

“ดูนั่น! มันมีแสงสว่างอยู่ข้างหน้า” โอโร่ตะโกนขึ้นมาด้วยความหวัง

เมื่อชายหนุ่มวิ่งเข้าใกล้แสงสว่างมากขึ้น ทางเดินก็เริ่มชัดเจนขึ้นมากเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันบริเวณด้านหลังของเขายังคงมีเสียงกึกก้องดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับถ้ำทั้งถ้ำที่เริ่มจะพังทลายลงมา

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็วิ่งเข้าไปภายในห้องกว้างพร้อม ๆ กับถ้ำที่ถล่มลงมา แต่ห้องแห่งนี้ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนเลยแม้แต่นิดเดียว แสดงให้เห็นว่ามันเป็นห้องที่ถูกแยกโครงสร้างออกจากทางเดินภายในถ้ำอย่างสิ้นเชิง

“ฉันว่าที่นี่มันคือสุสานนะ” โอโร่กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

เซี่ยเฟยรีบหันศีรษะมองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง และได้เห็นว่าทางออกจากห้องกว้างแห่งนี้มี 8 ทิศทางแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง ส่วนทางด้านบนก็ถูกประดับตกแต่งเอาไว้ด้วยโคมไฟคริสตัลหลายร้อยดวง มันจึงทำให้ห้องทั้งห้องถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีขาว

นอกจากนี้ภายในห้องยังมีโลงศพอีกสามโลงที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการ รอบ ๆ โลงถูกแกะสลักด้วยรูปมังกรและหงส์อย่างสวยงามคล้ายกับว่ามันคือโลงศพของชนชั้นสูง

“มันคือสุสานสำหรับคนสามคนงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

จากข้อความที่ฮัวหยูตงได้บอกมาเส้นทางที่เขามุ่งหน้ามานี้จะนำเขาไปสู่ห้องเก็บสมบัติ แต่ชายชราก็ไม่ได้อธิบายรายละเอียดใด ๆ มากนัก เซี่ยเฟยจึงกำลังคิดว่าห้องสมบัตินั้นแท้ที่จริงแล้วคือสุสานแห่งนี้หรือเปล่า

“ความจริงแล้วเจ้าของสุสานมีเพียงแค่คนเดียว เหตุผลที่เขาวางโลงศพเอาไว้ 3 โลงและสร้างโลงทุกโลงให้เหมือนกันก็เพื่อป้องกันไม่ให้โจรปล้นสุสานบุกรุกเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับสุสานของพวกเขา”

“โลงศพที่เป็นโลงจริงจึงมีเพียงแค่โลงเดียว ส่วนโลงศพอีกสองโลงเป็นกับดัก ซึ่งถ้าหากว่าใครไปแตะต้องพวกมันโดยไม่ได้ตั้งใจ ห้องทั้งห้องมันก็จะถล่มลงมาไม่ต่างไปจากทางเดินที่นายผ่านมานั่นแหละ สุสานลักษณะนี้มีให้พบเห็นโดยทั่วไปทั่วทั้งดินแดนกฎ เพราะมันก็มีธุรกิจปล้นสุสานมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว” โอโร่กล่าวอธิบาย

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะค่อย ๆ เดินวนรอบโลงศพทั้งสาม และสังเกตพวกมันอย่างระมัดระวัง

“โลงศพทั้งสามโลงนี้คงจะเป็นกลไกป้องกันอย่างสุดท้าย ถ้าหากว่าฉันทำลายกลไกนี้ได้ฉันก็ควรจะได้รับสมบัติกลับไปด้วยสินะ”

“ฉันไม่เคยคิดเลยจริง ๆ ว่าฮัวหยูตงจะได้ขอให้ฉันมาปล้นสุสานของคนอื่นแบบนี้” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

แม้ชายหนุ่มจะไม่พอใจเล็กน้อยแต่ตอนนี้มันก็ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาบ่น ท้ายที่สุดภายในโลงศพตรงหน้ามันก็มีสิ่งที่ฮัวหยูตงต้องการอยู่ ดังนั้นถ้าหากว่าเขาต้องการที่จะให้ชายชราสร้างค้อนรวมศูนย์ขึ้นมาให้กับเขา เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องปล้นสุสานแห่งนี้ให้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามโลงศพทั้งสามมันก็ดูเหมือนกันทุกประการ จนทำให้ยากจะบอกได้ว่าโลงศพโลงไหนคือของจริง

