เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 765 แหวนสายรุ้ง

ตอนที่ 765 แหวนสายรุ้ง

ตอนที่ 765 แหวนสายรุ้ง


ตอนที่ 765 แหวนสายรุ้ง

“ดูนั่นจักรพรรดิกฎคนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว” เทพดำจ้องมองไปยังหน้าจอด้วยสีหน้าอันเคร่งเครียด

สนามรบโบราณไม่เพียงแต่จะเป็นสถานที่ที่เก็บซ่อนสมบัติเอาไว้อย่างมากมายเท่านั้น แต่มันเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการฝึกฝนอีกด้วย ช่วง 4 สัปดาห์ก่อนเข้าสู่สนามรบโบราณคือช่วงเวลาที่นักรบจำนวนนับไม่ถ้วนมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในรอบนี้ราชากฎขั้นที่ 9 จากเผ่ามารคนหนึ่งก็สามารถเลื่อนระดับกลายเป็นจักรพรรดิกฎในช่วง 4 สัปดาห์นี้ได้สำเร็จ

“แบบนี้สถานการณ์ของทางฝั่งเทพก็จะยิ่งเลวร้ายมากขึ้นกว่าเดิม ฉันกำลังคิดว่าบางทีพวกมารอาจจะจงใจส่งราชากฎระดับสูงสุดเข้ามาในสนามรบโบราณโดยเฉพาะ เพราะนักรบพวกนี้สามารถใช้ช่วง 4 สัปดาห์แรกก่อนเข้าไปยังสนามรบโบราณเพื่อพัฒนาพลังของตัวเองได้”

“แล้วถ้าหากว่าใครสามารถที่จะพัฒนาจนกลายเป็นจักรพรรดิกฎได้จริง ๆ พวกเขาก็จะสามารถแย่งชิงสมบัติจากเผ่าเทพได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่าการส่งราชากฎระดับสูงสุดมายังสนามรบโบราณเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวอย่างแท้จริง” เทพขาวกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“พวกมันจะเจ้าเล่ห์มากจนเกินไปแล้ว และหากทุกอย่างเป็นจริงอย่างที่นายพูดแสดงว่าพวกมารคงจะเตรียมตัวล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนเข้าสู่สนามรบโบราณ เมื่อนั้นพวกมันก็คงจะรวมตัวกันกวาดล้างนักรบจากเผ่าเทพอย่างแน่นอน”

“พวกเราจะปล่อยให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้ไม่ได้ แม้ว่าในตอนนี้พวกเราจะถูกบังคับให้หลบหนีออกมา แต่นักรบพวกนั้นก็ยังถือว่าเป็นลูกหลานของพวกเราอยู่ดี โดยเฉพาะเซี่ยเฟยที่มีสายเลือดของสกายวิง เพราะตระกูลของพวกเขาเคยช่วยเหลือเผ่าเทพของเราเอาไว้มาก แม้แต่พ่อของเราก็ยังถือว่าเป็นหนี้บุญคุณสกายวิงด้วย” เทพดำกล่าว

“ใช่ ตระกูลสกายวิงมีบุญคุณกับพวกเรามากจริง ๆ พวกเราจะปล่อยให้เซี่ยเฟยถูกจัดการไม่ได้เป็นอันขาด ปัญหาก็คือผู้ที่มีพลังระดับจักรพรรดิกฎขึ้นไปไม่สามารถที่จะเข้าร่วมสนามรบโบราณได้ ถ้าหากว่าพวกเราฝ่าฝืนกฎ ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองเผ่าพันธุ์ก็จะยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น”

“ตอนนี้สถานการณ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายตึงเครียดมากพอแล้ว ถ้าหากว่าเราลงมือทำอะไรอย่างหุนหันพลันแล่นมากเกินไป มันก็อาจจะกลายเป็นชนวนของสงครามระหว่างทั้งสองเผ่าพันธุ์ได้เลย” เทพขาวกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เทพดำชะงักค้างไปอย่างฉับพลัน เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันความขัดแย้งระหว่างทั้งสองเผ่าพันธุ์กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และมันก็มีการคาดคะเนว่าสงครามครั้งใหม่ใกล้ที่จะเริ่มต้นเต็มที ถ้าหากชนวนสงครามเกิดขึ้นจากการกระทำของพวกเขา เหตุการณ์นี้มันก็คงจะกลายเป็นสิ่งฝังใจของพวกเขาอย่างแน่นอน

“แม้ว่าการปรากฏตัวของพวกเราจะไม่ทำให้สงครามเริ่มต้นขึ้น แต่พวกตาเฒ่าเจ้าเล่ห์พวกนั้นจะต้องค้นพบตัวตนของพวกเราอย่างแน่นอน ในเวลานั้นพวกเราก็จะสูญเสียสถานที่ซ่อนตัวอันยอดเยี่ยมไป และเซี่ยเฟยก็อาจจะถูกจับตัวไปสอบสวนด้วยเนื่องมาจากนายได้มอบกฎแห่งความโกลาหลให้กับเขาไป” เทพขาวกล่าว

“ทำไมนายถึงพูดเหมือนกับเรื่องนี้เป็นความผิดของฉันคนเดียวล่ะ?” เทพดำกล่าวอย่างไม่พอใจ

“ก็ใครใช้ให้นายไปเอากฎแห่งความโกลาหลมาล่ะ แม้แต่ฉันก็พลอยซวยไปกับนายด้วยไม่ใช่เหรอ?” เทพขาวกล่าวอย่างไม่พอใจด้วยเหมือนกัน

“โชคร้ายจริง ๆ ที่เซี่ยเฟยต้องเข้าร่วมการทดสอบของโครงการอัลฟ่า ขณะที่คนอื่น ๆ สามารถพัฒนาพลังของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้สนามรบโบราณใกล้จะเปิดแล้วแต่ระดับของเขายังเป็นราชากฎขั้นต้นอยู่เลย มันคงจะดีถ้าหากว่าเขาพัฒนาพลังได้มากกว่านี้ เพราะมันคงจะช่วยให้เขาสามารถเอาชีวิตรอดในสนามรบได้มากขึ้น” แบล็คกี้พยายามพูดเปลี่ยนเรื่องเมื่อได้เห็นเทพสองพี่น้องกำลังจะทะเลาะกันอีกครั้ง

“นั่นสิ เซี่ยเฟยต้องไปเข้าร่วมการทดสอบอะไรก็ไม่รู้ และในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้การทดสอบนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้เขาพัฒนาไปเลยแม้แต่นิดเดียว” เทพดำกล่าวอย่างเห็นด้วยกับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง

เซี่ยเฟยยังจำเป็นจะต้องเข้าร่วมการทดสอบอยู่ยังซ้ำ ๆ ซึ่งในตอนนี้เขาก็เริ่มที่จะรู้สึกรำคาญแล้ว เพราะการทดสอบจากระบบไม่ได้ช่วยให้เขาเพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้เลยแม้แต่นิดเดียว

“ในที่สุดมันก็จบลงสักที นายต้องเสียเวลาไป 28 วันเพื่อแลกกับแหวนมิติชั้นยอดนี้ ถ้าหากว่านายเข้าร่วมกับการประเมินแบบปกติ บางทีในตอนนี้นายอาจจะกลายเป็นราชากฎขั้นที่ 3 ไปแล้วก็ได้” โอโร่กล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีราคาที่ต้องแลกไปอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเวลา 28 วันจะล้ำค่าแต่แหวนสายรุ้งก็ไม่ใช่แหวนที่หาได้ง่าย ๆ ด้วยเหมือนกัน หลังจากนี้ผมก็คงจะเก็บของเข้าไปในแหวนได้มากขึ้น หรือแม้แต่ยานฟริเกตก็สามารถบรรจุเข้าไปภายในแหวนสายรุ้งได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

ทันใดนั้นเองพื้นดินด้านหน้าชายหนุ่มก็แยกออกพร้อมกับแหวนมิติหลากหลายสีสันที่ค่อย ๆ ลอยขึ้นมาปรากฏตัวตรงหน้าของเซี่ยเฟย

แหวนวงนี้สามารถดึงดูดความสนใจของทั้งเซี่ยเฟยและโอโร่ได้ในทันที เพราะมันมีรูปลักษณ์เฉพาะตัวและให้ความรู้สึกลึกลับอย่างที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

“สมแล้วที่มันเป็นแหวนมิติชั้นยอด แค่การมองแบบผ่าน ๆ ก็สามารถบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่ของธรรมดาอย่างแน่นอน” โอโร่กล่าวอย่างอิจฉา เพราะเขาก็ยังไม่เคยเห็นแหวนมิติขนาดใหญ่เช่นนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

“ในที่สุดฉันก็ได้แกมาครอบครองแล้วสินะ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะสวมแหวนวงใหม่เข้าไปแทนที่แหวนวงเก่า

โอโร่ยังคงนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไรสักคำ และเมื่อเขาได้เห็นแหวนวงนี้กับตาตัวเอง เขาก็เริ่มคิดแล้วว่าการตัดสินใจของเซี่ยเฟยคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง

สมบัติบางชิ้นก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากจนเกินไป ถึงขนาดที่ว่าถึงแม้พวกเขาจะมีพลังในระดับสูงแต่พวกเขาก็อาจจะไม่ได้มีโอกาสครอบครองสมบัติในระดับนี้ได้

ในทางกลับกันแม้ว่าเซี่ยเฟยจะมีพลังในระดับไม่สูงมากนัก แต่เขาก็ถือว่าเป็นฝันร้ายสำหรับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน นั่นก็เพราะว่าเขามีสมบัติอยู่ในครอบครองอย่างมากมาย และเมื่อเขาได้รับแหวนสายรุ้งไว้ในครอบครอง มันก็เพิ่มสมบัติภายในคลังของชายหนุ่มขึ้นไปอีกหนึ่งชิ้น

เซี่ยเฟยพยายามทดสอบแหวนมิติภายในมือ 2-3 ครั้ง แล้วเขาก็ได้พบว่าถ้าหากเขาไม่ได้ส่งพลังเข้าไปภายในแหวน ตัวแหวนก็จะอยู่อย่างสงบคล้ายกับแหวนธรรมดา ๆ อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้ใส่พลังลงไปมันจะปล่อยแสงสีรุ้งออกมาอย่างลึกลับ ซึ่งฟังก์ชั่นการปิดบังความโดดเด่นในระหว่างที่เขาไม่ได้ใช้งานมันก็เข้ากับสไตล์ของเซี่ยเฟยพอดิบพอดี

“เอาล่ะได้เวลาเข้าสู่สนามรบโบราณกันสักที ฉันเชื่อว่านายจะต้องประทับใจกับสนามรบแห่งนั้นอย่างแน่นอน” โอโร่กล่าว

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาค่อย ๆ ผ่านพ้นไปประตูสู่สนามรบโบราณก็ยังไม่เปิดออก เซี่ยเฟยจึงเริ่มสงสัยว่าการที่เขาเข้าร่วมการทดสอบโครงการอัลฟ่า มันทำให้เขาสูญเสียโอกาสในการเข้าร่วมกับสนามรบโบราณไปแล้วงั้นเหรอ

ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคิดอยู่นั่นเอง หน้าจอแสงก็ได้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขาอีกอันพร้อมกับทางเลือกใหม่ที่ปรากฏมาให้เขาเลือก

“หลังจากการคำนวนคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบบได้กำหนดไว้ ไม่ทราบว่าคุณต้องการที่จะเข้าสู่สนามรบโบราณโดยตรง หรือจะเลือกฝึกฝนเป็นเวลา 1 สัปดาห์เพื่อปรับปรุงความสามารถของคุณอย่างเร่งด่วน”

“ปรับปรุงความสามารถอย่างเร่งด่วน!? มันกำลังหมายความว่าฉันสามารถใช้ระบบเพื่อพัฒนาพลังแบบก้าวกระโดดในช่วง 1 สัปดาห์ได้งั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเอง

“ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้? ระยะเวลาในการเปิดสนามรบโบราณมีเพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น ถ้าหากว่านายเลือกฝึกฝน 1 สัปดาห์ มันก็หมายความว่านายจะเดินทางไปยังสนามรบโบราณช้ากว่าคนอื่น ๆ 1 สัปดาห์ได้เหมือนกัน”

“ทางเลือกแบบนี้เป็นทางเลือกที่ยากลำบากจริง ๆ แบบนี้มันเหมือนกับการบีบให้นายเลือกเลยว่านายจะเลือกฝึกฝนหรือจะเลือกเข้าไปหาสมบัติในสนามรบโบราณ เพราะถ้าหากว่านายเดินทางช้ากว่าคนอื่น 1 สัปดาห์ มันก็คงจะไม่เหลืออะไรให้นายสำรวจแล้ว” โอโร่กล่าว

“มันไม่ได้ตัดสินใจยากอะไรนักหรอกครับ เพราะพูดตามตรงผมไม่ได้คิดจะไปหาสมบัติอะไรที่สนามรบโบราณตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“แล้วนายจะมาที่สนามรบโบราณทำไมถ้าไม่ได้อยากได้สมบัติ?” โอโร่ถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่ได้อยากได้ผมแค่ขี้เกียจหาต่างหาก ถ้าหากผมไปช้ากว่าคนอื่น 1 สัปดาห์ผมก็แค่ต้องไปออกปล้นคนที่หาสมบัติเจอแล้วก็เท่านั้นเอง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

“โชคดีที่ทางฝั่งเผ่ามารมีจักรพรรดิกฎถือกำเนิดขึ้นมาแค่คนเดียว แบบนี้นักรบจากทางเผ่าเทพก็ยังพอมีโอกาสอยู่” เทพดำกล่าวหลังจากที่เขาทำการตรวจสอบรายชื่อของผู้ที่เดินทางเข้าสู่สนามรบโบราณ

“หากดูแบบผิวเผินการเผชิญหน้ากับจักรพรรดิกฎคนเดียวอาจจะเป็นเรื่องที่โชคดี แต่ฉันกำลังคิดว่านักรบจากทางเผ่าเทพกำลังโชคร้ายอยู่ต่างหาก” เทพขาวกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ทำไมนายถึงคิดแบบนั้นล่ะ?” เทพดำกล่าวถามอย่างสับสน

“ถ้าหากว่ามันมีจักรพรรดิกฎถือกำเนิดขึ้นมาหลายคน จักรพรรดิกฎพวกนั้นก็จะไม่เชื่อฟังคำสั่งกันและกัน ซึ่งมันก็พร้อมที่จะเกิดสงครามภายในขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย แต่ในกรณีที่ทางฝั่งมารมีจักรพรรดิกฎถือกำเนิดขึ้นมาเพียงแค่คนเดียวแบบนี้ จักรพรรดิกฎคนนั้นก็จะสามารถออกคำสั่งทุกคนได้อย่างง่ายดาย”

“ฉันคงจะไม่ต้องบอกหรอกนะว่าการเผชิญหน้าระหว่างศัตรูที่แตกคอกันกับศัตรูที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว การเผชิญหน้ากับศัตรูแบบไหนจะรับมือได้ยากลำบากมากกว่ากัน” เทพขาวกล่าว

เมื่อได้ฟังคำอธิบายเทพดำก็จะหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ในครั้งนี้ด้วยเหมือนกัน และเมื่อเขาเปิดอ่านข้อมูลของจักรพรรดิกฎเผ่ามารคนนั้น มันก็ทำให้เขารู้สึกตกใจมากยิ่งขึ้น

“ตระกูลดาร์กมิสท์! นี่มันตระกูลคู่แค้นของสกายวิงชัด ๆ แบบนี้เซี่ยเฟยยิ่งอันตรายมากไปอีก!” เทพดำกล่าวขึ้นมาอย่างกังวล

***************

มีแววว่าจะต้องได้เผชิญหน้ากันแน่ ๆ

จบบทที่ ตอนที่ 765 แหวนสายรุ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว