บทที่ 36
บทที่ 36
บทที่ 36 - บททดสอบการตื่นรู้แห่งลักษณ์ [2]
༺༻
แอ็กเซลนอนลงในแคปซูล อารมณ์ของเขาไม่ค่อยดีนักที่ได้เห็นไอ้สารเลวเคน แต่ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้
เขาหายใจเข้าออกอีกสองสามครั้งเพื่อผ่อนคลายจิตใจให้มากขึ้น
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินมาตรงหน้าเขาและอธิบายว่าฝาแคปซูลจะปิดลง และห้ามเขาขยับตัวไม่ว่าทางใดในขณะที่หินเน็กซัสกำลังถูกสลักลงบนผิวหนัง มันจะเจ็บปวดแต่เขาต้องอดทน
เอาเถอะ เขารู้เรื่องพวกนั้นหมดแล้ว และเจ้าหน้าที่ทุกคนก็กำลังอธิบายเรื่องเดียวกันนี้ให้ทุกคนฟัง
ไม่นาน ฝาแคปซูลก็ปิดลง มือ เท้า และแม้แต่ศีรษะของเขาถูกกดทับแน่นด้วยแรงดูดมหาศาลจากแคปซูล ทำให้เขาขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
แอ็กเซลกัดผ้าที่เจ้าหน้าที่ส่งให้
กระบวนการนี้จะเจ็บปวดมากพอที่จะทำให้ทุกคนกัดฟันกรอด และบางคนอาจถึงขั้นสติแตกจากความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
มีช่องเปิดเล็กๆ บนฝาใสตรงเหนือข้อมือซ้ายของเขาพอดี
ใครบางคนสวมผ้ากันเปื้อนและหน้ากากเดินมาที่หน้าแคปซูลของเขาในไม่กี่อึดใจต่อมา เธอดูคล้ายพยาบาล มีกล่องลอยอยู่ข้างกายเธอ เธอเปิดกล่องและหยิบหินเน็กซัสที่เรืองแสงสีแดงออกมา
แต่มันไม่ใช่สีแดงธรรมชาติ มันถูกเผาจนร้อนจัดจนเกือบจะละลาย เพราะองค์ประกอบของมันเหมือนหินธรรมดา แต่แข็งแกร่งกว่ามากจนทำลายไม่ได้
เธอใช้เครื่องมือแพทย์บางอย่างที่ดูเหมือนจะทนความร้อนคีบหินเน็กซัสที่ร้อนแดงนั้นขึ้นมา ความร้อนที่แผ่ออกมาจากอักขระนั้นมหาศาลจนแม้แต่เขาที่อยู่ภายในแคปซูลยังรู้สึกได้
แอ็กเซลกลืนน้ำลายอย่างประหม่าและสบถในใจ 'เชี่ย เอ๊ย เจ็บเจียนตายแน่งานนี้'
หญิงสาวสวมผ้ากันเปื้อนและหน้ากากกล่าวกับเขา "อดทนไว้นะ มันจะแสบนิดหน่อย"
แอ็กเซลกลอกตา แต่ไม่ได้พูดอะไร เขาคาบผ้าหนาไว้ในปากแน่นแล้ว
หญิงสาวพยักหน้า เธอสอดหินเน็กซัสผ่านช่องว่างเล็กๆ เข้ามา ความร้อนภายในแคปซูลพุ่งสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะที่ข้อมือของเขา
หญิงสาวกดหินเน็กซัสที่ร้อนแดงลงบนหลังมือซ้ายของแอ็กเซลโดยไม่ลังเล
ร่างทั้งร่างของเขาแอ่นเกร็งด้วยความเจ็บปวด ร่างกายดิ้นพล่านอย่างบ้าคลั่ง มือซ้ายของเขาแทบจะถูกหลอมละลาย เขาเบิกตากว้าง เสียงร้องอู้อี้เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก
เขาไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่นิ้วเดียวแม้จะดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
แต่หญิงสาวภายนอกสังเกตเห็นว่าตัวแคปซูลสั่นไหวเล็กน้อย เธอแสดงสีหน้าประหลาดใจภายใต้หน้ากาก แต่เธอยังคงจับเครื่องมือแพทย์ที่กดหินเน็กซัสไว้อย่างมั่นคง
ช้าๆ หินเริ่มละลายลงบนผิวหนังของเขา สัญลักษณ์อักขระบนหินเน็กซัสถูกประทับลงบนมือ แต่ความเจ็บปวดยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนที่เจ็บปวดของกระบวนการนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายจากการที่ผิวหนังถูกหลอมละลาย
แต่สัญลักษณ์อักขระของหินเน็กซัสจะถูกสลักลงบนร่างกายรวมถึงจิตวิญญาณของเขา
นั่นแหละคือส่วนที่เจ็บปวดอย่างแท้จริง และทุกคนต้องอดทนรับมันขณะที่ยังมีสติครบถ้วน ความเจ็บปวดจากการที่สิ่งภายนอกถูกประทับตราและเผาไหม้ลงในจิตวิญญาณนั้นเกินกว่าคำบรรยายใดๆ จะอธิบายได้
อักขระของหินเน็กซัสถูกสลักลงบนหลังมือซ้ายของเขาแล้ว
ตอนแรกมันเป็นสัญลักษณ์อักขระทั่วไปเหมือนที่อยู่บนหินอักขระทุกก้อน แต่ตอนนี้มันได้แปรเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์อักขระที่มีรูปลักษณ์เฉพาะตัวบนมือของเขา
ผิวหนังบนหลังมือของเขาเกือบจะละลายไปหมด จุดประสงค์ของอักขระเน็กซัสที่ถูกเผาไม่ใช่เพื่อหลอมมือของผู้ใช้ แต่เพียงเพื่อเชื่อมต่อสัญลักษณ์อักขระเท่านั้น ดังนั้นไม่ว่าจะรู้สึกเหมือนถูกเผาไหม้แค่ไหน นอกจากผิวหนังแล้ว ก็จะไม่มีอะไรอื่นละลายลงไป
อักขระรูปลักษณ์เฉพาะตัวบนมือของเขาเรืองแสงสีทองสลัวๆ มันดูน่าหลงใหลและซับซ้อน หินอักขระไม่มีอยู่อีกต่อไป เพราะมันละลายและแผ่กระจายไปทั่วหลังมือของแอ็กเซลจนหมดสิ้น
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมมาจากแคปซูลมากมายรอบตัว
แอ็กเซลยังถือว่าดีกว่าพวกที่สติหลุดไปแล้วเพราะความเจ็บปวด
แต่ความเจ็บปวดที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้นตอนนี้ ดวงตาของแอ็กเซลแดงก่ำ สายเลือดปีศาจในตัวเขากำลังถูกกระตุ้นด้วยความเจ็บปวดมหาศาลที่เขากำลังเผชิญ
แอ็กเซลบอกตัวเอง 'ตั้งสติไว้ แอ็กเซล ตั้งสติไว้'
ทันใดนั้น ความเจ็บปวดชนิดเลวร้ายที่สุดก็เริ่มจู่โจมเขาอย่างบ้าคลั่ง เส้นเลือดและกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายเกร็งตัวจากความเจ็บปวดที่ส่งผลกระทบถึงส่วนลึกที่สุดของตัวตน แม้แต่พันธนาการที่แคปซูลเวทมนตร์ตรึงไว้ก็ไม่อาจควบคุมการดิ้นรนจากความเจ็บปวดของเขาได้ทั้งหมด
เสียงกรีดร้องโหยหวนนับไม่ถ้วนดังมาจากแคปซูลอื่นๆ เพราะนักเรียนทุกคนต่างต้องผ่านความทรมานทางจิตวิญญาณแบบเดียวกัน มีเพียงแอ็กเซลและยอดฝีมืออีกไม่กี่คนที่คำรามด้วยความเจ็บปวดราวกับสัตว์ป่าบ้าคลั่ง
แม้แอ็กเซลจะไม่ได้กรีดร้อง แต่ปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงกว่าปกติเป็นเพราะสายเลือดปีศาจในตัวเขา
หญิงสาวสวมผ้ากันเปื้อนดึงเครื่องมือออกจากแคปซูลแล้ว และฝาแคปซูลก็ปิดสนิท
แต่ตัวแคปซูลยังคงสั่นไหว
เธอใช้พลังของเธอเพื่อทำให้แคปซูลนิ่งและกดมันไว้ด้วยแรงดันที่มากขึ้น แอ็กเซลเองยังคงมีสติ แต่เขาแทบจะคุมร่างกายไม่ให้ดิ้นรนสุดแรงเกิดเพื่อตอบสนองต่อความเจ็บปวดที่แทงทะลุจิตวิญญาณไม่ได้ เลือดเริ่มไหลออกมาจากจมูกและดวงตา
ในขณะที่อักขระเน็กซัสที่เพิ่งประทับลงบนมือของเขายังคงเปล่งแสงและระยิบระยับอย่างเจิดจ้า
หลังจากผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เขาไม่มีแรงเหลือที่จะดิ้นรนอีกต่อไป เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
แต่ความเจ็บปวดค่อยๆ ลดลง โดยไม่รู้ตัว เขาพบว่าตัวเองลอยอยู่ในความว่างเปล่า ลอยอยู่ในความมืดมิด
แต่มีแสงสว่าง แสงสีแดงที่ส่องมาจากด้านหลังเมื่อเขาหันกลับไปมอง
เขาเห็นดวงอาทิตย์สีแดงขนาดยักษ์ลอยอยู่เหนือศีรษะ บนดวงอาทิตย์นั้นมีสัญลักษณ์สีเหลืองสดใส แอ็กเซลคาดว่านั่นคืออักขระเน็กซัสของเขาที่ประทับอยู่ในจิตวิญญาณ
เขาสลวจดูรอบๆ แต่ไม่มีอะไรนอกจากความมืดมิด ในขณะที่ดูเหมือนจะมีจุดเล็กๆ ของดวงดาวอยู่ในระยะไกล มันให้ความรู้สึกเหมือนเขากำลังลอยอยู่กลางอวกาศจริงๆ ขณะเผชิญหน้ากับดวงอาทิตย์สีแดง ซึ่งน่าจะเป็นจิตวิญญาณของเขา
ทันใดนั้น เสียงประหลาดที่ระบุเพศไม่ได้ก็ดังก้องไปทั่วห้วงจิตวิญญาณนั้น
[กำลังตรวจสอบการเชื่อมต่อผ่านอักขระเน็กซัส]
[การเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์]
[ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้งาน แอ็กเซล นอมราด สำหรับการเชื่อมต่อกับไพรม์เน็กซัส]
[กำลังระบุตัวตน....]
[ข้อมูลพื้นฐานและภูมิหลังได้รับการระบุแล้ว]
[กำลังสร้าง.....]
แอ็กเซลตั้งตัวไม่ทันกับเสียงที่เกิดขึ้นกะทันหัน แต่เมื่อเห็นข้อความแบบหุ่นยนต์ปรากฏขึ้นตรงหน้าทีละบรรทัด เขาก็รู้ตัวว่าในที่สุดเขาก็เชื่อมต่อกับไพรม์เน็กซัสสำเร็จแล้ว เขาโห่ร้องยินดีในใจ
เสียงนั้นกล่าวต่อ
[การสร้างบททดสอบเสร็จสมบูรณ์]
[โปรดค้นหาเบาะแสของตัวตนที่แท้จริงของท่านภายในบททดสอบ]
[บททดสอบการตื่นรู้แห่งลักษณ์ของท่านจะเริ่มต้น ณ บัดนี้]
วินาทีที่คำเหล่านั้นถูกเอ่ยออกมา โลกในสายตาของแอ็กเซลก็มืดดับลง
เป็นเวลานานเท่าไหร่ไม่รู้ ที่ไม่มีอะไรเลย เขาไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่รู้สึก หรือทำอะไรไม่ได้
เขาทำได้เพียงคิดและได้ยินความคิดของตัวเอง ราวกับว่าเขากลายเป็นความว่างเปล่า
แอ็กเซลแทบจะเป็นบ้าเมื่อความคิดของเขาแกว่งไปมาระหว่างความมีสติและความวิปลาส ราวกับชั่วนิรันดร์ได้ผ่านพ้นไป
แล้วในที่สุดก็มีการเปลี่ยนแปลง
แอ็กเซลลืมตาขึ้น และสิ่งแรกที่เขาเห็นคือสภาพแวดล้อมรอบตัว
เขากำลังนอนอยู่ในตรอกแคบๆ ที่มืดและชื้นแฉะ กลิ่นฉุนของปัสสาวะ ไวน์ และของเสียโชยเข้าจมูก สีหน้ารังเกียจปรากฏขึ้นบนใบหน้า
แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้อาเจียน ราวกับว่าร่างกายของเขาเคยชินกับมัน
ตอนนั้นเองที่เขาได้มีโอกาสมองดูตัวเอง ฝุ่นโคลนและคราบสกปรกปกคลุมไปทั่วร่าง ตัวเขาเหม็นเหมือนอุจจาระ ร่างกายรู้สึกอ่อนแออย่างน่ารังเกียจ
เด็กชายพยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบากและเดินออกจากตรอก เขาเห็นผู้คนนับไม่ถ้วนในชุดยุคกลางเดินขวักไขว่บนถนน และรถม้าที่ลากโดยม้า คู่รักชนชั้นสูงสวมเสื้อผ้าฉูดฉาดเดินจูงมือกัน
มีแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตประหลาดสวมหมวกบินอยู่บนท้องฟ้า
เขาพบว่าโลกใบนี้แตกต่างจากทวีปเอลดาริออนอย่างสิ้นเชิง
เขาเดินตรงไปยังน้ำพุที่ใจกลางถนน เขามองเงาสะท้อนและเห็นร่างสกปรกมอมแมมของเด็กชายวัย 9 ขวบ
จังหวะที่เขากำลังจะเอามือวักน้ำเพื่อพยายามทำความสะอาดตัวเอง
ผู้ใหญ่คนหนึ่งก็เตะเข้าที่ท้องของเขาจนเขากลิ้งลงไปกองกับพื้น
มันเป็นหนึ่งในยามลาดตระเวนของเมือง เขาตะคอกว่า "ไอ้สวะน่ารังเกียจ กล้าดียังไงจะมาทำน้ำพุสกปรก แม้แต่สามัญชนยังแตะต้องน้ำนี้ไม่ได้ นับประสาอะไรกับเศษสวะอย่างแก มันสงวนไว้สำหรับชนชั้นสูงเท่านั้นโว้ย"
༺༻