หากพิจารณาจากการป้องกันภายนอกที่เขาฝ่าฟันเข้ามาได้สำเร็จ เจ้าของสุสานแห่งนี้ก็คงจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมมาก ดังนั้นถ้าหากว่าชายหนุ่มเกิดพลาดขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้มันก็คงจะเป็นสิ่งที่ร้ายแรงชนิดที่เขายากจะแก้ไขได้

ไม่ว่าจะยังไงเขาก็เป็นเพียงแค่นักรบไม่ใช่โจรปล้นสุสานมืออาชีพ เขาจึงไม่รู้วิธีจริง ๆ ว่าเขาจะหาวิธีแยกแยะโลงศพของจริงออกจากโลงศพของปลอมได้ยังไง

เนตรมนตรา!

ชายหนุ่มเสริมพลังให้กับดวงตาเพื่อพยายามสังเกตความแตกต่างระหว่างโลงศพทั้งสาม

“เอายังไงดี? โลงศพพวกนี้มันเหมือนกันมากเกินไป ฉันไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างพวกมันได้เลย” เซี่ยเฟยส่งเสียงพึมพำพร้อมกับขมวดคิ้ว

วัตถุดิบที่ใช้สร้างโลงศพทั้งสามขึ้นมาคือหยกจักรพรรดิซึ่งเป็นอัญมณีที่หนามาก วิชาเนตรมนตราของเขาจึงไม่สามารถที่จะมองทะลุผ่านเข้าไปยังโลงศพได้

เวลาค่อย ๆ ผ่านไปเรื่อย ๆ แต่เซี่ยเฟยก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปริศนาตรงหน้าได้แม้แต่นิดเดียว แต่ในทันใดนั่นเองมันก็มีเสียงดังมาจากภายนอก คล้ายกับว่ามันมีใครบางคนกำลังพยายามทำลายหินทำลายมังกรเพื่อเข้ามาภายในสุสาน

สุสานห้องนี้เชื่อมต่อกับเส้นทางทั้งหมด 8 เส้นทาง ซึ่งเส้นทางที่เกิดเสียงขึ้นมานั้นคือเส้นทางที่อยู่ในทิศทางตรงกันข้ามกับเส้นทางที่ชายหนุ่มใช้เดินทางมา

เซี่ยเฟยพยายามเงี่ยหูตั้งใจฟังเสียงที่เกิดขึ้นมา ซึ่งมันก็ดูคล้ายกับว่ามันจะเป็นเสียงสว่านที่กำลังพยายามจะเจาะผ่านหิน

“หรือว่าพวกทหารโลหะพวกนั้นมันกำลังพยายามตามเข้ามาไล่ล่านาย?” โอโร่เริ่มสันนิษฐาน

“เป็นไปไม่ได้! พวกทหารยามจะเข้ามาในเขตสุสานเจ้านายของพวกมันได้ยังไง นอกจากนี้เจ้าของสุสานยังเป็นพวกพิถีพิถันมาก หากเขาต้องการจะให้ทหารยามเข้ามาภายในห้องนี้จริง ๆ มันย่อมมีวิธีการอื่นที่ดีกว่าการพยายามเอาสว่านเจาะเข้ามาแน่นอน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใคร อีกเดี๋ยวพวกเราก็จะจะรู้เอง” เซี่ยเฟยกล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่เขาจะเริ่มทำลายร่องรอยของตัวเอง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปทางด้านบนอย่างคล่องแคล่ว และซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดบริเวณใต้หลังคา

โดยปกติมันย่อมไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมาสังเกตพื้นที่บริเวณด้านบนอยู่แล้ว เว้นแต่ว่ามันจะมีสถานการณ์ที่พิเศษจริง ๆ นอกจากนี้เซี่ยเฟยยังใช้วิชาพรางจิตเพื่อหลบตัวตนด้วย ดังนั้นโอกาสที่ศัตรูจะค้นพบตัวตนของเขามันจึงมีอยู่น้อยมาก

อย่างไรก็ตามการพยายามใช้เครื่องมือเพื่อทำลายหินทำลายมังกรก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก ชายหนุ่มจึงจำเป็นจะต้องรอคอยนานกว่า 20 นาที ก่อนที่พวกผู้มาใหม่จะสามารถทำลายหินเพื่อเข้ามายังห้องด้านในได้สำเร็จ

ชายชุดดำ 2 คนค่อย ๆ ย่องตัวเข้ามาภายในห้อง จากนั้นพวกเขาก็รีบมุ่งหน้าไปซ่อนตัวในเงามืดและสังเกตพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างระมัดระวัง

ชายหนุ่มก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผู้มาใหม่ทั้งสองถึงระวังตัวมากขนาดนี้ บนศีรษะของชายอ้วนถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าพันแผล แต่มันก็ยังคงมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

เมื่อเซี่ยเฟยพิจารณาจากรูปร่างของโจรทั้งสอง เขาก็สันนิษฐานว่าทั้งสองคนนี้ไม่ใช่คนจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่เป็นเผ่าพันธุ์อื่นที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์มาก

“ใครมันเป็นคนทำให้ถ้ำถล่มวะ? พวกเราอุตส่าห์วางแผนมาตั้งนาน แต่สุดท้ายน้องสาวผู้น่าสงสารของฉันกลับต้องมาตายเพราะความโง่ของใครก็ไม่รู้” ชายอ้วนชุดดำเริ่มบ่นเมื่อไม่เห็นใครอื่นอยู่ในห้องนี้นอกจากสหายของตัวเอง

เซี่ยเฟยแอบขำอยู่ในใจเพราะคนที่ทำให้ถ้ำถล่มลงมามันก็คือเขานี่เอง

“เลิกคิดถึงผู้หญิงคนนั้นได้แล้ว ตราบใดก็ตามที่พวกเรานำรูปมิสเทอรีมูนกับยูรินทร์ออกไปได้สำเร็จ หลังจากนั้นนายจะมีผู้หญิงอีกสักกี่คนก็ได้” ชายชุดผอมกล่าวขึ้นมาด้วยเสียงจริงจัง

บทสนทนาระหว่างชายทั้งสองดึงดูดความสนใจของเซี่ยเฟยมาก โดยยูรินทร์คือสิ่งที่ฮัวหยูตงต้องการ ส่วนเรื่องรูปมิสเทอรีมูนมันก็เป็นสิ่งที่ชายชราไม่เคยได้พูดถึง

หลังจากนั้นชายชุดดำทั้งสองคนก็เริ่มนำเครื่องมือออกมาจากแหวนมิติทีละชิ้น ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเจาะรูเล็ก ๆ บนโลงศพและใส่กล้องขนาดเล็กเข้าไปเพื่อสำรวจพื้นที่ทางด้านใน

“นายเห็นไหม? พวกเขาดูเป็นมืออาชีพมากกว่านายซะอีก” โอโร่กล่าวขึ้นมาด้วยความประหลาดใจหลังจากที่ได้เห็นการทำงานของคนทั้งสอง

“ถึงแม้ผมจะทำเหมือนโจรปล้นสุสานไม่ได้ แต่ผมมั่นใจว่าผมฆ่าโจรปล้นสุสานได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

อากาศภายในสุสานค่อนข้างร้อน ซึ่งหลังจากทำงานไปสักพักชายอ้วนก็เริ่มกระพือเสื้อออกเผยให้เห็นรอยสักรูปประตูครึ่งบานบริเวณลำคอของเขาอย่างชัดเจน

“นั่นมันสัญลักษณ์ของโจรเอนเชียนวินด์! ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงลงมืออย่างเชี่ยวชาญแบบนี้ ที่แท้พวกเขาก็เป็นสมาชิกของกลุ่มจนปล้นสุสานที่โด่งดังที่สุดในดินแดนกฎนี่เอง” โอโร่อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจหลังจากที่เขาได้เห็นรอยสักบนลำคอของชายอ้วน

เซี่ยเฟยชะงักไปเล็กน้อย เพราะในระหว่างที่เขาพยายามสืบค้นเรื่องกฎแห่งเวลา เขาก็เคยเจอร่องรอยของกลุ่มโจรเอนเชียนวินด์ด้วยเช่นกัน แต่ในคราวนั้นร่องรอยที่เขาพบเจอมันเป็นเพียงแค่ร่องรอยจอมปลอม เขาจึงไม่คิดว่าหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปไม่นาน เขาจะมีโอกาสได้มาพบกับกลุ่มโจรปล้นสุสานที่โด่งดังด้วยตัวเองแบบนี้

“โลงศพจริงคือโลงศพทางด้านซ้าย” ชายผอมกล่าวหลังจากสำรวจโลงศพจนจบ

ชายทั้งสองเริ่มงัดแงะโลงศพอย่างมืออาชีพ และเมื่อพวกเขาเปิดโลงออกมามันก็แสดงให้เห็นว่าภายในโลงมีเพียงแค่เสื้อผ้าที่กลายเป็นฝุ่นผงทันทีที่อากาศได้ไหลเวียนเข้าไป

