เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 763 ที่ซ่อนของเทพขาวดำ

ตอนที่ 763 ที่ซ่อนของเทพขาวดำ

ตอนที่ 763 ที่ซ่อนของเทพขาวดำ


ตอนที่ 763 ที่ซ่อนของเทพขาวดำ

“ระบบเกิดข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรง จำเป็นจะต้องทำการรีสตาร์ทอย่างเร่งด่วน…”  เสียงของระบบดังขึ้นพร้อมกับสนามทดสอบของสนามรบโบราณที่ตกอยู่ภายใต้ความมืดมิด

นี่คือระบบป้องกันอัตโนมัติของระบบทำงานอัจฉริยะ เพราะถ้าหากว่าตัวเครื่องยังคงทำงานอย่างมีปัญหาต่อไป มันก็มีความเสี่ยงสูงที่ระบบจะทำลายตัวเอง ภายในระบบอัจฉริยะจึงแฝงระบบรีสตาร์ทเอาไว้เพื่อใช้ในกรณีที่ระบบประมวลผลเริ่มมีปัญหา

แสงไฟสีขาวเริ่มกระพริบขึ้นมาบนเครื่องระบบอีกครั้ง ก่อนที่มันจะมีข้อความประโยคหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

โครงการอัลฟ่าเริ่มทำงาน!

ในวันที่ 2 เผ่าพันธุ์สูงสุดของจักรวาลตัดสินใจปิดสนามรบแห่งนี้ลง พวกเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันน่าจะมีนักรบที่แข็งแกร่งเกินกว่าระบบในปัจจุบันจะรองรับได้ พวกเขาจึงได้เตรียมโครงการอัลฟ่าเอาไว้ให้กับนักรบจำพวกนั้นโดยเฉพาะ

แม้ว่าเวลาจะผ่านพ้นไปอย่างเนิ่นนาน มันก็ยังไม่มีใครปฏิบัติตัวนอกเหนือจากกฎเกณฑ์ที่ระบบตั้งเอาไว้เลยแม้แต่คนเดียว ปฏิกิริยาการตอบสนองของเซี่ยเฟยที่เลือกทำลายนักรบของระบบจึงเข้าไปกระตุ้นระบบประมวลผลของโครงการอัลฟ่าอย่างรวดเร็ว

ในที่สุดระบบก็ไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจการกระทำของเซี่ยเฟยได้ ซึ่งเข้าเงื่อนไขการเปิดใช้งานโครงการอัลฟ่าพอดิบพอดี และเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็คือเหตุการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่โครงการอัลฟ่าถูกเปิดใช้งาน นับตั้งแต่ที่ระบบเริ่มทำงานมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังคิดที่จะสำรวจนักรบระบบอย่างละเอียด ระบบก็ทำการรีสตาร์ทอย่างกะทันหันทำให้นักรบของระบบคนนั้นหายตัวไปก่อนที่เซี่ยเฟยจะได้เริ่มทดสอบ

“ทำไมจู่ ๆ มันถึงมืดแบบนี้ล่ะ?” เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาทำลงไปได้ทำให้นักรบคนอื่น ๆ ที่เข้าร่วมบททดสอบพร้อม ๆ กับเขาติดอยู่ในความมืดมาเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมงแล้ว

“ถ้ามันจะมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง สาเหตุมันก็มาจากนายนั่นแหละ! จะทำอะไรก็ระวังตัวเอาไว้หน่อย อย่าลืมนะว่าสนามรบโบราณถูกสร้างขึ้นมาจากผู้นำของสองเผ่าพันธุ์สูงสุด บางทีตาเฒ่าพวกนั้นอาจจะกำลังแอบดูนายอยู่จากที่ไหนสักแห่งก็ได้” โอโร่กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

หลังจากที่ได้พบกับไซ ความจริงก็ได้พิสูจน์แล้วว่าการพยายามหลบอยู่ภายในแหวนมิติของเซี่ยเฟยมันไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับทั้งตัวเขาและเซี่ยเฟยเอง

ยิ่งไปกว่านั้นสมาชิกระดับสูงของเผ่ามารทั้งหมดต่างก็รู้ดีว่าความลับของกฎแห่งชีวิตชุดสุดท้ายถูกเก็บไว้กับตัวเขาเอง โอโร่จึงกังวลว่าการกระทำของชายหนุ่มจะไปกระตุ้นตาเฒ่าของสองเผ่าพันธุ์สูงสุดสักคน และถ้าหากว่าตัวตนในระดับนั้นเดินทางมาตรวจสอบสถานการณ์ด้วยตัวเอง มันก็คงจะไม่ใช่ผลดีสำหรับเขาอย่างแน่นอน

“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย มันจะเป็นความผิดของผมได้ยังไง?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

โชคดีที่หลังจากเวลาผ่านพ้นไปไม่นาน แสงสว่างก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเซี่ยเฟยที่กลับมายังห้องโถงห้องเดิม โดยที่ไม่มีใครปรากฏตัวขึ้นมาอย่างที่โอโร่รู้สึกกลัวไปเอง

“บางทีสนามรบโบราณอาจจะถูกทิ้งร้างมานาน ตาเฒ่าพวกนั้นคงจะไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่แล้วล่ะมั้ง” โอโร่อุทานพร้อมกับแอบเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก

แต่ในทันใดนั้นเองเซี่ยเฟยก็รู้สึกเหมือนร่างของเขาตกลงไปจากฟ้าด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะถูกส่งตัวไปยังห้องโถงอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่นับพันตารางเมตร

ในเวลาเดียวกันประตูห้องควบคุมหลักของสนามรบโบราณก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างในชุดดำ 1 ร่างและร่างในชุดขาวอีกหนึ่งร่างที่กำลังเดินเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ด้านหลังของพวกเขายังมีนกบินตามมาอีกสองตัว โดยนกตัวหนึ่งเป็นนกตัวสีขาว ขณะที่นกอีกตัวเป็นนกตัวสีดำ

หากเซี่ยเฟยอยู่ที่นี่เขาก็สามารถบอกได้ในทันทีว่าคนทั้งสองคนนี้คือเทพขาวและเทพดำ ผู้ซึ่งเป็นคนมอบกฎแห่งความโกลาหลให้กับเขา แน่นอนว่านกทั้งสองตัวนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากไวท์ตี้และแบล็คกี้ ผู้ซึ่งเป็นอสูรเทวะและเป็นสัตว์เลี้ยงของเทพขาวดำนั่นเอง

“เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น? มีใครมาโจมตีระบบของสนามรบโบราณงั้นเหรอ?!” เทพดำอุทานขึ้นมาเสียงดัง

“ดูเหมือนว่าระบบจะขัดข้องนิดหน่อย ตอนนี้นักรบชุดใหม่ถูกส่งออกไปจนหมดแล้ว ผู้เข้าร่วมการทดสอบคนอื่น ๆ ก็กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการทั้งหมด” เทพขาวกล่าว

“แล้วทำไมจู่ ๆ พลังงานมันถึงดับลงไปล่ะ? ตอนแรกฉันนึกว่าฉันจะโชคร้ายโดนตาเฒ่าพวกนั้นตามมาไล่ล่าพวกเราอีกแล้ว” เทพดำยังคงกล่าวถามอย่างสับสน

“มันไม่มีใครโชคร้ายไปมากกว่าฉันแล้วล่ะ ฉันอยู่ของฉันดี ๆ นายก็ไปเอากฎแห่งความโกลาหลมาทำให้พวกเราซวยแบบนี้ แม้ว่าฉันจะมีบ้านแต่ฉันก็กลับไปบ้านของตัวเองไม่ได้ ต้องมาซ่อนตัวอยู่ในสนามรบโบราณเพื่อไม่ให้ตาเฒ่าพวกนั้นตามมาเจอตัว!” เทพขาวกล่าวอย่างเย็นชา

“นายไม่เคยได้ยินเหรอว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุดคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด ตาเฒ่าพวกนั้นมันคงไม่คิดหรอกว่าพวกเราจะมาซ่อนตัวอยู่ในสนามรบโบราณแบบนี้ ต่อให้พวกเขาจะออกค้นหาพวกเราทั้งจักรวาล แต่มันก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะหาเราจนเจอ” เทพดำตบหน้าอกพูดขึ้นมาอย่างพึงพอใจโดยไม่สนใจคำตัดพ้อของเทพขาวเลย

“ถ้าไม่ใช่เพราะว่านายเป็นน้องชายของฉัน สาบานเลยว่าฉันคงจะฆ่านายตายไปแล้ว” เทพขาวบ่นพึมพำพร้อมกับถอนหายใจ

เทพดำยังคงพูดจาอย่างอารมณ์ดี โดยพยายามหาอะไรสนุก ๆ ทำไปเรื่อย เพื่อไม่ให้เขารู้สึกเบื่อจากการต้องมาใช้ชีวิตอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในสนามรบโบราณแห่งนี้

หากเซี่ยเฟยได้มาพบกับเทพทั้งสองเขาก็คงจะต้องรู้สึกตกใจ เพราะคนธรรมดาอย่างเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าการใช้ชีวิตของเทพที่ถูกยกย่องว่าสูงส่งกลับไม่ได้แตกต่างจากคนทั่ว ๆ ไปมากนัก

เทพขาวกับเทพดำยังคงแต่งกายเหมือนกับครั้งแรกที่เซี่ยเฟยพบ โดยทั้งคู่สวมชุดเกราะปิดบังร่างทั้งร่างเหลือให้เห็นเพียงแค่ดวงตาเท่านั้น

อย่างไรก็ตามแบล็คกี้กับไวท์ตี้กลับดูแตกต่างไปจากเดิมพอสมควร เพราะย้อนกลับไปในตอนที่เซี่ยเฟยได้พบกับอสูรเทวะทั้งสอง พวกมันต่างก็ล้วนแล้วแต่มีความสูงมากกว่า 2 เมตร แต่ในตอนนี้พวกมันกลับมีขนาดเท่า ๆ นกแก้วธรรมดา และยืนเกาะไหล่เจ้านายของพวกมันราวกับว่าพวกมันเป็นเพียงแค่นกแก้วจริง ๆ

เทพดำกับเทพขาวยังคงเดินไปรอบ ๆ ห้องควบคุมเพื่อหาอะไรดู และในทันใดนั้นเองเทพดำก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“ฮ่า ๆ ๆ นั่นมันเซี่ยเฟยที่ได้พลังกฎแห่งความโกลาหลไปไม่ใช่เหรอ? ทำไมเขาถึงมาปรากฏตัวที่สนามรบโบราณได้ล่ะ”

“นี่นายคิดว่าการที่นายสอนกฎแห่งความโกลาหลให้กับเขาเป็นความคิดที่ดีแล้วจริง ๆ เหรอ? บางทีเขาอาจจะถูกฆ่าเพราะกฎที่นายสอนให้กับเขาไปก็ได้” เทพขาวกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ในเวลาเพียงแค่ไม่นานเทพขาว, เทพดำ, ไวท์ตี้และแบล็คกี้ต่างก็มาที่หน้าจอที่ใหญ่ที่สุดเพื่อจ้องมองไปยังภาพของเซี่ยเฟย

“เดี๋ยวก่อนนะ! ตอนนี้เขาเป็นราชากฎของตระกูลสกายวิง แต่เขากลับใช้เข็มทิศมิติของตระกูลไลอ้อนฮาร์ทเพื่อเดินทางมายังสนามรบโบราณ? จู่ ๆ สกายวิงกับไลอ้อนฮาร์ทมามีความสัมพันธ์กันแบบนี้ได้ยังไง?” เทพดำจ้องไปยังข้อมูลบนหน้าจอด้วยความสับสน

“ราชากฎ!? แค่ไม่นานเด็กคนนี้ก็ได้กลายเป็นราชากฎแล้ว ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่าเขาฝึกฝนกฎแห่งความโกลาหลไปได้ไกลมากแค่ไหน จะว่าไปเขาก็เป็นคนเพียงคนเดียวที่สืบทอดกฎแห่งความโกลาหลต่อจากพวกเราไปนี่นะ…”

เทพดำกล่าวขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ และยิ่งเขาพูดมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งชื่นชมผู้สืบทอดกฎแห่งความโกลาหลของเขามากเท่านั้น

ในทางกลับกันเทพขาวก็ไม่ค่อยรู้สึกอารมณ์ดีมากเท่าไหร่นักเลย เพราะกฎแห่งความโกลาหลเป็นสาเหตุที่ทำให้เขากับน้องชายต้องถูกไล่ล่ามาแบบนี้ เขาจึงไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าการที่เซี่ยเฟยสืบทอดกฎแห่งความโกลาหลของพวกเขาไป มันถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่

อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ทั้งคู่ได้อ่านข้อมูลของเซี่ยเฟย พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหลังจากที่พวกเขาไม่ได้พบกับชายหนุ่มคนนี้เป็นเวลานานกว่า 3 ปี เด็กหนุ่มจากมนุษย์โลกคนนั้นกลับได้กลายมาเป็นสมาชิกของสกายวิงแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังไม่สามารถทำความเข้าใจได้จริง ๆ ว่าเซี่ยเฟยใช้เข็มทิศมิติของตระกูลไลอ้อนฮาร์ทเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ได้ยังไง หรือว่าเซี่ยเฟยจะมีความสัมพันธ์กับพวกมารด้วยงั้นเหรอ?

สิ่งที่แปลกกว่านั้นคือผู้ทดสอบคนอื่นกำลังเข้าร่วมการทดสอบแบบปกติ แต่เซี่ยเฟยกลับถูกส่งตรงไปยังการทดสอบของโครงการอัลฟ่า ซึ่งมีความแตกต่างจากนักรบคนอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง

“โครงการอัลฟ่า มันหมายความว่ายังไง?” เทพดำอุทานพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง! สนามรบโบราณถูกสร้างขึ้นจากพวกตาเฒ่าของเผ่าพันธุ์ ว่ากันว่าตาเฒ่าพวกนั้นใช้เทคโนโลยีระดับสูงสุดของจักรวาลในการสร้างระบบขึ้นมา ถ้าหากว่านายอยากจะรู้ความลับของระบบจริง ๆ นายก็ลองกลับไปถามพวกเขาดูสิ” เทพขาวกล่าวอย่างประชดประชัน

“จ้างให้ก็ไม่ไปหรอก พวกเรามารอดูกันดีกว่าว่าเซี่ยเฟยจะมีอะไรสนุก ๆ ให้พวกเราได้ดูบ้าง” เทพดำกล่าวโดยพยายามพูดเปลี่ยนเรื่อง

แม้ว่าเซี่ยเฟยจะถูกส่งตรงมายังห้องโถงอีกห้องหนึ่ง แต่เขาก็ยังคงคิดว่าการทดสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบระดับ S+ โดยไม่รู้เลยว่าเขาถูกส่งตรงมาทดสอบในโครงการลับพิเศษแล้ว และมันก็ยังมีเทพขาวกับเทพดำที่กำลังสังเกตการณ์ดูเขาอยู่อย่างห่าง ๆ อีกด้วย

“ยินดีด้วย คุณคือผู้มีสิทธิ์ได้เข้าร่วมทดสอบในโครงการอัลฟ่า หากคุณสามารถผ่านการทดสอบได้สำเร็จ ระบบจะทำการมอบแหวนสายรุ้งให้เป็นของรางวัล ไม่ทราบว่าคุณต้องการที่จะเข้าร่วมการทดสอบในโครงการอัลฟ่าหรือไม่?” ข้อความจากหน้าจอแสงปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของชายหนุ่ม

“นั่นมันแหวนมิติขนาด 1 ล้านลูกบาศก์เมตร!” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อเขาอ่านรายละเอียดของแหวนที่เขาจะได้รับเป็นรางวัลตอบแทนหากสามารถผ่านการทดสอบนี้ไปได้

แหวนมิติปัจจุบันของเขามีพื้นที่เพียง 10,000 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น แต่มันก็ถือได้ว่าแหวนมิติของเขาคือแหวนมิติชั้นยอดของจักรวาลแล้ว อย่างไรก็ตามของรางวัลที่ระบบจะมอบให้กลับมีพื้นที่ใหญ่มากกว่าแหวนมิติวงปัจจุบันของเขาถึง 100 เท่า ของรางวัลชิ้นนี้จึงสามารถดึงดูดความสนใจของชายหนุ่มได้อย่างแท้จริง

“ฉันว่ามันไม่ได้มีดีแค่พื้นที่ขนาดใหญ่หรอก การที่มันเป็นแหวนมิติที่มีชื่อมันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าของชิ้นนี้จะต้องเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากแน่ ๆ” โอโร่กล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย เพราะแหวนมิติทั่วไปก็จะถูกเรียกว่าแหวนมิติเท่านั้น แต่แหวนมิติวงนี้กลับถูกระบบเรียกว่าแหวนสายรุ้งแตกต่างจากแหวนมิติโดยทั่วไป

“การที่ระบบจะมอบของรางวัลให้กับนายแบบนี้ หมายความว่ามันไม่ใช่การทดสอบแบบปกติ นายต้องตัดสินใจให้ดี ๆ เพราะการทดสอบระดับนี้ย่อมตามมาด้วยความเสี่ยงมหาศาล” โอโร่กล่าว

“ไม่จำเป็นต้องคิดหรอก ตอนนี้ผมกำลังต้องการแหวนมิติขนาดใหญ่อยู่พอดี” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก และทันทีที่เขาพูดจบเขาก็ใช้นิ้วจิ้มไปที่คำว่าตกลงในทันที

***************

ความเสี่ยงไม่สนในเมื่อของรางวัลมันล่อลวง อิอิ

จบบทที่ ตอนที่ 763 ที่ซ่อนของเทพขาวดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว