เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 559 ประตูมิติที่ปั่นป่วน

ตอนที่ 559 ประตูมิติที่ปั่นป่วน

ตอนที่ 559 ประตูมิติที่ปั่นป่วน


ตอนที่ 559 ประตูมิติที่ปั่นป่วน

สมองของเซี่ยเฟยพยายามประมวลสถานการณ์ทุกอย่างอย่างรวดเร็ว และถึงแม้ว่ามู่ฟู่ผิงจะเรียกอีกฝ่ายหนึ่งว่าคุณปู่เจ็ดแต่เขาย่อมไม่ใช่คนดีอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นร่างของหญิงสาวก็คงจะไม่สั่นไปทั่วทั้งตัวแบบนี้ และแม้แต่ภายในแววตาของเธอก็ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

จากข้อตกลงที่พวกเขาได้คุยกันเอาไว้ หยูฮัวควรที่จะจับตาดูพวกเขาอยู่ใกล้ ๆ แล้วรีบเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาทันทีในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด แต่น่าเสียดายที่ในเวลานี้หยูฮัวกำลังสู้กับใครสักคนอยู่ในระยะไกลและเขาก็คงจะปลีกตัวออกมาไม่ได้อีกสักระยะ

“ว่าไงหลานสาว? พอดีว่าปู่คนนี้มีเรื่องอยากจะขอให้หนูช่วยปู่สักหน่อย ช่วยตามปู่มาอย่างเชื่อฟังหน่อยจะได้ไหม?” มู่ฉิวโป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม

ผนึก!

ทันใดนั้นมันก็ได้มีกำแพงมิติปรากฏขึ้นมาดักจับเซี่ยเฟยกับมู่ฟู่ผิงเอาไว้ภายใน ก่อนที่ชายชราจะเริ่มสร้างประตูมิติขึ้นมาอย่างช้า ๆ เพื่อจะได้นำพามู่ฟู่ผิงไปยังสถานที่ที่เขาได้เตรียมการเอาไว้

ปัง!

เซี่ยเฟยพยายามต่อยกำปั้นออกไปสุดแรงเพื่อใช้กฏแห่งความโกลาหลทำลายกำแพงมิติที่ปรากฏขึ้นมาขวางทาง

ตูม!

กำแพงมิติพังทลายลงอย่างง่ายดายทำให้มู่ฉิวโป๋เลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่านักรบตัวน้อย ๆ อย่างเซี่ยเฟยจะสามารถทำลายกำแพงมิติของเขาได้

จากนั้นชายหนุ่มก็ขว้างร่างของหญิงสาวออกไปไกลหลายสิบเมตร พร้อมกับตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันจริงจังว่า

“ใช้ประตูมิติหนีไปเร็วเข้า!!”

เหตุการณ์นี้ทำให้มู่ฟู่ผิงทำอะไรไม่ถูกและเนื่องมาจากว่าเธอมีพลังอยู่ในระดับอัศวินกฎ การขว้างปาของเซี่ยเฟยจึงไม่สามารถทำอันตรายใด ๆ ต่อเธอได้ แต่ในทางตรงกันข้ามมันกลับช่วยให้เธอเข้าใกล้ประตูมิติได้มากยิ่งขึ้น

15 วินาที!!

เซี่ยเฟยเชื่อว่าตราบใดก็ตามที่เขาสามารถถ่วงเวลามู่ฉิวโป๋ได้เป็นเวลา 15 วินาที มู่ฟู่ผิงย่อมสามารถหลบหนีผ่านประตูมิติออกไปได้อย่างแน่นอน และถ้าหากว่าเขายื้อเวลาได้นานเกินกว่า 30 วินาที หยูฮัวก็จะต้องรีบปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเขาแน่ ๆ

เมื่อสรุปแผนการภายในใจได้เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้วิชาหมัดพายุคลั่งจู่โจมเข้าใส่ชายชราอย่างไร้ปรานี

“ไสหัวไปซะ!!” มู่ฉิวโป๋ส่งเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธ ก่อนที่จะสะบัดแขนขึ้นไปบนท้องฟ้าและทันใดนั้นมันก็มีลำแสงมิติ 2 เส้นพุ่งออกมาตามแนวโจมตี

เล่ห์กายา!

หากคนผู้นี้สามารถหลอกล่อหยูฮัวออกไปไกลขนาดนั้นได้ ระดับพลังของชายชราคนนี้ย่อมไม่ต่ำอย่างแน่นอน เซี่ยเฟยจึงไม่ได้มีความคิดที่จะปะทะกับอีกฝ่ายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และการจู่โจมของเขาก็เป็นเพียงแค่กลอุบายที่คิดจะใช้เพื่อถ่วงเวลาฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น

จู่ ๆ ร่างของชายหนุ่มก็บิดตัวอย่างกะทันหันหลบหลีกการโจมตีและอ้อมตัวไปทางด้านซ้ายของมู่ฉิวโป๋เหมือนกับปลาไหลที่คล่องแคล่ว

ฟิ้ว!!

ลำแสงมิติเคลื่อนที่ผ่านหน้าเขาไปสร้างรอยแผลบนมิติเป็นรอยกรีดไปเป็นทางยาว

“ไร้ประโยชน์!” ชายชราเริ่มสะบัดแขนซ้ายของเขาอีกครั้ง ก่อนที่มันจะได้มีลำแสงพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขาราวกับปืนเลเซอร์

ตูม!

พื้นที่มิติถูกฉีกกระชากแยกออกจากกันเป็นชิ้น ๆ ซึ่งพลังทำลายของชายชราคนนี้มันก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่เซี่ยเฟยได้จินตนาการเอาไว้

ซิลเวอร์เดสเซิร์ด!

ชุดเกราะโลหะเหลวที่ชายหนุ่มเพิ่งซื้อมาเริ่มกระจายตัวออกไปปกป้องทั่วทั้งร่างของเขาเอาไว้ในทันที แต่พลังทำลายจากการจู่โจมในครั้งนี้มันก็ทำให้ร่างของเขากระเด็นขึ้นไปในอากาศหลายสิบเมตร

“น่ารำคาญจริง ๆ”

มู่ฉิวโป๋พึมพำออกมาอย่างรำคาญใจเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะมุ่งเน้นความสนใจไปที่การไล่ตามมู่ฟู่ผิงอีกครั้ง

แม้ว่ามู่ฟู่ผิงจะมีพลังอยู่ในระดับอัศวินกฎแต่เธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเผชิญหน้ากับศัตรูมาก่อน มันจึงทำให้เธอไม่สามารถจะเป็นคู่ต่อสู้ของเซี่ยเฟยได้ด้วยซ้ำ แล้วมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงการเผชิญหน้ากับมู่ฉิวโป๋ที่แข็งแกร่งกว่าเซี่ยเฟยเลย

ปัง ปัง ปัง!

เมื่อเห็นว่าแขนของมู่ฉิวโป๋ใกล้ที่จะสัมผัสกับร่างของมู่ฟู่ผิง เซี่ยเฟยที่ถูกกระแทกกระเด็นออกไปไกลก็เริ่มเปิดการโจมตีระยะไกลเพื่อยิงลูกบอลแสงออกไปขวางเส้นทางของชายชราไว้

อันที่จริงมันจะเรียกว่าการโจมตีของเซี่ยเฟยก็ไม่ถูกมากนัก เพราะลูกบอลแสงที่ถูกยิงออกไปเป็นลูกบอลแสงของขนอุย

ขนอุยได้ซ่อนตัวอยู่ในเสื้อของเซี่ยเฟยตั้งแต่แรกเพื่อที่เขาจะได้ใช้การโจมตีของมันในยามคับขัน ซึ่งในขณะที่ชายชรากำลังจะจับร่างของหญิงสาว ชายหนุ่มก็ออกคำสั่งให้เจ้าตัวน้อยพ่นลูกบอลพลังงานออกมาเพื่อขัดขวางมู่ฉิวโป๋เอาไว้

ทันทีที่เท้าของเขาสัมผัสกับพื้นเซี่ยเฟยก็เริ่มเร่งความเร็วเข้าหาหญิงสาวอีกครั้ง จากนั้นเขาก็คว้าร่างของมู่ฟู่ผิงด้วยมือซ้ายพร้อมกับหมุนตัวและโยนเธอเข้าไปหาประตูมิติ

การกระทำของเซี่ยเฟยเป็นสิ่งที่บ้าคลั่งมาก เพราะเขาได้ขว้างปาเธอออกไปราวกับลูกบอลถึงสองครั้ง แต่ในช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้เซี่ยเฟยไม่ได้สนใจถึงวิธีการใด ๆ แล้ว อีกอย่างหนึ่งคือหญิงสาวคนนี้ก็มีพลังมากพอที่จะไม่ตายเพราะแรงตกกระทบเพียงแค่เล็กน้อย

ในระหว่างนั้นชายหนุ่มก็วิ่งตามร่างของหญิงสาวไป โดยมีร่างของชายชราตามหลังเขามาติด ๆ

แว๊บ!!

ฟิ้ว!!

ตูม!!

เมื่อร่างของหญิงสาวเคลื่อนที่ผ่านประตูมิติเข้าไป ชายหนุ่มก็เริ่มดีดนิ้วออกไปอีกครั้งเพื่อขว้างก้อนหินเข้าไปใส่เครื่องระบุตำแหน่งของประตูมิติ ทำให้ตัวเลขระบุตำแหน่งเริ่มหมุนอย่างรวดเร็วและมันก็ไม่มีใครรู้ว่าประตูมิตินี้จะได้นำพาพวกเขาไปที่ไหน

เล่ห์กายา!

เมื่อร่างของเขากำลังจะปะทะเข้ากับประตูมิติ เซี่ยเฟยก็พลิกร่างออกไปยังด้านข้างอย่างรวดเร็วเพื่อพยายามหลบหลีกประตูมิตินี้ และทำให้ชายชราที่พุ่งตัวตามมาหลงเข้าไปในประตูมิติที่ไม่มีใครสามารถระบุตำแหน่งได้

ในที่สุดชายชราก็ตระหนักได้ว่าประตูมิตินี้จะไม่ได้นำพาร่างของเขาตรงไปยังที่ที่เดียวกันกับมู่ฟู่ผิง แต่มันก็สายเกินไปที่เขาจะหยุดร่างกายเอาไว้อย่างกะทันหัน ซึ่งประตูมิติที่กำลังผันผวนนี้มันก็อาจจะส่งร่างของเขาไปยังหลุมดำที่บ้าคลั่งก็ได้

เมื่อทุกอย่างใกล้ที่จะเป็นไปตามแผนเซี่ยเฟยก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก แต่ในทันใดนั้นเองฝ่ามือที่มีความแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กก็คว้าจับข้อเท้าของเขาเอาไว้ และเริ่มดึงตัวเขาเข้าไปในประตูมิติพร้อมกับมู่ฉิวโป๋ด้วย

เหตุการณ์นี้เริ่มทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตื่นตระหนก เพราะเขาเป็นคนทำลายเครื่องระบุตำแหน่งของประตูมิติเอง มันจึงไม่มีใครรู้ว่าประตูบานนี้จะส่งเขาไปปรากฏตัวที่ไหน

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยได้พยายามทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดแล้ว เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น ซึ่งสำหรับนักรบคนอื่น ๆ พวกเขาก็อาจจะยังไม่สามารถตั้งสติได้ด้วยซ้ำ และมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงการคิดแผนการเพื่อช่วยเหลือมู่ฟู่ผิงแบบนี้เลย

แต่เซี่ยเฟยกลับคิดแผนการทุกอย่างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และเขาก็คิดได้แม้กระทั่งวิธีการที่จะส่งร่างชายชราคนนี้ออกไปจากตระกูลหยู

น่าเสียดายที่เรื่องเดียวที่ผิดแผนคือชายชราคนนั้นได้คว้าข้อเท้าของเขาเอาไว้ด้วย และได้พาร่างของชายหนุ่มเข้าไปในประตูมิติที่กำลังปั่นป่วน

เกือบจะในเวลาเดียวกันกับที่ร่างของเซี่ยเฟยเคลื่อนที่ผ่านประตูมิติไป หยูฮัวกับมู่หยวนก็เดินทางมาถึงประตูมิติด้วยเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้เซี่ยเฟยได้แอบปล่อยคลื่นมิติขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อส่งสัญญาณบอกหยูฮัวให้รู้ว่าทางฝั่งเขากำลังได้พบกับอันตราย

“คุณหนูอยู่ไหน? นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!” มู่หยวนส่งเสียงคำรามออกมาอย่างกระวนกระวายใจ เมื่อเขาถูกหลอกให้ออกไปต่อสู้ในระยะไกลจนไม่สามารถปกป้องมู่ฟู่ผิงเอาไว้ได้

ในเวลาเดียวกันใบหน้าของหยูฮัวก็กำลังเปลี่ยนไปเป็นสีซีดเผือด และสายตาของเขาก็กำลังจับจ้องมองไปยังอุปกรณ์ระบุตำแหน่งที่ตัวเลขหน้าปัดยังคงหมุนอยู่อย่างบ้าคลั่ง

เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่สัญญาณบอกเหตุที่ดีอย่างแน่นอน เพราะการที่ตัวเลขระบุตำแหน่งยังคงหมุนอยู่แบบนี้ มันก็หมายความว่าพวกเขาไม่มีทางรู้ว่าใครถูกเคลื่อนย้ายไปที่ไหน และไม่ว่าใครที่เคลื่อนที่ผ่านประตูมิติที่ปั่นป่วนแบบนี้ไป เขาคนนั้นก็มีโอกาสจะต้องพบเจอกับอันตรายที่สูงมากอย่างแน่นอน

‘เซี่ยเฟยหรือคุณหนูมู่ฟู่ผิง? หรือพวกเขาหนีเข้าไปพร้อมกัน?’ หยูฮัวพยายามคาดการณ์สถานการณ์ภายในใจ

เหตุการณ์นี้ทำให้หยูฮัวรู้สึกเหมือนกับตัวเองแก่ลงไปอีกหลายปี เพราะถ้าหากเซี่ยเฟยเสียชีวิตมันก็หมายความว่าตระกูลหยูจะได้สูญเสียนักรบผู้มากพรสวรรค์ไปด้วยเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากคุณหนูมู่ฟู่ผิงเป็นอะไรขึ้นมา ความโกรธทั้งหมดของตระกูลวิทเทอร์ก็คงจะถูกโยนเข้ามาใส่ตระกูลหยูอย่างแน่นอน

“เอ๊ะ? อุปกรณ์ระบุตำแหน่งกำลังหมุนอยู่อย่างนั้นเหรอ?” มู่หยวนอุทานออกมาอย่างสงสัย

“ไม่นะ! อย่าบอกนะว่าคุณหนูถูกส่งผ่านประตูนี้ไป ถ้าหากว่าเธอเป็นอะไรขึ้นมามันไม่ใช่แค่ฉันแต่ตระกูลหยูทั้งตระกูลก็จะต้องตายเพื่อชดใช้ความสูญเสียในครั้งนี้ด้วย!!”

มู่หยวนส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าจู่ ๆ เขาก็ได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“แกเป็นใคร... อั่ก!!”

จู่ ๆ นักสู้จากตระกูลหยูก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางอันเหนื่อยหอบ พร้อมกับชี้นิ้วไปทางมู่หยวนที่พวกเขาคิดว่าเป็นศัตรู

แต่เดิมมู่หยวนก็กำลังรู้สึกหงุดหงิดมากพออยู่แล้ว เขาจึงรีบพุ่งตัวออกไปและฉีกกระชากร่างของนักรบพวกนั้นออกจากกันในทันที

ระหว่างที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในความสับสนอยู่นั่นเอง จู่ ๆ มันก็ได้มีร่าง ๆ หนึ่งเคลื่อนที่ผ่านประตูมิติออกมาอีกครั้งและร่าง ๆ นั้นก็คือมู่ฟู่ผิงที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย

“คุณหนู!!” มู่หยวนตะโกนออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่เขาจะรีบกระโจนไปคุกเข่าแทบเท้ามู่ฟู่ผิง

“คุณหนูเป็นอะไรหรือเปล่า? ผมผิดไปแล้ว ผมสมควรตายที่ไม่ดูแลคุณหนูให้ดี!”

มู่หยวนส่งเสียงร้องอย่างคร่ำครวญพร้อมกับตบใบหน้าของตัวเองอย่างรุนแรง จนทำให้มีเศษฟันกระเด็นหลุดออกมาจากปากของเขา

ระหว่างนั้นหยูฮัวก็พยายามดึงสติกลับคืนมาและมันก็ทำให้เขาได้ตระหนักว่าสถานการณ์ในครั้งนี้ดูเหมือนจะรุนแรงมากกว่าที่เขาได้คิดเอาไว้

จากการปะทะกันเมื่อสักครู่หยูฮัวจึงได้รู้ว่ามู่หยวนคือราชากฎขั้นสูง แต่ในตอนนี้ราชากฎที่แข็งแกร่งคนนั้นกลับคุกเข่าแทบเท้ามู่ฟู่ผิงและลงโทษตัวเองอย่างรุนแรง ซึ่งมันก็แสดงให้เห็นว่าสถานะของมู่ฟู่ผิงในตระกูลวิทเทอร์อยู่เหนือเกินกว่าสิ่งที่เขาเคยจินตนาการเอาไว้ไปหลายขั้น

“นี่คุณแอบตามฉันมาเหรอ?” มู่ฟู่ผิงถามพร้อมกับจับร่างของมู่หยวนเอาไว้

“คุณหนูมู่ฉิงปิงเป็นคนขอให้ผมแอบตามคุณหนูมาครับ”

มู่หยวนทุบตีร่างของตัวเองจนใบหน้าบวมไปจนหมดแล้ว และเขาก็ยังคงมีความคิดวน ๆ อยู่ซ้ำ ๆ ว่าเขาสมควรตาย

เหตุการณ์นี้ทำให้หยูฮัวถอนหายใจออกมาอย่างหนัก เพราะการที่มู่ฟู่ผิงยังมีชีวิตรอดปลอดภัย มันก็หมายความว่าตระกูลหยูได้รอดพ้นจากหายนะด้วยเหมือนกัน

“คุณหนูมู่ฟู่ผิงสบายดีนะครับ?”

“เซี่ยเฟยล่ะ? เซี่ยเฟยอยู่ที่ไหน? เขาจะหยาบคายกับฉันมากเกินไปแล้วนะ ถึงขนาดกล้าโยนฉันเข้าใส่ประตูมิติแบบนั้น!” มู่ฟู่ผิงพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจและคำพูดของเธอก็ทำให้หยูฮัวสามารถสรุปสถานการณ์ทั้งหมดได้ในทันที

“เซี่ยเฟยน่าจะเคลื่อนที่ผ่านประตูมิติไปแล้วครับ แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าเขาไปปรากฏตัวอยู่ที่ไหน หลังจากนี้พวกเราจะรีบตรวจสอบเรื่องทุกอย่างโดยเร็วที่สุด แล้วเราจะรีบรายงานให้คุณหนูทราบนะครับ” หยูฮัวกล่าว

โดยปกติมู่ฟู่ผิงเป็นผู้หญิงที่ใจเย็นมาก แต่ในระหว่างที่เซี่ยเฟยลากตัวเธอออกมาฝ่ามือของเขาก็ได้สัมผัสเข้ากับหน้าอกของเธอ มันจึงทำให้เธอไม่สามารถรักษาความสงบได้เหมือนในยามปกติ

หยูฮัวรีบทำการตรวจสอบวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์บริเวณประตูมิติเอาไว้อย่างเร่งรีบ ก่อนที่บรรยากาศจะตกอยู่ในความเงียบสงัดเมื่อภาพได้ดำเนินไปจนถึงตอนที่มู่ฉิวโป๋ได้คว้าข้อเท้าของชายหนุ่ม และนำร่างของเซี่ยเฟยเข้าไปในประตูมิติพร้อมกับเขาด้วย

***************

มู่ฟู่ผิงเอ้ยยยย หนูควรกลับไปอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ของหนูต่อนะ หนูไม่รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของปัญหานี้สักนิดเลยเหรอ…

จบบทที่ ตอนที่ 559 ประตูมิติที่ปั่นป่วน

คัดลอกลิงก์แล้ว