ชายชุดดำทั้งสองเริ่มแสดงความเคารพด้วยท่าทางที่เซี่ยเฟยไม่เคยเห็นมาก่อน จากนั้นพวกเขาก็ค่อย ๆ หยิบกล่องหยกและม้วนกระดาษที่ถูกปิดผนึกด้วยโลหะผสมออกมาจากโลงอย่างช้า ๆ

“เท่าที่ฉันได้ยินมาท่าทางของพวกเขาคือการขอขมาดวงวิญญาณของผู้ตาย และในฐานะที่พวกเขาทำอาชีพปล้นสุสานมานาน พวกเขาจึงค่อนข้างจะเข้มงวดกับกฎในการแสดงความเคารพต่อหลุมศพมาก”

“กล่องหยกกับม้วนกระดาษนั่นจะต้องเป็นยูรินทร์กับรูปมิสเทอรีมูนที่พวกเขาพูดถึงแน่ ๆ ตอนนี้มันคงจะถึงคราวที่นายจะต้องลงมือได้แล้วมั้ง” โอโร่กล่าว

เซี่ยเฟยยังคงนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไรและยังคงรอคอยอยู่อย่างใจเย็น

“ฮ่า ๆ ๆ อาจารย์พูดถูกแล้ว สุสานบนเกาะนี้คือสุสานของยอดนักประดิษฐ์ซานชิงจริง ๆ ด้วย” ชายร่างผอมพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“ซานชิงเป็นคนที่โหดเหี้ยมมาก มันคงจะไม่ได้มีกับดักอะไรซ่อนอยู่ในสุสานนี้ใช่ไหม?” ชายอ้วนกล่าวถามขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

“มันไม่มีอะไรหรอก อุโมงค์นั่นเป็นฝีมือของซานชิงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สุสานนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากลูกหลานของเขา ดังนั้นมันเลยไม่มีอันตรายอะไรอย่างที่ควรจะเป็น” ชายร่างผอมกล่าว

“เอาล่ะพวกเรากลับกันเถอะ ตอนขามาพวกเรามีกันตั้ง 128 คนแต่ตอนขากลับพวกเรากลับเหลือรอดแค่สองคน การเดินทางในรอบนี้มันเป็นการเดินทางที่ยากลำบากจริง ๆ” ชายอ้วนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

ฟุบ!

ทันใดนั้นร่างของชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลงมาจากใต้หลังคา ก่อนที่บลัดบิวเทียสจะแทงทะลุลำคอของชายร่างผอมอย่างว่องไว ในเวลาเดียวกันหงส์ครามก็เคลื่อนไหวออกไปรัดร่างของชายอ้วนให้ลอยขึ้นไปในอากาศ พร้อม ๆ กับขนอุยที่พุ่งตัวออกไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น และจ้องมองออกไปด้วยแววตาที่พร้อมจะสังหารชายอ้วนได้ตลอดเวลา

ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีบลัดบิวเทียสก็ดูดกลืนพลังชีวิตของชายร่างผอมมาจนหมด ชายผู้มีความสูงประมาณ 180 เซนติเมตรจึงกลายเป็นโครงกระดูกที่เหี่ยวเฉา ก่อนที่จะแตกสลายกลายเป็นฝุ่นผงในเวลาเพียงแค่ไม่นาน

ชายอ้วนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด เพราะไม่ว่าจะเป็นความเร็วอันน่ากลัวของเซี่ยเฟยหรือดาบสีแดงเล่มนั้น ต่างก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เขาหวาดกลัวจนพูดอะไรไม่ออก

แม้ว่าเขาอยากจะกรีดร้องแต่หงส์ครามก็พันลำคอของเขาเอาไว้แน่น จนทำให้ผิวหนังของเขาแทบที่จะถูกฉีกกระชากออกจากกันหากว่าเขาเริ่มพยายามดิ้นรนแม้แต่เพียงเล็กน้อย

“พวกแกเป็นคนของกลุ่มโจรเอนเชียนวินด์งั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม ขณะหยิบรูปมิสเทอรีมูนและยูรินทร์ขึ้นมาชั่งน้ำหนักภายในมือ

***************

ช่วงเวลาสอบปากคำสินะ

จบบทที่ ตอนที่ 807 สุสานยอดนักประดิษฐ์

คัดลอกลิงก์แล้ว