เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 745 ถูกขังราวกับสัตว์ร้าย

ตอนที่ 745 ถูกขังราวกับสัตว์ร้าย

ตอนที่ 745 ถูกขังราวกับสัตว์ร้าย


ตอนที่ 745 ถูกขังราวกับสัตว์ร้าย

ช่วงเวลาเช้า

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็เดินออกมาจากโกดังเก็บสมุนไพรด้วยท่าทางที่เหนื่อยล้า

หมอกยามเช้ายังคงไม่หายไป แต่นักรบชั้นยอดของตระกูลสกายวิงต่างก็ได้มารวมตัวกันยังสวนสายลมจนครบแล้ว

เมื่อเซี่ยเฟยเดินเข้าไปในสวน ทุกคนต่างก็พยักหน้าให้กับชายหนุ่มโดยไม่พูดอะไร ซึ่งความเงียบงันของทุกคนนี้ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพวกเขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการทำสงคราม

“ทำไมบรรยากาศมันถึงอึดอัดได้ขนาดนี้ ฉันรู้สึกเหมือนกับจะได้กลิ่นเลือดลอยตลบอบอวลในอากาศเลย” โอโร่กล่าวขึ้นมาเบา ๆ

เซี่ยเฟยพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของโอโร่ ก่อนที่เขาจะหามุมเงียบ ๆ นั่งลงและใช้นิ้วลูบแหวนมิติภายในมือ

“อย่ากังวลเลย คนที่ต้องต่อสู้หลัก ๆ ในวันนี้คือเซี่ยบูหยุนกับเซี่ยเทียน นายก็แค่ต้องทำหน้าที่ของตัวเองตามคำสั่งที่ได้รับมา อีกอย่างนายก็เตรียมความพร้อมมามากพอแล้ว มันไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในวันนี้หรอก” โอโร่พยายามกล่าวให้เซี่ยเฟยรู้สึกสบายใจ

“การประลองในวันนี้เป็นตัวชี้ชะตากรรมของตระกูล ไม่ว่าผมจะเตรียมตัวเท่าไหร่มันก็ไม่มีทางพอหรอก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“คุณลองสังเกตดูดี ๆ สิว่าทุกคนดูเครียดกว่าปกติมาก บางทีพวกเขาอาจจะรู้อะไรที่ผมไม่รู้ อย่างเช่น การประลองครั้งนี้อาจจะก่อให้เกิดสงครามที่ใหญ่กว่าตามมาในอนาคต” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากหยุดเงียบไปชั่วครู่

โอโร่พยักหน้าตอบเบา ๆ เพราะท่าทางของนักรบสกายวิงในวันนี้มันดูแปลกมากเกินไปจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ปกติคนที่ไม่ได้ต่อสู้ก็ไม่จำเป็นจะต้องรู้สึกกังวลขนาดนั้นด้วยซ้ำ

ประมาณ 5 นาทีต่อมาประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเซี่ยบูหยุนและเซี่ยเทียนที่เดินออกมาพร้อมกัน ซึ่งมันแสดงให้เห็นชัดเลยว่าจักรพรรดิกฎทั้งสองคนนี้เพิ่งจะประชุมอะไรบางอย่างที่เซี่ยเฟยไม่เข้าใจ

สายตาของเซี่ยบูหยุนกวาดมองไปยังเหล่าบรรดานักรบชั้นยอดในตระกูลของตัวเอง แต่เมื่อสายตาของเขามองไปยังเซี่ยเฟย เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ทุกคนตามฉันมา” เซี่ยบูหยุนกล่าวพร้อมกับโบกมือเบา ๆ

เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจทันที เพราะเท่าที่เขาจำได้ผู้ที่จะเดินทางไปยังงานประลองควรจะมีแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น อย่างไรก็ตามเซี่ยบูหยุนกลับต้องการที่จะพานักรบชั้นยอดทุกคนเดินทางไปพร้อมกับเขาด้วย ซึ่งมันเป็นการตัดสินใจที่แหกกฎที่ตกลงกันเอาไว้ในก่อนหน้าอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ทำได้เพียงแต่เดินตามนักรบทุกคนเข้าไปในประตูมิติอย่างเงียบ ๆ เพราะการตัดสินใจของสกายวิงมันไม่ใช่สิ่งที่จะเอาตรรกะของคนโดยทั่วไปไปใช้ในการเปรียบเทียบกับพวกเขาได้อยู่แล้ว

หลังจากปรากฏตัวขึ้นมาอีกด้านของประตูมิติ เซี่ยเฟยก็ได้พบว่าตัวของเขาได้มาปรากฏในยานรบขนาดใหญ่ ที่สามารถมองเห็นดาวเคราะห์อันรกร้างใต้ยานรบผ่านบานหน้าต่างได้อย่างชัดเจน

เซี่ยบูหยุนส่งสัญญาณให้เซี่ยเฟยกับเซี่ยเทียนเดินตามเขาไป เพื่อแยกตัวไปอยู่ในห้องรับรองอีกห้องหนึ่ง

ห้องรับรองแห่งนี้ค่อนข้างที่จะหรูหรา เพราะมันมีทั้งโซฟา, ห้องน้ำ, อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่ามันได้มีการจัดเตรียมอาหารเอาไว้ให้กับพวกเขาล่วงหน้า

“ไม่ใช่ว่าการประลองวันนี้ไม่อนุญาตให้คนนอกเดินทางมาด้วยงั้นเหรอครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามอย่างสงสัยหลังจากที่ทั้งสามคนนั่งลงบนโต๊ะ

“เมื่อคืนตอนที่นายอยู่ในโกดังสมุนไพรมันมีการเปลี่ยนกฎเล็กน้อย เพราะทางตระกูลมูนวอร์ดขอให้คนนอกเข้ามารับชมการต่อสู้เพื่อแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ในวันนี้เป็นไปอย่างยุติธรรม ซึ่งหลังจากที่ทางเบื้องบนได้ประชุมกันแล้ว พวกเขาก็เปลี่ยนกฎให้คนนอกสามารถรับชมการประลองในครั้งนี้ได้”

“ยานลำนี้เป็นยานที่ทางกลุ่มมังกรฟ้าจะเตรียมเอาไว้เพื่อรับรองแขกทุกคนโดยเฉพาะ นอกเหนือจากพวกเราแล้วมันยังมีตระกูลอื่น ๆ ที่เดินทางมารับชมการประลองอีกมากกว่า 10 ตระกูล” เซี่ยบูหยุนกล่าว

เซี่ยเฟยนิ่งเงียบไปสักพัก เพราะการที่จู่ ๆ ทางมูนวอร์ดขอให้เปลี่ยนกฎแบบนี้ คล้ายกับว่าพวกเขาจะมีกลอุบายที่ไม่ดีถูกแฝงไว้โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว

“สิ่งที่นายฝากเราไปสืบข้อมูลมาได้รับคำตอบเรียบร้อยแล้ว สหายของนายที่ชื่อคอปเปอร์ถูกหยูฮัวฆ่าพร้อม ๆ กับสมาชิกในตระกูลอีก 14 คน”

“สวนเสือคำรามที่นายเคยรับผิดชอบถูกปล่อยให้ทิ้งร้างไปเรียบร้อยแล้ว พนักงานทั้งหมดรวมถึงสัตว์อสูรทุกตัวภายในสวนต่างก็ถูกจัดการไม่มีเหลือ นอกจากนี้พ่อค้าคนหนึ่งที่ชื่อห่าวผิงกับหญิงสาวที่ชื่อจูลี่ก็ถูกสังหารด้วยเหมือนกัน โดยสรุปก็คือทุกคนที่เคยมีความสัมพันธ์กับนายต่างก็ถูกหยูฮัวแอบกำจัดอย่างลับ ๆ ทั้งหมด” เซี่ยเทียนกล่าวพร้อมกับขยับแว่น

สีหน้าของเซี่ยเฟยเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าเกลียด เพราะท้ายที่สุดคอปเปอร์ก็คือบุคคลแรกที่ให้คำแนะนำกับเขา ในระหว่างที่คนอื่น ๆ ต่างก็ล้วนแล้วแต่ดูถูกในตอนที่พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขายังคงได้รับความเสียหาย แล้วเขาจะลืมสหายที่เคยหวังดีช่วยเขาคนนี้เอาไว้ได้ยังไง

นอกจากนี้ห่าวผิงก็ไม่น่าจะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย เพราะชายคนนั้นเคยช่วยเหลือเขาแลกเปลี่ยนคริสตัลต้นกำเนิดเพียงแค่ 2-3 ครั้งจะเรียกว่าพวกเขาสนิทกันมันก็ค่อนข้างที่จะมากเกินไป

คนที่น่าสงสารมากที่สุดนั่นก็คือจูลี่ เพราะเด็กสาวคนนี้เพียงแค่แอบชื่นชมเซี่ยเฟยอย่างลับ ๆ ตลอดช่วงเวลาที่เซี่ยเฟยได้อยู่ในตระกูลหยูพวกเขาก็เคยพูดคุยกันเพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น เธอจึงไม่สมควรจะถูกโยงมาเกี่ยวพันกับเรื่องนี้เลยจริง ๆ

เซี่ยเฟยรู้สึกโกรธจนตัวสั่นและกำหมัดทั้งสองข้างเอาไว้แน่นพร้อมกับสาปแช่งหยูฮัวภายในใจ

“การที่นายไม่เลือกยืนอยู่เคียงข้างหยูฮัวในวันนั้นถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมาก ๆ แล้ว เพราะถ้าหากว่านายยอมตกลงอยู่ข้างเดียวกับเขาในวันที่นายแอบเข้าไปในเกาะอสรพิษพิทักษ์ วันนี้นายก็คงจะถูกแอบกำจัดอย่างลับ ๆ เหมือนกับคนพวกนั้นไปแล้ว” เซี่ยเทียนกล่าว

ในช่วงแรกหยูฮัวถือว่าทำดีจนทำให้เขาตายใจได้จริง ๆ แต่ในวันที่เขาได้เห็นอดีตพ่อค้าคนนั้นยืนอยู่ตรงข้ามหยูเจียง เขาก็ได้ข้อสรุปในทันทีว่าชายคนนี้เป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก

ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะเลือกยืนอยู่ข้างหยูฮัว แต่มันก็ไม่มีอะไรมารับประกันความปลอดภัยให้กับเขาได้ ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหยูฮัวโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว

“ถ้าวันนี้ผมต้องเจอกับหยูฮัว ผมจะทำให้มันต้องตายอย่างทรมาน!” เซี่ยเฟยกัดฟันร้องคำรามขึ้นมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร

“นายไม่มีโอกาสได้พบกับหยูฮัวหรอก เพราะคู่ต่อสู้ของนายคือเซียงจินเฉิง” เซี่ยบูหยุนกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เซี่ยเฟยชะงักไปเล็กน้อย เพราะเขาไม่รู้เลยว่าลำดับการประลองได้ถูกจัดเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคู่ต่อสู้ของเขานั้นก็คือเซียงจินเฉิงผู้ซึ่งเป็นจักรพรรดิกฎที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลมูนวอร์ดอีกด้วย

สถานการณ์นี้คือสถานการณ์ที่ทางสกายวิงคาดหวังเอาไว้มากที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นเซี่ยเทียนหรือเซี่ยบูหยุนต่างก็มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะหยูฮัวและเซียงอู๋เฉิงได้ ดังนั้นถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะยอมแพ้ แต่ท้ายที่สุดผลลัพธ์ก็จะจบลงด้วยชัยชนะของสกายวิง

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่ได้แสดงความตื่นเต้นออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเขาสัมผัสได้ถึงเรื่องบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ

“ผลการจับคู่ออกมาเมื่อไหร่ครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“เมื่อคืนนี้ จู่ ๆ ทางกลุ่มมังกรฟ้าก็แจ้งผลการจับสลากมา แต่ในตอนนั้นนายยังอยู่ในโกดังพวกเราเลยยังไม่ได้บอกนาย”

เซี่ยเฟยยังคงนิ่งเงียบพร้อมกับแสดงสีหน้าออกมาอย่างจริงจัง เซี่ยบูหยุนกับเซี่ยเทียนจึงมองหน้ากันและกันก่อนที่พวกเขาจะมองไปทางชายหนุ่ม

“นายกำลังคิดอะไรอยู่?” เซี่ยเทียนกล่าวถามอย่างสงสัย

“ผมคิดว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นหลุมพราง” เซี่ยเฟยกล่าว

“สถานการณ์นี้มันเป็นประโยชน์กับพวกเราชัด ๆ ทำไมนายถึงคิดว่ามันเป็นหลุมพรางล่ะ?” เซี่ยบูหยุนกล่าวถามหลังจากที่พวกเขาตกใจกับข้อสันนิษฐานของเซี่ยเฟย

“จู่ ๆ มันก็มีการเปลี่ยนกฎการแข่งขันรวมถึงการจับฉลากก็ดูดีสำหรับพวกเรามากเกินไป ทุกคนก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าพลังการต่อสู้ของพวกคุณเหนือกว่าหยูฮัวกับเซียงอู๋เฉิง ซึ่งถ้าหากว่าเรื่องทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ ผมก็ไม่จำเป็นจะต้องออกไปประลองเลยด้วยซ้ำ และหลังจากที่การประลองในครั้งนี้สิ้นสุดลง ตระกูลมูนวอร์ดก็จะถูกบังคับให้ต้องออกไปจากกลุ่มดาวม้าขาว”

“ทุกอย่างมันดูเข้าทางพวกเรามากเกินไป ถึงแม้ผมจะไม่รู้ว่าพวกมูนวอร์ดกำลังวางแผนจะทำอะไรอยู่กันแน่ แต่ผมคิดว่าเรื่องทุกอย่างมันคงจะไม่เป็นไปตามที่พวกเราคิดอย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยวิเคราะห์สถานการณ์

เซี่ยบูหยุนกับเซี่ยเทียนต่างก็แอบพยักหน้าให้แก่กัน ก่อนที่พวกเขาจะมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความพึงพอใจ

“มันเป็นไปอย่างที่คุณปู่เหล่าสือได้บอกเอาไว้เลยว่านายมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ที่ไม่ธรรมดา ไม่น่าเชื่อเลยว่านายจะสัมผัสถึงหลุมพรางได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แบบนี้” เซี่ยเทียนกล่าว

“ถ้าเขาไม่พิเศษเขาก็คงจะไม่มีทางทำให้คุณปู่ขาดทุนแบบนั้นหรอก ไม่ต้องห่วงฉันรายงานเรื่องนี้ให้บรรพบุรุษแล้ว นายรู้ไหมว่าบรรพบุรุษของพวกเราตอบกลับมาว่ายังไง?” เซี่ยบูหยุนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยส่ายหัวเป็นคำตอบ

“บรรพบุรุษบอกว่าต่อให้พวกมันจะขุดหลุมพรางเอาไว้แล้วยังไง พวกเราคือคนไม่มีเหตุผลที่มีเหตุผลที่สุดในจักรวาล ไม่ว่าพวกมันจะมาไม้ไหนพวกเราก็แค่ต้องอัดพวกมันกลับไปก็เท่านั้นเอง” เซี่ยบูหยุนส่งต่อข้อความที่เขาได้รับมาจากบรรพบุรุษ

ข้อความนี้ทำให้เซี่ยเฟยแอบรู้สึกชอบบรรพบุรุษที่เขาไม่เคยพบอย่างไม่ทราบสาเหตุ และสิ่งที่บรรพบุรุษบอกมามันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุด ไม่ว่าพวกมูนวอร์ดจะกำลังวางแผนอะไรอยู่ ตราบใดก็ตามที่พวกเขาอัดพวกมันกลับไป เมื่อนั้นหลุมพรางใด ๆ มันก็ไม่สามารถทำอันตรายต่อพวกเขาได้แล้ว

ก่อนที่การประลองจะเริ่มต้นขึ้น เหล่าบรรดาตัวแทนจากตระกูลใหญ่ก็เริ่มเดินทางมาที่ยานทีละตระกูล ขณะที่เซี่ยบูหยุนและเซี่ยเทียนกำลังหลับตาเพื่อพักผ่อน อย่างไรก็ตามความสงสัยของเซี่ยเฟยก็ยังไม่ได้ลดลงเลย

ชายหนุ่มไม่สามารถที่จะสงบสติอารมณ์ภายใต้สถานการณ์ในครั้งนี้ได้จริง ๆ เพราะการกระทำของพวกมูนวอร์ดแปลกมากจนยากที่ใครจะทำความเข้าใจได้

การประลองระหว่างเขากับเซียงจินเฉิงและเซี่ยบูหยุนกับหยูฮัว ถือว่าเป็นการประลองที่รู้ผลตั้งแต่แรกอยู่แล้ว การประลองเพียงคู่เดียวที่อาจจะพลิกผลการแข่งขันในวันนี้ได้ก็คือการประลองระหว่างเซี่ยเทียนจักรพรรดิกฎผู้สวมแว่น และเซียงอู๋เฉิงที่เคยพลาดท่าให้กับเขามาแล้วครั้งหนึ่ง

“หรือว่าในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เซียงอู๋เฉิงจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และเขาก็มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะผู้อาวุโสเซี่ยเทียนได้?” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเอง

แต่ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังคิดกับตัวเองภายในใจ เซี่ยอู๋เย่ก็เดินเข้ามากระซิบข้างหูของเซี่ยบูหยุนด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความประหม่า

“ท่านผู้นำ ตระกูลมูนวอร์ดเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว แต่เซียงอู๋เฉิงดูเหมือนจะมีเรื่องแปลก ๆ อยู่นิดหน่อย”

“มีอะไรแปลก?” ทุกคนต่างก็ถามขึ้นมาพร้อมกัน

“สมาชิกทุกคนของมูนวอร์ดเดินทางมาแบบปกติ แต่เซียงอู๋เฉิงถูกขังเอาไว้ในกล่องโลหะหนาคล้ายกับว่ามันเป็นกล่องสำหรับการขังสัตว์ร้าย” เซี่ยอู๋เย่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

***************

หรือว่าเซียงอู๋เฉิงจะกินน้ำยาที่พวกบรรพบุรุษมูนวอร์ดส่งมาให้?

จบบทที่ ตอนที่ 745 ถูกขังราวกับสัตว์ร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว