เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 605 ของรางวัลที่ถูกเตรียมเอาไว้

ตอนที่ 605 ของรางวัลที่ถูกเตรียมเอาไว้

ตอนที่ 605 ของรางวัลที่ถูกเตรียมเอาไว้


ตอนที่ 605 ของรางวัลที่ถูกเตรียมเอาไว้

การพัฒนาร่างของขนอุยทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกผิดหวังอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวเล็กมีขนาดเท่าไข่เป็ด แต่หลังจากมันพัฒนาร่างตัวของมันกลับเล็กลงมาเหลือตัวเท่าลูกปิงปอง

ขนของขนอุยมีสีขาวบริสุทธิ์อย่างไร้ที่ติและดวงตาของมันก็ดูคมชัดมากขึ้นกว่าเดิม เซี่ยเฟยจึงรู้สึกขัดใจอยู่เพียงแค่เรื่องเดียวที่ขนาดตัวของมันทำไมถึงเล็กลงกว่าเดิม

ชายหนุ่มคว้าร่างของมันขึ้นมาสังเกตอย่างระวัง โดยไม่รู้เลยว่าขนาดตัวเล็ก ๆ เพียงเท่านี้ มันได้เอาพลังงานปริมาณมหาศาลไปเก็บซ่อนไว้ตรงไหน

ระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังผิดหวังกับขนาดลำตัวของขนอุยที่เล็กลง เฝิงซินเหนียนกับบรูซกลับกำลังรู้สึกตกตะลึงกับพลังงานอันบริสุทธิ์ภายในร่างกายของขนอุย

“ดูเหมือนว่าหลังจากที่มันกลืนกินพลังงานเข้าไปเป็นจำนวนมาก มันจะสกัดพลังงานพวกนั้นให้มีความบริสุทธิ์มากขึ้นกว่าเดิมเลยทำให้ขนาดร่างของมันเล็กลงตามไปด้วย” เฝิงซินเหนียนกล่าวขณะที่ดวงตาของเขายังคงจับจ้องมองไปยังอสูรศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้า

เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย เพราะด้วยขนาดร่างกายของขนอุยในปัจจุบัน เจ้าตัวน้อยสามารถยืนอยู่บนหูของเขาได้ด้วยซ้ำ แล้วเขาก็ไม่มั่นใจว่าถ้าหากมันมีลมแรง ๆ พัดเข้ามาร่างของขนอุยจะปลิวไปตามแรงลมด้วยหรือเปล่า

แม้ว่าขนอุยจะคอยเอาอกเอาใจเซี่ยเฟยเป็นอย่างดี แต่มันก็ยังคงมองไปยังเฝิงซินเหนียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งให้เหมาะสมกับการที่มันถูกเรียกว่าอสูรศักดิ์สิทธิ์

เหตุการณ์นี้ทำให้เฝิงซินเหนียนอดที่จะตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัวไม่ได้ เพราะถึงแม้ว่าขนอุยจะน่าเอ็นดูสำหรับเจ้านายของมันมาก แต่สำหรับคนอื่นแล้วมันก็ยังคงเป็นสัตว์อสูรที่เย่อหยิ่งอยู่ดี

ในที่สุดเฝิงซินเหนียนก็ตัดสินใจเดินกลับมาอยู่ข้าง ๆ บรูซอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้เซี่ยเฟยหยอกล้อกับขนอุยและฟื้นฟูพลังงานของเขาต่อไป

“ทำไมผมถึงรู้สึกว่าสัตว์อสูรของเซี่ยเฟยแตกต่างจากอสูรศักดิ์สิทธิ์โดยทั่วไป?” เฝิงซินเหนียนกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“โดยปกติอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งเย่อหยิ่งและหยิ่งผยองมากทำให้ตัวตนของพวกมันเข้าใกล้ได้ยาก แต่อสูรศักดิ์สิทธิ์ของเซี่ยเฟยกลับแตกต่างออกไป”

“ฉันเคยเห็นคนที่อยู่กับอสูรศักดิ์สิทธิ์มาก่อน แต่ส่วนใหญ่คนพวกนั้นจะมีฐานะเทียบเท่ากับอสูรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ในกรณีของเซี่ยเฟยเขาเป็นเหมือนพ่อของมารขาวตัวนั้นเลย” บรูซกล่าว

“นั่นสินะครับ ไม่ว่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวนั้นจะดุร้ายกับคนอื่นมากแค่ไหน แต่มันกลับละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเมื่อมันได้อยู่ต่อหน้าของเซี่ยเฟย ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผมถึงรู้สึกผิดปกติ ที่แท้มันเป็นเพราะว่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้เชื่อฟังเจ้านายมากกว่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวอื่น ๆ นี่เอง” เฝิงซินเหนียนกล่าว

“เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะอสูรศักดิ์สิทธิ์แต่ละชนิดต่างกันล้วนแล้วแต่เป็นพวกหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตัวเอง” บรูซกล่าว

“ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเซี่ยเฟยทำได้ยังไง โดยเฉพาะในการประเมินวันที่ 4 ที่เขาสามารถควบคุมราชาสัตว์อสูรได้ถึง 120 ตัวในเวลาเดียวกัน บางทีเขาอาจจะเป็นอัจฉริยะทางด้านการฝึกสัตว์อสูรก็ได้นะครับ” เฝิงซินเหนียนกล่าว

“การที่เซี่ยเฟยปราบอสูรราชาได้นับร้อยตัวในเวลาเดียวกัน มันพิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีความเชี่ยวชาญในการปราบสัตว์อสูรอยู่ในระดับที่น่าทึ่ง แต่คนที่สามารถปราบอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบนี้กลับเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากยิ่งกว่า” บรูซกล่าว

“มันพอจะมีโอกาสเป็นไปได้ไหมครับที่เซี่ยเฟยบังเอิญทำอะไรลงไปบางอย่าง จนทำให้อสูรศักดิ์สิทธิ์ติดเขาแบบนี้?” เฝิงซินเหนียนกล่าว

“เราเลิกคาดเดาเรื่องพวกนี้กันเถอะ เอาเป็นว่าการปราบอสูรศักดิ์สิทธิ์ในระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะหาพบได้ง่าย ๆ และเซี่ยเฟยก็คงจะไม่บอกความลับกับใครง่าย ๆ ด้วยเหมือนกัน” บรูซกล่าว

หลังจากถูกตัดจบบทสนทนาทั้งสองก็ทำได้เพียงแต่จ้องมองไปยังเซี่ยเฟยและขนอุยด้วยความอิจฉาเท่านั้น

เพียงแค่การได้ครอบครองอสูรศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นเรื่องที่น่าอิจฉามากพออยู่แล้ว แต่เซี่ยเฟยสามารถปราบอสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ได้อย่างเต็มที่ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอิจฉามากยิ่งกว่า โชคไม่ดีที่เมื่ออสูรศักดิ์สิทธิ์จดจำเจ้านายของมันแล้วมันจะไม่มีทางเปลี่ยนเจ้าของอีกตลอดชีวิต ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงแค่มองไปยังชายหนุ่มด้วยความอิจฉาเท่านั้น

ผู้สมัครเริ่มกระโดดขึ้นมาจากทะเลสาบทีละคน ทำให้จำนวนคนบนพื้นหญ้าริมทะเลสาบค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น

บรูซเปิดหน้าจอขึ้นมาอีกครั้งและได้พบว่าคะแนนรวมของเซี่ยเฟยเพิ่มขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 แล้ว ซึ่งในระหว่างนั้นผู้สมัครแต่ละคนก็กำลังหงุดหงิด เพราะเฝิงซินเหนียนกำลังทวงผลึกนางแอ่นขาวที่พวกเขาเสียเวลาเก็บมาระหว่างทาง

“ของคุณ 123 ชิ้น... ขอบคุณครับ”

เฝิงซินเหนียนแสดงตัวราวกับนักทวงหนี้ที่ค่อย ๆ ทวงผลึกนางแอ่นขาวจากผู้สมัครเก็บเข้าไปภายในแหวนมิติของเขาด้วยรอยยิ้ม

“รีบ ๆ ส่งมาเถอะ เดี๋ยวคุณอาจะให้คะแนนพิเศษเพิ่มกับทุกคนถือว่าเป็นค่าแรงที่ช่วยเก็บผลึกนางแอ่นขาวให้กับกลุ่มมังกรฟ้า”

“เฮ้! ผมรู้นะว่ามันยังมีของที่คุณซ่อนเอาไว้อยู่ในกระเป๋า รีบ ๆ เอามันออกมาเร็ว ๆ เข้า ระวังคุณอาบรูซจะตัดสิทธิ์คุณนะ”

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตลกกับท่าทางของลูกชายผู้นำกลุ่มมังกรฟ้ามาก ซึ่งท่าทางที่เฝิงซินเหนียนแสดงออกมาในขณะนี้ดูไม่ต่างไปจากพ่อค้าอย่างหยูฮัวเลยแม้แต่น้อย

ด้วยการทวงอย่างสุภาพของเฝิงซินเหนียนนี่เอง มันจึงทำให้ผู้สมัครทุกคนจำเป็นจะต้องส่งคืนผลึกนางแอ่นขาวให้กับชายหนุ่มชุดขาว เว้นแต่เซี่ยเฟยเพียงคนเดียวที่ได้นำผลึกนางแอ่นขาวทั้งหมดมอบให้ขนอุยดูดกลืนพลังงานตั้งแต่ก่อนที่เขาจะโผล่ขึ้นมาบนพื้นดินแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยเฟยยังใช้ประโยชน์จากความลังเลของทุกคนเคลื่อนที่ขึ้นมาแซงหน้าและได้รับอันดับ 1 ของการประเมินรอบนี้ไปในที่สุด

แม้ว่าจะต้องยืนอยู่ต่อหน้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ถึงสองตัว แต่เซี่ยเฟยก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรกลับมาได้อย่างมหาศาล สิ่งที่ชายหนุ่มรู้สึกผิดหวังเพียงอย่างเดียวคือขนาดลำตัวของขนอุยที่หดเล็กลง แต่การที่มันพัฒนาระดับขึ้นก็พอจะช่วยสร้างความพอใจให้กับเขาได้บ้าง

“ใครผ่านประตูคนสุดท้ายถูกคัดออก!” บรูซตะโกนเสียงดังพร้อมกับเปิดประตูมิติขึ้นใหม่อีกครั้ง

ฝูงชนรีบวิ่งเข้าหาประตูมิติในทันที ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ได้พักผ่อนเหมือนกับเซี่ยเฟย พวกเขาจึงต่างก็รีบมุ่งหน้าเข้าไปในประตูมิติด้วยท่าทางอันเหนื่อยล้า

“นั่นนายจะไปไหน?” บรูซคว้าร่างของผู้สมัครคนหนึ่งเอาไว้

“ไปเข้าร่วมการประเมินรอบสุดท้ายครับ” ผู้สมัครคนนั้นกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา

“หลังอันดับที่ 500 พวกคุณทุกคนตกรอบ!” บรูซกล่าวด้วยสีหน้าอันเย็นชา

ผู้สมัครที่ถูกบรูซจับเอาไว้ถึงกับทิ้งตัวลงบนพื้นอย่างหมดแรง เพราะเขาได้ขึ้นมาบนพื้นดินเป็นอันดับที่ 501 ซึ่งมันก็หมายความว่าหากเขาทำอันดับได้ดีกว่านี้แม้แต่เพียงอันดับเดียว เขาก็คงจะไม่ถูกตัดสิทธิ์ให้ตกรอบเหมือนในปัจจุบัน

ในที่สุดการประเมินรอบสุดท้ายก็เหลือผู้เข้าร่วมการประเมินเพียงแค่ 500 คนเท่านั้น และเมื่อพวกเขาเดินทางข้ามผ่านประตูมิติไป ทุกคนก็ได้พบว่าร่างของพวกเขากำลังยืนอยู่ใต้ต้นเห็ดขนาดใหญ่

ต้นเห็ดภายในพื้นที่แห่งนี้มีความสูงไม่น้อยกว่า 100 เมตร และดอกเห็ดเหนือศีรษะของพวกเขาก็บานสะพรั่งจนทำให้ต้นเห็ดปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ไปเกือบทั้งหมด

ในความเป็นจริงดาวดวงนี้ไม่ได้มีเพียงแต่เห็ดที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือดอกไม้ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีขนาดใหญ่โตเกินกว่าขนาดปกติทั้งหมด

เมื่อผู้สมัครได้สังเกตเห็นนกตัวหนึ่งที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า พวกเขาก็ได้พบว่านกตัวนี้มีความยาวไม่น้อยกว่า 20 เมตร และการเคลื่อนไหวของมันก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างไปจากเครื่องบินรบขนาดเล็ก

ผู้สมัครทุกคนต่างก็รู้สึกประหลาดใจอย่างแท้จริง เพราะพวกเขาไม่คิดเลยว่ามันจะมีดาวเคราะห์ที่ทุกสิ่งเป็นของขนาดยักษ์อยู่ภายในจักรวาลแห่งนี้ด้วย

บรูซส่งเสียงกระแอมขึ้นมา 2 ครั้งเรียกให้ผู้สมัครทุกคนมองมาทางเขาอย่างสงสัยว่าที่นี่คือที่ไหนและการประเมินรอบสุดท้ายคืออะไรกันแน่

“ก่อนอื่นฉันขอแสดงความยินดีกับพวกคุณทุกคนที่ผ่านมาสู่รอบนี้ได้สำเร็จ ในความเป็นจริงพวกคุณทุกคนคือกลุ่มผู้สมัครที่เหลือรอด 500 คนสุดท้าย ส่วนผู้สมัครกลุ่มอื่น ๆ ต่างก็ล้วนแล้วแต่ตกรอบกันไปจนหมดแล้ว”

“เหตุผลที่ฉันยังไม่ได้บอกทุกคนตั้งแต่แรก นั่นก็เพราะว่าฉันกลัวว่าทุกคนจะแสดงท่าทีอันเย่อหยิ่งออกมาจนทำให้ไม่สามารถแสดงพลังในระหว่างการประเมินได้อย่างเต็มที่ ถ้าหากว่าใครไม่เชื่อก็ลองกลับไปถามสมาชิกจากกลุ่มอื่นดูก็ได้ว่าพวกเขาถูกตัดให้ตกรอบหมดทั้งกลุ่มจริง ๆ หรือเปล่า… ในกรณีที่พวกคุณกลับไปได้แล้วนะ”

คำพูดในช่วงแรกทำให้ผู้สมัครทุกคนมีความสุขมาก แต่คำพูดประโยคสุดท้ายกลับได้สร้างแรงสั่นกระเพื่อมภายในหัวใจของผู้สมัครทุกคนได้อย่างรุนแรง

ในกรณีที่กลับไปได้?

หากบรูซพูดออกมาแบบนี้ มันก็หมายความว่าการประเมินรอบสุดท้ายจะมีความตายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งบางทีผู้สมัครอาจจะต้องต่อสู้กันเองเพื่อทำลายชีวิตของฝ่ายตรงข้ามและทำให้ตัวเองคือผู้เหลือชีวิตรอด

ผู้สมัครทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าออกมาอย่างเคร่งเครียด เพราะท้ายที่สุดการประเมินแห่งความตายก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้สมัครทุกคนจึงต่างก็ล้วนแล้วแต่ตื่นตัวอย่างเต็มที่

“ฉันต้องยอมรับว่าถึงแม้พวกคุณจะมาจากตระกูลเล็ก ๆ แต่พวกคุณต่างก็ล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งเกินความคาดหมายของฉันมาก ตอนแรกฉันคิดว่าจะมีคนผ่านมาจนถึงตรงนี้แค่ประมาณ 50 คนเท่านั้น แต่พวกคุณก็ยังเหลือรอดมาได้ถึง 500 คน”

ผู้สมัครทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ เพราะคนที่กำลังชื่นชมพวกเขาอยู่ในขณะนี้เป็นถึง 1 ใน 4 ผู้พิทักษ์มังกรฟ้า แต่ประโยคของบรูซต่อมากลับทำหน้าที่เป็นเหมือนกับน้ำเย็นที่สาดใส่หน้าของพวกเขา

“ทุกคนอย่าพึ่งคิดว่าการที่พวกคุณเหลือรอดมาได้เป็นจำนวนมากจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะมันจะยิ่งทำให้การแข่งขันทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น อย่าลืมว่าที่นี่คือดินแดนของผู้ใช้กฎและความตายก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับนักรบทุกคน”

“ทุกคนลองมองดูสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวของตัวเองให้ดี ๆ พวกคุณกำลังคิดว่าทุกอย่างมีขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมใช่ไหม? แต่ฉันขอบอกก่อนเลยนะว่าดาวดวงนี้เคยเป็นดาวเคราะห์ธรรมดาที่ฉันได้ใช้พลังของกฎเปลี่ยนแปลง มันจึงกลายเป็นสิ่งที่พวกคุณกำลังเห็นอยู่ในปัจจุบัน”

เสียงของบรูซเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและการที่เขาได้บอกว่าเขาได้ใช้พลังของตัวเองในการเปลี่ยนแปลงดาวเคราะห์ดวงนี้ มันก็ยิ่งทำให้ผู้สมัครรู้สึกตกตะลึงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มยกย่องว่าผู้ที่ครอบครองพลังแบบนี้สมควรแล้วที่จะได้รับหน้าที่เป็น 1 ใน 4 ผู้พิทักษ์กลุ่มมังกรฟ้า

นี่คือพลังของกฎ! กฎที่จะสืบทอดกันภายในกลุ่มมังกรฟ้าเท่านั้น!!

“หากพวกคุณต้องการที่จะได้รับพลังอันยิ่งใหญ่ กลุ่มมังกรฟ้าถือได้ว่าเป็นสะพานที่ดีสำหรับพวกคุณอย่างแน่นอน หากพวกคุณต้องการที่จะขึ้นไปอยู่บนเผ่าเทพ พวกคุณก็จำเป็นจะต้องเข้าร่วมกลุ่มของพวกเราให้ได้ซะก่อน”

“หลังจากนั้นแม้แต่ความลับของประตูจักรวาลก็จะไม่ใช่สิ่งที่เกินเอื้อมสำหรับพวกคุณอีกต่อไป นี่คือพลังที่แท้จริงของกลุ่มมังกรฟ้าผู้ยิ่งใหญ่ กลุ่มที่รวบรวมนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนของผู้ใช้กฎ”

เหล่าบรรดาผู้สมัครต่างก็เคลิบเคลิ้มไปกับคำปลุกใจของบรูซ ซึ่งแม้แต่เซี่ยเฟยก็ยังอดที่จะปรบมือขึ้นมาไม่ได้ โดยเขาก็ต้องชื่นชมว่าชายผิวดำคนนี้สามารถที่จะปลุกเปลวไฟอันเร่าร้อนภายในจิตวิญญาณของเขาขึ้นมาได้จริง ๆ

กลุ่มนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนของผู้ใช้กฎ!

สะพานชั้นดีที่จะนำเขาเข้าสู่เผ่าพันธุ์เทพ!

เส้นทางสายสำคัญที่จะนำเขาไปสู่ประตูจักรวาล!

“การประเมินรอบนี้ไม่มีกฎอะไรทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นปล้น, ฆ่า, หลบหนี, ซุ่มโจมตีต่างก็ล้วนแล้วแต่ทำได้ทั้งหมด”

“วิธีการผ่านการประเมินมีมากกว่าหนึ่งวิธี วิธีแรกคือการรวบรวมป้ายลงทะเบียนจากผู้สมัครอีกสามคน วิธีการที่ 2 คือการไขความลับของคำถามที่ซ่อนอยู่ให้ได้ หรือการสังหารบุคคลที่ถูกกำหนดเอาไว้ก็ทำให้พวกคุณสามารถผ่านการประเมินได้ด้วยเช่นเดียวกัน”

“แน่นอนว่าวิธีการที่ดีที่สุดคือการฆ่าผู้สมัครทุกคนหลงเหลือไว้เพียงแต่ตัวเอง ซึ่งถ้าหากว่าผู้สมัครเหลือรอดเพียงคนเดียว คุณจะได้รับของขวัญชิ้นใหญ่ที่กลุ่มมังกรฟ้าได้เตรียมเอาไว้ให้กับคุณโดยเฉพาะ”

ทันทีที่บรูซพูดจบมันก็มีวัตถุสูงประมาณ 2 เมตรปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน โดยได้ถูกปกคลุมไปด้วยผ้าสีดำอีกชั้นหนึ่ง

“ฉันเชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้จักสิ่งนี้ดีใช่ไหม?”

พรึบ!

เมื่อผ้าคลุมสีดำถูกดึงออกดวงตาของผู้สมัครทุกคนต่างก็เบิกขว้างด้วยความตกตะลึง และแม้แต่เซี่ยเฟยที่เริ่มคุ้นชินกับสิ่งแปลก ๆ แล้วก็ยังเผลอกลั้นลมหายใจโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

***************

ต้องดีมากแน่ๆเลยว่าไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 605 ของรางวัลที่ถูกเตรียมเอาไว้

คัดลอกลิงก์แล้ว