เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 หวังหลินเยี่ยมบ้าน

บทที่ 42 หวังหลินเยี่ยมบ้าน

บทที่ 42 หวังหลินเยี่ยมบ้าน


สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้โฮ โตวโตวเห็นแม่ร้องไห้ก็เลยเบะปากร้องตามเสียงดังลั่น จนผู้ใหญ่ทั้งสองต้องรีบเช็ดน้ำตาแล้วหันมาปลอบ

“โตวโตว จำยายได้ไหมลูก?”

เสิ่นเยว่พยายามจะเล่นด้วย แต่เห็นได้ชัดว่าหลานจำไม่ได้

“แม่รู้ได้ยังไงว่าหนูอยู่นี่?”

หวังหลินปาดน้ำตา ชำเลืองมองไปทางหน้าต่างสถานีอาหารแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลง

“พ่อเราเห็นเข้าน่ะสิ ตาแก่หัวรั้นนั่นวางฟอร์มจัดไม่กล้าออกมาหา... ช่างเขาเถอะ ว่าแต่หนูกับโตวโตวกินข้าวกันมาหรือยัง? เดี๋ยวแม่พาไปหาอะไรกิน แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมาที่นี่ล่ะ? รอบนี้จะกลับไปอีกไหม?”

เสิ่นเยว่ขายความลับสามีหน้าตาเฉย

ก่อนจะวกกลับมาถามเรื่องสำคัญ ตอนแรกเธอนึกว่าลูกสาวหนีออกจากบ้านมา แต่พอดูดีๆ เห็นลูกใส่เสื้อนวมใหม่ รองเท้านวมใหม่ โตวโตวก็ใส่ชุดใหม่ แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของครีมเกล็ดหิมะโชยออกมา ทั้งสองคนดูผิวพรรณเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด ดูท่าทางคงไม่ได้ลำบากอะไร

เธอเลยเริ่มสงสัยว่าตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่

หวังหลินพยักหน้า ตาแดงๆ ตอบว่า “หนูมากับฮวาเฉิง เขาเอาของมาขาย หนูเลยขอติดรถมาเยี่ยมพ่อกับแม่”

“ลูกรัก... ในที่สุดก็คิดได้กลับมาเยี่ยมแม่สักที โตวโตว ให้ยายอุ้มหน่อยได้ไหมลูก?”

เสิ่นเยว่อ้าแขนจะรับหลาน

โตวโตวรีบซุกหน้าลงกับไหล่แม่ แสดงอาการต่อต้านชัดเจน

“ทรงผมโตวโตวไปตัดที่ไหนมาเนี่ย? สวยจังเลย” เสิ่นเยว่สังเกตเห็นทรงฮิเมะคัทของหลานสาวตั้งแต่แรกแล้ว ทึ่งในความสวยเก๋ไม่น้อย

เธอเองก็เป็นคนทันสมัยคนหนึ่ง แต่เพิ่งเคยเห็นทรงผมแบบนี้เป็นครั้งแรก

“ทรงฮิเมะคัทค่ะ ฮวาเฉิงเป็นคนตัดให้โตวโตว มีแค่เขาที่ตัดเป็น เขาบอกว่าเป็นทรงผมสมัยจ้านกั๋วถึงยุคราชวงศ์เหนือใต้ของจีน... อ้อ จริงสิแม่ ฮวาเฉิงตัดผมเก่งมากเลยนะ ตอนนี้เขาเป็นช่างตัดผมได้สบายๆ แต่เขาไม่อยากทำ เพราะบอกว่าเงินน้อย”

ถ้าจางฮวาเฉิงเป็นช่างตัดผมมาตั้งแต่แรก ที่บ้านเธอคงไม่คัดค้านหัวชนฝาจนถึงขั้นแตกหักกันขนาดนี้

“เขาเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?”

เสิ่นเยว่ทำหน้าไม่เชื่อ

สันดานจางฮวาเฉิงเป็นยังไงเธอรู้ดี เคยเจอหน้ากันไม่กี่ครั้งก็รู้แล้วว่าเป็นพวกดีแต่ปาก หลอกลูกสาวเธอไปวันๆ จนกรอบแถมยังหน้าใหญ่ใจโต

“ไม่อยากเป็นช่างตัดผมเพราะเงินน้อย?”

เสิ่นเยว่ได้สติ ร้องเสียงหลง “เดี๋ยวนี้ช่างตัดผมเนื้อหอมจะตาย ในเมืองตัดหัวละตั้ง 2-3 เหมา เขาบ้าไปแล้วเหรอถึงบอกว่าเงินน้อย? แล้วตอนนี้เขาทำอะไร? หาเงินได้สักกี่ตังค์เชียว?”

