เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 604 พัฒนาร่าง

ตอนที่ 604 พัฒนาร่าง

ตอนที่ 604 พัฒนาร่าง


ตอนที่ 604 พัฒนาร่าง

ผลึกนางแอ่นขาวมีขนาดประมาณลูกปิงปอง โดยบางอันมีลักษณะเป็นทรงกลม บางอันมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน แต่พวกมันทุกชิ้นได้ส่องแสงสว่างไปทั่วทั้งร่างกาย และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วราวกับพวกมันเป็นภูติแสงในพื้นที่ใต้ดินอันมืดมิด

ผลึกเหล่านี้ซุกซนเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าหากว่าใครค้นพบพวกมันเข้าพวกมันก็จะโผล่มาเยาะเย้ยก่อนที่จะรีบหนีไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งพวกมันได้ ราวกับว่ามันสามารถเคลื่อนที่ทะลุผ่านพื้นดินได้อย่างอิสระ

แน่นอนว่าผลึกนางแอ่นขาวไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแต่เป็นเพียงคริสตัลที่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเองเท่านั้น ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมพวกมันจึงสามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนสิ่งมีชีวิต มันก็ยังไม่มีใครสามารถหาคำตอบนี้ได้ แม้ว่าประชากรจากดินแดนผู้ใช้กฎจะได้ค้นพบมันมาเป็นเวลาหลายล้านปีแล้วก็ตาม ทุกคนจึงรู้เพียงแต่วิธีการใช้งานและความล้ำค่าของพวกมันเท่านั้น

อย่างไรก็ตามการพยายามดูดกลืนพลังงานจากผลึกนางแอ่นขาวก็เป็นกระบวนการที่ค่อนข้างจะยุ่งยากมาก โดยขั้นตอนแรกปรมาจารย์ด้านการกลั่นพลังงานจำเป็นจะต้องชำระล้างพลังงานภายในผลึกนางแอ่นขาวให้บริสุทธิ์ซะก่อน จากนั้นพวกเขาก็ต้องนำพลังงานเหล่านี้ไปบรรจุเข้าใส่คริสตัลบริสุทธิ์อีกที เพื่อให้มันมีความปลอดภัยในระหว่างที่นักรบได้ดูดซับพลังงานพวกนี้เข้าไป

ด้วยความที่พลังงานภายในผลึกนางแอ่นขาวมีความปั่นป่วนรุนแรงมาก การพยายามดูดซับพลังงานจากผลึกนางแอ่นขาวเข้าไปโดยตรงจึงไม่ต่างไปจากการฆ่าตัวตาย เพราะท้ายที่สุดถึงแม้ว่านักรบจะสามารถดูดซับพลังงานพวกนี้เข้าไปภายในร่างได้จริง ๆ แต่พลังงานจากผลึกนางแอ่นขาวก็จะเริ่มอาละวาดและทำให้ร่างกายของนักรบคนนั้นได้รับบาดเจ็บภายในจนตายในที่สุด

แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเฟยก็ยังสามารถดูดกลืนพลังงานจากผลึกนางแอ่นขาวเข้าไปได้โดยตรง โดยที่ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย มันจึงทำให้บรูซตกใจมากจนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

“เขาสามารถกินพลังงานพวกนั้นเข้าไปได้ยังไง?” บรูซกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่น

เหตุการณ์นี้ทำให้เฝิงซินเหนียนรู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกัน และถึงแม้ว่าหลาย ๆ คนจะบอกว่าเซี่ยเฟยเป็นคนบ้า แต่อีกฝ่ายก็คงจะไม่บ้ามากพอที่จะฆ่าตัวตายด้วยวิธีการแบบนี้ใช่ไหม

น่าเสียดายที่สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ทั้งสองคนนี้หลงลืมไปว่าเซี่ยเฟยไม่ได้เดินทางตัวคนเดียว แต่ข้าง ๆ เขายังมีอสูรศักดิ์สิทธิ์มารขาวเดินทางมาพร้อมกับเขาด้วย

อิ้ว!

ขนอุยตบท้องตัวเองด้วยความพึงพอใจ ขณะพยายามกระโดดไปรอบ ๆ ตัวของเซี่ยเฟยด้วยความตื่นเต้น

แม้ว่ามนุษย์อาจจะเสียชีวิตหากได้กลืนกินพลังงานจากผลึกนางแอ่นขาวเข้าไป แต่สำหรับขนอุยที่กลืนกินพลังงานตามธรรมชาติแล้ว แร่หายากเหล่านี้ก็ไม่ต่างไปจากอาหารอันโอชะสำหรับมัน

แว้บ!

ก้อนแสงสีขาวที่ซุกซนปรากฏขึ้นตรงหน้าเซี่ยเฟยและขนอุยอีกครั้ง จากนั้นมันก็พยายามหลบหนีไปตามนิสัยของผลึกนางแอ่นขาว

“จะหนีไปไหน”

ขวับ!

หงส์ครามพุ่งออกไปรัดร่างของผลึกนางแอ่นขาวเอาไว้อย่างแม่นยำ จากนั้นมันก็ตวัดคริสตัลที่ส่องแสงสว่างเข้าปากขนอุยที่กำลังอ้าปากรอรับอย่างตะกละตะกลาม

งั่ม!

ขนอุยกลืนกินคริสตัลสีขาวเข้าไปในท้องโดยตรงโดยไม่รู้สึกทุกข์ทรมานจากพลังงานอันบ้าคลั่งเลยแม้แต่นิดเดียว

ปุ่ง!

เสียงระเบิดดังขึ้นจากในท้องของขนอุยเบา ๆ ซึ่งมันเป็นกระบวนการที่แสดงออกให้เห็นว่าเจ้าตัวน้อยทำการย่อยผลึกนางแอ่นขาวเมื่อสักครู่นี้เรียบร้อยแล้ว

ต่อมาเจ้าตัวน้อยก็เรอออกมาอย่างสบายใจ ซึ่งมันเป็นกลิ่นเหม็นไหม้ที่แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ถ้าหากเซี่ยเฟยพยายามกลืนผลึกนางแอ่นขาวเข้าไปภายในร่าง มันคงจะเกิดการระเบิดขึ้นมาในอวัยวะภายในของเขา

“แหวะ! กินให้มันมีมารยาทหน่อยสิจะเรอออกมาทำไม นี่นายกินเข้าไปเยอะขนาดนั้นแล้วยังไม่อิ่มอีกเหรอเนี่ย?” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างขมขื่น

เจ้าตัวน้อยลูบพุงของมันอย่างน่ารัก ก่อนที่มันจะพยักหน้ารับเพื่อยืนยันว่ามันยังไม่อิ่ม

เซี่ยเฟยยังคงขุดดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน เพราะเป้าหมายของเขาคือการเป็นที่หนึ่งในการประเมินรอบนี้อยู่แล้ว และถึงแม้ว่าผลึกนางแอ่นขาวจะสามารถหลอกล่อผู้สมัครคนอื่นได้ แต่ชายหนุ่มก็จะทำการจับผลึกนางแอ่นขาวให้ขนอุยกินเฉพาะที่มันกล้ามาปรากฏตัวในเส้นทางของเขาเท่านั้น

“ฉันว่าขนอุยกินมากเกินไปแล้วนะ นายควรจะเก็บคริสตัลพวกนั้นเอาไว้ให้ตัวเองสักหน่อย ฉันคิดสูตรน้ำยาที่ต้องใช้ผลึกนางแอ่นขาวได้ตั้งหลายสิบสูตร ซึ่งมันน่าจะช่วยให้นายสามารถเพิ่มระดับพลังได้อย่างรวดเร็ว” อันธกล่าวอย่างเสียดายและถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกเอ็นดูขนอุย แต่เขาก็อยากจะให้เซี่ยเฟยพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองไปด้วย

“นายคิดว่าผู้คุมสอบที่ชื่อบรูซคนนั้นดูเป็นพวกคนโง่หรือเปล่า?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

“เขาเป็นถึงผู้พิทักษ์ของกลุ่มมังกรฟ้าแล้วเขาจะเป็นคนโง่ได้ยังไง? ถึงแม้เขาจะแสดงหน้านิ่ง ๆ อยู่ตลอดแต่ความจริงแล้วเขาเป็นคนที่มีนิสัยเจ้าเล่ห์มาก การตัดสินใจหลาย ๆ รอบของเขาสามารถพิสูจน์ความเจ้าเล่ห์ของเขาได้เป็นอย่างดี” อันธกล่าวตอบ

“แล้วนายคิดว่าคนอย่างเขาจะไม่รู้จริง ๆ งั้นเหรอว่ามันมีผลึกนางแอ่นขาวอยู่ที่แก่นของดาวดวงนี้?” เซี่ยเฟยกล่าว

“คนแบบเขาน่าจะต้องรู้อยู่ก่อนแล้ว แต่การที่เขายอมปล่อยผู้สมัครให้มาพบกับผลึกนางแอ่นขาวแบบนี้หรือว่ามันเป็นเพราะ…” อันธกล่าวหลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าฉันเดาไม่ผิดเหตุผลที่เขายอมปล่อยให้ผู้สมัครพบกับผลึกนางแอ่นขาวแบบนี้ นั่นก็เพราะเขามั่นใจว่าไม่มีใครสามารถขโมยผลึกนางแอ่นขาวกลับไปได้ ดังนั้นหลังจากจบการประเมินเขาก็คงจะสั่งให้ผู้สมัครทุกคนคืนผลึกนางแอ่นขาวให้กับทางกลุ่มมังกรฟ้าอยู่ดี” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ที่นายให้ขนอุยกินพลังงานจากผลึกนางแอ่นขาวพวกนี้ นั่นก็เพราะว่านายพอจะเดาได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วสินะว่าถึงแม้ว่านายจะเก็บพวกมันไป แต่พวกมันก็คงจะถูกเอาคืนไปในตอนท้ายของการประเมินอยู่ดี แต่สำหรับขนอุยมันสามารถที่จะกลืนกินพลังงานพวกนี้ได้ทันที และพลังงานพวกนั้นก็จะกลายมาเป็นประโยชน์กับนายในอนาคต” อันธกล่าว

“ดูนี่สิ” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้นเมื่อได้เห็นว่าร่างของขนอุยกำลังสว่างขึ้น

“ขนอุยกำลังจะพัฒนา!” อันธตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

ขนอุยคือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่การเลื่อนระดับแต่ละครั้งจำเป็นจะต้องใช้พลังงานปริมาณมหาศาล ซึ่งหลังจากที่มันได้กลืนกินพลังงานจากผลึกนางแอ่นขาวเข้าไปเป็นจำนวนมาก ในที่สุดมันก็ใกล้พัฒนาเข้าสู่ร่างขั้นที่ 4 ของมันแล้ว

“กินมันเข้าไปอีก! เมื่อไหร่ก็ตามที่มันมีผลึกนางแอ่นขาวเข้ามาขวางหน้า นายก็กินพวกมันเข้าไปให้หมดอย่าให้เหลือ!!” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ เมื่อจู่ ๆ มันได้มีผลึกนางแอ่นขาวปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าเขาอีกครั้ง

ขนอุยพยักหน้ารับอย่างมีความสุข จากนั้นมันก็กลืนกินผลึกนางแอ่นขาวเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง

ปัจจุบันบรูซกำลังรู้สึกหงุดหงิดจนทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีเขียว เพราะบนหน้าจอได้แสดงให้เห็นว่าเซี่ยเฟยหยุดอยู่ใกล้กับเส้นชัยมาก และยังคงป้อนผลึกนางแอ่นขาวที่เก็บมาให้กับขนอุยอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเซี่ยเฟยรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่สามารถเก็บผลึกนางแอ่นขาวพวกนี้กลับไปใช้งานได้ เขาจึงมอบพวกมันทั้งหมดให้กับขนอุย เพราะถ้าหากว่าเจ้าตัวเล็กเลื่อนระดับในระหว่างนี้ มันก็จะกลายเป็นผู้ช่วยที่ดีสำหรับเขาในอนาคต

ด้วยเหตุนี้เองเมื่อชายหนุ่มเคลื่อนที่เข้าใกล้เส้นชัยแล้ว เขาจึงยัดผลึกนางแอ่นขาวทุกก้อนที่เขาเก็บมาเข้าไปภายในปากของขนอุยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในตอนนี้ถึงแม้ว่าเจ้าตัวเล็กจะไม่ต้องการแต่เขาก็จะบังคับให้มันกลืนกินผลึกนางแอ่นขาวทั้งหมดเข้าไป

นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่เขาจะเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ให้ขนอุยฟรี ๆ ซึ่งถ้าหากเขาพลาดโอกาสนี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะได้รับโอกาสที่ดีแบบนี้อีกเมื่อไหร่

“กินเข้าไปแล้วพัฒนาร่างซะ!!”

ตูม!

ในที่สุดร่างของเซี่ยเฟยก็พุ่งขึ้นมาเหนือทะเลสาบ และถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ใช่ผู้สมัครที่มีระดับพลังสูงที่สุด แต่เขาก็ได้รับคะแนนอันดับ 1 ในการประเมินรอบนี้ เนื่องมาจากว่าเขามีทักษะการคิดวิเคราะห์และทักษะในการต่อต้านสิ่งล่อตาล่อใจได้มากกว่าคนอื่น ๆ

หลังจากพลิกตัวกลางอากาศชายหนุ่มก็ร่อนลงจอดพร้อมกับหยิบสัตว์อสูรตัวอ้วนนำมาวางเอาไว้ลงกับพื้น

แน่นอนว่าสัตว์อสูรตัวอ้วนที่เซี่ยเฟยนำไปวางไว้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากขนอุยที่กินมากเกินไปจนท้องป่อง มันจึงทำได้เพียงแต่นอนอยู่บนพื้นหญ้าอย่างเกียจคร้านพร้อม ๆ กับส่งเสียงเรอออกมาอย่างมีความสุขตลอดเวลา

ในช่วงเวลานี้ในที่สุดขนอุยก็ได้ตระหนักว่าการเลือกติดตามเซี่ยเฟยคือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดในชีวิตของมัน

“นี่ฉันลืมไปได้ยังไงว่าเขามีอสูรศักดิ์สิทธิ์เดินทางมาพร้อมกับเขาด้วย” บรูซอุทานพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างหนัก

“โชคดีจริง ๆ ที่อสูรในพันธสัญญาของเขาคืออสูรศักดิ์สิทธิ์ เพราะถ้าหากว่ามันเป็นสัตว์อสูรทั่วไปร่างของมันคงจะระเบิดเป็นโจ๊กไปแล้ว แต่นี่คือมารขาวสัตว์อสูรผู้อยู่บนจุดสูงสุดของการดูดกลืนพลังงาน แล้วมันก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงสามารถดูดกลืนพลังงานเข้าไปได้มากขนาดนั้น” เฝิงซินเหนียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นเซี่ยเฟยก็หยิบคริสตัลต้นกำเนิดขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูพลังงานอย่างรวดเร็ว และเนื่องมาจากครั้งนี้เขาผ่านการประเมินเป็นคนแรก เขาจึงมีโอกาสได้พักผ่อนซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากหลังจากได้ทำการประเมินอย่างทรหดมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง

แม้ว่าเซี่ยเฟยจะปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว แต่บรูซก็ทำได้เพียงแต่นั่งรอบนก้อนหินและถอนหายใจออกมาเท่านั้น เพราะท้ายที่สุดขนอุยก็ได้กลืนกินพลังงานทั้งหมดเข้าไปแล้ว และเขาก็คงจะไม่สามารถสั่งให้มันคายพลังงานทั้งหมดออกมาได้

“วิธีการของนายยอดเยี่ยมมาก ไม่เพียงแต่นายจะสามารถเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ให้กับสัตว์อสูรของนายได้เท่านั้น แต่นายยังเป็นอันดับ 1 ในการประเมินรอบนี้ด้วย ฉันอยากจะแสดงความยินดีกับนายที่สามารถอดทนต่อสิ่งล่อตาล่อใจได้สำเร็จและขุดดินขึ้นมาจนถึงเส้นชัยเป็นคนแรก” เฝิงซินเหนียนกล่าวกับเซี่ยเฟยด้วยรอยยิ้ม

“ฉันไม่ได้ทนต่อสิ่งล่อตาล่อใจได้ ฉันแค่ใช้พวกผลึกนางแอ่นขาวในการเลี้ยงขนอุยเท่านั้นเอง” เซี่ยเฟยกล่าว

เฝิงซินเหนียนกับเซี่ยเฟยต่างก็มองหน้ากันด้วยรอยยิ้ม ขณะที่บรูซที่อยู่ห่างออกไปก็ทำได้เพียงแต่หดหู่ใจมากกว่าเดิม เพราะถึงแม้ว่าเขาจะคำนวณทุกอย่างเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เขากลับลืมตัวแปรสำคัญอย่างมารขาวไปได้ยังไง

ทันใดนั้นเองท้องขนาดใหญ่ของขนอุยก็เริ่มส่งเสียงร้องคำรามขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่มันจะก่อให้เกิดพายุรุนแรงที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ร่างของขนอุย

“ดูนั่น! สัตว์อสูรของนายกำลังจะพัฒนาร่างแล้ว” เฝิงซินเหนียนกล่าวอย่างตื่นเต้น

โอกาสที่จะได้เห็นอสูรศักดิ์สิทธิ์พัฒนาร่างเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก มันจึงทำให้แม้แต่บรูซที่อยู่ห่างออกไปก็ยังอดที่จะมองมายังปรากฏการณ์นี้ด้วยความสนใจไม่ได้ แต่เนื่องมาจากว่าเขายังคงรู้สึกโกรธเซี่ยเฟยอยู่ เขาจึงทำได้เพียงแต่เฝ้าดูทุกอย่างอยู่ไกล ๆ เพราะเหตุการณ์นี้เป็นปรากฏการณ์ที่เขาไม่ควรพลาดรับชมไปจริง ๆ

ขนอุยส่งเสียงคำรามออกมาเสียงดังแล้วมันก็ทำให้แม้แต่เหล่าบรรดาผู้สมัครที่ยังอยู่ใต้ดินก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานอันแปลกประหลาด

“นั่นมันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ ๆ พลังงานถึงผันผวนอย่างรุนแรงแบบนี้”

“ดาวดวงนี้จะระเบิดงั้นเหรอ?”

เหล่าบรรดาผู้สมัครต่างก็รีบมุ่งหน้าไปยังเส้นชัยในทันที แต่โชคไม่ดีที่เซี่ยเฟยได้เดินทางนำหน้าพวกเขาไปตั้งนานแล้ว

ซึ่ม!

แสงสีขาวพุ่งลงมาจากท้องฟ้าห่อหุ้มร่างของขนอุยเอาไว้ ทันใดนั้นไม่ว่าจะเป็นเสียงของสายลมหรือกระแสน้ำต่างก็หยุดลง ในเวลาเดียวกันแสงสว่างสีขาวอันศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องประกายไปทั่วทั้งบริเวณ

แสงสว่างจากร่างของขนอุยทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เหล่าบรรดาผู้รับชมยากที่จะลืมตาเพื่อต่อต้านแสงสว่างอันเข้มข้นนี้ได้

ปัง!

เหตุการณ์ต่อมาคล้ายกับดอกไม้ไฟที่ระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ พร้อมกับร่างของขนอุยขั้นที่ 4 ที่ปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าคนอื่น ๆ ในที่สุด

ขณะนี้ขนทั่วทั้งร่างของมันมีความขาวราวกับหยก ก่อนที่ร่างของมันจะหล่นลงไปบนพื้นราวกับทารกอันบริสุทธิ์และส่งเสียงออกมาอย่างน่ารักน่าชัง

“ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้?!” ทั้งเซี่ยเฟยและเฝิงซินเหนียนที่รับชมการพัฒนาร่างอยู่ใกล้ ๆ ต่างก็ขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ซึ่งแม้กระทั่งบรูซที่อยู่ห่างออกไปก็กำลังรู้สึกตกตะลึงกับเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกัน

***************

ขนอุยพัฒนาร้างแล้วมันประหลาดหรือยังไงกันนะ?

จบบทที่ ตอนที่ 604 พัฒนาร่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว