เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 603 ผลึกนางแอ่นขาว

ตอนที่ 603 ผลึกนางแอ่นขาว

ตอนที่ 603 ผลึกนางแอ่นขาว


ตอนที่ 603 ผลึกนางแอ่นขาว

เล่ห์กายา!

เซี่ยเฟยเคลื่อนไหวท่ามกลางผู้สมัครกว่า 600 คนเพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังประตูมิติ เพราะท้ายที่สุด 10 อันดับสุดท้ายที่เข้าประตูมิติช้าที่สุดจะถูกคัดออกและเขาก็ไม่อยากจะเป็น 1 ใน 10 คนนั้น

“ช่วยทนหน่อยนะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับลูบหัวขนอุย

โชคดีที่ชายหนุ่มสามารถดูดซับพลังงานได้เร็วกว่าคนอื่น ๆ และถึงแม้ว่าเขาจะมีเวลาพักฟื้นเพียงแค่เล็กน้อย แต่เขาก็สามารถดูดกลืนพลังงานจากคริสตัลต้นกำเนิดมาฟื้นฟูพลังงานให้กลับมาได้มากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว

หลังจากเข้าไปในประตูมิติร่างของเขาก็ได้มาปรากฏในดาวเคราะห์ที่แปลกประหลาดอีกหนึ่งดวง โดยดาวเคราะห์ดวงนี้อยู่ในช่วงเวลาค่ำคืนและพื้นที่ราบที่เขาปรากฏตัวขึ้นมานั้นก็มีลมพัดแรงมาก จนทำให้ผู้สมัครแทบที่จะไม่สามารถลืมตาขึ้นมาต้านลมได้

เมื่อเดินทางมาจนถึงดาวดวงใหม่ เซี่ยเฟยก็พยายามใช้ช่วงเวลาที่เหลือเพียงแค่เล็กน้อยนี้ในการฟื้นฟูพลังงานกลับมาให้ได้มากที่สุด เพราะการทดสอบอันเหนื่อยล้ากำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว

“ดาวเคราะห์ดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 250,000 กิโลเมตร เงื่อนไขการประเมินรอบนี้ง่ายมากผู้สมัครทุกคนจะต้องขุดอุโมงค์ไปยังอีกด้านหนึ่งของดาว หากใครขุดอุโมงค์นอกเหนือจากเส้นทางที่ถูกระบุเอาไว้จะถูกปรับให้ตกรอบ, ใครที่ไม่สามารถขุดอุโมงค์ไปยังอีกฝั่งหนึ่งของดาวได้ก็ถูกปรับให้ตกรอบ และใครที่ขุดอุโมงค์ไปจนถึงอีกฝั่งหนึ่งได้เป็นคนสุดท้ายก็ถูกปรับให้ตกรอบเหมือนกัน” บรูซกล่าวขณะมองไปยังเหล่าบรรดาผู้สมัครที่กำลังเหน็ดเหนื่อย

หลังจากพูดคำว่าตกรอบซ้ำ ๆ 3 ครั้งติดต่อกัน มันก็ทำให้สีหน้าของเหล่าบรรดาผู้สมัครเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าเกลียด

“นี่พวกเราเป็นนักรบนะไม่ใช่คนงานขุดเหมือง” ผู้สมัครคนหนึ่งบ่นพึมพำขึ้นมา

“ใครบ่นก็ตกรอบเหมือนกัน นายคนนั้นถูกปรับตกรอบ!” บรูซยังคงกล่าวด้วยสีหน้าอันเย็นชา

เหตุการณ์นี้ถึงกับทำให้ผู้สมัครทุกคนปวดหัวไปชั่วขณะ เพราะถึงขนาดที่การบ่นยังเป็นสาเหตุทำให้พวกเขาถูกปรับตกรอบได้ มันก็ทำให้การประเมินครั้งนี้กลายเป็นการประเมินที่ไร้เหตุผลไปแล้ว

ผู้สมัครที่แอบบ่นเมื่อสักครู่ถึงกับตกใจจนช็อกหมดสติเมื่อเขาได้ยินว่าตัวเองถูกปรับให้ตกรอบ เพราะเขาไม่คิดว่าการบ่นออกมาในระหว่างความเหนื่อยล้าเพียงแค่ประโยคเดียวกลับทำลายอนาคตของเขาลงอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตามผู้สมัครทุกคนก็ไม่มีเวลาให้คิด พวกเขาจึงเริ่มก้มหน้าก้มตาขุดดินทันทีเมื่อบรูซได้ตะโกนเริ่มต้นการประเมิน

การขุดดินผ่านดาวเคราะห์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 250,000 กิโลเมตรคืองานที่ยากเกินกว่าคนทั่วไปจะทำได้ และถึงแม้ว่ามันจะเป็นงานที่ไม่มีปัญหาสำหรับผู้ใช้พลังสายความเร็วอย่างเซี่ยเฟยหรือนักสู้ที่เชี่ยวชาญกฎแห่งสสาร แต่สำหรับผู้สมัครที่ไม่ได้มีทักษะที่เอื้ออำนวยต่อการขุด ความยากลำบากในการประเมินรอบนี้ก็ทำให้พวกเขาอยากจะร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด

อย่างไรก็ตามการพยายามใช้กฎเพื่อขุดดินอย่างต่อเนื่องก็เป็นงานที่สิ้นเปลืองพลังงานมาก ผู้สมัครทุกคนจึงจำเป็นจะต้องใช้คริสตัลต้นกำเนิดเพื่อฟื้นฟูพลังงานไปตลอดทั้งทาง และมันก็โชคดีที่เซี่ยเฟยนำคริสตัลต้นกำเนิดมาด้วยอย่างเพียงพอ มันจึงทำให้เขายังไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องอาการขาดแคลนพลังงานมากนัก

ชายหนุ่มได้ใช้ดาบดราก้อนสเกลแตกออกไปเป็นไปมีดเล่มเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับเครื่องขุดหมุนไปข้างหน้าตลอดเวลา ขณะที่สายตาของเขายังคงมองไปยังเครื่องมือระบุตำแหน่งบนข้อมือเพื่อให้แน่ใจว่าเขายังคงมุ่งหน้าตรงไปยังเป้าหมายที่ถูกต้อง

ในเวลาเดียวกันบรูซก็เดินทางไปยังอีกฟากหนึ่งของดาวเคราะห์ในพริบตา โดยสถานที่แห่งนี้คือทะเลสาบอันกว้างใหญ่ และถ้าหากว่าผู้สมัครเดินทางไปยังเส้นทางที่ถูกต้อง จุดหมายปลายทางของพวกเขาก็คือทะเลสาบขนาดใหญ่แห่งนี้

“ทำไมจู่ ๆ คุณอาถึงเปลี่ยนใจให้พวกผู้สมัครขุดอุโมงค์แทนละครับ?” เฝิงซินเหนียนกล่าวถามหลังจากที่เขาได้มาปรากฏตัวข้าง ๆ บรูซ

“ผู้สมัครกลุ่มนี้มีศักยภาพที่ดีมาก ถ้าหากว่าฉันไม่เปลี่ยนวิธีฉันก็คงไม่สามารถคัดคนส่วนใหญ่ออกไปจากการประเมินได้”

“นั่นสินะครับ ในช่วงที่ทั้งร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุด การประเมินในลักษณะนี้ก็คงจะสามารถนำมาใช้วัดความมุ่งมั่นของผู้สมัครได้” เฝิงซินเหนียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หากเหล่าบรรดาผู้สมัครบังเอิญมาได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งสองคน พวกเขาก็คงจะต้องกระอักเลือดออกมาด้วยความโกรธอย่างแน่นอน เพราะใครจะไปคิดว่าจู่ ๆ มันจะได้มีการเปลี่ยนเนื้อหาการประเมินระหว่างทางแบบนี้

“งานของนายเสร็จหรือยัง?” บรูซถาม

“ทุกอย่างถูกเตรียมการเอาไว้อย่างเรียบร้อยแล้วครับ” เฝิงซินเหนียนกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ดีมาก”

“ผมไม่เข้าใจ ในเมื่อคุณอาวางแผนจะใช้การประเมินในรอบสุดท้ายเป็นตัวตัดสินคัดเลือกผู้สมัครอยู่แล้ว แล้วทำไมพวกเราถึงไม่ให้พวกเขาเข้าการประเมินนั้นไปเลยล่ะครับ มันจะได้ช่วยประหยัดเวลาพวกเราด้วย?” เฝิงซินเหนียนกล่าวถาม

บรูซชำเลืองมองไปยังหน้าจอแสดงผลซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครที่ขุดดินได้เร็วที่สุดสามารถขุดดินไปได้แล้วถึง 10,000 กิโลเมตร ขณะที่ผู้ขุดดินได้ช้าที่สุดเพิ่งจะขุดดินไปได้เพียงแค่ 5,000 กิโลเมตรเท่านั้น

“ฉันมีเป้าหมายสำหรับการประเมินในแต่ละรอบอยู่ อย่างการประเมินในรอบแรกฉันต้องการวัดผลในเรื่องทักษะในการสำรวจ, การประเมินในรอบที่ 2 ฉันต้องการจะวัดผลในเรื่องการคาดการณ์พลังใจและความแข็งแกร่งของร่างกายซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับนักสู้ทุกคน”

“แล้วการประเมินในรอบที่ 3 ล่ะครับ คุณอาต้องการจะวัดผลในเรื่องไหน?” เฝิงซินเหนียนกล่าวด้วยท่าทีตกตะลึงเล็กน้อย

“เดี๋ยวนายก็รู้เอง” บรูซกล่าวตอบอย่างมีเลศนัย

“เอาเป็นว่าผมจะรอดูก็แล้วกันครับ ท้ายที่สุดของรางวัลสำหรับการประเมินก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะต้องตกตะลึงหลังจากที่พวกเขาได้เห็นของรางวัลที่คุณได้เตรียมเอาไว้” เฝิงซินเหนียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เหตุผลที่การประเมินของกลุ่มมังกรฟ้าไม่ได้เรียกว่าการประเมินโดยตรงแต่เรียกว่าการชุมนุมมังกรฟ้า นั่นก็เพราะหลังจากที่ทุกคนสามารถก้าวข้ามผ่านความยากลำบากไปได้ สิ่งที่พวกเขาจะได้รับการตอบแทนกลับไปมันก็ย่อมเป็นสิ่งที่คุ้มค่าสำหรับพวกเขาอย่างแน่นอน” บรูซกล่าวอย่างใจเย็น

เซี่ยเฟยยังคงใช้ดาบดราก้อนสเกลขุดดินท่ามกลางความมืดอย่างบ้าคลั่ง และใช้ใบหญ้าสีน้ำเงินของหงส์ครามในการโกยดินส่งออกไปยังด้านหลัง

การขุดดินเป็นอุโมงค์ยาวไม่ใช่งานง่าย ๆ เพราะนอกเหนือจากการขุดดินไปข้างหน้าแล้วมันยังต้องมีการโกยดินออกไปทางด้านหลังตลอดเวลาด้วย และถ้าหากว่าอุโมงค์ที่เขาขุดมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่สั้นลง มันก็จะยิ่งเพิ่มปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการขุดดินได้

โชคดีที่เซี่ยเฟยมีหงส์คราม มันจึงช่วยลดปัญหาในเรื่องการขนย้ายดินได้เยอะมาก โดยเขาได้ใช้ใบหญ้าที่แข็งแรงทำหน้าที่เป็นเหมือนพลั่วขนาดใหญ่คอยปัดกวาดเอาดินไปยังบริเวณด้านหลังอย่างต่อเนื่อง

ด้วยการประสานงานกันระหว่างดาบดราก้อนสเกลที่ทำหน้าที่เหมือนสว่านขุดเจาะไปด้านหน้า และหงส์ครามที่ทำหน้าที่เป็นรถบรรทุกที่คอยนำดินไปทิ้งไว้ทางด้านหลัง ประกอบกับชุดเกราะโลหะเหลวที่เซี่ยเฟยปรับแต่งมันให้มีรูปทรงเป็นเหมือนกระสวย มันจึงทำให้เขาสามารถขุดดินไปด้านหน้าได้อย่างรวดเร็ว

“พวกเขาคิดอะไรอยู่ถึงได้เอานักรบมาขุดอุโมงค์แบบนี้?” อันธบ่นถึงความไร้สาระของการประเมิน

เซี่ยเฟยยังคงนิ่งเฉยไม่สนใจคำบ่นของวิญญาณตนนี้ เพราะไม่ว่าการประเมินจะยากลำบากหรือไร้สาระมากแค่ไหน แต่ในเมื่อเขาตัดสินใจเข้ารับการประเมินนี้แล้วเขาก็จำเป็นจะต้องพยายามอย่างสุดความสามารถ

ระหว่างการขุดเซี่ยเฟยยังคงตรวจสอบหน้าจอความก้าวหน้าของเขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันลำดับของเขาก็ยังคงอยู่ห่างไกลจาก 3 อันดับแรกที่เขาได้ตั้งเป้าเอาไว้ เขาจึงทำได้เพียงแต่ขมวดคิ้วและเดินหน้าต่อไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

แต่ในทันใดนั้นเองเซี่ยเฟยก็ได้พบว่าผู้สมัครหลาย ๆ คนที่นำหน้าเขาอยู่กลับชะลอความเร็วลง หรือแม้กระทั่งมีบางคนที่หยุดชะงักไปเลย เขาจึงสงสัยว่าพื้นที่ด้านหน้ามีปัญหาอะไรกำลังรอเขาอยู่กันแน่

“โอกาสมาแล้ว! ฉันจะต้องใช้โอกาสนี้แซงคนอื่นไปให้ได้!!” เซี่ยเฟยกัดฟันและพยายามเร่งความเร็วต่อไป

เมื่อผู้สมัครเข้าใกล้แก่นของดาวเคราะห์ จู่ ๆ พวกเขาก็เคลื่อนที่เหมือนคนหลงทาง และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมความเร็วของพวกเขาจึงลดลงมาช้ามาก และทิศทางการขุดของพวกเขาก็ไม่ได้มีความแม่นยำเหมือนเดิม

“คนพวกนั้นเป็นอะไรไป? พวกเขาไม่อยากเข้าร่วมกลุ่มนักรบที่ดีที่สุดของดินแดนแห่งกฎแล้วงั้นเหรอ?” อันธถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“ไม่รู้สิ มันอาจจะมีเหตุการณ์อะไรแปลก ๆ รออยู่ข้างหน้า อีกเดี๋ยวพวกเราก็รู้เองนั่นแหละ” เซี่ยเฟยกล่าว

หลังจากนั้นไม่นานเซี่ยเฟยก็เข้าใกล้แก่นของดาวเคราะห์เหมือนคนอื่น ๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งแก่นของดาวเคราะห์ดวงนี้ไม่ได้ประกอบไปด้วยลาวาหรือโลหะหนัก แต่มันเป็นพื้นผิวนุ่ม ๆ ที่มีแร่เหล็กสีขาวส่องสว่างระยิบระยับอยู่ตลอดเวลา

“ผลึกนางแอ่นขาว!!”

ทั้งเซี่ยเฟยและอันธต่างก็อุทานออกมาเสียงดังเกือบจะพร้อม ๆ กัน

“ใช่ ฉันรู้มานานแล้วว่าในพื้นที่แกนกลางของดาวดวงนี้เต็มไปด้วยผลึกนางแอ่นขาวที่ล้ำค่า และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงกำหนดเงื่อนไขของการประเมินในรอบนี้ให้เป็นการขุดอุโมงค์ทะลุผ่านดวงดาว” บรูซกล่าว

“คุณอานี่เป็นพวกเจ้าเล่ห์จริง ๆ ผู้สมัครทุกคนน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าผลึกนางแอ่นขาวเป็นแร่ที่ล้ำค่ามากแค่ไหน แม้แต่ผลึกนางแอ่นขาวชิ้นเล็ก ๆ ก็สามารถช่วยพัฒนาพลังของนักรบได้โดยตรง และถึงแม้ว่าคนหลาย ๆ คนจะมีเงินแต่มันก็ยังไม่สามารถที่จะหาซื้อแร่พวกนี้ได้”

“ในที่สุดผมก็เข้าใจเนื้อหาการประเมินในรอบนี้แล้ว คุณอาต้องการที่จะวัดผลในเรื่องการต้านทานสิ่งล่อตาล่อใจสินะครับ” เฝิงซินเหนียนกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง

เมื่อผู้สมัครได้เห็นว่ามันมีผลึกนางแอ่นขาวอยู่ในพื้นที่บริเวณแกนกลางดาวเคราะห์ มันย่อมทำให้ทุกคนเกิดอาการลังเลขึ้นมาในทันที เพราะท้ายที่สุดหากพวกเขาได้รับผลึกนางแอ่นขาวไปเป็นจำนวนมาก มันก็อาจจะช่วยร่นระยะเวลาการฝึกฝนของพวกเขาไปได้นานหลายปีเลยทีเดียว

“ถ้าฉันเอาสิ่งล้ำค่าที่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินมาหลอกล่อ ฉันก็เชื่อว่ามันคงจะมีคนไม่มากนักที่ถูกสิ่งของพวกนั้นล่อลวง เพราะเงินในสายตาของผู้เชี่ยวชาญเป็นเพียงแค่ปัจจัยเล็ก ๆ ที่พวกเขาให้ความสำคัญน้อยกว่าความแข็งแกร่งของตัวเอง”

“แล้วฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเมื่อผู้สมัครได้เจอผลึกนางแอ่นขาวที่สามารถช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ให้กับพวกเขามาอยู่ตรงหน้า พวกเขาจะสามารถต้านทานการล่อลวงของสมบัติล้ำค่าแบบนั้นไปได้หรือไม่” บรูซกล่าวด้วยสีหน้าอันนิ่งเฉย

“น่าเสียดายที่ผลึกนางแอ่นขาวพวกนั้นยังเป็นเพียงแค่แร่ดิบที่มันยังไม่ได้นำไปแปรรูป ดังนั้นถึงแม้ว่าผู้สมัครกลุ่มนั้นจะเก็บแร่ไปแต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถใช้แร่พวกนั้นได้อยู่ดี ถ้าหากผมเดาไม่ผิดคุณอาน่าจะตั้งค่าบัตรประจำตัวของพวกเขาเอาไว้อยู่แล้วใช่ไหม ว่าให้บันทึกปริมาณผลึกนางแอ่นขาวที่พวกเขาเก็บเกี่ยวไป และเมื่อสิ้นสุดการประเมินพวกเขาก็จำเป็นจะต้องส่งคืนแร่ทั้งหมดให้กับพวกเรา” เฝิงซินเหนียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ถูกต้อง ผลึกนางแอ่นขาวพวกนั้นมีค่ามากและเราก็ไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องมอบพวกมันให้กับผู้สมัครฟรี ๆ แต่ฉันก็จะแบ่งของรางวัลบางส่วนให้พวกเขาเหมือนกัน ถือซะว่าเป็นค่าแรงที่พวกเขาเก็บแร่มาให้กับเรา” บรูซกล่าว

จิ้งจอกน้อยกับจิ้งจอกเฒ่าต่างก็สนทนากันอย่างสนุกสนาน โดยที่เหล่าบรรดาผู้สมัครไม่ได้รู้เลยว่าพวกเขากำลังถูกทดสอบความสามารถในการต่อต้านสิ่งล่อตาล่อใจอย่างผลึกนางแอ่นขาวอยู่

“ดูนั่นเซี่ยเฟยขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แล้ว! เขาไม่ได้หยุดชะงักหลังจากที่เขาได้เห็นผลึกนางแอ่นขาวด้วยซ้ำ” เฝิงซินเหนียนกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น และเนื่องมาจากว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ทำหน้าที่เป็นตาเหยี่ยว เขาจึงให้ความสนใจกับเซี่ยเฟยที่เขาเลือกมาเหนือกว่าคนอื่น ๆ

“ไม่... ไม่ใช่สิ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่หยุดแต่เขาก็ยังพยายามเก็บเกี่ยวผลึกนางแอ่นขาวเหมือนคนอื่น แต่เขาแค่พยายามทำเรื่องทั้งสองอย่างไปพร้อม ๆ กันอยู่ต่างหาก” เฝิงซินเหนียนกล่าวขึ้นมาด้วยความประหลาดใจหลังจากที่เขาได้พิจารณาหน้าจอข้อมูลอยู่ชั่วขณะหนึ่ง

“นั่นเขาดูดซับพลังงานจากผลึกนางแอ่นขาวเข้าไปโดยตรงเลยงั้นเหรอ? เขาไม่รู้หรือยังไงว่าเขาไม่สามารถดูดซับพลังงานเข้าไปโดยตรงแบบนั้นได้” บรูซกล่าวขึ้นมาด้วยความขมขื่นและใบหน้าของเขาที่เคยนิ่งเฉยมานานก็เริ่มบิดเบี้ยวหลังจากได้เห็นพฤติกรรมของเซี่ยเฟย

***************

ไม่มีใครสามารถใช้งานพี่แกได้ฟรีๆ 5555

จบบทที่ ตอนที่ 603 ผลึกนางแอ่นขาว

คัดลอกลิงก์แล้ว