เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 764 เมื่อเผ่ามารแข็งแกร่งกว่าเผ่าเทพ

ตอนที่ 764 เมื่อเผ่ามารแข็งแกร่งกว่าเผ่าเทพ

ตอนที่ 764 เมื่อเผ่ามารแข็งแกร่งกว่าเผ่าเทพ


ตอนที่ 764 เมื่อเผ่ามารแข็งแกร่งกว่าเผ่าเทพ

“อย่าบอกนะว่าเซี่ยเฟยเด็ดขาดกว่านายในตอนนั้นซะอีก ดูนั่นสิเขาลงมือฆ่าสหายร่วมรบได้โดยไม่ลังเลเลยด้วยซ้ำ” เทพดำกล่าวขณะมองภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ

เมื่อเซี่ยเฟยตอบตกลงเข้าร่วมโครงการอัลฟ่า เขากับมนุษย์อีกสองคนก็ถูกส่งตรงเข้าไปยังสนามรบที่มีศัตรูปรากฏตัวขึ้นมาตลอดเวลา โดยมนุษย์ทั้งสองคนนั้นบอกกับเซี่ยเฟยว่าพวกเขาถูกบังคับให้เข้าร่วมกับโครงการอัลฟ่าด้วยเหมือนกัน ทั้งสามจึงต่อสู้เคียงข้างกันเป็นเวลานานและสังหารศัตรูจากระบบไปได้อย่างมากมาย

น่าเสียดายที่เมื่อเวลาผ่านไปเซี่ยเฟยก็ได้พบว่าสหายทั้งสองคนนี้ไม่ใช่ผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับเขาจริง ๆ แต่ทั้งคู่เป็นศัตรูที่ถูกจำลองขึ้นมาจากระบบ และพวกเขาก็กำลังหาโอกาสที่จะสังหารเซี่ยเฟยในตอนที่ชายหนุ่มเผลอ

เมื่อเซี่ยเฟยเริ่มระแคะระคายใจเขาก็ลงมือสังหารสหายร่วมรบทั้งสองคนโดยไม่ลังเล และเมื่อนักรบทั้งสองคนนี้ได้หายตัวไปแล้วการต่อสู้อันยาวนานก็สิ้นสุดลง คล้ายกับว่าการทดสอบในคราวนี้คือการทดสอบความเด็ดขาดในการตัดสินใจสังหารสหายร่วมรบของเขา

เทพขาวแบะริมฝีปากขึ้นมาอย่างไม่พอใจเมื่อถูกน้องชายขุดคุยเรื่องในอดีตขึ้นมา แล้วถึงแม้ว่าในตอนนี้เขาจะเป็นนักรบที่แข็งแกร่งอย่างสมภาคภูมิ แต่สมัยก่อนเขาก็เป็นนักรบที่ไม่มีความเด็ดขาดอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

“นายท่าน ผมว่ามันแปลก ๆ นะตั้งแต่ต้นจนจบมันไม่มีการทดสอบประสิทธิภาพในการต่อสู้ของเซี่ยเฟยเลยแม้แต่นิดเดียว คล้ายกับว่าการทดสอบชุดนี้เป็นการทดสอบลักษณะนิสัยของเซี่ยเฟยมากกว่า” แบล็คกี้พยายามพูดเปลี่ยนเรื่อง เมื่อได้เห็นว่าเจ้านายทั้งสองกำลังจะทะเลาะกันอีกแล้ว

คำพูดของแบล็คกี้ทำให้เทพทั้งสองรู้สึกตกใจ เพราะพวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการทดสอบนี้มันจะไม่ใช่การทดสอบเพื่อวัดประสิทธิภาพในการสู้รบของผู้เข้าร่วมทดสอบจริง ๆ

ในระหว่างที่พวกเขากำลังสับสนกับระบบการประเมินผลอันแปลกประหลาดอยู่นั้น จู่ ๆ มันก็มีตัวเลขปรากฏขึ้นบนหน้าจอ และยิ่งเซี่ยเฟยเข้าร่วมการประเมินมากเท่าไหร่ตัวเลขนี้มันก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นไปมากเท่านั้น

“นี่มันตัวเลขดัชนีนี่นา มันกำลังวัดอะไรอยู่กันแน่?” เทพดำจับคางพึมพำอย่างใช้ความคิด

ช่วงเวลานี้เซี่ยเฟยกำลังรู้สึกหดหู่ใจมาก เพราะช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเขาถูกระบบหลอกลวงซ้ำ ๆ ด้วยวิธีการต่าง ๆ อย่างมากมาย

อย่างไรก็ตามการทดสอบในลักษณะนี้มันก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้าย เพราะท้ายที่สุดการหลอกจากระบบก็เป็นการหลอกที่แนบเนียนมาก มันจึงถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่เขาจะได้ฝึกฝนทำความเข้าใจเล่ห์เหลี่ยมของสิ่งมีชีวิตระดับสูง

ปัจจุบันชายหนุ่มกำลังหลับตาตั้งสมาธิเพื่อรอคอยการประเมินในรอบต่อไป

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเข้าร่วมการทดสอบแปลก ๆ นี่ แต่นายก็ไม่ฟังคำแนะนำจากฉันเลย นายรู้ไหมว่าการทดสอบในช่วง 4 สัปดาห์นี้ถือว่าเป็นระบบฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพมาก นักรบหลาย ๆ คนเคยพัฒนาถึงสองระดับในช่วง 4 สัปดาห์นี้เลยด้วยซ้ำ”

“แต่ตอนนี้นายเสียช่วงเวลาดี ๆ ไป 2 สัปดาห์แล้ว แต่นายยังไม่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการสู้รบของตัวเองได้เลย เรียกได้ว่านายเสียโอกาสที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของนายไปแล้ว” โอโร่กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

เซี่ยเฟยรู้สึกอายอยู่เล็กน้อยที่ดื้อรั้นไม่ฟังคำแนะนำของโอโร่ แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกเสียใจกับเส้นทางที่เขาเลือก เพราะท้ายที่สุดถ้าหากเขาสามารถผ่านพ้นการทดสอบครั้งนี้ได้สำเร็จ เขาก็จะได้รับแหวนสายรุ้งที่มีพื้นที่จัดเก็บสูงถึง 1 ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วมันย่อมชดเชยโอกาสในการฝึกฝนที่หายไปในช่วง 4 สัปดาห์นี้ได้

เมื่อเขาตัดสินใจแล้วมันก็ไม่มีช่องทางให้เขาถอยกลับอีกต่อไป เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องรอคอยบททดสอบบทต่อไปที่กำลังจะมาถึงเท่านั้น

อย่างไรก็ตามหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไป 4 ชั่วโมง มันก็ยังไม่มีบททดสอบใหม่ปรากฏขึ้นมาจากระบบเลย เซี่ยเฟยกับโอโร่จึงคิดว่าตอนนี้การทดสอบในโครงการอัลฟ่าอาจจะสิ้นสุดลงไปแล้วก็ได้

แต่ในทันใดนั้นมันก็มีแสงสว่างที่ดูศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับชายชราผู้มีผมเผ้าสีขาวค่อย ๆ ร่อนลงมาจากบนท้องฟ้า คล้ายกับว่าเขาเป็นเทพที่กำลังเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์

ทั้งเซี่ยเฟยและโอโร่ต่างก็มองภาพชายชราตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เพราะกลิ่นอายที่ชายชราคนนี้แผ่ออกมามันดูสง่างามมากยิ่งกว่าเทพไซที่พวกเขาได้พบในก่อนหน้านี้เสียอีก

“ยินดีด้วย คุณคือนักรบคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถผ่านการทดสอบในโครงการอัลฟ่าได้สำเร็จ” เสียงอันสง่างามดังกึกก้องขึ้นมาจากทั่วทิศทาง

“แย่แล้ว! นั่นมันราชันย์กราวิตี้ เขาคือหนึ่งในผู้ที่สร้างดินแดนกฎแห่งนี้ขึ้นมา” โอโร่พึมพำพร้อมกับเหงื่อที่ไหลออกมาท่วมทั้งใบหน้า

“คนที่สร้างดินแดนกฎขึ้นมางั้นเหรอ? แบบนี้เขาก็จะต้องเก่งมากเลยใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยความตกตะลึง

“เก่งสิ เก่งมาก ๆ ด้วยและเขาก็ยังเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในการใช้กฎแห่งแรงโน้มถ่วง” โอโร่กล่าวด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว

ในเวลาเดียวกันเทพดำที่กำลังอยู่ในห้องควบคุมก็กำลังส่งเสียงกรีดร้องและพยายามที่จะหาทางหนีทุกวิถีทาง

“มันจบแล้ว ตาเฒ่าพวกนั้นมันตามหาฉันจนเจอแล้ว”

อย่างไรก็ตามในขณะที่เทพดำกำลังจะเข้าไปในประตูมิติเพื่อหลบหนี เทพขาวที่อยู่ห่างไปไม่ไกลก็เหยียดมือออกไปคว้าร่างของเขาเอาไว้เสียก่อน

“ใจเย็น ๆ นั่นเป็นแค่ภาพจำลองของระบบ ถ้าตาเฒ่าพวกนั้นเดินทางมาที่นี่จริง ๆ พวกเราจะไม่รู้ตัวก่อนได้ยังไง” เทพขาวกล่าวอย่างใจเย็น

“ระบบจำลอง? มันจะเหมือนจริงเกินไปหรือเปล่า ไม่ว่าจะดูยังไงแต่นั่นก็เป็นราชันย์กราวิตี้ชัด ๆ” เทพดำกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างหนัก

อย่างไรก็ตามในขณะที่เทพดำกำลังมองภาพตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจ เซี่ยเฟยก็เดินเข้าไปหาเทพชราด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ชายหนุ่มจะตวัดบลัดบิวเทียสเข้าใส่ราชันย์กราวิตี้โดยตรง

ทั้งเทพขาวและเทพดำต่างก็มองหน้ากันอย่างพูดไม่ออก ขณะที่อสูรเทวะทั้งสองตัวก็กำลังขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัวด้วยเช่นกัน

ทั้งเทพขาวและเทพดำต่างก็ล้วนแล้วแต่มีพลังในระดับที่ไม่ธรรมดา พวกเขาจึงสัมผัสได้ว่าชายชราคนนั้นไม่ใช่ราชันย์กราวิตี้ที่แท้จริง

แต่เซี่ยเฟยสามารถแยกแยะความจริงกับภาพลวงตาของระบบได้ยังไง?

ต้องบอกว่าภาพลวงตาตรงหน้าเป็นภาพที่เหมือนจริงมาก จนทำให้แม้แต่เทพดำและโอโร่ก็แทบที่จะเป็นลมด้วยความตกใจด้วยซ้ำ

ฉัวะ!

ชายชราที่มีร่างสูงใหญ่มากกว่า 100 เมตรถูกฟันร่างขาดจากกันอย่างรวดเร็ว จากนั้นภาพของระบบก็สลายหายไปเช่นเดิม ขณะที่เซี่ยเฟยยังคงเก็บบลัดบิวเทียสใส่เข้าไปในปลอก โดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ผ่านออกมาทางสีหน้าของเขาเลย

“นายรู้ได้ยังไงว่าเขาคือตัวปลอม?” โอโร่กล่าวถามหลังจากใช้เวลาสงบสติอารมณ์เป็นเวลานาน

“ผมไม่รู้”

“อะไรนะ?! ถ้านายไม่รู้แล้วนายกล้าใช้ดาบฟันออกไปได้ยังไง?” โอโร่ตะโกนถามด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

“ผมรู้แค่ว่าตอนนี้ระบบกำลังพยายามหลอกลวงผมทุกวิถีทาง และราชันย์กราวิตี้ก็ไม่มีทางมามอบของรางวัลให้กับผมด้วยตัวเองอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้ว่าเขาจะเป็นตัวจริงแต่เขาก็คงจะสามารถหลบหลีกการโจมตีของผมได้ง่าย ๆ อย่างมากที่สุดถ้าหากเขาถูกฟันเขาก็แค่จะต้องสูญเสียพลังงานบางส่วนให้กับผมเท่านั้นเอง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

“นี่นายลองฟันเพื่อดูว่าเขาเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมเนี่ยนะ?” โอโร่กล่าวพร้อมกับกลืนน้ำลาย0

“แล้วคุณมีวิธีที่ดีกว่านี้หรือเปล่าล่ะ?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

คำอธิบายของเซี่ยเฟยแทบจะทำให้โอโร่เป็นลมล้มพับไปตรงนั้นเลย เพราะถ้าหากว่าชายชราที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าคือตัวจริง การกระทำที่ไม่ให้เกียรติของเขาย่อมสร้างปัญหาที่ตามมาอย่างไม่รู้จบแน่นอน

“ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะว่าตัวเลขดัชนีนี้มันคือตัวเลขดัชนีวัดอะไร” เทพขาวกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“วัดอะไร?” เทพดำกล่าวถาม

“มันคือตัวเลขดัชนีวัดความบ้าของนักรบ!!”

นอกเหนือจากเทพขาวกับเทพดำจะดูภาพหน้าจอการทดสอบของเซี่ยเฟยแล้ว พวกเขาก็ยังให้ความสนใจไปกับภาพอื่น ๆ ที่นักรบจากเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ กำลังเข้าร่วมการทดสอบของระบบด้วย

“ครั้งนี้สถานการณ์ค่อนข้างแย่เลยนะ” เทพดำกล่าวขณะใช้มือเคาะโต๊ะอย่างเคร่งเครียด

“ความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายสูงเกินไปจริง ๆ นักรบ 6 คนจากทางฝั่งมารทำผลงานได้ดีมาก แต่มันกลับไม่มีนักรบคนไหนของทางฝั่งเทพที่สามารถทำผลงานได้ดีเทียบกับนักรบพวกนั้นเลย” เทพขาวกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยเช่นกัน

สนามรบโบราณไม่ใช่สถานที่ที่เปิดให้คนทั่วไปก้าวเท้าเข้ามา ทุกคนที่เดินทางมาที่นี่ต่างก็ล้วนแล้วแต่เดินทางมาอย่างลับ ๆ เหมือนกันหมด ความสมดุลย์ของพลังจึงมีความสำคัญมาก นายยังจำได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้นที่สมดุลย์พลังเอนเอียงฝั่งมาทางด้านเรา?” เทพดำถาม

“จำได้สิ ตอนนั้นนักรบทางฝั่งเทพเหนือกว่านักรบของทางฝั่งมารมาก พวกเราเลยไล่ล่าฆ่าพวกมารจนสนุกมือ” เทพขาวกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่หาได้ยากออกมา

สองเผ่าพันธุ์สูงสุดมักจะมีความขัดแย้งกันโดยตลอด และในกรณีที่พวกเขาเข้ามาสำรวจสนามรบโบราณหากทั้งสองฝั่งมีความสมดุลย์ของพลังในระดับใกล้เคียงกัน พวกเขาก็จะแยกย้ายกันออกสำรวจโดยพยายามที่จะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน เว้นแต่ว่าพวกเขาจะได้พบกับนักรบที่อ่อนแอและแยกตัวออกมาสำรวจเพียงลำพัง พวกเขาก็จะสังหารนักรบพวกนั้นบ้างเป็นครั้งคราว

อย่างไรก็ตามถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอ่อนแอกว่าอีกฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน ในเวลานั้นมันก็จะก่อให้เกิดเหตุการณ์ล่าสังหารก่อนที่พวกเขาจะเริ่มออกสำรวจ

“เหตุการณ์ในวันนี้กลับตาลปัตรจากปีนั้นโดยสิ้นเชิง นักรบของทั้งฝั่งมารแข็งแกร่งมาก ขณะที่นักรบของทั้งฝั่งเทพอ่อนแอมากเกินไป หากพวกมารพบว่านักรบของทางฝั่งเทพมีพลังเทียบชั้นกับพวกเขาไม่ได้ ในเวลานั้นนักรบของทางฝั่งเทพคงถูกไล่ล่าสังหารอยู่ฝ่ายเดียวแน่ ๆ” เทพดำกล่าว

“ทางฝั่งมารมีราชากฎระดับสูงสุดอยู่ 6 คน ขณะที่ทางฝั่งเทพมีราชาฎระดับสูงสุดอยู่เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น ที่แย่ยิ่งกว่าคือเซี่ยเฟยเดินทางมาสนามรบโบราณทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งจะพัฒนาขึ้นสู่ราชากฎได้เพียงแค่ไม่นาน นี่เขาไม่รู้หรือยังไงว่าสถานที่อย่างนี้ไม่ใช่ที่ตามหาสมบัติ แต่มันเป็นสนามรบที่ทุกคนพร้อมจะสังหารกันได้ทุกเมื่อ” เทพขาวกล่าวอย่างกังวล

แม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะถูกบังคับให้ต้องหลบหนีออกจากเผ่าเทพ แต่ท้ายที่สุดสายเลือดของเผ่าเทพก็ยังคงไหลเวียนอยู่ภายในร่างของพวกเขา เหตุการณ์ในปัจจุบันมันจึงทำให้พวกเขารู้สึกตึงเครียดอย่างแท้จริง

“ถึงยังไงพวกเราก็เข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ไม่ได้อยู่แล้ว พวกเราคงจะทำได้เพียงแค่รอดูความพยายามของเด็กรุ่นใหม่พวกนี้เท่านั้น” เทพขาวกล่าวอย่างเคร่งขรึม

***************

จบบทที่ ตอนที่ 764 เมื่อเผ่ามารแข็งแกร่งกว่าเผ่าเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว