เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 744 โศกนาฏกรรมของเซี่ยเหล่าสือ

ตอนที่ 744 โศกนาฏกรรมของเซี่ยเหล่าสือ

ตอนที่ 744 โศกนาฏกรรมของเซี่ยเหล่าสือ


ตอนที่ 744 โศกนาฏกรรมของเซี่ยเหล่าสือ

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้ออกมาจากศูนย์ฝึกสายลมเพียงแค่ไม่นาน เซี่ยเหล่าสือก็ได้รับการแจ้งเตือนจากเรื่องส่งสัญญาณว่าพลังงานที่สำรองเอาไว้ใกล้ที่จะหมดอีกครั้ง

“ฉันสำรองคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 เอาไว้ 14,700 ก้อนไม่ใช่เหรอ พลังงานพวกนั้นน่าจะเพียงพอให้ใช้งานไปได้นานอีกหลายสิบปีแล้ว ทำไมจู่ ๆ มันถึงมีสัญญาณเตือนมาแบบนี้เหรอว่าอุปกรณ์มีระบบวงจรขัดข้องงั้นเหรอ?”

ชายชราบ่นพึมพำแต่ในขณะที่เขากำลังเดินผ่านเด็ก ๆ ที่ฝึกอยู่ที่ลานด้านหน้า เขาก็ได้ยินเสียงเด็ก ๆ ปรากฏขึ้นมาว่า

“คุณปู่ไฟแสดงสถานะของพลังงานในห้องฝึกเป็นสีแดงครับ”

ห้องฝึกทุกห้องจำเป็นจะต้องเติมพลังงานเข้าไปตลอดเวลา เขาจึงทำการติดตั้งไฟบล็อกสัญญาณเพื่อให้ผู้ฝึกได้รู้ว่าพลังงานภายในห้องอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติดีรึเปล่า

คำร้องเตือนจากเด็ก ๆ เริ่มทำให้เซี่ยเหล่าสือมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี เขาจึงรีบลงไปยังชั้นใต้ดินเพื่อตรวจดูความผิดปกติของเครื่องหมุนเวียนพลังงานอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันคริสตัลต้นกำเนิดบนเครื่องหมุนเวียนพลังงานได้กลายเป็นคริสตัลโปร่งใสเกือบทั้งหมด และจากคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 จำนวน 14,700 ก้อนที่เขาได้ติดตั้งลงไป ในตอนนี้มันก็หลงเหลือคริสตัลที่ยังมีพลังงานอยู่เพียงแค่ก้อนเดียวเท่านั้น!!

เซี่ยเหล่าสือรีบยกมือขึ้นมาขยี้ตาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ และถึงแม้ว่าเขาจะใช้มือตบหน้าตัวเองแต่ภาพตรงหน้ามันก็ยังไม่หายไป ซึ่งมันก็หมายความว่าพลังงานเกือบทั้งหมดได้ถูกใช้ไปโดยเซี่ยเฟยเพียงคนเดียว

นั่นมันคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 จำนวน 14,700 ก้อนเชียวนะ!!

ไม่ว่าตระกูลสกายวิงจะยิ่งใหญ่มากแค่ไหนแต่แหล่งพลังงานระดับสูงก็ยังคงมีอยู่จำกัด เพราะท้ายที่สุดคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ก็จำเป็นจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการกลั่นพลังงานระดับ 5 ขึ้นไปในการผลิตพวกมันขึ้นมาเท่านั้น

เซี่ยเหล่าสือเป็นคนที่ขี้เหนียวมาก และถ้าหากว่าบรรพบุรุษไม่ได้มีคำสั่งให้ใช้แหล่งพลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุดเพื่อมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กับเซี่ยเฟย ชายชราก็จะใช้คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานเช่นเดิม และจะไม่ใช้คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ที่เขาเก็บสะสมเอาไว้ เว้นแต่ว่ามันจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นจริง ๆ

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นคือเซี่ยเฟยได้ใช้คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ทั้งหมดที่เขาได้เก็บสะสมเอาไว้ทั้งชีวิต

นี่มันคือคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก ชนิดที่ว่าคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 ไม่สามารถจะเทียบเคียงได้

ตามทฤษฎีคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 มีมูลค่าเท่ากับ 100 คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 แต่ในความเป็นจริงคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 หาพบได้ในตลาดน้อยมาก

มันจึงทำให้แม้แต่การแลกเปลี่ยนภายในตระกูลก็ยังมีอัตราการแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ต่อ 200 ส่วนอัตราการแลกเปลี่ยนในตลาดมืดมันก็มีอัตราการแลกเปลี่ยนสูงถึง 1 ต่อ 500 หรือในช่วงที่ขาดแคลนจริง ๆ ราคาของอัตราแลกเปลี่ยนมันก็เคยพุ่งขึ้นสูงไปจนถึง 1 ต่อ 1,000 เลยก็มี

หากคำนวณคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ทั้งหมดที่เขาได้สูญเสียไปกับคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 จำนวน 1.7 ล้านกว่าชิ้นที่เซี่ยเฟยได้จ่ายมา ชายชราก็ได้พบว่าการทำธุรกรรมในครั้งนี้เป็นการทำธุรกรรมที่ขาดทุนชนิดที่ว่ามันเพียงพอจะทำให้เขาล้มละลายลงไปได้เลย

ด้วยเหตุนี้เองเซี่ยเหล่าสือจึงรีบมุ่งหน้าไปที่สวนสายลมด้วยความโกรธ เพื่อตั้งคำถามว่าเซี่ยเฟยทำแบบนี้กับเขาได้ยังไง ซึ่งทันทีที่ชายชราได้ปรากฏตัวขึ้นมาเหล่าบรรดานักรบสกายวิงต่างก็รีบหลีกทางให้ชายชราด้วยความหวาดกลัวในทันที และเมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดอันโกรธเกรี้ยวของเซี่ยเหล่าสือ มันก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกตกตะลึงมากขึ้นกว่าเดิม

“เซี่ยเฟยออกมาเดี๋ยวนี้!”

“นายกล้าดียังไงถึงมาใช้พลังงานทั้งหมดของศูนย์ฝึกสายลม!!”

“ออกมาเดี๋ยวนี้เลย! นายจะต้องชดใช้ความเสียหายทั้งหมดที่นายได้ทำลงไป!!”

เซี่ยเหล่าสือร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ และเขาก็ใช้มือดึงผมสีขาวของตัวเองราวกับคนบ้า

ในความเป็นจริงสิ่งที่เซี่ยเหล่าสือรู้สึกเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่จำนวนคริสตัลต้นกำเนิดทั้งหมดที่เขาสูญเสียไป แต่มันเป็นเพราะเขารู้สึกราวกับว่าเขาถูกเด็กรุ่นใหม่อย่างเซี่ยเฟยหลอกเอาต่างหาก

เขาถือว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาโดยตลอด และเขาก็ไม่เคยขาดทุนในการทำธุรกิจใดเลยแม้แต่ครั้งเดียว อย่างไรก็ตามการได้พบกับเซี่ยเฟยมันก็ทำให้เขาได้รับประสบการณ์ในการขาดทุนอย่างย่อยยับเป็นครั้งแรก และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกโกรธมากขนาดนี้

เซี่ยบูหยุนกับเซี่ยเทียนต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกเหมือนกับคนอื่น ๆ หลังจากที่พวกเขาได้ยินเสียงของเซี่ยเหล่าสือเช่นเดียวกัน เพราะท้ายที่สุดพวกเขาต่างก็เป็นหนี้ชายชราอยู่ก้อนใหญ่ การปรากฏตัวของเซี่ยเหล่าสือจึงทำให้พวกเขารู้สึกไม่ต่างไปจากลูกหนี้ที่กำลังเจอหน้าเจ้าหนี้

“เกิดอะไรขึ้น? นายไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจ” เซี่ยบูหยุนกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

เซี่ยเฟยพอจะจับใจความได้บ้างว่าเซี่ยเหล่าสือน่าจะสูญเสียพลังงานสำรองไปเป็นจำนวนมาก ชายชราถึงได้ตามมาโวยวายยังสวนสายลมแห่งนี้

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงพลังงานเซี่ยเฟยย่อมนึกถึงขนอุยและหงส์ครามในทันที ซึ่งหลังจากที่เขานำพวกมันออกมาหลังจากที่ไม่ได้เจอกัน 1 เดือน ท้องของขนอุยก็นูนออกคล้ายกับลูกโป่งที่กำลังจะแตก ส่วนทางด้านของหงส์ครามก็มีใบหญ้าที่หนากว่าเดิม และเมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอกมันก็ดูเหมือนกับว่าใบหญ้าพวกนี้จะดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมด้วย

“ในห้องพักของศูนย์ฝึกมีพลังงานอยู่เยอะมาก ขนอุยกับหงส์ครามน่าจะดูดซับพลังงานมากเกินไป มันเลยทำให้คุณปู่หัวเสียอยู่แบบนั้น” เซี่ยเฟยกล่าวตอบ

เซี่ยบูหยุนกับเซี่ยเทียนขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ หลังจากที่ได้รู้ว่าเซี่ยเฟยปล่อยให้อาวุธและสัตว์เลี้ยงของเขาดูดซับพลังงานเข้าไปตลอด 1 เดือนเกินขีดจำกัด จนทำให้พลังงานภายในศูนย์ฝึกสายลมแทบที่จะหมดลงแบบนี้

คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 จำนวน 14,700 ชิ้นถูกดูดซับไปจนหมดภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน ความเร็วในการดูดซับพลังงานของพวกเซี่ยเฟยจัดอยู่ในระดับที่น่ากลัวมากจริง ๆ

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเซี่ยเฟยถึงสามารถพัฒนาความเร็วได้จนถึงระดับ 9 ภายในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพราะที่แท้แม้กระทั่งตัวของชายหนุ่มเองก็ดูดซับพลังงานเข้าไปอย่างบ้าคลั่งในช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาด้วยเหมือนกัน

พูดตามตรงว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่ความผิดของเซี่ยเฟยเลย แต่มันเป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของเซี่ยเหล่าสือเองต่างหาก ท้ายที่สุดชายชราก็คิดเอาเองว่าเซี่ยเฟยคงจะไม่สามารถดูดซับพลังงานได้มากมายนัก เขาจึงได้เปิดเครื่องหมุนเวียนพลังงานอัตโนมัติเอาไว้ และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือพลังงานภายในศูนย์ฝึกสายลมถูกใช้ไปจนเกือบหมด

แน่นอนว่าเมื่อเซี่ยเฟยยกเหตุผลนี้ขึ้นมา เซี่ยเหล่าสือก็ไม่สามารถที่จะเรียกร้องหาความผิดจากเซี่ยเฟยได้เลย

เซี่ยบูหยุนพยายามจะเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ แต่เมื่อเขาถูกสวนออกไปว่าเขาจะยอมจ่ายหนี้แทนเซี่ยเฟยไหม ทั้งราชากฎและจักรพรรดิกฎของสกายวิงทุกคนต่างก็รีบปลีกตัวหนีออกไปในทันที ไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาขัดขวางความหงุดหงิดของเซี่ยเหล่าสืออีกต่อไป

น่าเสียดายที่ถึงแม้นักรบสกายวิงคนอื่นจะรู้สึกกลัวชายชราคนนี้ แต่เซี่ยเฟยไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเซี่ยเหล่าสือเลยแม้แต่น้อย เขาจึงยืนโต้เถียงด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถจะปฏิเสธได้ ซึ่งมันก็ทำให้ชายชราไม่สามารถจะทำอะไรเซี่ยเฟยได้เหมือนกัน

เมื่อการโต้เถียงได้จบลงเหล่าบรรดานักรบของสกายวิงก็แอบยกนิ้วให้กับเซี่ยเฟยอย่างลับ ๆ เพราะชายหนุ่มคนนี้เป็นนักรบชั้นยอดของตระกูลเพียงแค่คนเดียวที่สามารถโต้เถียงกับเซี่ยเหล่าสือได้ ที่สำคัญคือเซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะไม่ติดหนี้ชายชราเหมือนกับนักรบคนอื่น ๆ เท่านั้น แต่ชายหนุ่มคนนี้ยังเกือบจะทำให้เซี่ยเหล่าสือล้มละลายได้อีกด้วย

เมื่อเซี่ยเหล่าสือจากไปเหล่าบรรดาราชากฎก็รีบเข้ามาล้อมรอบเซี่ยเฟยในทันที

“ไม่น่าเชื่อว่านายจะทำให้คุณปู่ยอมกลับไปแบบนั้นได้”

“นี่นายทั้งได้ชุดเกราะดาร์กยูนิคอร์นและยังดูดซับพลังงานภายในศูนย์ฝึกสายลมมาจนหมด คราวนี้ตาแก่นั่นคงจะหัวเสียไปอีกหลายวัน”

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณปู่จะมีวันร้าย ๆ แบบนี้เกิดขึ้นกับเขาด้วย”

“พวกเรามาฉลองกันเถอะ ในที่สุดมันก็มีวันที่พวกเราตอบโต้คุณปู่กลับไปได้สักที” เซี่ยจงไห่พูดขึ้นมาทั้งน้ำตาแห่งความตื่นเต้น

“ฉันก็จะฉลองกับนายด้วยเหมือนกัน นายรู้ไหมว่าพวกเราถูกตาแก่นั่นเอารัดเอาเปรียบมานานแค่ไหน แม้แต่ผู้นำตระกูลของเราก็ยังเป็นหนี้เขาด้วยเหมือนกัน”

“อะแฮ่ม! พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญ ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ดื่มฉลองอะไรทั้งนั้น” เซี่ยบูหยุนกล่าวขัดทุกคนขึ้นมา

ทุกคนต่างก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างสนุกสนาน ซึ่งพวกเขาก็รู้ดีว่าผู้นำคนนี้ก็คงจะแอบรู้สึกสะใจอยู่เล็ก ๆ ด้วยเหมือนกัน เพราะไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็รู้สึกหวาดกลัวเซี่ยเหล่าสือมาเป็นเวลานานแล้ว การตอบโต้ของเซี่ยเฟยในคราวนี้มันจึงช่วยให้ทุกคนบรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดภายในใจของพวกเขาลงไปได้ เพียงแต่เซี่ยบูหยุนยังต้องแบกรับตำแหน่งผู้นำของตระกูล เขาจึงไม่สามารถพูดคุยหยอกล้ออย่างโจ่งแจ้งได้เหมือนกับสมาชิกคนอื่น ๆ

“คราวนี้ฉันได้ติดต่อไปหาบรรพบุรุษเขาถึงยอมปล่อยนายไป แต่คราวหลังนายต้องระวังตัวเอาไว้มากกว่านี้ คุณปู่ไม่ใช่คนที่จะยอมขาดทุนง่าย ๆ หรอกนะ” เซี่ยบูหยุนกล่าวบอกกับเซี่ยเฟย

ชายหนุ่มไม่ได้มีความคิดที่จะเฉลิมฉลองด้วยเหมือนกัน เพราะท้ายที่สุดเซี่ยเหล่าสือก็ยังคงเป็นนักหลอมพลังงานเพียงคนเดียวที่เขารู้จัก มันจึงไม่ใช่ความคิดที่ดีที่เขาจะต่อต้านอีกฝ่ายให้ก่อให้เกิดความไม่พอใจ

หลังจากพูดคุยกับเซี่ยบูหยุนเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเฟยก็เดินตามเซี่ยอู๋เย่เข้าไปภายในโกดังที่อยู่ลึกเข้าไปในสวนสายลม

เซี่ยบูหยุนมีคำสั่งว่าเขาจะต้องเตรียมการสำหรับการประลองพรุ่งนี้เอาไว้ให้พร้อม ดังนั้นถ้าหากว่าเขามีอะไรที่ต้องการเพิ่มเติมก็ให้เขาหยิบของเหล่านั้นออกไปจากโกดังของตระกูลได้เลย

เซี่ยเฟยไม่ใช่คนที่เรื่องมากด้านการกินอยู่มากนัก เขาจึงเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนอนไปเพียงแค่เล็กน้อย ก่อนที่เขาจะขอให้เซี่ยอู๋เย่พาเขาไปยังโกดังเก็บสมุนไพร

อย่างไรก็ตามเมื่อชายหนุ่มได้มาจนถึงโกดังเก็บสมุนไพรแล้ว เขาก็ยืนหยุดอยู่หน้าอาคารนั้นคล้ายกับว่าเขากำลังรู้สึกลังเลอะไรบางอย่าง

“อยากได้อะไรก็เอาไปเถอะ ท่านผู้นำสั่งไปแล้วว่านายสามารถเอาของทุกอย่างออกไปได้ตามต้องการ” เซี่ยอู๋เย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ไม่ทราบว่าผมขออยู่ที่นี่ได้ไหมครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“นายหมายถึงนายอยากจะอยู่ในโกดังเก็บสมุนไพรนี้งั้นเหรอ?” เซี่ยอู๋เย่กล่าวถามอย่างตกใจ

“ใช่ครับ”

“พักที่ห้องไม่ดีกว่าเหรอ? เวลาอยากได้อะไรก็แค่เดินทางมาที่นี่ก็ได้ สมุนไพรพวกนั้นมันไม่วิ่งหนีนายไปไหนหรอก”

“พรุ่งนี้จะเป็นการประลองครั้งสำคัญของตระกูล ถึงแม้ว่าท่านผู้นำกับผู้อาวุโสเซี่ยเทียนจะไม่ได้คาดหวังกับตัวผมมาก แต่ถ้าหากว่าผมต้องเผชิญหน้ากับเซียงอู๋เฉิงจริง ๆ ผมก็จำเป็นจะต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อไม่ให้พ่ายแพ้ต่อศัตรู”

“แม้ว่าภายนอกทุกคนจะแสดงออกอย่างมั่นใจ แต่ผมสังเกตเห็นได้เลยว่าทุกคนกำลังกังวลเรื่องการประลองที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

“ทักษะในการสังเกตของนายอยู่ในระดับที่ดีมากจริง ๆ ใช่แล้วทุกคนกำลังกังวลว่านายจะได้พบกับเซียงอู๋เฉิง ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมมันไม่มีใครพูดเรื่องนี้ขึ้นมานั่นก็เพราะคำสั่งจากท่านผู้นำ ท้ายที่สุดนายก็พึ่งได้กลับเข้ามาร่วมกลุ่มกับทุกคน พวกเราจึงไม่อยากจะกดดันอะไรนายมากเกินไป” เซี่ยอู๋เย่กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“ผมเข้าใจเรื่องนั้นดี และมันก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงต้องเตรียมพร้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” เซี่ยเฟยกล่าว

เซี่ยอู๋เย่พยักหน้ารับก่อนที่เขาจะหันหลังแล้วเดินจากไป

“นายจะปรุงยาอะไรงั้นเหรอ?” โอโร่กล่าวถามอย่างสงสัย

“ยาที่ผมจะปรุงชื่อน้ำยาทะลุจุดเดือด” เซี่ยเฟยกล่าวตอบ

“น้ำยาทะลุจุดเดือด... ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องน้ำยาอะไรเท่าไหร่หรอกนะ แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าชื่อของน้ำยามันฟังดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้” โอโร่กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

***************

จบบทที่ ตอนที่ 744 โศกนาฏกรรมของเซี่ยเหล่าสือ

คัดลอกลิงก์แล้ว