- หน้าแรก
- บ่มเพาะสายเนิบ
- บทที่ 8 - ฆ่าคน!
บทที่ 8 - ฆ่าคน!
บทที่ 8
บทที่ 8 - ฆ่าคน!
༺༻
รัตติกาล
เวลานี้ เหลียงเซิ่งไม่ได้ฝึกตนอย่างผิดวิสัย เพราะท้องฟ้ายามค่ำคืนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองจินโจวกำลังลุกโชนด้วยเปลวเพลิง ควันไฟหนาทึบคละคลุ้งและเสียงการปะทะกันของการต่อสู้ดังแว่วมา
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีทางที่เหลียงเซิ่งจะทำใจให้สงบเพื่อฝึกตนได้ เขารู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก
ไม่รู้ทำไม เขามีลางสังหรณ์ว่าคืนนี้จะไม่สงบสุข ต้นตอของความไม่สบายใจนี้คือความแข็งแกร่งที่ไม่เพียงพอของเขา
หากเขามีพลังมากพอที่จะเผชิญหน้ากับเหตุฉุกเฉินทุกอย่างได้อย่างใจเย็น เขาจะยังรู้สึกแบบนี้อยู่ไหม?
กระนั้น เหลียงเซิ่งก็ไม่ได้วิตกกังวลจนเกินเหตุ เพราะเวลาอยู่ข้างเขา เขามั่นใจว่าต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตหลังกำเนิด ขั้น 9 ก็คงอายุไม่ยืนเท่าเขา
ตราบใดที่เขาระมัดระวังและรอบคอบ สักวันหนึ่งเขาจะสามารถเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ได้อย่างไร้ความหวาดกลัว
แม้ความก้าวหน้าในการฝึกตนจะเชื่องช้า แต่การใช้วิชามรคาชีวินขั้นที่ 10 มาช่วยฝึกวิชารักษาสุขภาพอื่นๆ กลับทำให้เขาได้ผลลัพธ์เป็นสองเท่า
ยิ่งไปกว่านั้น การฝึกวิชารักษาสุขภาพไม่ใช่เรื่องยาก คนธรรมดาก็ฝึกได้สบายๆ เพียงแต่จะติดคอขวดในการฝึก
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเหลียงเซิ่ง ภายใต้พรสวรรค์ 'โง่งมบริสุทธิ์' ไม่มีคอขวดสำหรับวิชาทั้งปวงในใต้หล้า เขาเพียงแค่ต้องฝึกฝนไปตามขั้นตอนอย่างเป็นระเบียบ
เวลานี้ หน้าต่างสถานะของเหลียงเซิ่งเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน:
[ชื่อ: เหลียงเซิ่ง]
[อายุ: 26 ปี]
[พรสวรรค์: โง่งมบริสุทธิ์ (ระดับสุดยอด)]
[วิชา: เคล็ดวิชามังกรทอง (ขั้นที่ 5), เคล็ดวิชามรคาชีวิน (ขั้นที่ 10), เคล็ดวิชาอายุยืนอื่นๆ (ขั้นที่ 4) [หมายเหตุ: วิชาเยอะเกินไป ขอละไว้]]
[ขอบเขต: ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลังกำเนิด ขั้น 5 (60%)]
พัฒนาการที่น่าประหลาดใจที่สุดไม่ใช่ความก้าวหน้าของวิชารักษาสุขภาพ แต่เป็นเรื่องที่เหลียงเซิ่งฝึกฝน 'เคล็ดวิชามังกรทอง' วิชาเอกของตระกูลเหลียงจนบรรลุขั้นที่ 5 ในที่สุด
นั่นหมายความว่าตอนนี้เขาครอบครองความแข็งแกร่งที่แท้จริงของขอบเขตหลังกำเนิด ขั้น 5 ไม่ใช่แค่พลังระดับกลางๆ จากวิชารักษาสุขภาพที่ดันให้ถึงขั้น 5
ในลานบ้าน บ่าวรับใช้และองครักษ์อย่างหม่าซานต่างก็ตื่นตัว ภายใต้การจัดแจงของเหลียงเซิ่ง พวกเขาสลับเวรกันเดินลาดตระเวนเพื่อรับรองความปลอดภัย
กว่าหนึ่งชั่วยามผ่านไป เสียงการต่อสู้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ก็เริ่มซาลงในที่สุด เหลียงเซิ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ดูเหมือนสถานการณ์ยังพอควบคุมได้ แต่เมื่อพิจารณาจากความรุนแรงของเหตุการณ์ในคืนนี้ ที่ว่าการอำเภอคงต้องเรียกสามตระกูลมาประชุมหารือกันแน่
ป่านนี้ สามตระกูลคงตัดสินผู้แพ้ชนะได้แล้ว มิฉะนั้นการต่อสู้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้คงไม่ยุติลง
เมื่อคิดได้ดังนั้น เหลียงเซิ่งก็อดโล่งใจไม่ได้ แต่เขาก็ยังสั่งหม่าซานให้ระวังตัวเป็นพิเศษในคืนนี้และห้ามประมาทเด็ดขาด
ท้ายที่สุด มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับคนที่ตายก่อนรุ่งสาง เขาจะไม่ยอมผ่อนคลายการป้องกันและทำพลาดก่อนที่ความวุ่นวายจะสงบลง
เพราะยิ่งใกล้เส้นชัย ยิ่งต้องระมัดระวัง
หลังจากเหลียงเซิ่งผ่อนคลายลง เขาเห็นว่าดึกมากแล้วจึงเข้านอน เพราะการต้องตึงเครียดเป็นเวลานานมันน่าเหนื่อยหน่ายจริงๆ
ทว่า ขณะที่เหลียงเซิ่งล้มตัวลงนอน ชายร่างโชกเลือดสองคนถือดาบเหล็กกำลังเดินย่องผ่านตรอกไม่ไกลออกไปอย่างระมัดระวัง
"ลูกพี่ ข้าว่าเรามาผิดทางแล้ว นี่มันถิ่นตระกูลเหลียง"
"บัดซบ!"
คนพี่สบถ "เป็นเพราะไอ้พวกสารเลวตระกูลเหลียงกับตระกูลอู๋ไล่ล่ากระชั้นชิดเกินไป ตอนหนีตายเราเลยหลงมาโผล่ที่นี่"
สองพี่น้องตั้งใจจะหนีไปในตอนแรก แต่หลังจากย่องมาได้ระยะหนึ่ง คนพี่ก็จำได้ว่าที่นี่คือที่ไหน
หอเซิ่งเต๋อ
เขาเคยมาที่นี่กับคนตระกูลเกา จู่ๆ เขาก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามา ที่นี่คือทรัพย์สินของขยะคุณชายใหญ่ตระกูลเหลียง
และขยะคุณชายใหญ่ตระกูลเหลียงก็อาศัยอยู่ไม่ไกลจากที่นี่!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวใจของเขาก็เต้นรัวอย่างควบคุมไม่อยู่ ทั้งเขาและน้องชายต่างก็อยู่ขอบเขตหลังกำเนิด ขั้น 3 บวกกับความล้มเหลวของตระกูลเกาในคืนนี้ หากเขาสามารถเอาหัวทายาทที่ถูกดูแคลนของตระกูลเหลียงกลับไปได้ มันย่อมเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่
เมื่อนั้น ตระกูลเกาจะต้องปรบรางวัลให้อย่างงาม ด้วยความดีความชอบนี้ การทะลวงสู่ขั้นที่ 4 และบรรลุวิถียุทธ์ระดับกลางจะไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป
ส่วนการแก้แค้นของตระกูลเหลียง?
ตอนนี้ความขัดแย้งระหว่างตระกูลเกากับตระกูลอู๋มาถึงจุดแตกหักแล้ว แถมตระกูลเกายังมีผู้อาวุโสขั้น 9 ถึงสองคน จะต้องไปกลัวตระกูลเหลียงทำไม?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ไฟแห่งความมุ่งมั่นก็ลุกโชนในใจ เขารีบดึงตัวน้องชายมาและบอกแผนการ
หลังจากฟังจบ คนน้องก็ไม่อาจต้านทานความเย้ายวนใจของโอกาสที่จะก้าวหน้าในวิถียุทธ์ได้ ท้ายที่สุด ผู้ฝึกยุทธ์คนไหนจะอดใจไหว?
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขากำลังจะจัดการกับขยะตระกูลเหลียงที่ถูกทอดทิ้ง มันจะหนีรอดจากการลอบโจมตีของพวกเขาไปได้อย่างไร?
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ทั้งสองก็ไม่รอช้า มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของเหลียงเซิ่งภายใต้แสงจันทร์
แม้พวกเขาจะมีเพียงขอบเขตหลังกำเนิด ขั้น 3 แต่ประสบการณ์การต่อสู้โชกโชน นี่เป็นหนทางเดียวที่ทำให้พวกเขามาถึงจุดนี้ได้
เมื่อเข้าใกล้คฤหาสน์เหลียงเซิ่ง พวกเขาอดขมวดคิ้วไม่ได้ หม่าซานและคนอื่นๆ ที่ทำตามคำสั่งเหลียงเซิ่งยังคงเดินลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง
ตอนแรก สองพี่น้องลังเลเล็กน้อย แต่หลังจากสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็อดเลียริมฝีปากด้วยความคาดหวังไม่ได้
สมกับเป็นขยะที่ถูกทอดทิ้งของตระกูลเหลียง มีองครักษ์ขอบเขตหลังกำเนิด ขั้น 3 แค่คนเดียว ที่เหลือก็แค่ขยะขอบเขตหลังกำเนิด ขั้น 2
ด้วยการทำงานร่วมกันมานาน ทั้งสองรู้ใจกันเป็นอย่างดี เวลานี้พวกเขาสบตากัน คนพี่ส่งสัญญาณมือและทั้งสองก็ลอบเข้าไปในคฤหาสน์อย่างระมัดระวัง
พวกเขาไม่คิดจะบุกเข้าไปซึ่งหน้า แม้จะมั่นใจว่าจัดการพวกองครักษ์ได้ จะไปสร้างปัญหาทำไมในเมื่อหลีกเลี่ยงการแหวกหญ้าให้งูตื่นได้?
ดั่งเงาภูตพราย ทั้งสองเลัดเลาะไปตามมุมกำแพง ไปถึงลานหลังบ้านอย่างรวดเร็ว และด้วยการหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง พวกเขาก็ค่อยๆ เข้าใกล้เหลียงเซิ่ง
ในขณะนี้ เหลียงเซิ่งที่หลับสนิทไปแล้ว จู่ๆ ก็สะดุ้งตื่น
จิตสังหาร!
ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนมีสัญชาตญาณการรับรู้ ยิ่งระดับพลังสูง การรับรู้ยิ่งแข็งแกร่ง ทว่าในวินาทีนี้ เหลียงเซิ่งฝืนใจให้สงบนิ่ง ไม่ขยับตัวผิดปกติ แต่ทว่ามือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปหาดาบที่ข้างเตียง
ศัตรูยังไม่ปรากฏตัว หากยังไม่รู้ความสามารถของศัตรู เขาจะวู่วามลงมือจนทำให้ศัตรูไหวตัวทันได้อย่างไร?
นักฆ่าสองคนจากตระกูลเการะบุห้องของเหลียงเซิ่งได้แล้ว และค่อยๆ ย่องเข้ามาทางหน้าต่างโดยไม่มีเสียง
"สมเป็นขยะตระกูลเหลียงจริงๆ!"
อาศัยแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่าง พวกเขาเห็นเหลียงเซิ่งหลับสนิท ไม่ขยับเขยื้อน จึงคลายความกังวลลง
จากการวิเคราะห์ของพวกเขา เหลียงเซิ่งอยู่แค่ขอบเขตหลังกำเนิด ขั้น 2 และไม่เป็นภัยคุกคามต่อพวกเขา ขณะที่ผ่อนคลายลง พวกเขาก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
หากไม่ใช่เพราะชาติกำเนิดสูงส่ง ขยะนี่คงมาไม่ถึงขอบเขตหลังกำเนิด ขั้น 2 ด้วยซ้ำ ถ้าเป็นพวกเขา ป่านนี้คงทะลวงสู่วิถียุทธ์ระดับกลางไปแล้ว หรือเผลอๆ อาจถึงระดับสูงด้วยซ้ำ
ด้วยความคิดเหล่านี้ พวกเขาเข้าใกล้เหลียงเซิ่งอย่างระมัดระวัง เมื่อรู้ว่าความดีความชอบครั้งใหญ่กำลังจะอยู่ในกำมือ ความตื่นเต้นของสองพี่น้องก็พุ่งสูงขึ้น
ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ขอบเตียงแล้ว คนพี่ส่งสายตา สัญญาณ โดยไม่ลังเล คนน้องเงื้อดาบขึ้นเตรียมบั่นคอเหลียงเซิ่ง
ทว่า วินาทีถัดมา ประกายแสงดาบก็วาบผ่าน หนาวเหน็บไปถึงกระดูก!
วิชาดาบของเจ้าน้องชายเฉียบคมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
คนพี่ตะลึงเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนั้น แต่ทันใดนั้น เขาก็รู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทันได้เห็นศีรษะของน้องชายหลุดออกจากบ่าและร่วงลงสู่พื้น
อันตราย!
แต่กว่าจะรู้ตัว ก็สายเกินกว่าจะหนีแล้ว สิ่งเดียวที่เขาเห็นคือประกายแสงดาบที่พุ่งเข้ามาหาเขาในชั่วพริบตา
มองดูศพสองร่างที่นอนเกลื่อนพื้น เหลียงเซิ่งที่ยืนอยู่ข้างเตียงอดไม่ได้ที่จะหน้าซีดเผือก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาฆ่าคนในทั้งสองชีวิต
แปดปีที่ผ่านมา ไม่มีใครล่วงรู้ถึงการฝึกตนของข้า แต่วันนี้เมื่อข้าลงมือ เลือดกลับต้องหลั่งริน!
༺༻