“แม่... ฮวาเฉิงหาเงินได้เยอะมากนะ”

เห็นแม่ว่าร้ายสามี หวังหลินก็เริ่มงอน

“โอเคๆ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว... หนูกับโตวโตวกินข้าวกันมาหรือยัง? เดี๋ยวแม่พาไปหาอะไรกิน เที่ยงนี้กินข้าวที่บ้านแม่นะ?”

เห็นลูกสาวโกรธ เสิ่นเยว่ก็ถอนหายใจ ยอมถอยให้ ยัยลูกคนเล็กนี่หัวรั้นเหมือนพ่อไม่มีผิด

“กินมาแล้วจ้ะแม่ เดี๋ยวสายๆ ก็ต้องกลับแล้ว”

หวังหลินส่ายหน้า

เธอแค่แวะมาดูเฉยๆ ไม่ได้กลับบ้านมาตั้งครึ่งค่อนปี กลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น พอเห็นพ่อแม่สบายดีเธอก็วางใจ

“กลับบ่ายๆ ไม่ได้เหรอ? ช่วงบ่ายสถานีจะแจกเนื้อ เดี๋ยวหนูเอาเนื้อติดมันกลับไปกินสิ โตวโตวกำลังโตต้องกินของดีๆ”

“โตวโตว อยากกินเนื้อไหมลูก?”

เสิ่นเยว่หันไปถามหลาน

แต่โตวโตวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้าดิก

เล่นเอาเสิ่นเยว่ไปไม่เป็น

“กินไข่ ไม่กินเนื้อ”

โตวโตวตอบเสียงใส ตอนนี้แกโปรดปรานไข่ไก่ที่สุด

“แม่ ที่บ้านเรามีเนื้อกินไม่หมดหรอก ตอนนี้ฮวาเฉิงเป็นเจ้าหน้าที่เฝ้าป่า ล่าสัตว์ใหญ่กลับมาได้ทุกวัน กินเนื้อกันจนพุงกางแทบทุกมื้อ โตวโตวเบื่อเนื้อจะแย่แล้ว”

หวังหลินรีบอธิบาย

ที่บ้านไม่ขาดแคลนเนื้อจริงๆ เนื้อหมูธรรมดากินแต่ที่จางฮวาเฉิงซื้อมา ส่วนหมูป่าไม่แตะเลย เนื้อหมาป่าตุ๋นกินกันหม้อใหญ่ทุกมื้อ เนื้อกวางม้าก็เหมือนกัน กินกันสามมื้อจนโตวโตวเห็นเนื้อแล้วเบือนหน้าหนี

“เจ้าหน้าที่เฝ้าป่า?”

เสิ่นเยว่อึ้ง

จางฮวาเฉิงเนี่ยนะเป็นเจ้าหน้าที่เฝ้าป่า?

เนื้อกินไม่หมด???

“ใช่จ้ะ ฮวาเฉิงเอาเนื้อหมาป่ามาขายที่ตลาดเช้า ขายหมดเกลี้ยงแล้ว ตอนนี้กำลังไปรอห้างเปิด จะไปซื้อจักรเย็บผ้า หนูเลยแวะพาโตวโตวมาหาพ่อกับแม่”

อีกครึ่งชั่วโมงห้างถึงจะเปิด จางฮวาเฉิงเลยพาพวกพ้องไปรอ

เนื้อหมาป่า?

เสิ่นเยว่นึกขึ้นได้ว่าหยานหนีเคยเล่าให้ฟังว่าที่ตลาดเช้ามีคนเอาเนื้อหมาป่ามาขาย บางทีก็มีหมูป่ากับกวางม้าด้วย หรือว่าจะเป็นลูกเขยตัวดีของเธอ?

“เจ้าหน้าที่เฝ้าป่าอันตรายจะตาย ในป่ามีแต่หมาป่า...” เสิ่นเยว่ไม่อยากจะเชื่อ จางฮวาเฉิงกล้าเข้าป่า? กล้าเป็นเจ้าหน้าที่เฝ้าป่าเนี่ยนะ???

“พวกเขาไปกันหลายคนจ้ะ หมาป่าแถวนั้นโดนพวกเขาล่าจนหมดป่าแล้ว ไม่มีอันตรายหรอก” แม้หวังหลินจะรู้ว่านั่นเป็นคำพูดปลอบใจของสามี แต่เธอก็ต้องพูดแบบนี้เพื่อให้แม่สบายใจ

หมาป่าในเทือกเขาฉางไป๋มีอยู่ทุกที่ จะไปล่าหมดได้ยังไง

คุยกันได้สักพัก หวังหลินเห็นโตวโตวเริ่มงอแง เลยเอ่ยลา “แม่ ห้างจะเปิดแล้ว หนูพาโตวโตวไปเดินเล่นก่อนนะ วันหลังจะมาเยี่ยมใหม่”

“หา? แม่ไปด้วยสิ”

เสิ่นเยว่รีบเสนอตัว

อุตส่าห์ได้เจอลูกสาวทั้งที เธอยังอยากพาไปกินข้าวด้วยกัน

“พวกเรามากันหลายคน อีกอย่างแม่เจอกับฮวาเฉิงทีไรก็ทะเลาะกันทุกที” หวังหลินเองก็อยากไป แต่พอนึกถึงว่าแม่ชอบหาเรื่องจางฮวาเฉิง เธอก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

“เดี๋ยวแม่เอาเงินให้!” เสิ่นเยว่ล้วงกระเป๋าหยิบผ้าเช็ดหน้าห่อเงินม้วนกลมออกมา

“หนูมีเงิน แม่ดูสิ!”

หวังหลินรีบเปิดกระเป๋าเสื้อให้ดู ข้างในมีเงินปึกใหญ่หลายสิบหยวนและคูปองอีกเพียบที่เธอเตรียมมาซื้อของ

“หา? อ้อ... งั้นเหรอ”

เสิ่นเยว่ชะงัก เก็บผ้าเช็ดหน้าลงกระเป๋า สถานีอาหารค้างจ่ายเงินเดือนมาหลายเดือนแล้ว ทั้งตัวเธอเหลือเงินแค่สองหยวนกว่าๆ นึกไม่ถึงว่าลูกสาวคนเล็กจะมีเงินติดตัวเยอะขนาดนี้

“โตวโตว บ๊ายบายยายสิลุก!”

หวังหลินบอกลูก

โตวโตวกระพริบตาปริบๆ แล้วซบหน้าลงกับไหล่แม่เงียบๆ

“แม่ หนูไปห้างก่อนนะ ไว้อีกสองสามวันจะมาหาใหม่ ถึงตอนนั้นจะเอาของมาฝาก” หวังหลินเห็นลูกกลัวคนแปลกหน้า เลยไม่ได้เซ้าซี้

“แค่มาหาก็พอแล้ว ไม่ต้องเอาอะไรมาหรอกลูก ไม่ต้องเอามานะ”

เสิ่นเยว่ขอบตาแดงก่ำ ปล่อยมือลูกสาวอย่างอาลัยอาวรณ์

ภายในสถานีอาหาร หวังเจิ้นกังเห็นลูกสาวอุ้มหลานเดินจากไป ก็ลุกขึ้นชะเง้อมอง พอเห็นเมียยืนเช็ดน้ำตาอยู่กับที่ก็ร้อนรนจนกระทืบเท้า

“เสี่ยวเมิ่ง ไปตามซือเหนียงมาเร็ว!”

“ครับ!”

ไม่นานเสิ่นเยว่ก็เดินปาดน้ำตาเข้ามา ยังไม่ทันที่หวังเจิ้นกังจะอ้าปากถาม เธอก็ระเบิดอารมณ์ใส่ “ดูสิ! พ่อลูกเหมือนกันไม่มีผิด ดื้อด้านหัวรั้นเหมือนลาทั้งคู่! แค่พูดดีๆ สักคำมันจะตายไหม? วันๆ เอาแต่ทิฐิใส่กัน ชีวิตมันจะมีความสุขได้ยังไงฮะ!”

หวังเจิ้นกังอ้าปากพะงาบๆ คำพูดจุกอยู่ที่คอ

“อาจารย์ครับ เนื้อขายหมดแล้ว!”

“อาจารย์ ซือเหนียง พวกผมไปลับมีดก่อนนะครับ บ่ายนี้ต้องเชือดหมู”

ลูกศิษย์สองคนเห็นท่าไม่ดี รีบปิดหน้าต่างเก็บเนื้อ แล้วชิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างไว ทิ้งท้ายด้วยการปิดประตูให้เสร็จสรรพ

“ร้องไห้ทำไม? หลินหลินพาหลานมาทำไม? คุณนั่งลงก่อน ค่อยๆ เล่า”

หวังเจิ้นกังรู้สึกผิด รีบเลื่อนเก้าอี้ให้ภรรยานั่ง

จบบท

จบบทที่ บทที่ 42 หวังหลินเยี่ยมบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว