เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 560 โลงศพน้ำแข็ง

ตอนที่ 560 โลงศพน้ำแข็ง

ตอนที่ 560 โลงศพน้ำแข็ง


ตอนที่ 560 โลงศพน้ำแข็ง

“ไปลงนรกพร้อมกับฉันซะเถอะ!!” มู่ฉิวโป๋ตะโกนเสียงดังขณะที่เขาคว้าข้อเท้าของเซี่ยเฟยและลากร่างของชายหนุ่มเข้าไปในประตูมิติที่ปั่นป่วนพร้อมกับเขาด้วย

เซี่ยเฟยพยายามเก็บคองอเข่าประคองตัวเองเอาไว้ภายใต้การป้องกันของชุดเกราะโลหะเหลว ก่อนที่ร่างของเขาจะปะทะเข้ากับภูเขาน้ำแข็งเมื่อเขาได้ผ่านไปอีกด้านของประตูมิติ

ชุดเกราะโลหะเหลวมีพลังป้องกันที่สูงมาก มันจึงทำให้ร่างของชายหนุ่มเจาะเข้าไปภายในภูเขาน้ำแข็งราวกับลูกกระสุน แต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้สึกมึน ๆ เพียงแค่เล็กน้อย

ภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากและบนยอดเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวหนาเป็นชั้น ๆ และแรงสั่นสะเทือนจากการที่ร่างของเขาได้ชนเข้ากับภูเขาในครั้งนี้ มันก็ทำให้มีหิมะถล่มไปในรัศมีหลายร้อยกิโลเมตร

ดวงตาของมู่ฉิวโป๋เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อตระหนักว่าตัวเองได้มาปรากฏตัวในสถานที่แปลก ๆ แบบนี้ โดยในปัจจุบันทั่วทุกมุมในสายตาต่างก็ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยหิมะขาว ส่วนบริเวณปลายขอบฟ้าก็มีสายรุ้งพัดผ่านเป็นทางยาว

ตูม!

ภูเขาหิมะที่อยู่ด้านหลังมู่ฉิวโป๋เริ่มพังทลายลงมาอย่างรุนแรง และมันก็มีหิมะปริมาณมหาศาลถล่มลงไปเข้าใส่ประตูมิติ

“แย่แล้ว!”

มู่ฉิวโป๋รีบกระโดดออกไปด้วยความเร็วสูงขณะที่หิมะถล่มได้ไล่ตามหลังเขามาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หิมะปริมาณมหาศาลจะบดขยี้ประตูมิติลงในพริบตา

ชั้นหิมะที่ถล่มลงมามีน้ำหนักมากกว่า 10,000 ตัน ดังนั้นไม่ว่าประตูมิติจะแข็งแรงสักแค่ไหน แต่มันก็ไม่สามารถหยุดการพังทลายภายใต้น้ำหนักปริมาณมหาศาลเช่นนี้ได้

อย่างไรก็ตามมู่ฉิวโป๋ก็ไม่ได้รู้สึกกังวลเรื่องนี้มากนัก เพราะถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถเดินทางผ่านประตูมิติได้ แต่เขาก็ยังเหลือเข็มทิศมิติเอาไว้ใช้เดินทางออกไปจากดินแดนอันแปลกประหลาดแห่งนี้

เหตุการณ์หิมะถล่มอันรุนแรงกินเวลายาวนานกว่าครึ่งชั่วโมง และเมื่อภัยพิบัติได้จบลงทั่วทุกที่ก็เต็มไปด้วยชั้นหิมะหนา ๆ

มู่ฉิวโป๋สำรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบพร้อมกับขมวดคิ้ว เพราะมันไม่มีร่องรอยของมู่ฟู่ผิงอยู่ในบริเวณนี้เลย ท้ายที่สุดหลานสาวของเขาก็ไม่ได้มีวิชาการต่อสู้ที่โดดเด่นมากนัก มันจึงไม่มีทางที่เธอจะวิ่งหนีไปในระยะเวลาอันสั้นได้

ทันใดนั้นเขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ และเขาก็สามารถตระหนักได้ในทันทีว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะต้องเป็นฝีมือของเซี่ยเฟย

ในระหว่างที่มู่ฉิวโป๋กำลังสำรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบอยู่นั้น ร่างของเซี่ยเฟยก็ถูกฝังอยู่ใต้หิมะลึกลงไปกว่า 100 เมตร แต่ในปัจจุบันมู่ฉิวโป๋เริ่มเคลียร์หิมะทางด้านบนแล้ว ซึ่งถ้าหากว่าเขายังไม่ทำอะไรเขาก็คงจะถูกอีกฝ่ายค้นพบในไม่ช้าก็เร็ว

“เขาเริ่มหาตัวนายแล้ว พวกเราจะทำยังไงกันดี?” อันธถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

แม้ว่าเซี่ยเฟยจะซ่อนตัวอยู่ภายใต้ชั้นหิมะหนา แต่ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเขาก็กำลังบอกเอาไว้ว่ามู่ฉิวโป๋น่าจะสามารถค้นหาตัวเขาพบได้ภายในเวลาประมาณ 5 นาที

ยิ่งไปกว่านั้นชายชราคนนี้ยังมีพลังอยู่ในระดับราชากฎ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจหลบหนีไม่คิดที่จะเผชิญหน้ากับมู่ฉิวโป๋โดยตรง

รูปร่างของชุดเกราะโลหะเหลวเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง กลายเป็นใบมีดแหลมคมคล้ายกรงเล็บห่อหุ้มแขนทั้งสองข้างของเซี่ยเฟยเอาไว้ จากนั้นชายหนุ่มก็เริ่มขุดชั้นน้ำแข็งลงด้านล่างอย่างรวดเร็ว เพื่อหลบหนีมู่ฉิวโป๋ที่กำลังพยายามตามหาเขาจากทางด้านบน

หากทั้งสองฝ่ายต้องพบเจอกันมันย่อมเกิดการต่อสู้ขึ้นมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งการต่อสู้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่ามู่ฉิวโป๋จะเคลียร์หิมะด้านบนออกไปได้ หรือเซี่ยเฟยจะสามารถขุดหิมะด้านล่างจนหลบหนีออกไปได้ก่อนกัน

หลังจากใช้พลังงานไปสักพักชายชราก็ได้หยิบคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 ออกมาจากแหวนมิติจำนวน 2 อัน เพราะท้ายที่สุดการพยายามเคลียร์หิมะหลาย ๆ ตันออกไปพร้อม ๆ กันก็จำเป็นจะต้องใช้พลังงานปริมาณมหาศาล เขาจึงจำเป็นจะต้องใช้คริสตัลเหล่านี้ในการเติมพลังงานให้กับตัวเอง

ขณะเดียวกันผู้ที่มีพลังสายความเร็วไม่เพียงแต่จะสามารถใช้เท้าได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่มือของพวกเขาก็สามารถที่จะเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย การเหวี่ยงแขนขุดหิมะของเซี่ยเฟยจึงเกิดขึ้นหลายร้อยครั้งในเวลา 1 วินาที ซึ่งมันก็เป็นความเร็วที่คนธรรมดาไม่สามารถจะติดตามการเคลื่อนไหวของแขนทั้งสองข้างของเขาได้

ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเซี่ยเฟยก็เคลื่อนที่ผ่านใต้ภูเขา และทิ้งระยะห่างจากมู่ฉิวโป๋ไม่น้อยกว่า 10 กิโลเมตร

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ตัดสินใจขุดขึ้นไปบนพื้นดิน เพราะการใช้กำลังวิ่งย่อมดีกว่าใช้กำลังแขนทั้งสองข้าง

“คิดจะหนีฉันงั้นเหรอ?!”

น่าเสียดายที่จู่ ๆ ร่างของมู่ฉิวโป๋ก็มาปรากฏขึ้นด้านหลังของเขาอย่างกะทันหัน แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจนจบเซี่ยเฟยก็ทิ้งระยะห่างเขาออกไปหลายสิบกิโลเมตรแล้ว

ชุดเกราะโลหะเหลวได้สร้างหนามแหลมขึ้นมาใต้ฝ่าเท้าของเขา ซึ่งมันก็ช่วยให้เซี่ยเฟยสามารถเคลื่อนไหวบนพื้นน้ำแข็งได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนกับการเคลื่อนไหวบนพื้นดินปกติ และไม่ว่าพื้นที่ไหนที่เขาวิ่งผ่านไปมันก็จะมีเศษหิมะกระจายขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับว่ามันได้เกิดหิมะตกเทียม

มู่ฉิวโป๋ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก

ในคราวนี้ร่างของเขาได้หายตัวไปปรากฏตัวใกล้ ๆ กับเซี่ยเฟยอีกครั้ง โดยเขาได้คำนวณเส้นทางการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยเอาไว้แล้ว ร่างของเขาจึงได้มาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเพื่อขัดขวางเส้นทางการหลบหนีของชายหนุ่มเอาไว้

คลื่นสมุทร!

มู่ฉิวโป๋เหยียดแขนออกไปด้านหน้า ก่อนที่คลื่นพลังมิติปริมาณมหาศาลจะถาโถมออกไปราวกับเกลียวคลื่น ซึ่งคลื่นมิติเหล่านี้ก็ได้พัดพาหิมะระหว่างทางถาโถมเข้าใส่เซี่ยเฟยอย่างรวดเร็ว

เล่ห์กายา!

เซี่ยเฟยเคลื่อนไหวร่างกายราวกับนักสเก็ตมืออาชีพ หักเลี้ยวทำมุม 90 องศาเพื่อหลบการโจมตีของมู่ฉิวโป๋ออกไปทางด้านข้าง

เมื่อเวลาผ่านไปมู่ฉิวโป๋ก็ยังคงพยายามจู่โจมเข้าใส่เซี่ยเฟยไปเรื่อย ๆ ขณะที่ชายหนุ่มก็พยายามใช้ความเร็วและวิชาเล่ห์กายาในการหลบหลีกไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็พยายามค้นหาวิธีที่จะหลบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้

วิชามิติขั้นสูง คลื่นพฤกษาปิดล้อม!

มู่ฉิวโป๋กัดฟันรวมพลังเกือบทั้งหมดเพื่อใช้วิชาปิดล้อมที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาได้เรียนรู้มาในชีวิต

ทันใดนั้นกำแพงมิติทรงกลมขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นมาล้อมรอบเซี่ยเฟยเอาไว้ โดยมันมีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ถึง 100 กิโลเมตร

เกือบจะในเวลาเดียวกันคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 ภายในมือของชายชราก็ถูกดูดพลังทั้งหมดออกไป จนกลายเป็นเพียงแค่คริสตัลใส ๆ ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าการใช้วิชาปิดล้อมขนาดใหญ่เช่นนี้จำเป็นจะต้องใช้พลังงานปริมาณมหาศาล

เมื่อมู่ฉิวโป๋ได้เห็นว่าคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 สูญเสียพลังงานทั้งหมดไปแล้ว เขาก็ตัดสินใจนำคริสตัลสีเขียวมรกตออกมาถือไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง และคริสตัลนี้ก็ไม่ใช่คริสตัลอื่นใดเลยนอกเสียจากคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ที่มีพลังงานถูกอัดแน่นอยู่ภายในราวกับห้วงมหาสมุทร

มิติหดตัว!

ชายชราเริ่มบีบขอบเขตของมิติปิดล้อมเข้ามาอย่างแรง ซึ่งถ้าหากว่าเซี่ยเฟยไม่สามารถหลบหนีออกไปได้ เขาก็จะถูกกำแพงมิติบดขยี้จนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

แววตาของมู่ฉิวโป๋เต็มไปด้วยความดุร้าย ขณะที่คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ภายในมือของเขาก็สูญเสียความแวววาวไปมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมันก็คงจะไม่มีใครได้รู้ว่าพลังงานที่เขาได้ใช้ออกไปในขณะนี้มีปริมาณมหาศาลมากแค่ไหน

กฎแห่งความโกลาหล!

เมื่อเผชิญหน้ากับสภาวะวิกฤต เซี่ยเฟยก็ได้รวมพลังของกฎแห่งความโกลาหลไปไว้ในแขนขวาของเขา

“แหลกไปซะ!!”

ชายหนุ่มส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่เขาจะใช้กำปั้นที่เต็มไปด้วยพลังของกฎแห่งความโกลาหลชกเข้าใส่กำแพงมิติ

กำแพงมิติอันแข็งแกร่งเริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กำแพงมิติอันทรงพลังนี้จะถูกเจาะทำลายลงไปในที่สุด

ตูม!

เมื่อร่างของเซี่ยเฟยหลุดออกมาจากกำแพงมิติได้สำเร็จ เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นของเลือดที่คละคลุ้งอยู่ภายในปากของเขา

ใบหน้าของมู่ฉิวโป๋ก็กำลังเปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียดเช่นเดียวกัน เพราะพลังงานภายในร่างกายของเขากำลังจะหมดลงแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อเขาได้พยายามฝืนใช้วิชาขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง

เซี่ยเฟยหยิบคริสตัลระดับ 4 ออกมาเพื่อพยายามฟื้นฟูพลังงานอย่างรวดเร็ว จากนั้นเท้าทั้งสองข้างของเขาก็เริ่มขยับอีกครั้งโดยพยายามไม่สนใจความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย

เหตุการณ์นี้เริ่มทำให้มู่ฉิวโป๋ทำอะไรไม่ถูก เพราะพลังงานภายในร่างของเขายังไม่ฟื้นตัว มันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงการพยายามใช้วิชาต่อสู้ เพราะในขณะนี้แม้แต่วิชาเทเลพอร์ตง่าย ๆ เขาก็ไม่สามารถที่จะใช้การได้

ในที่สุดเมื่อเซี่ยเฟยได้เดินทางเข้ามาใกล้สายรุ้ง เขาก็ได้พบว่าแท้ที่จริงสายรุ้งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการหักเหของแสงที่กระทบกับละอองน้ำ แต่มันเป็นแท่งน้ำแข็งสูงตระหง่าน ซึ่งแท่งน้ำแข็งแต่ละแท่งมีความสูงหลายสิบกิโลเมตร และพวกมันก็มีสีสันที่แตกต่างกันจนทำให้เขาเข้าใจผิดคิดว่ามันคือสายรุ้ง

‘นี่มันอะไรกันเนี่ย?’ เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความสงสัยภายในใจ

แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร จู่ ๆ ร่างกายของเขาก็ชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น จนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกคล้ายกับว่าร่างกายของเขากำลังจมเข้าไปในก้อนแป้งนุ่ม ๆ

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้เคลื่อนที่เข้าไปในกำแพงมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงดีดกลับที่รุนแรงเช่นเดียวกัน คล้ายกับว่าร่างกายของเขากำลังกดสปริงเข้าไปอย่างรุนแรง และกำแพงนี้ก็พร้อมที่จะดีดร่างของเขาออกไปจากตำแหน่งเดิม

กฎแห่งความโกลาหล!

เซี่ยเฟยกระจายพลังของกฎแห่งความโกลาหลไปทั่วทั้งร่างกาย จนทำให้แรงดีดพวกนั้นเริ่มเคลื่อนที่ผ่านร่างของเขาไป แล้วทำให้เขาสามารถเคลื่อนที่ผ่านกำแพงล่องหนเข้ามายังด้านในได้อย่างราบรื่น

ในที่สุดชายหนุ่มก็เดินผ่านกำแพงล่องหนมาได้สำเร็จ และภาพที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเขานั้นก็เป็นภาพอันแปลกประหลาดที่มีสีสันแปลกตา

ไม่กี่วินาทีต่อมามู่ฉิวโป๋ก็รีบตามเซี่ยเฟยมาจากทางด้านหลัง แต่เขาก็ถูกกำแพงล่องหนขวางทางเอาไว้ จนทำให้ชายชราไม่สามารถกระโดดตัวมาคว้าจับร่างของเซี่ยเฟยเอาไว้ได้

เมื่อเซี่ยเฟยหันหน้ากลับไปเขาก็ได้พบว่ามู่ฉิวโป๋อยู่ห่างจากร่างของเขาไปเพียงแค่ประมาณ 10 เมตร แต่เนื่องมาจากชายชราคนนี้ไม่ได้มีพลังของกฎแห่งความโกลาหล ในที่สุดร่างของมู่ฉิวโป๋จึงได้ถูกกำแพงล่องหนดีดร่างของเขากลับออกไป

พื้นที่ภายในกับภายนอกของกำแพงเหมือนกับถูกขวางด้วยฉนวนกันเสียง เซี่ยเฟยจึงไม่ได้ยินเสียงตะโกนสาปแช่งของชายชรา และเขาก็เห็นเพียงแค่ใบหน้าอันหงุดหงิดของอีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้น

มู่ฉิวโป๋พยายามรวบรวมพลังจู่โจมเข้าใส่กำแพงล่องหนอย่างบ้าคลั่ง แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าเขาจะพยายามโจมตีอย่างไร แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะเจาะทะลุกำแพงนี้เข้ามาได้

เมื่อเซี่ยเฟยยืนยันว่าเขาได้เข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย เขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จากนั้นเขาก็พยายามปรับลมหายใจและพยายามรักษาอาการเจ็บปวดภายในร่างกายของเขา

เมื่อชายชราตระหนักว่าเขาไม่สามารถทำลายกำแพงล่องหนตรงหน้าได้ เขาก็นั่งลงตรงนั้นอย่างหมดหนทาง โดยแสดงท่าทางราวกับว่าสักวันหนึ่งเซี่ยเฟยก็จะต้องออกไปให้เขาจัดการอยู่ดี

นอกจากนี้เมื่อมู่ฉิวโป๋ได้หยิบเข็มทิศมิติออกมาเขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเข็มทิศมิติไม่สามารถใช้งานได้และมันก็ทำให้เขาถูกขังเอาไว้ที่นี่โดยสมบูรณ์

เมื่อเซี่ยเฟยเริ่มฟื้นฟูอาการบาดเจ็บกลับมาได้บ้างแล้ว เขาก็เดินเข้าไปภายในแสงสีหลากสีสันก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปจากวิสัยทัศน์ของมู่ฉิวโป๋ในที่สุด

เซี่ยเฟยรู้สึกราวกับว่าเขากำลังเดินเข้ามาภายในห้องที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง และถึงแม้ว่าเขาจะได้ใช้แว่นตาที่ติดมากับชุดเกราะโลหะเหลวแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถมองทะลุผ่านแสงสีเหล่านี้ออกไปได้

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นชายหนุ่มก็จำเป็นจะต้องหลับตาเดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ซึ่งสิ่งที่เขาต้องรีบทำที่สุดในตอนนี้คือการหาพื้นที่ปลอดภัยเพื่อพักผ่อน

“แสงพวกนี้แปลกมากเลย ทำไมฉันถึงไม่สามารถสัมผัสถึงพลังงานของพวกมันได้ ปกติแสงมันต้องเกิดขึ้นมาจากพลังงานไม่ใช่เหรอ? มันมีแสงที่ไม่มีพลังงานอยู่ด้วยแบบนี้ได้ยังไง?” อันธอุทานพร้อมกับขมวดคิ้ว

เซี่ยเฟยเลือกที่จะไม่สนใจอันธไปก่อน เพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นปรากฏการณ์อันแปลกประหลาด แต่ตราบใดก็ตามที่มันไม่ได้ทำให้เขาตกอยู่ในอันตราย เขาก็ไม่อยากจะเก็บเรื่องนี้กลับมาคิดก่อนที่เขาจะได้ฟื้นฟูร่างกายของตัวเอง

ทันใดนั้นแสงหลากสีก็หายไปก่อนที่ชายหนุ่มจะได้พบว่าร่างของเขาได้มาปรากฏตัวในทุ่งน้ำแข็งโปร่งใส ซึ่งก้อนน้ำแข็งในบริเวณนี้ให้ความรู้สึกที่บริสุทธิ์มาก และไม่ไกลจากเขาก็มีธารน้ำแข็งที่มีโลงศพตั้งอยู่ด้านบน

ตัวโลงศพสร้างขึ้นมาจากน้ำแข็งที่สวยงามเช่นเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีแสงสีอันแปลกประหลาดเปล่งประกายออกมาจากโลงศพโลงนั้นด้วย

***************

สมบัติ!! ไหมนะ?

จบบทที่ ตอนที่ 560 โลงศพน้ำแข็ง

คัดลอกลิงก์แล้ว