บทที่ 28
บทที่ 28
บทที่ 28 - ยินดีต้อนรับกลับมา
༺༻
เขาไม่ชอบความจริงที่ว่ากรีน แดกเกอร์ยังคงอยู่อันดับเหนือกว่าเขา แต่ในแง่ความรู้สึกส่วนตัว
แอ็กเซลเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะพาตัวเองมาติดท็อป 10 ได้ เขาภูมิใจกับมันเล็กน้อย
กาเร็ธประกาศเป็นครั้งสุดท้าย "อีก 1 เดือนหลังจากนี้ ให้กลับมาที่มาร์เกรฟโคลอสเซียม แล้วพวกคุณทุกคนจะถูกพาไปที่สถาบันพร้อมกัน"
หลังจากนั้น ทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกันไปตามทางและออกจากสนาม
โครว์และไวเปอร์ปรากฏตัวต่อหน้าเขาพร้อมกัน โครว์กล่าวพร้อมถอนหายใจ "ฉันหวังว่านายคงไม่ถือสาพวกเรานะ"
ไวเปอร์เสริม "ใช่ หวังว่านายคงไม่โกรธ"
แอ็กเซลหัวเราะเบาๆ "ไม่เป็นไร มันเป็นการแข่งขันนี่นา พวกนายยังช่วยฉันเขี่ยไอ้ขยะกรีน แดกเกอร์ออกไปในการสู้แบบวงกลมด้วยซ้ำ ก็ถือว่าเจ๊ากันไปมั้ง ไว้เจอกันในสถาบันถ้ามีโอกาส"
ไวเปอร์โน้มตัวเข้ามาใกล้แอ็กเซลและกระซิบ "มาคิดรหัสลับเพื่อจำหน้ากันเถอะ"
แอ็กเซลยักไหล่และตกลง
จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันไป
ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาได้ถูกลงทะเบียนไว้แล้วสำหรับผู้ที่จะไปสถาบัน
ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องคืนหน้ากากขณะเดินออกไป
แอ็กเซลกลับไปที่โรงเตี๊ยมที่เขาพักอยู่ ซึ่งมียามสองคนพร้อมกับนีลรอเขาอยู่อย่างกระวนกระวาย
แอ็กเซลเคาะประตูห้อง เขาประกาศ "ฉันเอง"
นีลเปิดประตูทันทีเมื่อจำเสียงได้ เขาเปิดประตูและถามว่า
"นายน้อย ยินดีต้อนรับกลับครับ แล้วก็.....??"
ทั้งสองคนก็รีบวิ่งเข้ามาทักทายเขาเช่นกัน
ดูเหมือนทั้งสามคนจะคุยกันอยู่ในห้องเดียวกัน
แอ็กเซลส่งสัญญาณให้พวกเขาใจเย็นลง
ความตื่นเต้นของพวกเขาเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ การได้เข้าสถาบันไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีพื้นเพเป็นสามัญชน
เขาประกาศ "ฉันติดแล้ว"
นีลอุทานด้วยความดีใจ "เชี่ยเอ้ย"
ธอร์นเสริม "โอ้พระเจ้า ข้ารู้อยู่แล้ว"
การ์ริคถอนหายใจด้วยความโล่งอก "แน่นอน นายน้อยทำงานหนักมากตลอดปีที่ผ่านมา"
นีลแทรกขึ้น "และนั่นคือสิ่งที่ทำให้นายน้อยพิเศษกว่าใคร ผู้คนนับไม่ถ้วนพยายามมาทั้งชีวิต แม้แต่ตระกูลขุนนางมากมายก็เช่นกัน ฮ่าๆๆๆ...."
"แต่ท่านได้อันดับที่เท่าไหร่เหรอครับ?" นีลถาม
แต่ยามคนหนึ่งตบหัวเขา "นั่นไม่ใช่เรื่องที่แกควรรู้"
แอ็กเซลเมินคำถามนั้นของนีลและเดินไปอาบน้ำ
ข้อมูลนั้นไม่สามารถเปิดเผยสุ่มสี่สุ่มห้าได้
แม้เขาจะไว้ใจทาสและยามของเขา แต่ก็อาจมีคนอื่นแอบฟังบทสนทนาของพวกเขาอยู่
ยังมีความจริงที่ว่าพวกดัสเกอร์กำลังตามล่าครอบครัวของเขา
หากพวกมันรู้ว่าคนที่โดดเด่นที่สุดในการแข่งขันคือแอ็กเซล นอมราด
พวกมันอาจพยายามฆ่าแอ็กเซลหนักข้อขึ้นก่อนที่เขาจะเข้าสถาบัน หรือเร่งแผนการของพวกมันให้เร็วขึ้น
เขาไม่อยากทำให้สถานการณ์ของครอบครัวต้องเสี่ยงอันตราย
แอ็กเซลยังได้เรียนรู้อางอย่างจากการแข่งขัน การเปิดเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงอาจส่งผลเสียในบางครั้ง
เขาจำเป็นต้องทำให้ดีที่สุดเมื่อสู้กับออร์ค แต่นั่นกลับทำให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นในวงกลมร่วมมือกันจัดการเขาในที่สุด
ดูเหมือนว่าอันดับจะไม่ได้อิงจากความสำเร็จเพียงบางส่วน
ไม่สำคัญว่าคุณจะสู้กับคนได้กี่คนพร้อมกัน
คุณต้องฆ่าออร์คให้ได้ หรือในการสู้แบบวงกลม ต้องเหลือรอดเป็นคนสุดท้าย
ไม่สำคัญว่าจะด้วยวิธีไหน
แอ็กเซลคิดไปเรื่อยขณะปล่อยให้ร่างกายผ่อนคลายในอ่างอาบน้ำ
พูดตามตรง ต่อให้เขาได้อันดับหนึ่งในการแข่งขันครั้งนี้
สุดท้ายแล้วมันก็ไม่สำคัญ
หลังจากกลายเป็นผู้แสวงหา ความสามารถของทุกคนจะถูกจัดเรียงใหม่ทั้งหมด
ไม่ต้องพูดถึงว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดตัวจริงคือทายาทของชนชั้นสูงสุดแห่งมหาอาณาจักร
ความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาเหนือกว่าสิ่งที่แอ็กเซลแสดงออกมาในตอนนี้มากนัก
พูดตามตรง เขาไม่รู้ว่าเขาจะสร้างแรงกระเพื่อมอะไรได้บ้างในขณะที่เขาแทรกแซงเนื้อเรื่องต่อไป ในที่สุดเรื่องราวคงจะดำเนินไปในทิศทางที่ต่างออกไป
พ่อบ้านวาร์กัสปรากฏตัวหลังจากจบการแข่งขัน
เขาตรวจสอบให้แน่ใจว่านายน้อยถึงโรงเตี๊ยมอย่างปลอดภัย แต่ไม่ได้เข้าไปทักทาย
เขารีบกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลทันทีเพื่อแจ้งข่าวน่าเหลือเชื่อของแอ็กเซลในการแข่งขัน
มีความสงสัยเกิดขึ้นในใจเขาเช่นกัน
เขารู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นตอนที่นายน้อยไปที่หมู่บ้านซานตักในตอนนั้น
จากคำบอกเล่าของยามสองคน พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ช่วงเวลาที่พวกเขาไปที่นั่นกลับเป็นช่วงเดียวกับที่ปัญหาโรคระบาดได้รับการแก้ไข
แล้วยังมีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในตัวนายน้อย
ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ตอนนี้ ในการแข่งขัน ทุกอย่างได้รับการยืนยันแล้ว
พละกำลังทางกายภาพของแอ็กเซลนั้นสูงเกินต้าน
แม้แต่คนที่ฝึกฝนด้านพละกำลังมาโดยเฉพาะก็ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับแอ็กเซลในด้านนั้นได้
ในตอนกลางคืน แอ็กเซลและนีลนอนห้องเดียวกัน
ขณะที่ยามสองคนอยู่อีกห้อง
แอ็กเซลกำลังพยายามข่มตานอน
เขาเหนื่อยล้าทางจิตใจอย่างมากถ้าจะพูดให้ถูก
จู่ๆ นีลก็ถามเขาว่า "นายน้อย ท่านมีความเกี่ยวข้องอะไรกับองค์กรนั้นกันแน่ครับ?"
"ไอ้หมอนั่น จัสติน ถึงได้กลัวท่านขนาดนั้น และสัญญาของข้ากับท่านกำลังจะหมดลงในขณะที่ท่านยังอยู่ในสถาบัน?"
แอ็กเซลประหลาดใจกับคำถามนั้นในตอนแรก ทาสผู้ชาญฉลาดของเขาแทบไม่เคยถามอะไรเลยไม่ว่าจะน่าสงสัยแค่ไหน
เขาเพียงแค่เชื่อฟังอย่างเงียบๆ
แต่เขาค่อยๆ ตอบว่า "ความเกี่ยวข้องของฉันกับองค์กรนั้นเป็นสิ่งที่นายจะได้รู้ในอนาคต แล้วไงถ้าสัญญาหมดลง? ฉันมั่นใจว่านายจะยังเป็นผู้ช่วยของฉันอยู่ดี"
คิ้วของนีลกระตุกกับคำตอบนั้น "ท่านไม่รู้หรอก ว่าข้าจะอยู่กับท่านหรือไม่"
แอ็กเซลหัวเราะเบาๆ "ฉันมั่นใจว่าฉันรู้"
ทั้งสองเถียงกันเล่นๆ สักพักแล้วก็นอนหลับไป
นีลเริ่มสนิทสนมกับเขาบ้างแล้ว
เขาเข้าใจว่าแอ็กเซลเป็นคนแบบไหน แม้จะถูกห่อหุ้มด้วยรัศมีแห่งความลึกลับ
ราวกับว่าแอ็กเซลกำลังตามล่าบางอย่าง ไล่ตามบางสิ่งที่ทาสอย่างเขาไม่อาจเข้าใจ
วันต่อมา ทั้ง 4 คนเริ่มเดินทางกลับสู่เขตดยุกดัสเกอร์ ไปยังคฤหาสน์ตระกูลนอมราด
หลังจากเดินทางสองวันกว่า พวกเขาก็มาถึงหน้าประตูคฤหาสน์นอมราด
แต่มีปัญหาเกิดขึ้น รถมาหยุดที่หน้าประตูพอดี
ยามสองคนรีบตะโกนเรียกนายน้อยภายในรถม้า
แอ็กเซลไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมรถม้าถึงหยุดหน้าประตูนานกว่า 1 นาที
"นายน้อย โปรดออกมาดูด้วยตัวเองเถอะครับ" การ์ริคขอร้องด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
หัวใจของแอ็กเซลแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของยาม
แต่ทันทีที่เขาก้าวออกมา ภาพที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงก็ปรากฏตรงหน้า
พ่อของเขา พร้อมด้วยพ่อบ้าน คลาร่า สาวใช้ส่วนตัวของเขา
แม้แต่ครูฝึกทั้งสอง เลกซ์และวิลเลียม
คนรับใช้ทุกคนในชุดขาวดำยืนเรียงรายสองข้างทาง เว้นช่องตรงกลางไว้เป็นถนน
ทุกคนมีรอยยิ้มเปื้อนหน้า คลาร่าถึงกับร้องไห้
พวกเขากำลังต้อนรับเขากลับบ้าน สำหรับความสำเร็จในการคว้าที่นั่งในสถาบัน
ภาพนั้นทำให้แอ็กเซลตกตะลึงและแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ
เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของแอ็กเซล พ่อของเขาก็หัวเราะออกมา
แอ็กเซลไม่ขยับจากจุดที่ยืนอยู่
เขาสลักภาพนั้นไว้ในใจ ลมหายใจถี่กระชั้น และความรู้สึกพึงพอใจแปลกประหลาดเอ่อล้นในอก
น้ำตาทำท่าจะไหลออกมาขณะที่เขากัดฟันเล็กน้อย
เขาอยู่กับลุงมาตลอดชีวิตในโลกเก่า การกระทำที่อบอุ่นเช่นนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย
ลุงและครอบครัวไม่เคยปฏิบัติกับเขาแย่ๆ แต่ก็มีช่องว่างที่ชัดเจนกับครอบครัวของพวกเขา
ดังนั้น เขาจึงถูกปล่อยให้ทำอะไรของตัวเองไป
ไม่สำคัญว่าเขาจะเรียนดีหรือแย่
ดังนั้น การแสดงออกของคนเป็นพ่อจากแดเนียล นอมราดจึงอดไม่ได้ที่จะสัมผัสใจเขาอย่างลึกซึ้ง
จังหวะที่น้ำตากำลังจะไหลรินจากดวงตา
พ่อของเขาเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าที่สงบแต่มั่นคง
แผ่นหลังกว้างของพ่อบดบังร่างของเขาจากสายตาคนรับใช้และครูฝึกไปแล้ว
พ่อวางมือใหญ่ลงบนหัวเขาและพูดเบาๆ
"ลำบากมามากสินะ ลูกพ่อ? ไม่เป็นไรแล้ว ลูกทำได้ดีมาก ลูกทำดีที่สุดแล้ว"
วินาทีที่แอ็กเซลได้ยินคำพูดเหล่านั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
น้ำตาไหลพรากออกมาเองราวกับเขื่อนแตก
เขาก้มหน้าและกัดฟัน น้ำตาหยดจากแก้มลงสู่พื้น แต่ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดจากริมฝีปาก
พ่อของเขาโอบไหล่และปล่อยให้แอ็กเซลซบขณะที่ลูกชายร้องไห้
พ่อบ้านถอนหายใจ
มีเพียงเขาที่รู้ว่าสิ่งนี้มีความหมายต่อผู้นำตระกูลเพียงใด
พ่อของแดเนียลหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ภรรยาของเขาน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว และลูกชายคนเดียวก็ตกอยู่ในอาการโคม่าโดยไม่มีทางรักษา เนื่องจากจิตใจแตกสลาย
เขาเตรียมใจไว้แล้วว่ามรดกของตระกูลนอมราดคงจะสูญสลายไปในขณะที่วางแผนแก้แค้น
แล้วลูกชายของเขาก็ตื่นขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์
แต่ความทรงจำของเขาหายไป
ทว่า ในเวลาเพียง 1 ปีหลังจากตื่นขึ้นมา
ลูกชายของเขา ผู้ซึ่งไม่เคยแสดงพรสวรรค์ในการเป็นผู้แสวงหาที่แข็งแกร่งมาก่อน ได้แสดงให้เห็นและพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่แข็งแกร่งที่สุดในการแข่งขัน
เขาจะไม่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขได้อย่างไร?
༺༻