เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 746 ตายอย่างค้างคา

ตอนที่ 746 ตายอย่างค้างคา

ตอนที่ 746 ตายอย่างค้างคา


ตอนที่ 746 ตายอย่างค้างคา

“สมาชิกทุกคนของมูนวอร์ดเดินทางมาแบบปกติ แต่เซียงอู๋เฉิงถูกขังเอาไว้ในกล่องโลหะหนาคล้ายกับว่ามันเป็นกล่องสำหรับการขังสัตว์ร้าย” เซี่ยอู๋เย่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

“จับคนขังเอาไว้ในกล่อง? นี่มันไม่แปลกเกินไปหน่อยงั้นเหรอ?” เซี่ยบูหยุนถามขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ที่แปลกกว่านั้นคือเสียงที่หลุดออกมาจากกล่องน่ากลัวมากครับ เหมือนกับว่าเซียงอู๋เฉิงได้กลายเป็นคนบ้าไปแล้ว” เซี่ยอู๋เย่กล่าว

ทุกคนต่างก็คาดเดาเอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าตระกูลมูนวอร์ดคงจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางให้พวกเขาได้รับชัยชนะในการประลองครั้งนี้ แต่มันก็ไม่มีใครคิดว่ามันจะมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นกับเซียงอู๋เฉิง แน่นอนว่ามันไม่มีใครสามารถคาดเดาเรื่องในคราวนี้ได้ และต้องรอจนกว่าการต่อสู้จะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นทุกสิ่งทุกอย่างจึงจะเฉลยออกมา

เมื่อได้ฟังรายงานเซี่ยบูหยุนก็ส่งสัญญาณมือให้เซี่ยอู๋เย่ออกไปจากห้อง

บรรยากาศภายในห้องเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่เซี่ยเทียนผู้ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับเซียงอู๋เฉิงก็ยังคงนั่งสมาธิหลับตานิ่ง ราวกับว่าความแปลกประหลาดนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเขาเลย

เซี่ยบูหยุนกับเซี่ยเฟยต่างก็หันมามองหน้ากันและกันโดยไม่พูดอะไร แต่ภายในจิตใจของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความกังวล

ผู้ชมเริ่มมารวมตัวกันบนยานอวกาศมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยแต่ละตระกูลก็ส่งตัวแทนมารับชมการประลองในจำนวนที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ตระกูลเกลเชอร์และสโนว์ดริฟท์ ซึ่งเป็นตระกูลที่ไม่ค่อยชอบเข้าสังคมมากนักก็ส่งตัวแทนมารับชมการประลองเพียงแค่ไม่กี่คน แต่ตระกูลที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประกูลมูนวอร์ดอย่างตระกูลแอจจิเททก็ส่งตัวแทนมาชมการประลองมากกว่า 20 คน

บนยานมีห้องต่าง ๆ ถูกเตรียมเอาไว้อย่างมากมาย เพื่อให้แต่ละตระกูลสามารถรับชมการประลองได้เป็นการส่วนตัว

บริเวณท้ายยานมีหญิงสาว 2 คนกำลังนั่งเคียงข้างกัน โดยคนหนึ่งคือเซียวรั่วหยูและอีกคนคือจักจั่นขาว ซึ่งทั้งคู่ก็กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความกังวล

“เธอกำลังกังวลเรื่องเซี่ยเฟยงั้นเหรอ?” จักจั่นขาวกล่าวถามด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย

“ใช่ค่ะ คู่ประลองของเซี่ยเฟยคือเซียงจินเฉิงที่เป็นจักรพรรดิกฎขั้นที่ 5  ความห่างชั้นระหว่างพวกเขามากเกินไป บางที…” เซียวรั่วหยูกล่าวอย่างกังวล

“ถึงจะกังวลไปก็ไม่มีอะไรหรอก ฉันได้ยินมาจากท่านแม่ว่าคราวนี้ตระกูลมูนวอร์ดจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ทั้งเซี่ยบูหยุนและเซี่ยเทียนต่างก็เป็นนักรบที่ทรงพลังมาก บางทีการประลองครั้งนี้เซี่ยเฟยอาจไม่จำเป็นจะต้องปรากฏตัวขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ” จักจั่นขาวกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

“ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นพี่ชายก็คงจะตกอยู่ในอันตราย ฉันไม่คิดเลยว่าแท้ที่จริงแล้วเขาจะเป็นสมาชิกของตระกูลสกายวิงแบบนี้” เซียวรั่วหยูกล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับ

“การที่เขาเป็นสมาชิกของตระกูลสกายวิงมันก็ดีอยู่แล้วนี่ ตระกูลสกายวิงเป็นตระกูลที่มีอำนาจมาก อย่างน้อยตอนนี้เซี่ยเฟยก็จะได้มีผู้สนับสนุนในดินแดนกฎแล้ว” จักจั่นขาวกล่าว

เซียวรั่วหยูเม้มริมฝีปากขึ้นมาเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่เลือกที่จะพูดอะไรต่อ หญิงสาวที่อ่อนต่อโลกอย่างจักจั่นขาวจึงไม่รู้ว่าสาวใช้ของเธอกำลังคิดอะไร

ตอนนี้เซียวรั่วหยูไม่ใช่เด็กสาวตัวน้อยเหมือนกับตอนที่เธอเพิ่งได้พบกับเซี่ยเฟยอีกต่อไปแล้ว แต่เธอได้เติบโตขึ้นมาเป็นหญิงสาวแรกแย้มที่พร้อมจะเริ่มต้นมีความรัก

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเซียวรั่วหยูก็เป็นเพียงแค่สาวใช้ของตระกูลสโนว์ดริฟท์เท่านั้น มันจึงทำให้สถานะของเธอกับเซี่ยเฟยที่เป็นสมาชิกของตระกูลสกายวิงแตกต่างกันมากจนเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลสโนว์ดริฟท์ยังเป็นตระกูลที่สมาชิกทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิง และกฎของตระกูลยังไม่อนุญาตให้สมาชิกภายในตระกูลแต่งงานตลอดชีวิต

“ตระกูลสกายวิงก็อยู่บนยานลำนี้ด้วยเหมือนกันนะ ถ้าเธออยากจะไปเจอกับเซี่ยเฟยก็ไปได้เลย” จักจั่นขาวกล่าวแนะนำ

“ยังดีกว่าค่ะ เขากำลังจะต้องลงไปในสนามรบครั้งสำคัญ มีอะไรพวกเราค่อยมาคุยกันทีหลัง หลังจากที่การประลองครั้งนี้จบลงแล้วดีกว่า” เซียวรั่วหยูกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“นั่นสินะ อย่างน้อยตอนกำลังจะไปสู้ก็ควรจะต้องสงบสติอารมณ์เอาไว้ คราวนี้เธอตัดสินใจได้ดีจริง ๆ” จักจั่นขาวกล่าว

“ดูนั่น! การประลองกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว”

ใครคนหนึ่งส่งเสียงตะโกนขึ้นมาผู้ชมทุกคนจึงรีบเดินไปที่ช่องหน้าต่างในทันที ท่านใดนั้นมันก็มีแสงสว่างวาบ 2 สายปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ก่อนที่ร่างของเซี่ยบูหยุนและหยูฮัวจะปรากฏตัวบนดาวเคราะห์อันแห้งแล้งที่อยู่ด้านล่างของยานอวกาศ

เมื่อผู้เข้าประลองทั้งสองปรากฏตัว ทุกคนต่างก็ส่ายหัวขึ้นมาพร้อม ๆ กัน เพราะในการประลองรอบแรกนี้ไม่มีอะไรให้พวกเขาลุ้นเลย และทั่วทั้งกลุ่มดาวม้าขาวก็คงจะมีเพียงแต่เฝิงคูชานเพียงคนเดียวที่มีความสามารถในการออกมาท้าทายเซี่ยบูหยุนได้

ทั่วทั้งกลุ่มดาวม้าขาวมีเฝิงคูชานเป็นจักรพรรดิกฎขั้นที่ 7 เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น เขาจึงมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะท้าทายผู้นำของตระกูลสกายวิงคนนี้ได้ และเนื่องมาจากว่าเขาได้ทำงานให้กับเบื้องบน เขาจึงไม่ถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์โดยทั่วไป แล้วมันก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมถึงแม้เขาจะเป็นจักรพรรดิกฎระดับสูงแต่เขาก็ยังไม่ขึ้นไปอยู่บนเผ่าเทพ

ขณะเดียวกันแม้ว่าเซียงจินเฉิงจะมีพลังอยู่ในระดับจักรพรรดิกฎขั้นที่ 5 แต่มันก็ไม่มีใครกล้ารับประกันว่าชายชราคนนี้จะสามารถต่อต้านความเร็วของเซี่ยบูหยุนได้ ท้ายที่สุดทุกคนก็รู้ดีว่าความเร็วของสกายวิงเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากเพียงใด และมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหากนักรบของสกายวิงจะท้าทายนักรบที่มีระดับสูงกว่าตัวเอง

ถ้าหากว่าแม้แต่จักรพรรดิกฎขั้นที่ 5 อย่างเซียงจินเฉิงก็ยังไม่มีความมั่นใจที่จะเอาชนะเซี่ยบูหยุนได้ มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายว่าราชากฎอย่างหยูฮัวก็ย่อมไม่มีทางที่จะต่อต้านผู้นำสกายวิงคนนี้ได้เหมือนกัน การประลองระหว่างพวกเขาจึงไม่ต่างไปจากการพยายามเอาไข่ไปกระทบกับหิน

ปัจจุบันหยูฮัวกำลังยืนอยู่บนดาวเคราะห์อันแห้งแล้งด้วยเนื้อตัวที่กำลังสั่นอย่างรุนแรง เพราะคู่ต่อสู้ของเขาคือเซี่ยบูหยุนนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของสกายวิง แม้แต่คนที่มองโลกในแง่ดีที่สุดก็ไม่คิดว่าหยูฮัวจะมีโอกาสพลิกกลับมาได้รับชัยชนะ

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังถูกตระกูลมูนวอร์ดทอดทิ้งมาตั้งนานแล้ว โอกาสรอดชีวิตจากการประลองในครั้งนี้จึงมีเหลืออยู่น้อยกว่า 1% ด้วยซ้ำ

“เซี่ยเฟยฝากฉันมาส่งข้อความให้กับนาย” เซี่ยบูหยุนกล่าว

หยูฮัวชะงักค้างไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะจ้องมองไปยังชายชราตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย

“เซี่ยเฟยบอกว่าเขาไม่ได้มีโอกาสฆ่านายด้วยตัวเอง แต่เขาจะช่วยดูแลหยูเสี่ยวเป่ยเป็นอย่างดี”

ข้อความจากเซี่ยเฟยทำให้สีหน้าของหยูฮัวเปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียด ก่อนที่ร่างของเขาจะสั่นขึ้นมาอย่างรุนแรง

ทุกคนต่างก็รู้ว่าหยูฮัวยังไม่ได้แต่งงาน มันจึงทำให้แม้แต่ผู้ร่วมอุดมการณ์กับเขาอย่างหยูเผิงและหยูจินก็ยังไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วหยูเสี่ยวเป่ยคือลูกชายของเขา

อิทธิพลของสกายวิงเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก เพราะเมื่อเซี่ยเทียนเริ่มขุดคุ้ยเรื่องราวของหยูฮัว มันก็ทำให้พวกเขาสามารถขุดคุ้ยความลับที่ชายคนนี้พยายามปกปิดมาโดยตลอดได้

สถานการณ์ในปัจจุบันเริ่มทำให้หยูฮัวรู้สึกหมดหวังอย่างแท้จริง ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นไปมองยานรบระดับสูงบนท้องฟ้าด้วยแววตาที่มืดมน และเมื่อเขาได้เห็นเซี่ยเฟยที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นกว่าเดิม

มีบุญคุณต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระ!

ศัตรูทุกคนต้องถูกกำจัด!!

สิ่งเหล่านี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นคติประจำใจที่เซี่ยเฟยได้ใช้ในการดำรงชีวิตมาโดยตลอด

“โหดร้าย โหดร้ายมาก” หยูฮัวพึมพำด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว

“มีอะไรอยากจะพูดอีกไหม?” เซี่ยบูหยุนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ผมขอ…” ในระหว่างที่หยูฮัวกำลังจะบอกความปรารถนาสุดท้ายก่อนตาย เซี่ยบูหยุนก็ลงมือจนทำให้ชายหนุ่มคนนี้ไม่มีโอกาสที่จะพูดอะไรออกมา

ร่างของเซี่ยบูหยุนหายไปราวกับสายฟ้า ก่อนที่มันจะมีคมมีดมาปรากฏขึ้นที่ลำคอของหยูฮัวอย่างรวดเร็ว

“เซี่ยเฟยยังฝากบอกอีกเรื่องหนึ่งว่า ไม่ว่านายจะหวังอะไรไว้แต่มันก็ไม่มีทางสมหวังทั้งนั้น” เซี่ยบูหยุนกล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่คมมีดในมือขวาของเขาจะถูกตัดออกไปอย่างรวดเร็ว

สิ้นหวัง!

โคตรสิ้นหวัง!

ถ้าไม่อยากฟังแล้วจะถามทำไม?

แท้ที่จริงคือเซี่ยเฟยขอให้เซี่ยบูหยุนถามความปรารถนาของหยูฮัวก่อนตาย เพื่อให้เขามองเห็นความหวังสุดท้ายก่อนที่จะถูกสังหารลงไปอย่างสิ้นหวัง

หยูฮัวไม่เคยคาดคิดเลยว่าเซี่ยเฟยจะโหดเหี้ยมมากถึงขนาดนี้ และถึงแม้ว่าเขาจะต้องตายอยู่แล้วแต่อีกฝ่ายก็ยังพยายามทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังจนถึงขีดสุด

ฉัวะ!

โลหิตพุ่งออกมาจากลำคอของหยูฮัวราวกับน้ำพุพร้อม ๆ กับชีวิตของชายคนนี้ที่ค่อย ๆ ดับสิ้นลงไป ด้วยความอาฆาตแค้นที่ไม่อาจปล่อยวางได้แม้แต่ในช่วงลมหายใจสุดท้ายของเขาก็ตาม

ในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยที่ยืนมองการประลองอยู่ริมหน้าต่างก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย เพราะอย่างน้อยเขาก็พอจะแก้แค้นให้กับเหล่าบรรดาผู้บริสุทธิ์ในตระกูลหยูที่ถูกหยูฮัวสังหารทั้ง ๆ ที่คนพวกนั้นแค่มีความสัมพันธ์กับเขาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

การประลองในคู่นี้ต่างก็ทำให้เหล่าบรรดาผู้ชมรู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก แม้แต่เหล่าบรรดานักรบของสกายวิงก็ยังเฝ้าดูการประลองอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ส่งเสียงเชียร์อะไรออกมา

“เอาล่ะถึงตาของฉันแล้ว” เซี่ยเทียนกล่าวขณะถอดแว่นออกมาเช็ดและใส่แว่นกลับไปอีกครั้ง

“ดูแลตัวเองด้วยครับ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเป็นห่วง

“ไม่ต้องห่วง นักรบสกายวิงทุกคนต่างก็ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้อยู่แล้ว และฉันก็มีความคิดที่ไม่แตกต่างจากคนอื่น” เซี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากพูดจบเซี่ยเทียนก็เงยหน้าและเตรียมตัวเข้าสู่สนามรบ

ในที่สุดการต่อสู้คู่เอกของวันนี้ก็มาถึง โดยคู่ต่อสู้ฝั่งหนึ่งคือเซียงอู๋เฉิงจักรพรรดิกฎขั้นที่ 3 จากตระกูลมูนวอร์ด ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งคือเซี่ยเทียนจักรพรรดิกฎขั้นที่ 1 จากตระกูลสกายวิง

พริบตาต่อมามันก็ได้มีเงา 2 เงาเคลื่อนที่ผ่านฟากฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เซี่ยเทียนจะปรากฏตัวขึ้นบนดวงดาวพร้อมกับกล่องโลหะขนาดใหญ่ที่แต่ละด้านมีพื้นที่มากกว่า 3 เมตร

“นั่นมันอะไร? ตระกูลมูนวอร์ดส่งกล่องออกมาสู้งั้นเหรอ?”

ใครสักคนพยายามเล่นตลกออกมา แต่มันกลับไม่มีใครส่งเสียงหัวเราะตามมุกตลกของเขาเลยแม้แต่คนเดียว

ท้ายที่สุดผู้มีประสบการณ์ทุกคนต่างก็สัมผัสถึงกลิ่นอายอันรุนแรงภายในกล่องได้อย่างชัดเจน และการที่ตระกูลมูนวอร์ดเก็บนักรบเอาไว้ในกล่องแบบนี้ มันก็หมายความว่ามันจะต้องมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นกับเซียงอู๋เฉิงจนทำให้เขาต้องถูกจับขังเอาไว้แน่ ๆ

เซี่ยเทียนจ้องมองไปยังกล่องตรงหน้าด้วยแววตาอันเย็นชา ขณะที่เขาค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปรอบกล่องอย่างระมัดระวัง

ภายในกล่องมีเสียงหอบหายใจคล้ายสัตว์ร้ายดังขึ้นมาตลอดเวลา แล้วมันก็ให้ความรู้สึกราวกับว่ามันกำลังมีสัตว์ร้ายมองมายังเซี่ยเทียนด้วยแววตาสีแดงเลือด

ทันใดนั้นเองเซี่ยเทียนก็ยกนิ้วชี้กระดิกไปทางกล่อง และถึงแม้ว่าเขาจะกำลังเผชิญหน้ากับจิตสังหารอันรุนแรงแต่เขาก็ยังสามารถยั่วยุอีกฝ่ายได้อย่างเย็นชา

ตูม!

เซียงอู๋เฉิงที่อยู่ภายในกล่องไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อีกต่อไป ในที่สุดเขาก็ทำลายกล่องที่กักขังตัวเขาออกและเผยให้เห็นสัตว์ประหลาดที่ปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าของทุกคน

ผู้ชมทุกคนต่างก็อ้าปากค้างขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะมันไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจักรพรรดิกฎผู้สง่างามจะถูกเปลี่ยนให้เป็นสัตว์ประหลาด หลังจากที่พวกเขาไม่ได้พบชายชราคนนี้เพียงแค่เดือนเดียว

***************

อื้อหือต้องน่ากลัวขนาดไหนกันถึงเรียกว่าสัตว์ประหลาดขนาดนี้

จบบทที่ ตอนที่ 746 ตายอย่างค้างคา

คัดลอกลิงก์แล้ว