บทที่ 16
บทที่ 16
บทที่ 16 - ตาแก่สุดเก๋า
༺༻
แม้จะยากลำบาก แต่แอ็กเซลก็ไม่ยอมแพ้
ในเวลาเพียง 15 วัน ร่างกายของเขาปรับตัวเข้ากับน้ำหนักได้เกือบสมบูรณ์
แม้เขาจะทำหน้าตาย แต่เขาก็มักจะแสดงสีหน้าประหลาดใจกับความก้าวหน้าอันรวดเร็วเช่นนี้
จากนั้น เขาเริ่มออกกำลังกายพื้นฐานอีกครั้งด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
ทุก 10 วัน พ่อบ้านจะเพิ่มน้ำหนักของกำไลขึ้น 1 กิโลกรัม
ข้อดีของการมีสายเลือดปีศาจในตัวเริ่มแสดงออกมาแล้ว
เลือดปีศาจของเขาปรับสภาพร่างกายได้อย่างรวดเร็วมากเมื่อต้องรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหรือปริมาณการออกกำลังกายที่ต้องทำ
แน่นอนว่า แอ็กเซลไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเขาปรับตัวได้เร็วแค่ไหน
ตัวเขาเองมักจะประหลาดใจที่ร่างกายชินกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับการออกกำลังกายได้ในเวลาเพียง 2 วัน
บางครั้งพ่อบ้านก็เพิ่มน้ำหนักกำไลมากกว่า 1 กิโล
เมื่อกำไลทั้ง 4 วงของเขามีน้ำหนักวงละ 10 กิโล
การฝึกต่อสู้กับพ่อบ้านก็เริ่มขึ้น และเมื่อเทียบกับการฝึกของเขา ไม่สิ การทรมาน...
การฝึกของวิลเลียมกลายเป็นการเดินเล่นในสวนไปเลย
โชคดีที่สายเลือดปีศาจช่วยให้เขาตามทันการฝึกนรกแตกนี้ ซึ่งประกอบด้วยการฝึกต่อเนื่องตั้งแต่เช้าจรดเย็นทุกวันโดยแทบไม่ได้พัก
ตาแก่สารเลวนั่นจะอัดเขาเหมือนหมาถ้าเขาทำไม่สำเร็จแม้แต่อย่างเดียว
ไอ้แก่นั่นหักกระดูกแขนขาเขาทั้ง 4 ข้างไปหลายรอบแล้ว
แต่เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดจากการแปลงร่างเป็นปีศาจครั้งแรก แล้วต้องมาเจอกับความทรงจำการตายของแม่แอ็กเซล
เมื่อเทียบกับเรื่องพวกนั้น ความเจ็บปวดเหล่านี้ไม่ได้หนักหนาอะไร
แน่นอน เขายังต้องเล่นละคร ถ้าเขาทำเหมือนไม่เจ็บปวด
ความสงสัยในตัวเขาจะยิ่งเพิ่มขึ้น
แอ็กเซลเชื่อว่าพ่อของเขากลัวเกินกว่าจะหยิบยกเรื่องที่อาจทำให้สงสัยในตัวเขาขึ้นมาพูด
พ่อกลัวการสูญเสียเขาไปมากเกินไป
พ่อบ้านเตะเข้าที่ท้องของเขาและกล่าวอย่างรุนแรง
"เป็นครั้งที่ร้อยแล้ว เพิ่มการรับรู้ของท่าน ปกป้องจุดตาย และสู้ด้วยเจตนาเดียวคือเพื่อฆ่า"
"ใช่ ในที่สาธารณะและในฐานะส่วนหนึ่งของฝ่ายพ่อค้า หลายครั้งการต่อสู้เป็นเพียงการแสดง โดยไม่ทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บสาหัสและแค่พยายามเอาชนะ"
"แต่ในการต่อสู้จริง ท่านต้องสู้เพื่อฆ่า ไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า"
"ผมรู้น่า โธ่เว้ย ผมพยายามอยู่นี่ไง" แอ็กเซลกล่าวอย่างหงุดหงิด
พ่อบ้านส่ายหน้า "ท่านเอาสิ่งที่ผมพูดใส่สมอง ไม่ใช่ใส่หัวใจ"
"ในการต่อสู้เสี่ยงตายจริงๆ ท่านต้องปล่อยให้ทุกการปัดป้อง การโจมตี การบล็อก หรือการหลบหลีก เป็นหน้าที่ของร่างกาย สมองของท่านมีความรับผิดชอบอื่น"
"จิตใต้สำนึกต้องจัดการการกระทำทางกายภาพส่วนใหญ่ในการต่อสู้ สมองต้องคิดอะไรที่นอกกรอบเพื่อจบเกมให้เร็วขึ้นหรือคาดเดาท่าอันตรายจากคู่ต่อสู้"
"สู้ แต่ทำโดยไม่ต้องคิด เมื่อท่านเรียนรู้สิ่งนั้น ท่านจะคิดได้มากเท่าที่ต้องการโดยไม่ขัดขวางความสามารถในการต่อสู้"
แอ็กเซลสบถในใจ 'ถ้าซุนโกคูเข้าสู่สภาวะอัตนิยมได้ตั้งแต่เริ่มเรื่อง จะมีร่างแปลงเยอะแยะไปทำไมในตอนหลัง? แกนั่นแหละที่ทำให้เนื้อเรื่องเละเทะ ไอ้ตาแก่โง่'
แต่เขาลุกขึ้นและเริ่มโจมตีพ่อบ้านชราอีกครั้ง เขาได้ยินเรื่องเดิมๆ มานับครั้งไม่ถ้วน แต่แทบไม่พัฒนาในส่วนนั้นเลย
เห็นได้ชัดว่าเขายืนระยะได้นานขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสู้กับพ่อบ้านและเริ่มชินกับน้ำหนักนั้น
การแข่งขันใกล้เข้ามาแล้ว ไม่อย่างนั้นพ่อบ้านบ้าอำนาจคงเพิ่มน้ำหนักกำไลต่อไป
แอ็กเซลยังคงเทียบพ่อบ้านไม่ติด เขาเป็นเหมือนนักฆ่ามรณะ
เขาจะสู้ด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่ทำให้ฆ่าคู่ต่อสู้ได้เร็วที่สุด
บางครั้งก็เหมือนหมากัดกัน บางครั้งพ่อบ้านก็โจมตีจากที่สูง บางครั้งจากข้างหลัง
บางครั้งก็สู้ด้วยมือเปล่า บางครั้งก็มีดสั้นและดาบ
เขามักจะเปิดช่องโหว่โดยเจตนา
เขาต้องคิดตลอดเวลาว่าพ่อบ้านจะเล่นลูกไม้อะไรต่อไป ซึ่งทำให้การเคลื่อนไหวของเขาช้าลงนิดหน่อย เพราะพ่อบ้านจะฉวยโอกาสจากการคิดมากของเขา
นั่นเป็นเหตุผลที่เขาพร่ำสอนแอ็กเซลให้สู้ด้วยสิตใต้สำนึก
บางครั้ง ตาแก่ก็จะเอาหัวโขกและทำให้แอ็กเซลสลบไป
ในช่วงครึ่งเดือนแรกที่เริ่มฝึกต่อสู้กับพ่อบ้าน ทุกการโจมตีที่โดนตัวแอ็กเซลจะทำให้กระดูกหัก ไม่ผิดนักที่จะบอกว่าแต่ละแผลสาหัสทั้งนั้น
ทว่า เขาต้องสู้ต่อแม้จะบาดเจ็บสาหัส
เขามักจะหมดความอดทนและด่าทอตาแก่สารเลวเพราะคุมอารมณ์ไม่อยู่ แม้แต่ทหารเลวยังไม่ถูกฝึกหนักขนาดนี้
แต่พ่อบ้านชราไม่ได้ฝึกแค่การต่อสู้ทางกายภาพ บางครั้งเขาจะฝึกแอ็กเซลในห้องมืดสนิทที่ไม่มีแสงแม้แต่นิดเดียว เพื่อเพิ่มประสาทสัมผัสอื่นๆ เขาต้องสัมผัสถึงการโจมตีที่เข้ามา
ยังมีการฝึกแปลกๆ อีกมาก บางอย่างมาจากโลกยุทธภพและบางอย่างเขาไม่รู้จัก
แต่ธาตุแท้ของพ่อบ้านชราคือนักฆ่า
ดังนั้น แอ็กเซลจึงสามารถเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ลอบสังหารกะทันหันได้ในระดับหนึ่งแล้ว
ตราบใดที่ไม่ใช่ผู้แสวงหามาโจมตีเขาล่ะก็นะ
เมื่อเวลาการแข่งขันใกล้เข้ามาทุกที
วาร์กัสยิ่งโหดเหี้ยมกับเขามากขึ้น ไม่เหมือนตอนฝึกกับวิลเลียม
ต่อหน้าวาร์กัส เขาไม่มีโอกาสชนะเลย แม้แต่ด้วยพละกำลังทางกายภาพล้วนๆ ที่มีขีดจำกัด
เขาทำได้แค่ยื้อเวลากับสัตว์ประหลาดเฒ่าตราบเท่าที่แกอนุญาต
วาร์กัสเริ่มฝึกเขาโดยใช้แรงกดดันระดับ 2
ครั้งแรกที่เขาเจอกับแรงกดดันนั้น เขาสลบทันทีโดยไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น
หลังจากนั้นเขาถึงตระหนักว่าแรงกดดันที่พ่อใช้กับเขาตอนนั้นชั่วขณะหนึ่ง น่าจะน้อยกว่า 1% ของพลังจริงเสียอีก อาจจะน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำ
7 วันก่อนการแข่งขัน เมื่อถึงตอนเย็นและการฝึกจบลง
พ่อบ้านบอกให้เขาพัก 3 ชั่วโมง แล้วเขาจะพาไปที่ไหนสักแห่ง
สามชั่วโมงต่อมา เขาเตรียมตัวเสร็จและก้าวออกจากเขตคฤหาสน์
พ่อบ้านรออยู่ที่นั่น
เมื่อเห็นแอ็กเซลออกมา พ่อบ้านโบกมือและพลังงานสีขาวก็ออกมาจากตัวเขาล้อมรอบแอ็กเซลเป็นรูปทรงฟองสบู่และเขาเริ่มลอยตัว แอ็กเซลส่งเสียงประหลาดใจ
พ่อบ้านก้าวขึ้นไปบนอากาศราวกับมีแท่นอยู่ใต้เท้า
วาร์กัสกระทืบเท้า พุ่งตัวไปในทิศทางหนึ่ง และแอ็กเซลก็ถูกลากตามไปโดยอัตโนมัติ
พวกเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
สายตาของแอ็กเซลมองไปที่เท้าของพ่อบ้าน
มันดูเหมือนภาพเบลอสำหรับเขา
หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานในการวิ่งผ่านท้องฟ้า พวกเขาก็มาถึงลึกเข้าไปในป่าที่ไม่มีในแผนที่
แอ็กเซลรู้ชื่อป่านี้ มีเขตสัตว์อสูรหรือเขตอันตรายหลายแห่งในมหาอาณาจักร ป่าอสูรแห่งนี้อยู่บริเวณรอบนอกของเขตดยุกดัสเกอร์ เรียกว่า ป่าหายนะ
พ่อบ้านหันมาทางแอ็กเซล พลังงานสีขาวออกมาจากพ่อบ้านมากขึ้น ฟองสบู่ที่เขาลอยอยู่หนาขึ้นและกลายเป็นโปร่งใสเพื่อให้เขามองเห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้น
พ่อบ้านพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อย่าพลาดแม้แต่รายละเอียดเดียว"
สีหน้าของแอ็กเซลก็เคร่งขรึมขึ้นและพยักหน้า
วาร์กัสถีบอากาศใต้เท้าเบาๆ พุ่งตัวไปข้างหน้าและลงจอดบนพื้นจากความสูงเกือบ 50 เมตร
มีสัตว์อสูรคล้ายหมาป่าขนาดใหญ่อยู่บนพื้น และวาร์กัสลงจอดห่างจากมัน 20 เมตร พื้นดินยุบตัวลงจากการลงจอดของเขา
สิ่งมีชีวิตนั้นตื่นจากการหลับใหลและชำเลืองมองมนุษย์ที่มารบกวนเวลานอน
มันหอนเสียงดัง มองไปที่ดวงจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่บนฟ้า
บรู๊วววววววววววววว!
เยื่อบางๆ ของพลังงานสีขาวแบบเดียวกันปกคลุมวาร์กัส ขณะที่สีหน้าของเขายังคงไม่แยแส
ทุกอย่างในรัศมี 100 เมตรสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินเสียงหอนนั้น
ชั้นของฟองพลังงานสีขาวที่แอ็กเซลลอยอยู่ก็บางลงเช่นกัน
ตาของแอ็กเซลเบิกกว้างกับพลังมหาศาลจากเสียงหอนสบายๆ ของสัตว์อสูร มันยังไม่ใช่การโจมตีด้วยซ้ำ
เขารู้ดีว่าผู้แสวงหานั้นทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ แต่การได้เห็นการแสดงพลังอำนาจสูงสุดเช่นนี้อดไม่ได้ที่จะกระตุ้นความโลภที่จะแข็งแกร่งขึ้นของเขาอย่างหนัก
วาร์กัสโบกมือและพลังงานสีขาวแบบเดิมก่อตัวเป็นมีดสั้นในมือ
ชายชราก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าและภาพติดตาชุดหนึ่งก็ตามมา ขณะที่ร่างจริงของเขาไปปรากฏอยู่ข้างหลังหมาป่ายักษ์ สัตว์ร้ายหอนอย่างบ้าคลั่งด้วยความเจ็บปวดเมื่อรอยแผลยาวตรงปรากฏขึ้นที่ข้างลำตัว
สัตว์ร้ายหันกลับมาทันทีและโจมตีด้วยขาหน้าอย่างเต็มกำลัง
ชายชราหลบได้อย่างง่ายดาย แต่การโจมตีของหมาป่าเกือบทำลายทุกอย่างในพื้นที่ 100 เมตร แรงกระแทกส่งผลถึงเขาที่อยู่สูงบนฟ้าจนฟองสีขาวที่ลอยอยู่ถูกผลักถอยหลังเล็กน้อย
ชายชราใช้การเคลื่อนไหวแปลกประหลาดปรากฏตัวตรงหน้าหมาป่าอีกครั้งและปล่อยหมัดอันทรงพลังเข้าที่กรามล่าง
สัตว์ร้ายกระเด็นถอยหลังไป 50 เมตร ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ตามทาง
ชายชรากระโดดตรงขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง แต่เขาเตะเท้ากลางอากาศอีกครั้งซึ่งส่งเขาขึ้นไปสูงกว่าเดิม
จากนั้นมีดสั้นที่ทำจากพลังงานสีขาวก็เปลี่ยนรูปร่าง มันกลายเป็นคันธนูและลูกศร
ชายชรายิงลูกศรตรงไปที่หัวของสัตว์ร้ายขณะที่มันเพิ่งจะหยุดไถลถอยหลังจากการโจมตีครั้งก่อนของพ่อบ้าน
ดวงจันทร์ส่องแสงอยู่ข้างหลังชายชราโดยตรงขณะที่เขากำลังยิงธนู
ฉากนี้ทำให้แอ็กเซลแทบหยุดหายใจยิ่งกว่าเดิม
ชายชราไม่ได้แค่สู้ ทุกการเคลื่อนไหวและการโจมตีของเขาแผ่กลิ่นอายของความสง่างาม การไหลลื่นที่เป็นธรรมชาติซึ่งยากจะนิยามด้วยคำพูดง่ายๆ
ดวงตาของชายชราเรืองแสงสีขาวขณะปล่อยลูกศร ลูกศรเจาะทะลุสมองของสัตว์ร้ายโดยไม่มีแรงต้านทานใดๆ
หัวทั้งหัวของสัตว์ร้ายยุบลงจากแรงมหาศาล
ลูกศรที่ทำจากพลังงานสีขาวหายไปจากมือของพ่อบ้านชรา และเขาลงจอดอย่างนุ่มนวลบนยอดไม้ใหญ่ ขณะที่ดวงจันทร์ยังคงส่องแสงอยู่เบื้องหลังร่างของเขาจากมุมมองของแอ็กเซล
แอ็กเซลอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วเมื่อภาพลักษณ์ของชายชราในใจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเห็นพลังอำนาจที่ท่วมท้นเช่นนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความทึ่ง
"เป็นตาแก่ที่โคตรเก๋าเลยว่ะ!"
༺༻